Alle Kapitel von ข้าคือสนมตัวร้ายกุมหัวใจจักรพรรดิ: Kapitel 31 – Kapitel 40

72 Kapitel

บทที่ 12 งานเลี้ยงเดือด 2/3

จ้าวลี่อินกำหมัดแน่นใต้แขนเสื้อ พยายามข่มอารมณ์อยากจะกระโดดถีบหน้าคนตรงหน้า “รัชทายาทเหยียน... กรุณาสำรวมกิริยาด้วย ข้าคือจ้าวผิน สนมของฝ่าบาท ไม่ใช่สหายเล่นของท่าน” แม้อยากด่าไอ้ลูกเต่า แต่นางต้องข่มอารมณ์และปากเสีย ๆ ของนางเอาไว้ อย่างรัชทายาทแคว้นเหยียนแต่งกับเสี่ยวจูของข้านับว่าใฝ่สูงไปด้วยซ้ำ อย่างเจ้านั่นรึคู่ควรที่นางจะแต่งด้วย“อ้าว...รัชทายาทเหยียนไม่มีสหายเล่นก็บอกข้าได้...ช่วงนี้หาสหายใหม่ ๆ เล่นอยู่พอดี...ตอนนี้ขอทานทั้งเมืองหลวงเรียกข้าพี่ใหญ่...ท่านเรียกข้าพี่ใหญ่อีกคนก็ไม่ถือสา”สุ่ยเฉินนั่งกินขาหมูปากมันแผล็บตั้งแต่มาถึงเอ่ยขึ้นอย่างมีน้ำใจ เมื่อพี่สะใภ้ไม่อยากเล่นกับรัชทายาท สุ่ยเฉินเป็นคนดีมาตั้งแต่เกิดจะปล่อยให้รัชทายาทหงอยเหงาได้อย่างไร“....” เหยียนอวิ๋นซีมองไปทางเด็กอายุไม่เกินเจ็ดขวบแล้วปรายตามอง...แต่ที่นั่งชุดที่ใส่ทั้งลำดับขั้นการนั่ง คงเป็นองค์ชายไม่ก็ลูกชายคนสำคัญแต่เด็กนี่ไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขา“โธ่... อาอิน อย่าเย็นชานักเลย” เหยียนอวิ๋นซีหัวเราะร่า “ลืมวันคืนเก่าๆ ที่เราเคยดื่มเหล้าชมจันทร์ที่ชายแดนแล้วหรือ? ลืมสัญญา ที่เราเคยให้กันไว้แล้วหรือไร?”
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-05-03
Mehr lesen

บทที่ 12 งานเลี้ยงเดือด 3/3

“เหยียนอวิ๋นซี! เจ้าเห็นข้าเป็นสิ่งของรึ! ข้าเป็นคน! ข้ามีชีวิตจิตใจ! เจ้าไม่มีสิทธิ์เอาข้าไปเดิมพัน! หรือเจ้ารนหาที่ตาย...เสี่ยวจูไปหยิบดาบมาให้ข้า วันนี้หากมันไม่ได้ดื่มเลือดรัชทายาทชั่วอย่าเรียกข้าว่าจ้าวผิน!”แน่นอนว่าโทสะพระสนมที่แสดงออกมาทำให้เหล่าขุนนางขนหัวลุก พวกเขาได้เห็นจ้าวผินแสดงฝีมือในตอนที่มีนักฆ่ามาลอบทำร้ายในงานเลี้ยงชมบุปผาไปแล้วแต่ดูเหมือนเหยียนอวิ๋นซีจะชื่นชอบที่นางโกรธ“ข้าให้เกียรติเจ้าต่างหาก” เหยียนอวิ๋นซีตอบหน้าตาย “ข้าอยากพิสูจน์ว่าบุรุษที่เจ้าเลือก... มีดีพอที่จะปกป้องเจ้าหรือไม่ หรือเป็นแค่ฮ่องเต้ที่เก่งแต่สั่งการบนบัลลังก์”เขาหันไปทางสุ่ยเทียนจุน ยักคิ้วยียวน “ว่าไงฝ่าบาท? ...กล้ารับคำท้าหรือไม่? หรือกลัวว่าจะแพ้แล้วเสียสนมรักไป?”สุ่ยเทียนจุนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ในใจเขารู้ดีว่าไม่ควรรับคำท้าบ้าบอนี้ เพราะนางไม่ใช่สิ่งของ แต่ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย และความต้องการที่จะสั่งสอนไอ้เด็กจองหองนี่ให้หลาบจำ มันพลุ่งพล่านจนเกินต้านทาน“ดี...” สุ่ยเทียนจุนก้าวลงจากบัลลังก์ “นางไม่ใช่สิ่งของให้ใครมาเดิมพัน... และเจิ้นจะไม่มีวันยอมให้ใครพรากนางไป”เขาเดินไปหยุ
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-05-03
Mehr lesen

บทที่ 13 รางวัลคนเก่ง 1/3

ณ ตำหนักเหมันต์ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูห้องบรรทม สุ่ยเทียนจุนก็ไม่รอช้า เขาใช้วงแขนแกร่งตวัดร่างระหงของจ้าวลี่อินขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว แล้วเดินดุ่มๆ ตรงไปยังตั่งเตียงกว้างโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง จ้าวลี่อินที่ยังตกตะลึงกับความบ้าระห่ำของเขาในสนามประลอง ได้แต่กอดคอเขาแน่น ได้ยินเสียงหัวใจของมังกรหนุ่มเต้นรัวแรงราวกับกลองศึกภายใต้อกกว้าง“ตุ้บ!” ร่างของนางถูกวางลงบนฟูกนุ่มอย่างไม่เบานัก แต่มิได้เจ็บปวด ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเร่งร้อนที่แฝงความหวงแหน สุ่ยเทียนจุนตามลงมาทาบทับทันที กักขังนางไว้ใต้ร่างหนา ตรึงข้อมือทั้งสองข้างของนางไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว นัยน์ตาดอกท้อที่มองทุกอย่างเรียบเฉย บัดนี้ลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาและ... ความหึงหวงที่ยังไม่มอดดับ“ฝ่าบาท... ใจเย็นก่อนเพคะ...” จ้าวลี่อินพยายามเอ่ยเสียงประนีประนอม แม้ใบหน้าจะแดงซ่านเมื่อสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากกายเขา “งานเลี้ยงเพิ่งเลิก... พระองค์ไม่อยากเสวยน้ำชาดับกระหายหน่อยหรือ?”“น้ำชาไม่ช่วยอะไร...” สุ่ยเทียนจุนก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากนาง ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดผิวแก้ม “สิ่งที่เจิ้นกระหาย... คือคำอธิบายจากปากเจ้าต่างห
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-05-03
Mehr lesen

บทที่ 13 รางวัลคนเก่ง 2/3

‘สมเป็นจักรพรรดิจอมเจ้าเล่ห์’“ไม่ใช่...” สุ่ยเทียนจุนเงยหน้าขึ้นสบตานาง นัยน์ตาฉ่ำเยิ้มไปด้วยราคะที่เปิดเผย “รางวัลของเจิ้นคือ... เจ้า”เสื้อคลุมตัวนอกถูกกระชากออกแล้วโยนทิ้งไปที่ไหนสักแห่งในตำหนัก เหลือเพียงเอี๊ยมตัวน้อยสีแดงสดที่ตัดกับผิวขาวดุจหิมะ ยอดอกอวบอิ่มชูชันดันเนื้อผ้าออกมาท้าทายสายตา สุ่ยเทียนจุนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพตรงหน้าช่างยั่วยวนชวนสิ้นสติ“จ้าวผิน... คืนนี้เจิ้นจะไม่ยั้งมือแล้วนะ” นอกจากนางไม่ห้ามแล้วยังยิ้มยั่วเขาพร้อมกับยกมือคล้องคออีกต่างหาก “ก็ใครใช้ให้ยั้งเล่าเพคะ...” จ้าวลี่อินตอบกลับอย่างท้าทาย สมเป็นลูกสาวแม่ทัพ นางยกแขนขึ้นโอบรอบคอแกร่ง แล้วดึงเขาลงมาหา “บุกเข้ามาเลยเพคะฝ่าบาท...ยิงกำแพงหม่อมฉันด้วยปืนใหญ่ของพระองค์แล้วยึดครองเมืองของหม่อมฉันให้ราบคาบดูสิเพคะ” กล่าวจบนางส่งสายตายั่วยวนไปยังอีกคนบนร่าง ทั้งยกเรียวขาเนียนสวยโอบสะโพกแกร่ง จากนั้นกดลงให้แนบกับร่างกายของนางคำท้านั้นเปรียบเสมือนการราดน้ำมันลงบนกองเพลิง! สุ่ยเทียนจุนคำรามในลำคอ ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากอิ่มอย่างดูดดื่มและรุนแรง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปพัวพันกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม ร
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-05-03
Mehr lesen

บทที่ 13 รางวัลคนเก่ง 3/3

จ้าวลี่อินหวีดร้องเมื่อเขาพาแตะขอบสวรรค์ครั้งแล้วครั้งเล่า เล็บจิกเกร็งไปบนบ่าไหล่หนาจนได้เลือดซิบ ๆ แต่นั่นกลับยิ่งกระตุ้นให้สุ่ยเทียนจุนโหมแรงกายใส่ไม่ยั้ง “เรียกชื่อเจิ้น... อาอิน... เรียกชื่อสามีของเจ้า...”“เทียนจุน... อ๊า... ท่านพี่...!”สิ้นเสียงเรียกขานหวานหู สุ่ยเทียนจุนก็คำรามก้อง ปลดปล่อยสายธารแห่งชีวิตเข้าสู่กายสาวทุกหยาดหยด หลอมรวมหยินหยางเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งกายและใจ...บทเพลงรักดำเนินไปครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดทั้งคืน ราวกับมังกรหนุ่มต้องการชดเชยช่วงเวลาที่ต้องอดทนอดกลั้นมานาน และต้องการประกาศให้รู้ว่า...นางคือสตรีที่เขาหวงแหนรุ่งอรุณวันใหม่แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาในห้องบรรทม จ้าวลี่อินรู้สึกตัวตื่นขึ้นด้วยความเมื่อยขบไปทั้งตัว ราวกับเพิ่งผ่านการฝึกทหารมาอย่างหนักหน่วง นางพยายามจะขยับตัว แต่ก็พบว่าตนเองถูกพันธนาการไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งและท่อนขาหนักๆ ของคนที่นอนหลับอุตุอยู่ข้างๆสุ่ยเทียนจุนนอนกอดนางแน่น หน้าซุกอยู่กับซอกคอ ใบหน้ายามหลับดูไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อย... ถ้าไม่นับรอยเล็บข่วนบนหลังและรอยแดงจางๆ บนแผงอกล่ะก็นะ จ้าวลี่อินหน้าแดงก่ำเมื่อนึกถึงวีรกรรมเมื่อคืน...‘บ
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-05-03
Mehr lesen

บทที่ 14 เป็นจ้าวลี่อินไม่เคยสบาย 1/3

ณ วัดก่านเยว่ บรรยากาศยามเช้าภายในวัดก่านเยว่อันเงียบสงบ ปกติจะมีเพียงเสียงเคาะปลาไม้และเสียงสวดมนต์แว่วมาตามสายลม ทว่าเช้านี้กลับคึกคักและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเด็กน้อยที่ดังก้องไปทั่วศาลาพักผ่อน“ฟุ่บ! เคร้ง! แล้วลูกธนูของเสด็จพี่ก็... ปัง! ผ่าลูกธนูของเจ้าคนหน้าไม่อายแคว้นเหยียนจนแตกเป็นสองซีกเลยพ่ะย่ะค่ะ!”องค์ชายเจ็ด สุ่ยเฉิน ในชุดลำลองสีเหลืองอ่อน กำลังยืนทำท่าทำทางประกอบการเล่าเรื่องอย่างออกรสชาติ มือเล็กๆ ข้างหนึ่งถือขนมถั่วตัด อีกข้างทำท่าง้างคันธนูทิพย์ ใบหน้าจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นจนแก้มยุ้ยๆ แดงปลั่งเบื้องหน้าของเขาคือสตรีสูงศักดิ์สองนางที่นั่งจิบชาฟังอย่างเพลิดเพลิน ผู้หนึ่งคือไทเฮา สตรีผู้กุมอำนาจสูงสุดของฝ่ายในที่รักความสงบจนหนีมาอยู่วัดในช่วงที่ในวังหลังกำลังแก่งแย่งชิงดีกัน อีกผู้หนึ่งคือ อดีตพระสนมเต๋อเฟย มารดาแท้ๆ ขององค์ชายเจ็ด ที่บัดนี้ครองตนเป็นแม่ชี ผู้ละทางโลก“โอ้โห... ร้ายกาจปานนั้นเชียวรึ?” ไทเฮาวางถ้วยชาลง นัยน์ตาเป็นประกายวาววับด้วยความเสียดาย “รู้งี้ข้าน่าจะยอมปวดหลังนั่งรถม้ากลับวังไปดูงิ้วโรงนี้ด้วยตาตัวเอง... เจ้าลูกชายตัวดีของข้า ปกติ
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-05-03
Mehr lesen

บทที่ 14 เป็นจ้าวลี่อินไม่เคยสบาย 2/3

องค์ชายเจ็ดได้แต่เกาหัวแกรก ๆ ไม่เข้าใจว่าดอกบัวขาวคืออะไร มีแต่อดีตเต๋อเฟยที่ผ่านทุกข์สุขมาร่วมกับฮองเฮาเท่านั้นที่กระจ่างแจ้งแก่ใจดี ทั้งยังถอนหายใจภาวนาให้เมืองหลวงของแคว้นต้าเหนิงเปลี่ยนไปอย่างที่ฝ่าบาทต้องการ ในขณะที่วัดก่านเยว่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ บรรยากาศในท้องพระโรงกลับตึงเครียดร้อนรนจนแทบจะจุดไฟติด เสนาบดีหลิวที่เก็บตัวเงียบด้วยความอับอายมาหลายวัน วันนี้กลับยืนยืดอกอยู่หน้าบัลลังก์มังกรด้วยสีหน้ามั่นใจ ราวกับถือไพ่เหนือกว่า“ถวายบังคมฝ่าบาท...” เสนาบดีหลิวเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาเป็นประกายวาวโรจน์ “กระหม่อมมีเรื่องด่วนที่เกี่ยวพันถึงความมั่นคงของราชวงศ์ต้องกราบทูล... เรื่องนี้มิใช่เพียงข่าวลือ แต่มีหลักฐานแน่นหนาพ่ะย่ะค่ะ”คำว่าหลักฐานแน่นหนาเท่ากับหลักฐานเท็จเสมอ สุ่ยเทียนจุนรู้อยู่แล้วหันไปมองน้องชายอย่างฟู่อ๋องด้วยสายตาเบื่อหน่ายพลางพยักหน้า เพราะไอจากตัวขุนนางชั่วลอยออกมาจนเขาเวียนหัว“ว่ามา...” สุ่ยเทียนจุนตรัสเสียงเย็น นั่งพิงพนักบัลลังก์ด้วยท่าทีราวกับแบกหินหนัก ๆ เอาไว้ด้วยมือ แต่ภายในใจเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี ทั้งคิดว่าขุนนางเหล่านี้มาไม้ไหนอีกเสนาบดีหลิวชูม้วนกระดาษส
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-05-03
Mehr lesen

บทที่ 14 เป็นจ้าวลี่อินไม่เคยสบาย 3/3

ข้ากำลังมีโทสะ...คนพวกนี้ก็ขยันยั่วยุเพียงครู่เดียว ร่างบอบบางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ราวกับไว้ทุกข์ก็เดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า หญิงสาวผู้นี้มีใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวซีดจนเกือบโปร่งใส ดวงตาโศกซึ้งเหมือนคนเพิ่งร้องไห้มาหมาดๆ รูปร่างผอมบางน่าทะนุถนอมราวกับกิ่งหลิวที่พร้อมจะหักโค่นหากโดนลมแรง นางดูแตกต่างจากจ้าวลี่อินที่ดูแข็งแกร่งและสดใสราวกับดวงตะวันอย่างสิ้นเชิง... นี่ตรงตำรานางดอกบัวขาวเลยทีเดียว“หม่อมฉัน หลิวเหมยซวง... ถวายพระพรจ้าวเฟย เพคะ” เสียงของนางหวานใสแต่แผ่วเบา ราวกับคนป่วยกระเสาะกระแสะชวนให้น่าทะนุถนอมเสียจริง นางย่อกายลงคารวะอย่างงดงามและแช่มช้อยจนน่าหมั่นไส้ แล้วแสร้งเซถลันล้มลงโดยไม่มีใครผลัก นี่นางแสดงให้ใครดูกัน “อุ้ย! ขอประทานอภัยเพคะร่างกายหม่อมฉันไม่ค่อยแข็งแรง”จ้าวลี่อินมองการแสดงตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า “ลุกขึ้นเถิด... เจ้ามีธุระอันใด?”หลิวเหมยซวงลุกขึ้น ยิ้มบางๆ ที่ดูน่าสงสาร “หม่อมฉันเพิ่งทราบข่าวเรื่องท่านแม่ทัพจ้าว... รู้สึกเห็นใจพระสนมยิ่งนักเพคะ” นางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับหางตา “ข้อหากบฏนั้นร้ายแรงนัก... แต่พระสนมไม่ต้องกังวลนะเพคะ ท่านลุงของหม่อมฉัน เป็นคน
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-05-03
Mehr lesen

บทที่ 15 จอมโจรแหกกำแพงวัง 1/2

ยามจื่อ (23.00 – 00.59 น.) ณ หลังตำหนักคุนหนิงความมืดมิดของรัตติกาลเข้าปกคลุมวังหลวง มีเพียงแสงจันทร์ริบหรี่ที่ส่องผ่านเมฆหนาลงมากระทบเงาตะคุ่มๆ ที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างลับๆ บริเวณกำแพงหลังตำหนัก จ้าวลี่อินในชุดรัดกุมสีดำสนิทราวกับโจรย่องเบา ผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้ใต้ผ้าคลุมศีรษะ เหลือเพียงดวงตาคู่สวยที่วาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่น นางยืนกอดอกพิงต้นไม้ใหญ่ รอคอยการมาถึงของใครบางคน“ฟุ่บ!” เสียงฝีเท้าแผ่วเบาลงสู่พื้นดินข้างกายนาง ไป๋หลางในชุดดำ ที่ดูเหมือนชุดบุรุษทั่วไปแต่ตัดเย็บให้เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว และเป็นชุดยามที่เขาใส่ไปจัดการขโมยหลักฐานต่าง ๆ ที่ซ่อนเอาไว้ บุรุษหนุ่มปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มยียวน “พระสนม... ชุดนี้เหมาะกับท่านดีนะพ่ะย่ะค่ะนึกว่านางโจรสาวที่ไหนหลงเข้ามา”“เลิกเล่นลิ้นได้แล้วไป๋หลาง” จ้าวลี่อินเอ่ยเสียงเข้ม เพราะนางและเขาเคยสนทนากัน และรู้ว่าคนผู้นี้ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน เว้นแต่มีคดีเด็ด ๆ ที่ไขยาก ย่อมดึงคนผู้นี้มาได้ นางจึงให้เสี่ยวจูเอาบันทึกคดีพิสดารที่ชายแดนที่ตัวเองก็สงสัยส่งให้เขาสามม้วน หลังจากนั้นไป๋หลางผู้นี้ก็ยืนข้างนางทันทีโดยไม่ต้องออกเงิน แน่นอนว่านิสัยประห
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-05-03
Mehr lesen

บทที่ 15 จอมโจรแหกกำแพงวัง 2/2

“รีบหาเร็วเข้า... หีบหลักฐานของตระกูลจ้าว” จ้าวลี่อินสั่งการ สุ่ยเฉินวิ่งไปมุดดูตามใต้ชั้น ส่วนไป๋หลางไล่ดูตามป้ายชื่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง...“เจอแล้ว!” ไป๋หลางยกหีบไม้สีดำใบหนึ่งออกมาจากชั้นวางลึกสุด “นี่คือหีบที่เสนาบดีหลิวนำมาถวายเมื่อเช้า”จ้าวลี่อินรีบตรงเข้าไปเปิดหีบ มือของนางสั่นเล็กน้อยด้วยความโกรธ ภายในหีบมีเพียงจดหมายฉบับเดียว... จดหมายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหลักฐานการขายชาติของบิดานางนางหยิบจดหมายขึ้นมาคลี่ออก แสงจันทร์ส่องกระทบกระดาษเนื้อดี ลายมือในจดหมายเลียนแบบลายมือของท่านพ่อได้เหมือนมาก... เหมือนจนน่าขนลุก แต่สิ่งที่นางสนใจไม่ใช่ลายมือ... แต่คือ ‘ตราประทับสีแดง’ รูปพยัคฆ์คำรามที่ประทับอยู่ท้ายกระดาษ“เป็นไงบ้างพ่ะย่ะค่ะ?” ไป๋หลางถามอย่างลุ้นระทึก อันที่จริงกระดาษใบนี้เขาเห็นแล้ว แต่ตราพยัคฆ์เขายังไม่ได้ตรวจสอบ แม้อยากอาสาสืบเองแต่ทว่าฝ่าบาทยั้งเอาไว้“เหมือนของจริงไหม?”จ้าวลี่อินเพ่งมองตราประทับนั้นเขม็ง “เหมือน... เหมือนมาก” นางพึมพำ “คนทำปลอมฝีมือฉกาจนัก แกะสลักตราได้เหมือนต้นฉบับทุกกระเบียดนิ้ว ราวกับพิมพ์ออกมาจากโรงสลักที่เดียวกัน”“งั้นท่านแม่ทัพก็...” ไป๋หลางตั้ง
last updateZuletzt aktualisiert : 2026-05-03
Mehr lesen
ZURÜCK
1234568
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status