All Chapters of เมื่อมิอาจรั้งรัก: Chapter 81 - Chapter 90

99 Chapters

เมื่อทุกอย่างจบลง

“คำนับฟ้าดิน คำนับบิดามารดา คำนับซึ่งกันและกัน” เมื่อพิธีเสร็จสิ้นก็ถึงคราวส่งเจ้าสาวเข้าเรือนหอ รอเพียงงานเลี้ยงสิ้นสุดลงคู่บ่าวสาวก็จะได้ร่วมคืนวสันต์ เพื่อสืบสานวงศ์ตระกูลให้คงอยู่ต่อไป “เยว่ซูฮวา วันนี้เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก” เอ่ยชม หลังจากเปิดผ้าคลุมหัวออก “ท่านก็หล่อเหลามากเช่นกัน” ว่าพลางจ้องหน้าสามีของตัวเองนิ่ง “เจ้าพูดอะไรน่ะ” ชินอ๋องเอ่ยแก้เขิน มือขวาเกาที่ท้ายทอยเป็นระยะ ๆ หวังหลี่น่าเห็นท่าทางของเขาก็อดเอ็นดูไม่ได้ จึงฉุดแขนเขานั่งลงข้างกัน “ท่านรู้สึกเช่นไรบ้างที่ได้แต่งงานกับข้า” เธอถามเสียงจริงจัง “เหตุใดจู่ ๆ เจ้าถึงได้ถามข้าเช่นนี้” “ข้าแค่อยากรู้เท่านั้น เพราะหลังจากผ่านคืนนี้ไป ข้าไม่อาจเรียกแทนตัวเองเช่นนี้ได้อีก ยุคสมัยนี้เห็นขนบธรรมเนียมเป็นสำคัญ ไหนจะผู้ชายเป็นใหญ่อีก” “พูดอะไรของเจ้า” “ตอบข้ามาสิเพคะ” “ขะ...ข้า รู้สึกยินดีกระมัง” “รู้สึกยินดีงั้นหรือ ก็ดี” บอกเขา ก่อนจะขึ้นเตียงไปล้มตัวนอนด้านในสุด “เจ้าทำอะไรน่ะ”
Read more

ความจริงที่ได้รู้

หลังจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่หญิงของตนประกาศกร้าวขอเป็นศัตรูกับตนเอง เยว่อันก็กลับมาที่เรือนของตนทันที กระทั่งตะวันใกล้ตกดินจึงได้ถอดอาภรณ์เตรียมตัวไปอาบน้ำ ทว่ากลับมีกุญแจดอกเล็กหล่นมาจากแขนเสื้อของตน พร้อมกับเหลือบไปเห็นหีบไม้ไม่คุ้นตาซ่อนอยู่ใต้เตียง ด้วยความสงสัยนางจึงได้เปิดหีบไม้ใบเก่าออกดู โดยใช้กุญแจดอกนั้นไขออก ราวกับว่าเป็นแผนการของใครบางคน เมื่อเปิดออกก็พบเข้ากับจดหมายมากมายอัดแน่นอยู่ในกล่อง เยว่อันค่อย ๆ เปิดอ่านจดหมายทีละฉบับ ฉบับแรกเป็นลายมือของท่านย่าของนาง ใจความจดหมายกล่าวว่ามารดาของนางเป็นคนสั่งให้สาวใช้วางยาพิษฮูหยินผู้เฒ่าจนกระทั่งนางสิ้นใจตาย ก่อนที่ตนจะกลับเมืองหลวงไม่นานนัก เยว่อันอ่านจดหมายจนครบทุกฉบับ พร้อมกับหยดน้ำตาที่เหือดแห้งไปจนหมด ในใจรู้สึกสับสนพัลวัน ทั้งโกรธเคียดแค้น และผิดหวัง ใครเลยจะคิดว่าคนที่นางเรียกว่าแม่จะเป็นใจโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ ฆ่าได้แม้กระทั่งแม่สามีของตนเอง ไม่เว้นแม้แต่มารดาที่แท้จริงของนางอย่าง ’ซินไฉ่’ นับแต่นั้นมาเยว่อันก็ลอบส่งจดหมายผ่านสำรับอาหารของเยว่ซูฮวา เพื่อปรึกษาหารือ รวมทั้งวางแผนการต่าง ๆ เพื่อจับคนร
Read more

มิตรภาพหวนคืน(จบ)

บุรุษทั้งสองคนปาลูกดอกลงเป้าอย่างเอาเป็นเอาตาย ชินอ๋องนำไปหนึ่งแต้ม แม้ดวงตาจะถูกผ้าปิดไว้ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการปาลูกดอกแต่อย่างใด เช่นเดียวกับฝั่งของเหลียนชุนที่แม้ตอนนี้จะตามหลังอยู่หนึ่งแต้ม แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอันใด กระทั่งทั้งสองคนปาลูกดอกอันสุดท้ายผลปรากฎว่าเสมอกัน “คะแนนของท่านทั้งสองเท่ากัน รอบนี้ถือว่าเสมอกัน” “แข่งอีกรอบเถิด วันนี้จะต้องได้ผู้ชนะและผู้แพ้” เป็นอีกครั้งที่หวังหลี่น่าได้ยินคำกล่าวเช่นนี้ จนตอนนี้ตะวันเริ่มโพล้เพล้ใกล้ตกดินเต็มที แต่ทว่ายังไม่มีทีท่าว่าจะได้ผู้แพ้และผู้ชนะ “พอเถิด วันนี้เห็นทีคงหาผู้แพ้และผู้ชนะไม่ได้ พวกท่านแข่งกันมาตั้งแต่ยามอู่จนตอนนี้ตะวันใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว” “ซูฮวา ข้าขอแข่งอีกรอบ” “ท่านอ๋อง!” “พระชายา ข้าก็ขอ...” “พวกท่านทั้งสองคนหยุดพูดเถิด การแข่งขันในครั้งนี้จำเป็นต้องแข่งอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยหรือ พวกท่านทั้งคู่เคยเป็นสหายรักกันมิใช่รึ พวกท่านจะแตกหักกันเพราะเรื่องเช่นนี้จริง ๆ หรือ ข้ารู้ดีว่าว่าท่านทั้งคู่ยังคงห่วงใยกันเหมือนแต่ก่อน จริงหรือไม่ คุณชายเหลียน
Read more

สถานะเปลี่ยน

เรื่อง เมื่อข้าคืนรักสามีไร้ใจฝ่ามือแกร่งยื่นออกมาตรงหน้าพร้อมใบหน้าแย้มยิ้มของบุรุษร่างกายสูงโปร่ง เซียวซินเหยียนลังเลที่จะจับมือของเขาเอาไว้ ถ้าหากมีผู้ใดมาเห็นเข้าคงไม่พ้นเกิดเรื่องขึ้นและอาจพาลทำให้ชื่อเสียงเสื่อมเสีย“แทนที่เจ้าจะมัวลังเลที่จะจับมือข้า มิสู้ให้ข้าช่วยพยุงเจ้าลุกขึ้นยืนไม่ดีกว่าหรือ หากชักช้ามากกว่านี้เห็นทีบ่าวรับใช้ในจวนได้เห็นเข้าพอดี”ครั้นได้ยินคำพูดนี้ของเขา นางถือวิสาสะจับมือของเขาเอาไว้แน่นแล้วหยัดตัวขึ้น น่าแปลกใจไม่น้อยที่ฝ่ามือของเขาช่างหยาบกร้านไม่ได้นวลนุ่มเหมือนมือของคนมีชาติตระกูล“ขออภัยที่มือของข้าหยาบกร้าน แม่นางคงไม่ถือสา”“ทำไมถึงได้คิดแบบนั้นล่ะเจ้าคะ เป็นข้าที่ต้องขอบคุณท่านมากกว่า”“ว่าแต่แม่นางเถิด เหตุใดถึงได้ล้มจนเสื้อผ้าเปื้อนเศษดินเช่นนี้” เขาถามด้วยความแปลกใจ เพราะทางเดินนี้ราบเรียบไร้ซึ่งเนินดินที่จะทำให้ล้ม“เพราะข้ามัวแต่เหม่อลอยจึงได้สะดุดชายกระโปรงของตัวเองล้ม”“งั้นหรือ” พอพูดจบ เขาจึงหันหลังเดินออกไป เซียวซินเหยียนได้ร้องถามขึ้นเสียก่อน อย่างน้อยนางต้องถามชื่อแซ่ขอ
Read more

กำจัดให้พ้นทาง

สายลมเย็นพัดผ่านทำให้ซ่งอันหยางผ่อนคลายไม่น้อย เขาเดินเอามือไพล่หลังยืนหยุดตรงริมหน้าต่าง“เมื่อไม่กี่วันก่อนคุณชายไปงานเลี้ยงที่จวนสกุลเซียวมา บ่าวได้ยินว่าแม่นางทั้งสองมีใบหน้างดงาม คิดว่าคงมีสักคนที่ทำให้ท่านพึงใจ”“ที่ข้าตอบรับเทียบเชิญก็เพื่อแผนการของเรา เรื่องอื่นล้วนไม่ได้อยู่ในสมองข้า”“งั้นหรือขอรับ แต่เท่าที่บ่าวได้ยินมาเห็นว่าคุณชายได้ช่วยแม่นางน้อยผู้หนึ่งเอาไว้ หนำซ้ำแม่นางผู้นี้ยังเป็นหลานสาวของเซียวเต๋อเสียด้วย”“กู่เจ๋อ” เขาเรียกชื่อบ่าวคนสนิทเสียงเรียบ เพื่อให้คนตรงหน้าหยุดพูดเสีย“ถ้าอย่างนั้นเข้าเรื่องเลยดีหรือไม่”“ใต้เท้าเซียวมีบุตรสาวเพียงหนึ่งคน เท่าที่ข้าเฝ้าสังเกตสตรีผู้นี้ไม่เหมาะที่จะมาเป็นฮูหยินของข้า...ส่วนลูกสาวของเซียวฉีพอใช้ได้” ใบหน้าหล่อเหลาดุจรูปปั้นแอบยกยิ้มยามหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่พบนางเข้า“คุณชาย ท่านยิ้มทำไมหรือ”“ข้าน่ะหรือยิ้ม ตาของเจ้าพร่ามัวไปแล้วกระมัง ที่ข้าให้ความสนใจกับเซียวซินเหยียนเป็นเพราะนางดูหัวอ่อนควบคุมได้ง่าย”“นี่ท่านคิดจะหลอกใช้แม่นางซินเหยียนงั้นหรือ”“ทำไม หรือเจ้าเห็นใจนาง”“สมกับเป็นคุณชาย ท่านอ่านใจข้าออกจนหมดจรด เท่าที่ข้า
Read more

สามีรักใคร่

สามปีมานี้นับได้ว่าเซียวซินเหยียนมีความสุขในชีวิตแต่งงาน ผู้คนต่างอิจฉาที่นางได้แต่งเป็นฮูหยินของซ่งอันหยางที่บัดนี้เพิ่งได้สืบทอดตำแหน่งโหวต่อจากบิดาผู้ล่วงลับ ตอนนี้เขาถือว่าเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันด้วยเพราะเคยเป็นสหายร่วมศึกษาตั้งแต่วัยเยาว์“เดินระวังด้วย ประเดี๋ยวจะหกล้มเอาได้” ว่าขณะช่วยพยุงหญิงสาวลงจากรถม้า“เจ้าค่ะ”“อันที่จริงฮูหยินไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะหกล้ม เพราะมีท่านโหวคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง” อวี่ซูที่เดินตามหลังพูดขึ้น ทำให้ซินเหยียนหน้าแดง“พอถึงทางแยกตรงนั้นพวกเราต้องแยกกันเข้างานคนละฝั่ง เจ้าดูแลนายหญิงให้ดีด้วย” ท้ายประโยคหันไปสั่งสาวใช้“เจ้าค่ะ”คล้อยหลังสามี นางเอาแต่อมยิ้มน้อย ๆ ได้เป็น ฮูหยินของเขาช่างเป็นวาสนาของนางจริง ๆ“นั่นฮูหยินซ่งไม่ใช่หรือ”“ข้าไม่คิดว่านางจะมางานเลี้ยงในวันนี้ด้วย อย่างที่พวกเจ้ารู้สุขภาพของนางไม่ค่อยดี”“อาการป่วยของข้าหายดีแล้ว ขอบคุณฮูหยินที่เป็นห่วง”“ในเมืองหลวงนี้เห็นทีคงมีแค่เจ้าที่ชีวิตแต่งงานดูแช่มชื่น”“ทำไมถึงได้เอ่ยวาจาท้อแท้แบบนี้ล่ะเจ้าคะ”“สามีของนางเพิ่งแต่งอนุคนที่เก้าเข้าจวนน่ะสิ” ฮูหยินเสี่ยวตอบแทน
Read more

กังวลใจ

“ช่างเถิด เจ้าวางไว้ตรงนี้ก่อน ตอนนี้ยาถ้วยนี้ร้อนเกินไป”“ถ้าอย่างนั้นบ่าวจะไปเชิญท่านหมอมาพบฮูหยินนะเจ้าคะ” บอกหลังจากวางยาชามนั้นลงบนโต๊ะนางพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปที่ยาบำรุงครรภ์ เพียงครู่เดียวมือเรียวได้เทยาทิ้งจากทางหน้าต่าง ในเมื่อยาที่นางดื่มประจำใช้ไม่ได้ผลก็ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องฝืนกลืนยาแสนขมปร่านี่ลงคออีกผ่านไปเพียงสองชั่วยามเท่านั้นสาวใช้คนสนิทของนางได้พาท่านหมอสามคนมาที่เรือน“ข้าน้อยคารวะฮูหยิน”“เชิญท่านหมอตามสบายเถิด ที่ข้าให้สาวใช้เชิญพวกท่านเพราะมีเรื่องอยากถาม”“ฮูหยินพูดมาได้เลย”“ช่วยตรวจชีพจรให้ข้าที ข้าอยากรู้ว่าร่างกายของข้าเหมาะกับการตั้งครรภ์หรือไม่”สิ้นประโยคท่านหมอทั้งสามได้ทยอยเข้าจับชีพจรของนาง“เป็นเช่นไรบ้าง”“ร่างกายของท่านแข็งแรงดี และยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องตั้งท้อง”“เป็นดั่งที่ท่านหมอเถาว่า ร่างกายของท่านเหมาะกับการตั้งครรภ์ ไม่ได้มีปัญหาอันใด”“แล้วท่านหมอเฉาล่ะ คิดเห็นเช่นไร”“แม้ร่างกายของฮูหยินจะแข็งแรง แต่ถ้าหากวิตกกังวลจนร่างกายสะสมความเครียดไปเรื่อย ๆ คงเป็นเรื่องยากที่จะตั้งครรภ์”“ถ้าอย่างนั้นข้าควรทำยังไงหรือ”“ขอเพี
Read more

แขกผู้มาใหม่

หลังจากย้ายมาที่เรือนด้านข้างท่านโหวได้ทำตามสัญญาด้วยการมาค้างที่เรือนของนางอยู่ครั้ง จนกระทั่งแม่นางชวี่อิงเดินทางมาถึงเมืองหลวง ในฐานะฮูหยินสกุลซ่งซินเหยียนจำต้องมายืนรอต้อนรับแขกอยู่หน้าจวน ทว่ารอแล้วรอเล่าก็ยังไม่มีทีท่าว่ารถม้าจะมาถึงเสียทีฟ่านชวี่อิงที่ส่งคนมาดูลาดเลาล่วงหน้า เมื่อรู้ว่ามีเพียงฮูหยินของท่านโหวมารอรับตนจึงสั่งให้คนขับรถม้าแวะซื้อของอยู่หลายร้าน จากเดิมต้องถึงจวนสกุลซ่งตั้งแต่ยามซื่อแต่ตอนนี้เวลาได้ล่วงเลยราวครึ่งชั่วยามหญิงสาวยังไม่มีท่าทีว่าจะไปถึงเป้าหมายเพียงเพราะต้องการกลั่นแกล้งเซียวซินเหยียนให้ยืนรอ“คุณหนู พวกเรารีบเดินทางไปที่จวนตระกูลซ่งเถิด นี่ก็สายมากแล้วนะเจ้าคะ”“จะรีบไปไย ไม่ว่าข้าจะไปถึงช้าหรือเร็วพี่อันหยางก็ไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว”“แต่ฮูหยินยืนรอท่านอยู่ที่หน้าจวนไม่ใช่หรือเจ้าคะ หากให้นางรอนานเกรงว่าเรื่องนี้อาจถึงหูท่านโหว พอถึงตอนนั้นคนที่ต้องลำบากคงเป็นพวกเราเอง”“เอาเถิด ข้าจะเห็นแก่หน้าท่านโหวสักครั้ง กลับจวน” ชวี่อิงหันไปบอกคนขับรถม้ากว่านางจะเดินทางมาถึงจวนสกุลซ่งก็ไปไปยามอู่ ทันทีที่โผล่หน้าออกมาทางหน้าต่างเพื่อดูว่าสตรีผู้นั้นยังยืนรออยู่
Read more

ความสัมพันธ์เริ่มจืดจาง

หลายวันมานี้ท่านโหวไม่ค่อยมาหานางที่เรือนนัก ครั้นจะให้ไปหาเขาถึงที่เรือนใหญ่ก็เกรงว่าจะดูไม่ค่อยเหมาะสม ในฐานะนายหญิงสกุลซ่งนางไม่สามารถทำอันใดได้ นอกเสียจากรอให้เขามาหาเท่านั้น ซินเหยียนจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลเรื่อง ต่าง ๆ ภายในจวน นางเรียกดูสมุดบัญชีก็พบว่ามีผ้าหลายพับถูกส่งไปให้ชวี่อิง หากเป็นผ้าทั่วไปก็ช่างเถิด แต่ผ้าที่ถูกส่งไปที่เรือนเจินเสวี่ยเป็นผ้าไหมที่ได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้ทำให้นางรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมที่จะยกของที่ได้รับพระราชทานให้คนอื่นที่ไม่ใช่คนในตระกูลซ่ง ตนจึงให้สาวใช้ไปเรียกพ่อบ้านถานมาพบ “อวี่ซู เจ้าไปเรียกพ่อบ้านถานมา ข้ามีเรื่องอยากถามเขา”“เจ้าค่ะ ฮูหยิน”เวลาผ่านไปเพียงครู่เดียวบุรุษวัยชราได้เดินเข้ามาด้านในด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย“ฮูหยิน ให้สาวใช้ไปเรียกข้ามามีเรื่องใดหรือขอรับ”“ผ้าไหมที่ได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้ เหตุใดถึงได้ไปอยู่กับแม่นางชวี่อิงได้”“เป็นคำสั่งของท่านโหวขอรับ”“เรื่องสำคัญแบบนี้ทำไมเจ้าถึงไม่มารายงานข้า” ซินเหยียนเอ่ยด้วยด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนัก แม้จะเป็นคำสั่งของสามีนาง แต่นางเป็นนายหญิงของจว
Read more

นางไม่อยู่

ซินเหยียนที่มาได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้าโดย บังเอิญ ประโยคที่เขากล่าวชมเชยฝีมือปักเย็บของฟ่านชวี่อิงทำให้หัวใจของนางเจ็บปวดจนแทบยืนไม่อยู่ เพราะถุงหอมที่เขาแขวนอยู่กับตัวในตอนนี้เป็นสิ่งที่นางให้ไว้เป็นของแทนใจ ก่อนที่เขากับนางจะแต่งงานกันเสียอีก มันทำให้รู้สึกว่าพอเวลาเปลี่ยนผันสิ่งใดที่เคยหวานชื่น บัดนี้กับหลงเหลือเพียงความจืดจางที่เริ่มคืบคลานเข้ามา มีเพียงตัวนางที่รู้ว่าตอนนี้ความรู้สึกของเขาไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วก่อนที่หญิงสาวจะได้หันหลังเดินกลับไปตามทางเดิม สายตาของซ่งอันยางได้เห็นเข้าเสียก่อน เขาจึงได้เรียกนางไว้“ฮูหยิน เจ้ามาหาชวี่อิงหรือ”นางส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า“ข้าเพียงเดินผ่านมาก็เท่านั้น เชิญพวกท่านพูดคุยกันตามสบายเถิด”“พี่อันหยาง พวกเราอย่าไปรบกวนฮูหยินเลยเจ้าค่ะข้าได้ยินว่าช่วงนี้นางยุ่งอยู่กับการดูแลเรื่องทุกอย่างในจวน” ฟ่านชวี่อิงได้ทีพูดขัดขึ้น เพราะนางไม่ต้องการให้สตรีผู้นี้มาเป็นก้างขวางคอระหว่างตนกับท่านโหว“ถ้าอย่างนั้นเจ้ากลับไปเถอะ”“เจ้าค่ะ”ร่างสูงมองตามแผ่นหลังบอบบางจนลับสายตา ไม่ได้พบหน้ากันแค่ครึ่งเดือน เหตุไฉนใบหน้าของนางถึงได้ซูบ
Read more
PREV
1
...
5678910
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status