ข้าคือสนมตัวร้ายกุมหัวใจจักรพรรดิ

ข้าคือสนมตัวร้ายกุมหัวใจจักรพรรดิ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-03
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
72บท
440views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ชาติก่อนเป็นสตรีไร้เดียงสาอยู่ชายแดน ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมขุนนางในเมืองหลวง ตระกูลจ้าวยึดมั่นความภักดีจนโดนป้ายสียกตระกูล ชาตินี้นางจะรอความตายรึ! ฝันไปเถอะ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทนำ

สตรีผู้มากับไฟ...

เบื้องหน้าข้าคือกำแพงเมืองหลวงสูงตระหง่านเสียดฟ้า สีแดงชาดของประตูวังหลวงช่างดูสดใสราวกับเลือด... เลือดของคนโง่เขลาที่คิดว่าความดีจะชนะทุกสิ่ง

ข้า... ‘จ้าวลี่อิน’ นั่งอยู่บนเกี้ยวแปดคนหาม ในชุดสีชมพูอ่อนหวานราวกับกลีบบัวแรกแย้มเปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์ ชาวบ้านสองข้างทางต่างพากันมองมาด้วยแววตาชื่นชมระคนเวทนา เสียงซุบซิบดังแว่วเข้าหูมาตลอดทาง

“น่าสงสารคุณหนูจ้าว... สกุลจ้าวมีอำนาจทหารมามากเกินไป ฮ่องเต้จึงจำใจรับนางเข้าวังเพื่อเป็นตัวประกันชัดๆ” 

“ได้ยินว่าฝ่าบาทโหดเหี้ยมเย็นชา สนมที่เข้าไปไม่เคยมีใครได้ถวายงาน บางคนตรอมใจตาย บางคนก็...ถูกปลด”

จ้าวลี่อินแสร้งยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับที่หางตา ทำท่าทีโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์บ้านเกิดเมืองนอน ให้สมกับบทบาท บุตรสาวแม่ทัพผู้เสียสละเพื่อตระกูล

‘เสียใจ? ตรอมใจ? เหอะ... ฝันไปเถอะ!’

ภายใต้ผ้าเช็ดหน้าผืนบาง ริมฝีปากที่แต้มชาดสีสดของนางกำลังแสยะยิ้มต่างหาก ชาติก่อนนางอาจจะเป็นคนซื่อตรงจนตัวตาย ยึดถือความภักดีจนตระกูลล่มสลาย แต่การที่สวรรค์ถีบหัวส่งให้ข้ากลับมาเกิดใหม่ในร่างเดิม ช่วงเวลาก่อนที่หายนะจะเกิด... มันคือโอกาสทอง

คนดีมักอายุสั้น แต่คนชั่วสิมักจะอายุยืนหมื่นปี!

จ้าวลี่อินเงยหน้ามองยอดตำหนักทองคำที่โผล่พ้นกำแพงวัง สายตาของนางไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางไม่ได้มาเพื่อเป็นตัวประกัน และไม่ได้มาเพื่อเป็นเมียเก็บ ที่นอนรอความเมตตา

“รอข้าก่อนเถิดเพคะฝ่าบาท...” ข้ากระซิบเสียงเบากับสายลม “สนมตัวร้ายผู้นี้จะเข้าไปปั่นป่วนวังหลังของพระองค์ ให้ร้อนรุ่มจนพระองค์ต้องร้องขอชีวิต... หรือไม่ก็ร้องขอความรักจากข้าจนขาดใจ!”

นางลดผ้าเช็ดหน้าลง แววตาที่เคยดูโศกเศร้าเปลี่ยนเป็นประกายกร้าว วังหลวงจ๋า... แม่มาแล้ว!

.....

มังกรผู้ไร้หัวใจ...

“ปั่ก!”

เสียงโยนป้ายหยกสีขาวลงบนถาดทองคำดังสนั่นห้องทรงอักษร โอรสสวรรค์ถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่ร้อยของวัน มองดูชื่อ ‘จ้าวผิน’ ที่สลักอยู่บนป้ายอันเดียวโดดๆ อย่างนึกรำคาญใจ

“เลือกงั้นรึ? ...นี่มันเรียกว่ามัดมือชกชัดๆ” 

จักรพรรดิหนุ่มบ่นพึมพำ พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้มังกรอย่างเกียจคร้าน พลางนึกถึงชะตาชีวิตอันน่าเบื่อบนบัลลังก์มังกรที่แข็งเหมือนเขียงหมู

ใครๆ ก็บอกว่าข้า ‘สุ่ยเทียนจุน’ เป็นฮ่องเต้ผู้มีบุญญาธิการ ประสูติในฤกษ์ดาวมังกรทอง แต่จะมีใครรู้บ้างว่าไอ้ดวงบ้านี่มันทำให้ข้าต้องเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น

คนอื่นเห็นหญิงงาม... แต่ข้าเห็น ‘เงาดำ’ แห่งความตายพาดผ่านคอพวกนาง คนอื่นเห็นขุนนางภักดี... แต่ข้าเห็น ‘ประกายควันสีม่วงคล้ำ’ แห่งความโลภพวยพุ่งออกมาจากปาก

น่าสะอิดสะเอียนจนข้าไม่อยากจะหายใจร่วมโลก!

ถอนหายใจบ่อยๆ ระวังอายุสั้นนะพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” เสียงเนือยๆ ดังมาจากด้านบน สุ่ยเทียนจุนไม่ต้องเงยหน้าก็รู้ว่าใคร... 

‘ไป๋หลาง’เจ้ารองเสนาบดีกรมอาญาจอมอู้งาน ที่กำลังห้อยหัวลงมาจากคานเหมือนค้างคาวผี เจ้าคนผู้นี้ทำให้เขาต้องถอดชุดคลุมมังกรไปตามเจ้านี่มารับตำแหน่งในกรมอาญาถึงสามครั้ง!

กว่าจะยอมรับตำแหน่งขุนนาง เขาต้องขู่เผาคดีพิสดารที่ร้อยปียังไขไม่ได้ เพราะเจ้านี่กระหายการไขปริศนา

“หุบปากไป๋หลาง... เจิ้นกำลังใช้ความคิด” เขาตวัดสายตากลับไปมองป้ายชื่อนั้นอีกครั้ง แล้วก็ถอนหายใจอีกรอบ

เหตุผลเดียวที่เขายอมรับ ‘จ้าวลี่อิน’ เข้ามา ทั้งที่เป็นลูกสาวแม่ทัพใหญ่ที่ขุนนางฝ่ายบุ๋นหวาดระแวง ไม่ใช่เพราะคนอย่างเขากลัวอำนาจบิดาของนาง...

แต่เป็นเพราะในวันคัดเลือกตัวสนมเข้าวังที่ปีนี้เป็นปีที่สิบแล้ว และนางเป็นสตรีเพียงคนเดียวในรอบสิบปี ที่สุ่ยเทียนจุนมองไม่เห็นเงาความตาย ไม่เห็นไอความโลภ สิ่งที่เขาเห็นรอบตัวนาง มีเพียง ‘เปลวเพลิงสีแดงฉาน’

มันร้อนแรง วูบไหว และว่างเปล่า... ราวกับคนที่เคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งแล้วสว่างวาบขึ้นราวกับตื่นจากความตายหรือความขลาดเขลาเบาปัญญา

“คืนนี้พระองค์จะพลิกป้ายนางไหมพ่ะย่ะค่ะ?” ไป๋หลางถามพลางโยนถั่วเข้าปาก “ได้ยินว่านางพกมีดสั้นมาด้วยนะ เป็นสนมที่ดุจริงๆ สมเป็นบุตรสาวแม่ทัพจ้าว”

พอได้ยินเช่นนั้นสุ่ยเทียนจุนยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาดอกท้อฉายแวววาวโรจน์ สตรีที่กล้าพกมีดเข้าถวายตัวกับฮ่องเต้... น่าสนุกดี

“พลิกสิ...” ข้าใช้นิ้วชี้เคาะที่ป้ายหยกเบาๆ 

“เจิ้นอยากจะรู้เหมือนกันว่า ระหว่างไฟร้อนในกายของนาง กับความเย็นชาของเจิ้น... คืนนี้ใครมันจะแตกคามือใครก่อนกัน!”

“ฝ่าบาทพลิกป้ายจ้าวผิน...เตรียมขบวนเกี้ยววววว!”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
72
บทนำ
สตรีผู้มากับไฟ...เบื้องหน้าข้าคือกำแพงเมืองหลวงสูงตระหง่านเสียดฟ้า สีแดงชาดของประตูวังหลวงช่างดูสดใสราวกับเลือด... เลือดของคนโง่เขลาที่คิดว่าความดีจะชนะทุกสิ่งข้า... ‘จ้าวลี่อิน’ นั่งอยู่บนเกี้ยวแปดคนหาม ในชุดสีชมพูอ่อนหวานราวกับกลีบบัวแรกแย้มเปี่ยมด้วยความบริสุทธิ์ ชาวบ้านสองข้างทางต่างพากันมองมาด้วยแววตาชื่นชมระคนเวทนา เสียงซุบซิบดังแว่วเข้าหูมาตลอดทาง“น่าสงสารคุณหนูจ้าว... สกุลจ้าวมีอำนาจทหารมามากเกินไป ฮ่องเต้จึงจำใจรับนางเข้าวังเพื่อเป็นตัวประกันชัดๆ” “ได้ยินว่าฝ่าบาทโหดเหี้ยมเย็นชา สนมที่เข้าไปไม่เคยมีใครได้ถวายงาน บางคนตรอมใจตาย บางคนก็...ถูกปลด”จ้าวลี่อินแสร้งยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับที่หางตา ทำท่าทีโศกเศร้าอาลัยอาวรณ์บ้านเกิดเมืองนอน ให้สมกับบทบาท บุตรสาวแม่ทัพผู้เสียสละเพื่อตระกูล‘เสียใจ? ตรอมใจ? เหอะ... ฝันไปเถอะ!’ภายใต้ผ้าเช็ดหน้าผืนบาง ริมฝีปากที่แต้มชาดสีสดของนางกำลังแสยะยิ้มต่างหาก ชาติก่อนนางอาจจะเป็นคนซื่อตรงจนตัวตาย ยึดถือความภักดีจนตระกูลล่มสลาย แต่การที่สวรรค์ถีบหัวส่งให้ข้ากลับมาเกิดใหม่ในร่างเดิม ช่วงเวลาก่อนที่หายนะจะเกิด... มันคือโอกาสทองคนดีมักอายุสั้น แต่ค
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-02
อ่านเพิ่มเติม
บทที่1 คืนถวายตัว 1/2
ณ ตำหนักเหมันต์บรรยากาศภายในตำหนักของสนมใหม่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้อง ทว่าภายในห้องบรรทมกลับร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม ไม่ใช่เพราะพิษรักแรงหึง แต่เป็นเพราะความสติแตกของสาวใช้คนสนิทของจ้าวลี่อิน“คุณหนู... เอ้ย! พระสนมเพคะ! ชุดนี้มัน... มันบางเกินไปแล้วนะเพคะ!”‘เสี่ยวจู’ สาวใช้ร่างท้วมหน้าตาน่าเอ็นดู ชูชุดนอนผ้าไหมสีแดงเพลิงขึ้นมาด้วยมือสั่นระริก เนื้อผ้าของมันบางเบาราวกับปีกจั๊กจั่น หากสวมใส่เข้าไปก็แทบไม่ต่างอะไรกับเดินเปลือยกายให้บุรุษแทะโลม“กฎมณเฑียรบาลระบุไว้ สนมเข้าถวายตัวห้ามซ่อนอาวุธ ห้ามสวมชุดหนาเตอะ ต้องเปลือยแล้วห่อด้วยผ้าห่ม หรือไม่ก็ใส่ชุดที่มองทะลุได้เช่นนี้แหละ”จ้าวลี่อินตอบเสียงเรียบคล้ายไม่ตระหนกตกใจ นางนั่งไขว่ห้างอยู่บนตั่งไม้มู่เชิ้ง ในมือไม่ได้ถือหวีหรือกระจก แต่กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าขัดเงา ‘มีดสั้น’ เล่มเล็กขนาดเท่าฝ่ามือจนวาววับ แม้แต่ยุงบินมาชนก็สิ้นชีพทันที คิดดูเอาว่าคมแค่ไหน!“ตะ... แต่ว่า...” เสี่ยวจูหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นของในมือนายหญิงของตัวเอง “พระสนมจะพกมีดไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทไม่ได้นะเพคะ! นั่นมันข้อหากบฏ! หัวหลุดจากบ่ากันหมดแน่!”“เลิกโวยวายเสียทีเสี่ย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-03
อ่านเพิ่มเติม
บทที่1 คืนถวายตัว 2/2
‘ข้าก็ตอบตามมารยาท!’ จ้าวผินคิดในใจ ฮ่องเต้หนุ่มลุกจากเตียง เดินย่างสามขุมเข้ามาหานางด้วยท่าทีคุกคาม “เจิ้นแค่แปลกใจ... สตรีอื่นเมื่อเข้ามาในห้องนี้ ต่างกลัวจนหัวหด หรือไม่ก็รีบแก้ผ้าปีนขึ้นเตียงบรรทมหวังจะจับเจิ้นทำผัว...เอ่อ...เจิ้นหมายถึงสวามี แต่เจ้ากลับยืนจ้องหน้าเจิ้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ”เขาก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายนางที่ไม่ใช่กลิ่นแป้งฉุนกึกจนจามทุกครั้งที่เหล่าสนมรุ่นก่อน ๆ เคยเข้ามาในตำหนักนี้ แต่นางมีกลิ่นเป็นกลิ่นหอมเย็นๆ เหมือนดอกเหมย“เจ้าไม่กลัวเจิ้นสั่งตัดหัวหรือ?”จ้าวลี่อินไม่ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว นางเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มหวานหยดปรากฏขึ้นที่มุมปาก “หากฝ่าบาทจะสั่งตัดหัว หม่อมฉันคงตายไปตั้งแต่หน้าประตูวังแล้ว... การที่ทรงพลิกป้ายหม่อมฉัน แสดงว่าพระองค์ย่อมสนพระทัยในตัวหม่อมฉันใช่หรือไม่”สุ่ยเทียนจุนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอ “หึ... ปากดี”พรึ่บ!ไวเท่าความคิด ฮ่องเต้หนุ่มรวบเอวบางของนางแล้วดันร่างระหงไปชิดกับเสามังกรต้นใหญ่ ใช้แขนแกร่งกักขังนางไว้ในอ้อมแขนแววตาเปลี่ยนเป็นดุดันหมายจะข่มขวัญ“ปากดีเช่นนี้... เจิ้นอยาก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-03
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ข้อแลกเปลี่ยนนางมาร 1/3
“อุ้ย ๆ...ฝ...ฝ่าบาท มันขยับได้หรือเพคะ...แต่เวลาหม่อมฉันขู่เหตุใดถึงหดกลับไปเช่นนั้นเล่า มีสิ่งใดที่โอรสสวรรค์ต้องหวั่นเกรงหรือเพคะ...หรือว่ากลัวพวงสวรรค์ของพระองค์จะสูญพันธ์!”สุ่ยเทียนจุนไม่เคยอับอายขนาดนี้มาก่อน นี่นางกล้าเอาความมั่นคงของแคว้นต้าเหนิงมาข่มขู่เชียวรึ!“เจ้า... เจ้าอยากได้อะไรว่ามา!” สุ่ยเทียนจุนกัดฟันกรอด เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายตามกรอบหน้าหล่อเหลา ไม่ใช่เพราะอากาศร้อน แต่เป็นเพราะมือเล็กๆ ของสตรีตรงหน้าที่ยังคงกุมชะตากรรม ของราชวงศ์สุ่ยเอาไว้ไม่ยอมปล่อยและหากนางเกิดพลีพล่ามขึ้นมา...เขาเกรงว่าแคว้นต้าเหนิงคงจะถึงคราวล่มสลายแล้ว....จ้าวลี่อินยิ้มพึงพอใจ นางขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจหอบถี่ของมังกรหนุ่ม “ข้อเสนอของหม่อมฉันง่ายนิดเดียวเพคะ...”นางค่อยๆ คลายแรงบีบลงเล็กน้อย ให้เขาพอหายใจหายคอได้บ้าง แต่ยังไม่ยอมถอนมือออก เพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาจะไม่สั่งตัดหัวนางทันทีที่หลุดพ้นพันธนาการจากอุ้งมือของนาง“หนึ่ง... อำนาจในการจัดการวังหลังทั้งหมดต้องเป็นของหม่อมฉันแต่เพียงผู้เดียว ห้ามใครก้าวก่าย ไม่ว่าจะเป็นไทเฮา หรือขุนนางหน้าไหน” “ได้! เจิ้นให้เจ้า!” สุ่ย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-03
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ข้อแลกเปลี่ยนนางมาร 2/3
“สุดยอดไปเลยพี่สะใภ้! ท่านปราบพี่ใหญ่ได้อยู่หมัดเลย! ข้าบอกท่านแล้วพี่ไป๋หลาง ว่าพี่สะใภ้ข้าเจ๋งที่สุด!”สุ่ยเทียนจุนและจ้าวลี่อินเงยหน้าขึ้นไปมองที่มาของเสียงพร้อมกัน บนคานไม้แกะสลักลงรักปิดด้วยทองคำเปลว ปรากฏร่างของไป๋หลางรองเสนาบดีกรมอาญาที่กำลังนั่งห้อยขาข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างมีเด็กน้อยตัวมอมแมม เกาะขาแน่นราวกับลูกลิงห้อยโตงเตง‘องค์ชายเจ็ด สุ่ยเฉิน!’สภาพขององค์ชายเจ็ดดูแทบไม่ได้ ชุดผ้าไหมราคาแพงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลนและเศษข้าวแห้ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้ามอมแมมเหมือนลูกแมวตกถังขยะ “นี่เจ้าไปฟัดกับหมาที่ไหนมา สุ่ยเฉิน?” สุ่ยเทียนจุนกุมขมับ น้องชายของเขาแต่ละวันกลับวังสภาพเหมือนออกไปรบมา“เสด็จพี่ใหญ่อย่าใส่ร้ายข้า! ข้าเพิ่งกลับจากภารกิจลับระดับแคว้นเชียวนะ!” สุ่ยเฉินกระโดดตุ๊บลงมาจากคานอย่างคล่องแคล่ว โดยมีไป๋หลางช่วยดึงคอเสื้อไว้ไม่ให้หน้าทิ่ม “พี่รอง...บอกให้ข้าไปศึกษาชีวิตราษฎร ข้าเลยปลอมตัวเป็นขอทานไปร่วมงานแจกข้าวต้มกับพรรคกระยาจกมา... สนุกมาก!”“....” สุ่ยเทียนจุนไร้คำจะเอ่ยเด็กน้อยวิ่งตื๋อมาหยุดตรงหน้าจ้าวลี่อิน ดวงตาเป็นประกายวิบวับ “ท่านคือพี่สะใภ้จ้าวลี่อินใช่หรือ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-03
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ข้อแลกเปลี่ยนนางมาร 3/3
ไป๋หลางที่จะแค่มาดูว่าฝ่าบาทจะเพลี้ยงพล้ำไหม ก็สบายใจแล้ว ในเมื่อสหายดูจะเข้ากันได้ดีกับสนมองค์ใหม่เขาจึงเอ่ยตัดบท “เอาล่ะดึกแล้ว...ข้าพาสุ่ยเฉินกลับไปอาบน้ำนอนก่อน” ไป๋หลางเดินไปจับเจ้าเด็กน้อยที่เรียกเขาอาจารย์จ้อย ๆ ออกไปจากตำหนักจินหลวน แต่ทว่ายังไม่ทันพ้นตำหนักก็มีเรื่องสนุกต่อ...“ฝ่าบาท... แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ขันทีเฒ่าคนเดิมวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ทั้งที่จมูกยังแดงเถือกไม่รู้ว่าไปโดนอะไรมาไป๋หลางและองค์ชายเจ็ดหยุดชะงักหันหลังกลับมาเล่นสนุกกันต่อ“อะไรอีก! คืนนี้เจิ้นจะได้นอนไหม!” สุ่ยเทียนจุนยังต้องชำระบัญชีกับสนมตัวน้อยที่บังอาจมาข่มขู่เขา แน่นอนว่าของที่นางอยากได้ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย“หลิวตาอิ้ง มาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ! นางนำซุปไก่ดำตุ๋นยาจีนมาถวาย บอกว่าเป็นสูตรเด็ดจากตระกูลหลิว จะช่วยบำรุงพระกำลัง...”ชื่อของหลิวตาอิ้ง ทำให้จ้าวลี่อินเลิกคิ้วขึ้น นางจำได้แม่น... หลิวซือซือ บุตรสาวของเสนาบดี ผู้มีความทะเยอทะยานสูงเสียดฟ้า แต่ด้วยความที่บิดาเป็นไม้เบื่อไม้เมากับฝั่งแม่ทัพและขุนนางฝ่ายบู๊ ฮ่องเต้จึงจงใจแต่งตั้งนางเป็นแค่ ‘ตาอิ้ง’ตำแหน่งสนมชั้นต่ำสุดที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-03
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 เชือดนิ่ม ๆ 1/3
หน้าตำหนักจินหลวนแสงจันทร์สาดส่องลงมายังลานกว้างหน้าตำหนัก เผยให้เห็นร่างบอบบางของสตรีผู้หนึ่งกำลังคุกเข่าชูถาดน้ำแกงอยู่เหนือศีรษะ หลิวซือซือหรือหลิวตาอิ้ง สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ แต่งหน้าบางเบาให้ดูน่าทะนุถนอมราวกับดอกบัวขาวที่ต้องน้ำค้าง นางกัดริมฝีปากแน่น แสร้งทำสีหน้าเจ็บปวดจากการคุกเข่า หวังว่าเมื่อฝ่าบาทเสด็จออกมาเห็น จะทรงมีพระเมตตาและเลิกสนใจจ้าวผินที่ได้พลิกป้ายตั้งแต่เข้าวังวันแรก‘หึ... จ้าวลี่อิน ต่อให้เจ้าได้เข้าเฝ้าแล้วอย่างไร แต่เจ้าก็เป็นแค่ลูกสาวแม่ทัพที่หยาบกระด้างไร้การอบรมสั่งสอน ติดตามบิดาอยู่ชายแดนผิวกายไม่พ้นกระดำกระด่าง สู้ข้าที่เป็นสตรีในห้องหอไม่ได้เป็นแน่แท้ ฝ่าบาททรงโปรดสตรีอ่อนหวานเช่นข้ามากกว่าแน่ ข้ามั่นใจนัก’ขณะที่หลิวตาอิ้งกำลังเพ้อฝันอยู่ลำพังนั้น หารู้ไม่ว่าจ้าวแห่งความตายได้ออกมาประจันหน้านางแล้ว“แอ๊ด...” เสียงประตูตำหนักเปิดออก หลิวตาอิ้งรีบฉีกยิ้มหวานหยดย้อย เตรียมส่งสายตาเว้าวอนไปทางบุรุษผู้สูงศักดิ์“ฝ่าบาทเพคะ... หม่อมฉันทำน้ำแกงบะ...”ยังไม่ทันได้ประจบประแจงตามคำที่คิดเอาไว้ เมื่อสายตาของนางประสบกับคนที่เดินออกมา รอยยิ้มของนางกลับต้องค้างเก้อ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-03
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 เชือดนิ่ม ๆ 2/3
“บำรุงพละกำลัง?” จ้าวลี่อินทวนคำ พลางยื่นมือไปรับถาดน้ำแกงมาถือไว้ นางยกฝาถ้วยเปิดออก กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรลอยแตะจมูก จมูกของนางไวต่อกลิ่นนัก... กลิ่นสมุนไพรแรงขนาดนี้ คงตั้งใจกลบกลิ่นอะไรบางอย่างสินะ สิ่งนั้นน่าจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะนางแสยะยิ้ม ก่อนจะหันไปหาองค์ชายเจ็ดที่กำลังยืนน้ำลายสอ ท่าทางตะกละเช่นนี้หากไม่บอกว่าเป็นองค์ชายนางคิดว่าเป็นคนยากไร้จริง ๆ เอาเถอะช่างเรื่องนั้นไปก่อน“องค์ชายเจ็ดเพคะ”“พี่สะใภ้อย่าเรียกองค์ชายเลย เราคือครอบครัวเดียวกันแล้ว เรียกสุ่ยเฉินหรือเรียกสั้น ๆ อย่างเสี่ยวเฉินสุดหล่อก็พอ หรือสั้นไม่พอเรียกสุ่ยเฉินเด็กดีใต้หล้านี้ไม่มีใครเทียบ”สุ่นเทียนจุนไร้วาจาจะกล่าว:“....”สั้นยามไหนนะ! พูดอีกทีวาจาไร้สาระของสุ่ยเฉินจ้าวลี่อินไม่ใส่ใจอยู่แล้ว ตอนเด็กนางก็โอ้อวดเช่นนี้“สุ่ยเฉิน...เจ้าบ่นว่าหิวไม่ใช่หรือ? น้ำแกงถ้วยนี้หลิวตาอิ้ง บอกว่าเป็นสูตรเด็ดตระกูลหลิว ใช้ไก่ดำตุ๋นยาจีนหายาก ข้าว่าคงเหมาะกับเด็กที่กำลังโตเช่นท่าน... เชิญท่านเสวยเถิด”จ้าวลี่อินยื่นถ้วยน้ำแกงไปตรงหน้าองค์ชายเจ็ด!“จริงรึพี่สะใภ้! ท่านใจดีที่สุด!” สุ่ยเฉินตาเป็นประกาย รีบยื่นมือจะไปรับถ้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-03
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 เชือดนิ่ม ๆ 3/3
หลิวตาอิ้งน้ำตาไหลพราก ด้วยความกลัวตาย นางจึงจำใจยกถ้วยน้ำแกงขึ้นดื่ม... อึก... อึก... จนหมดถ้วย รสชาติขมปร่าไหลลงคอ แต่สิ่งที่ตามมาติดๆ คือความร้อนวูบวาบและ...ยุกยิก...หลิวตาอิ้งเริ่มบิดตัวไปมา มือไม้เริ่มเกาที่คอ เกาที่แขน “โอ๊ย... คัน... คันเหลือเกิน!”“ตาอิ้งอร่อยหรือไม่” สุ่ยเทียนจุนหรือจะมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวนาง เขาเห็นแล้วว่าสตรีมักใหญ่ใฝ่สูงผู้นี้มีไอสีม่วงที่แสดงถึงความโลภออกมา รวมทั้งมีแผนชั่วในใจตั้งแต่แรกต่อให้จ้าวผินไม่ออกหน้าแทนตน เขาก็ไม่โง่ดื่มกินอะไรจากสตรีที่มีไอสังหารเช่นนี้หรอก“ระ...รส...รสชาติดีมากแค่ไนเพคะฝ่าบาท” เสียงของนางตะกุกตะกักเอ่ยออกมาเพียงครู่เดียว นางก็ทนรักษาภาพลักษณ์ไม่ไหว ทิ้งถ้วยลงพื้นแล้วลงไปนอนกลิ้งเกลือก กรีดร้องโหยหวนพร้อมกับเกาตามตัวจนผิวแดงเถือกเหมือนลิงโดนหมามุ่ย “ช่วยด้วย! ข้าคัน! ข้าไม่ไหวแล้ว!” นางตะเกียกตะกายวิ่งหนีออกไปจากลานหน้าตำหนักอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางเสียงหัวเราะของขันทีและนางกำนัลที่กลั้นไว้ไม่อยู่ กับท่าทางและกิริยาของหลิวตาอิ้ง“เกือบไปแล้วพี่สะใภ้...ข้าเกือบได้เป็นลิงโดนเห็บหมัดกินแล้ว หลิวตาอิ้งร้ายกาจมาก” อง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-03
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 เสียงรัญจวนครวญคราง 1/3
ณ ตำหนักจินหลวน (ห้องบรรทมจักรพรรดิ)หลังจากความวุ่นวายหน้าตำหนักจบลงด้วยการ วิ่งหนีไปของหลิวตาอิ้ง และไป๋หลางกับเสี่ยวเฉินที่ทิ้งจักรพรรดิหนุ่มเผชิญกับสนมตัวร้ายอย่างจ้าวผินความเงียบสงัดก็กลับมาปกคลุมห้องบรรทมโอรสสวรรค์อีกครั้ง... ทว่าบรรยากาศภายในกลับตึงเครียดยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าทันทีที่จ้าวลี่อินขยับ“หยุดอยู่ตรงนั้น!”สุ่ยเทียนจุน ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นต้าเหนิง ผู้ซึ่งขุนนางทั้งราชสำนักต่างเกรงกลัว ทั้งไม่อาจซ่อนความลับจากพระเนตรกระกรรณได้ บัดนี้กำลังกระโดดขึ้นไปบนเตียงด้วยความว่องไวปานวานร พร้อมกับคว้าผ้าห่มนวมผืนหนาขึ้นมาห่อหุ้มร่างกายท่อนล่างของตนเองไว้อย่างแน่นหนาเขานั่งขัดสมาธิชิดหัวเตียง หลังพิงกำแพงแน่น สายตามองจ้องสตรีชุดแดงบางเบาแทบไม่ปิดเนื้อหนังที่กำลังเดินย่างสามขุมเข้ามาด้วยความหวาดระแวง ราวกับนางเป็นราชสีห์ที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ“เจิ้นขอบอกไว้ก่อนนะจ้าวผิน...” สุ่ยเทียนจุนชี้นิ้วสั่นๆ ไปที่นาง คล้ายกับระแวงในกิริยาของนางเต็มที“คืนนี้เจิ้นอนุญาตให้เจ้านอนที่นี่ได้ เพื่อรักษาหน้าของเจิ้นไม่ให้พวกขันทีเอาไปนินทาว่าเจิ้นไร้น้ำยาแต่เจ้า... ห้าม-แตะ-ต้อง-ตัว-เจิ้น
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-03
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status