All Chapters of เมื่อมิอาจรั้งรัก: Chapter 31 - Chapter 40

47 Chapters

เขาดุนาง

ทุกครั้งที่ซูหรงมาที่จวนสกุลเฉิน สักสามในสี่ครั้งล้วนไปสนทนากับสือจื่อหลันจนทั้งคู่เริ่มสนิทกัน วันนี้เองก็เช่นกันนางเห็นดอกกุหลาบในสวนกำลังบานสะพรั่งจึงได้ให้สาวใช้ตัดมาเพื่อนำมามอบให้สือจื่อหลันเพราะเห็นว่าหญิงสาวชอบดอกไม้ “ดอกไม้ที่จวนของข้ากำลังบานสะพรั่ง ข้าจำได้ว่า พี่จื่อหลันชอบดอกไม้เลยให้สาวใช้ตัดดอกกุหลาบมาให้ท่านด้วย” “ขอบใจน้องซูหรง หลันเหอ เจ้าเอาดอกไม้ไปใส่แจกันให้ข้าที” “เจ้าค่ะ คุณหนู” ทว่าเวลาผ่านไปยังเพียงไม่นานจื่อหลันเริ่มมีอาหารหายใจติดขัดและเริ่มไอออกมาทำให้ซูหรงตกใจไม่น้อย “พี่หญิง ท่านเป็นอะไรไป” เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง “ขะ...ข้า แค่ก” “มีใครอยู่ข้างนอกบ้าง ช่วยไปตามท่านหมอมาที!” นางร้องบอกเสียงดัง ทำให้จวนสกุลเฉินวุ่นวายไม่น้อย เพราะแม้แต่พี่ซือเฉียนที่อยู่สนามฝึกยังรีบมาที่นี่ “เกิดอันใดขึ้นกัน บ่าวรับใช้บอกข้าว่าเจ้าให้คนไปเรียกท่านหมอมา” เขาถามนางทันที “โชคดีที่แม่นางสือสูดดมเกสรเข้าไปไม่นานนัก ทำให้มีอาการเพียงเล็กน้อย จากนี้ไปให้ท่านอยู่ห่างจากดอกไม้ให้ม
Read more

เทียบเชิญ

“คนดีหรือเจ้าคะ คุณหนูช่างพูดออกมาได้ อย่างนางน่ะหากจะใช้คำว่าร้ายกาจยังไม่คู่ควร ท่านเป็นถึงบุตรสาวของขุนนางใหญ่มีหรือคนแซ่สือจะกล้ามาเทียบเคียงได้ นางเป็นแค่บุตรสาวขุนนางเล็ก ๆ มิหนำซ้ำพื้นหลังของนางยังธรรมดา” “ซิ่วเหอ เจ้าไม่จำเป็นต้องยกตนข่มท่านเพื่อให้ข้าดูสูงส่งกว่านาง แม้ข้าจะเป็นลูกสาวของขุนนางใหญ่แล้วอย่างไร สุดท้ายคนที่ได้เป็นฮูหยินของพี่ซือเฉียนก็ยังเป็นนาง” “คุณหนู บ่าวแค่” “ข้าต้องขอบคุณนางเสียอีกที่ทำให้ตาสว่างว่าท่านพี่ ทนุถนอมนางเสียยิ่งกว่าข้าที่เติบโตมาด้วยกัน มันทำให้ข้าคิดว่าเป็นตัวข้าเองที่คิดเกินเลยกับเขาฝ่ายเดียว” ซูหรงเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา หลังจากที่ได้ใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานนางถึงได้ปลงตกคิดได้ว่าเขาไม่มีทางคิดอันใดกับตนมากเกินกว่าน้องสาวของสหายรัก “ท่านไม่ผิดที่มีใจให้ท่านแม่ทัพเฉิน” “ความรู้สึกของข้าข้าจะแบกรับเอาไว้เอง อีกอย่างคงไม่นานพวกเขาทั้งคู่จะหมั้นหมายกันพอถึงตอนนั้นข้าคงเป็นเพียงคนนอก” ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังสนทนากันอยู่นั้นสาวใช้อีกคนได้รีบรุดเข้ามาด้านใน ขณะที่ใบหน้าเหงื่อซ่ก
Read more

อย่าได้ฝันเฟื่อง

“หึ สามีภรรยางั้นหรือ พวกเราแค่หมั้นหมายกันยังไม่ได้แต่งงานกันเสียหน่อย เจ้าพูดคำนี้ออกมาคิดจะกดดันข้าหรืออย่างไร”“จื่อหลันไม่ได้คิดเช่นนั้น” ว่าพร้อมหลุบตามองต่ำ ตัวนางในตอนนี้ไม่กล้าสบตาเขาด้วยซ้ำ เพราะน้ำเสียงเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทำให้นางไม่กล้าเอ่ยอันใดเพื่อไม่ให้ร่างสูงขุ่นเคือง“ข้าจะบอกเจ้าให้ ที่ข้ายอมหมั้นกับเจ้าตามคำสั่งของท่านพ่อเป็นเพราะความกตัญญู ส่วนเรื่องความรักระหว่างชายหญิงอะไรนั่นเจ้าอย่าได้ฝันเฟื่อง ตราบใดที่เจ้าทำตัวสมกับเป็นคู่หมั้นของข้าข้าจะให้เกียรติเจ้า แต่ถ้าไม่...คิดว่าเจ้าคงรู้ว่าจะจบเช่นไร” เขาร่ายยาวบอกหญิงสาวตรงหน้า“ทำไมวันนี้ท่านถึงได้พูดจาทำร้ายจิตข้าแบบนี้กัน ทั้งที่เมื่อไม่นานมานี้ท่านยังอ่อนโยนกับข้าแท้ ๆ” สือจื่อหลันเอ่ยพร้อมกับใช้มือปาดน้ำตาออกจากแก้มเพื่อเรียกร้องความสงสาร แม้เขาจะเฉยชาแต่ทว่าบุรุษย่อมแพ้น้ำตาของสตรีอยู่วันยังค่ำ! คิดอย่างถือดี“เจ้าคิดว่าที่ข้าเข้าข้างเจ้าแทนที่จะเป็นซูหรงเป็นเพราะข้ามีใจให้เจ้าอย่างนั้นหรือ น่าขันนัก” เฉินซือ เฉียนแสยะยิ้มบอก“แล้วไม่จริงหรือเจ้าคะ”“เจ้าคิดผิดแล้ว ออกไปได้แล้ว” เขาเอ่ยไล
Read more

เขามาหา

“ซิ่วเหอ ข้าบอกไปแล้วมิใช่หรือว่าอยากอยู่คนเดียว” ซูหรงเอ่ยขึ้น เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าย่างกรายเข้ามาใกล้ นางคิดว่าคนที่เข้ามาเป็นสาวใช้ถึงได้พูดเช่นนี้ออกมา“ซูหรง”“ท่านมาทำไมกัน” หญิงสาวหันขวับ หลังจากได้ยินน้ำเสียงทุ้มเอ่ยเรียกจากด้านหลัง ก่อนหันใบหน้ากลับไปตามเดิม ตอนนี้นางกำลังนั่งปักผ้าอยู่จำเป็นต้องใช้สมาธิ“ข้ารู้ว่าเจ้าโกรธข้า”“ข้าน่ะหรือจะกล้าโกรธท่านแม่ทัพ เรื่องของแม่นางสือข้าก็มีส่วนผิด ท่านจะตำหนิข้าก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”“ข้า...ขอโทษที่วันนั้นพูดจารุนแรงกับเจ้าไปหน่อย”“ที่แท้ท่านก็มาเพื่อขอโทษสินะเจ้าคะ ถ้าเช่นนั้นเชิญท่านกลับไปเถิด ซูหรงรับคำขอโทษของท่านแล้ว”“ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”“ถ้าเป็นเรื่องที่ท่านกับแม่นางสือกำลังจะหมั้นหมายกัน เรื่องนี้ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ ต้องขออภัยที่งานมงคลของท่านข้าไม่ได้ไป”“เจ้าจะไม่ยอมหันหน้ามาพูดกับข้าหน่อยหรือ”“เรื่องที่ข้าอยากพูด ข้าล้วนพูดไปจนหมดแล้ว”“ซูหรง”“เดิมทีข้าคิดว่าท่านคงชอบพอข้าอยู่บ้าง ท่านถึงได้อนุญาตให้ข้าอยู่ใกล้ชิดท่านมาหลายปี แต่พอเกิดเรื่องนั้นขึ้นข้าถึงได้รู้ว่าเป็นข้าที่คิดไปเองฝ่ายเดียว วางใจเถิดเจ้าค่ะ ต่อให้ข้าชอบพ
Read more

ออกเดินทาง

รุ่งเช้าของอีกวัน บรรยากาศหน้าจวนสกุลซูค่อนข้างอึมครึมเหตุเพราะลูกสาวเพียงคนเดียวกำลังจะจากอ้อมอกของครอบครัวเพื่อไปร่ำเรียนตามความต้องการของหญิงสาว แม้ว่าใต้เท้าซูกับภรรยาได้พยายามโน้มน้าวให้นางเปลี่ยนใจแต่เปล่าประโยชน์ ซูหรงยังคงยืนกรานหนักแน่นตามเดิม“ลูกแม่ ตอนนี้เจ้าเปลี่ยนใจก็ยังทัน”“นั่นสิ ที่เมืองหลวงมีสำนักศึกษาสำหรับสตรีอยู่หลายแห่ง พ่อว่า”“ท่านพ่อ ท่านแม่ เห็นใจลูกเถิดเจ้าค่ะ ตัวลูกยังอ่อนด้อยอยู่มากไปที่ลั่วหยางครั้งนี้ลูกตั้งใจไปหาความรู้ทั้งในและนอกตำรา หากยังอยู่ที่เมืองหลวงคงไม่มีอันใดคืบหน้าแน่ ท่านอาจารย์ที่เคยสอนลูกล้วนไม่กล้าเอ่ยปากตำหนิข้อบกพร่องของข้า เพราะกลัวเกรงตำแหน่งขุนนางใหญ่ของท่าน” นางบอกทั้งคู่ไปตามตรง อีกสาเหตุหนึ่งคือนางต้องการเวลาทำใจ ตอนนี้นางไม่อยากรับรู้เรื่องราวของพี่ซือเฉียนรวมทั้งคู่หมั้นของเขา“ในเมื่อนางตัดสินใจแล้ว พวกเราก็ส่งเสริมนางเถิดขอรับ ไปลั่วหยางครานี้ลูกจะไปส่งนางเองรับรองได้เลยว่านางไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยแน่นอน” ซูอันแทรกขึ้น เขายืนฟังทั้งสามคนอยู่นานแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าบิดากับมารดาจะปล่อยซูหรงขึ้นรถม้าเสียที สุดท้ายจึงได้เอ่
Read more

หากรอไม่ไหวก็ไม่ต้องรอ

“ซือเฉียน ต้องอยู่ชายแดนนานเท่าใดหรือเจ้าคะ” หลัวลี่หลินถามสามีด้วยน้ำเสียงกังวลไม่น้อย ลูกชายนางเพิ่งกลับมาที่เมืองหลวงได้ไม่เท่าไหร่ แต่ต้องกลับไปที่ชายแดนอีกแล้ว“เรื่องนี้ไม่มีใครตอบได้ ขึ้นอยู่กับฮ่องเต้”“หากเป็นเมื่อก่อนข้าคงไม่รู้สึกหนักใจ แต่ตอนนี้ลูกชายของพวกเราได้หมั้นหมายแล้ว คงไม่ใช่เรื่องดีนักหากจะให้ทั้งคู่พรากจากกัน”“จื่อหลันคิดเหมือนท่านแม่ ถ้าเช่นนั้นให้ข้าติดตามท่านพี่ไปด้วยได้หรือไม่”“เจ้าคิดว่าที่นั่นเป็นสวนดอกไม้หรืออย่างไร หากเจ้าเดินพลาดพลั้งเพียงก้าวเดียวนั่นหมายถึงเจ้าต้องตาย”“ขอบคุณท่านพี่ที่เป็นห่วง แต่ข้าไม่กลัวเจ้าค่ะ”“เลื่อนงานแต่งงานเข้ามาดีหรือไม่” จู่ ๆ มารดาของเขาก็พูดเช่นนี้ออกมา ฝ่ายใต้เท้าเฉินทำเพียงแอบยกยิ้มรอดูว่าลูกชายหัวแข็งจะปฎิเสธมารดาอย่างไร“ลูกเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือขอรับ ว่าเรื่องแต่งงานยังไม่ถึงเวลา รอให้กลับมาจากชายแดนก็ยังไม่สาย”“แต่ว่า” สือจื่อหลันพยายามพูดทัดทาน“หากข้าตายที่นั่น เจ้าอยากเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาวงั้นหรือ”“ข้ายอมเป็นม่ายเจ้าค่ะ”“หึ ทำเป็นพูดดีไปเถอะ”“ซือเฉียน”“ท่านแม่ไม่ต้องพูดแล้ว เรื่องแต่งงานรอให้ลูกกลับมาเมื
Read more

เอาออกไปเสีย

“เสียแรงเปล่ารึไม่ มีเพียงข้าที่สามารถตอบได้ อีกไม่นานข้าต้องออกเดินทางแล้ว โชคดีที่เจ้าอยู่ที่เมืองหลวง”“แม่ทัพเฉินกล่าวเกินไปแล้วกระมัง”“เลิกเรียกข้าว่าแม่ทัพได้แล้ว ได้ยินทีไรรู้สึกขนลุกทุกที ข้ารู้ว่าเจ้าไม่พอใจที่ข้าตำหนิซูหรงเรื่องของสือจื่อหลัน หากเจ้าเป็นข้าคิดว่าเจ้าคงทำแบบเดียวกัน”“กับคนอื่นช่างปะไร แต่น้องสาวข้าไม่ใช่นางจิ้งจอก มีหรือที่นางจะทำร้ายคนอื่นเพียงเพราะว่าชอบพอบุรุษผู้หนึ่ง เรื่องนี้เจ้ารู้ดีไม่ใช่หรือ”“ข้ารู้ นางไม่มีทางทำแบบนั้น เพียงแต่ตอนนั้นข้าโมโหจนขาดสติทำให้เผลอตำหนินางเข้า”“ที่ข้าอยากได้ยินไม่ใช่คำพูดพวกนี้” ว่าพลางหรี่ตามอง“ข้าขอโทษนางไปแล้ว”“งั้นรึ” หลังจากได้ยินว่าเพื่อนของตนขอโทษซูหรงแล้ว จากเดิมที่ทำตัวเย็นชา ตอนนี้ได้กลับมาเป็นซูอันคนเดิม“เจ้าบอกข้าตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง ปล่อยให้ข้าเรียกเจ้าว่าแม่ทัพอยู่ได้”“แล้วใครใช้ให้เจ้าเรียกเช่นนั้นกัน”“นี่อะไร” เขาถาม ขณะที่สายตาสบเข้ากับหีบขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างโต๊ะทำงานของตัวเอง“ไม่ใช่ของเจ้า”“หากไม่ได้จะให้ข้า แล้วจะเอาหีบนี่มาวางไว้ที่นี่ทำไมกัน”“ข้านำมาให้ซูหรงต่างหาก นางอยู่ที่เมื
Read more

คนที่ไม่อยากพบ

เฉินซือเฉียนให้ทหารกับคนรับใช้บางส่วนเดินทางล่วงหน้าไปก่อน ในขณะที่ตัวเองพร้อมบ่าวคนสนิทเดินทางไปเมืองลั่วหยาง“ท่านแม่ทัพ” อี้ฉีเรียกเจ้านายของตน“มีอะไร”“พวกเรามาที่ลั่วหยางทำไมหรือขอรับ” เขาแสร้งถาม“เจ้าไม่ต้องทำเป็นหว่านหินถามทาง ก็แค่ทางผ่านเท่านั้น” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็น คิดว่าอี้ฉีคงรู้คำตอบอยู่ก่อนแล้ว แต่แสร้งถามขึ้นมาเพราะอยากให้เขาพูดออกมาเองเสียมากกว่า เรื่องอะไรที่เขาจะตอบไปแต่โดยดีว่ามาหาซูหรงให้เปลืองน้ำลายด้วยเล่า“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง บ่าวนึกว่าท่านมาหาแม่นางซูเสียอีก” เอ่ยด้วยน้ำเสียงล้อเลียนอยู่ในที ทว่าพอเห็นใบหน้าเคร่งขรึมของคนตรงหน้าจึงเงียบปากลงด้วยความรวดเร็ว“ก็ดีที่เจ้าไม่ได้คิดเช่นนั้น ข้าเพียงคิดว่าคงดีไม่น้อยถ้าหากได้ชื่นชมบรรยากาศที่เมืองลั่วหยางก่อนไปเฝ้าชายแดน เจ้าอย่าได้คิดเป็นอื่น”“หากท่านแม่ทัพพูดเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นข้าไม่เกรงใจ แล้วนะขอรับ” ว่าพร้อมผายมือไปที่เหลาสุราแห่งหนึ่งที่ตั้ง อยู่ใจกลางเมือง“ข้าบอกว่าแวะมาชมบรรยากาศ ไม่ใช่มาดื่มเหล้า หากเจ้าอยากไปก็ไปคนเดียว” พูดจบได้เดินหนีไปอีกทาง ทิ้ง ให้บ่าวรับใช้ไปที่เหลาสุราเพียงคนเ
Read more

หน้าเสีย

“คิดว่าท่านแม่ทัพคงรู้ดีกระมัง ว่าทำไมข้าถึงได้มาอยู่ที่นี่ ผ้าที่ท่านนำมาเชิญเอากลับไปเถิดเจ้าค่ะ ข้าไม่ต้องการ” นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ต้องขอบคุณเขาที่เอ่ยคำพูดเมื่อครู่ มันทำให้นางได้สติว่าตัวเองเป็นได้เพียงน้องสาวของสหายเท่านั้น“ข้ารู้ว่าเจ้ายังโกรธข้า”“ถ้าท่านหมายถึงเรื่องแม่นางสือจื่อหลัน ข้าไม่ได้โกรธท่านแล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่ชายหญิงไม่ควรสนิทสนมกันมากเกินไป และยิ่งท่านกับแม่นางสือได้หมั้นหมายกันแล้ว พวกเรายิ่งไม่ควรไปมาหาสู่กันให้มากนัก”“ข้ารู้” พูดพลางถอนหายใจยาว“…”“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อน ส่วนของที่ข้านำมาให้เจ้า ข้าก็ยังยืนยันคำเดิมว่าให้เจ้าและจะไม่นำกลับไปด้วย” เขายืนกรานตามเดิมแล้วหันหลังกลับไปทางเดิม“ข้าหวังว่าท่านจะกลับมาเมืองหลวงอย่างปลอดภัย แม่นางสือรอท่านอยู่” นางเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงดังพอควรชั่วขณะหนึ่งฝีเท้าของร่างสูงหยุดชะงักลงยามได้ยินสิ่งที่นางเอ่ย ก่อนจะก้าวเท้าเดินห่างออกไปเรื่อย ๆเขาไม่เคยขอให้ผู้ใดรอ โดยเฉพาะสือจื่อหลันเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งปีตระกูลเฉินได้รับจดหมายจากชายแดนถึงสามครั้งด้วยกัน ฉบับแรกส่งมาเพื่อบอกว่าเขาเดินทางถึงที่นั่นอย่างปลอด
Read more

ตามคาด

ทันทีที่ได้เปิดอ่านจดหมายจากบิดา แม่ทัพหนุ่มยกยิ้มราวกับว่ารู้อะไรบางอย่างอยู่ก่อนแล้ว เมื่อหลายเดือนก่อนเขาให้อี้ฉีส่งจดหมายไปที่เมืองหลวงบอกว่าเขาถูกศัตรูทำร้ายจนอาจพิการไปตลอดชีวิตก็เพื่อรอดูว่าสือจื่อหลันจะทำเช่นไร รวมทั้งต้องการพนันกับบิดา ถ้าหากนางยังยืนกรานจะเป็นฮูหยินของเขาแสดงว่าพนันครั้งนี้บิดาเป็นฝ่ายชนะ เขาจะยอมแต่งงานกับนางโดยไม่บิดพริ้วแม้แต่น้อย แต่ถ้าไม่...คนที่พ่ายแพ้ในครานี้คือท่านพ่อ ที่ผ่านมาเขาแสดงความกตัญญูด้วยการหมั้นหมายกับสตรีที่บิดาเลือกให้แล้ว ส่วนถ้าหากนางจะถอนหมั้นก็ไม่ใช่เรื่องของเขาอีกต่อไป“นายท่านตอบกลับมาว่าอย่างไรหรือขอรับ” อี้ฉีที่อยากรู้เอ่ยถาม“นางขอถอนหมั้น”“คงสมใจท่านแม่ทัพแล้วกระมัง”“พูดอันใดของเจ้า ข้าน่ะหรือพอใจ”“มีเรื่องใดที่ยังไม่สมปรารถนาอีกหรือขอรับ”“คนที่เมืองลั่วหยางเป็นอย่างไรบ้าง” เขาเปลี่ยนเรื่องทันควัน ทำให้บ่าวรับใช้คนสนิทอารมณ์ค้างเติ่งเพราะความอยากรู้อยากเห็น“แม่นางซูสบายดีชขอรับ คนของเราบอกว่าอีกไม่นานแม่นางซูจะเดินทางกลับเมืองหลวงแล้ว”“เหตุใดนางถึงได้รีบร้อนนักเล่า” เขาถามด้วยความฉงน เดิมทีนางต้องอยู่ที่ลั่วหยางสองปีถึงจะ
Read more
PREV
12345
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status