พลิกชะตาคุณหนูตกอับ의 모든 챕터: 챕터 61 - 챕터 70

79 챕터

61 อยู่เงียบๆ

61อยู่เงียบๆตลอดการเดินทางบนรถม้าที่มุ่งหน้าสู่จวนสกุลจ้าว บรรยากาศภายในกลับหนาวเหน็บยิ่งกว่าเหมันต์ฤดู เซียวอวี้นั่งนิ่งสงบ หลับตาลงราวกับต้องการพักผ่อน ขณะที่ชิงเหยานั่งกำชายเสื้อแน่น สายตามองลอดหน้าต่างรถม้าออกไปอย่างไร้จุดหมาย ความเงียบที่ยาวนานถูกทำลายลงในที่สุด เมื่อรถม้าเริ่มชะลอตัวลงที่หน้าประตูจวนขุนนางใหญ่"ท่านอ๋องบังคับหม่อมฉันมาเพราะอยากตามใจคุณหนูจ้าว แล้วท่านอ๋องเคยสนใจความรู้สึกของหม่อมฉันบ้างหรือไม่เพคะ"ชิงเหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบทว่าสั่นพร่าเล็กน้อย เซียวอวี้ลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาของเขาดูซับซ้อนยากจะคาดเดา เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ประหนึ่งว่าสิ่งที่นางถามคือเรื่องที่นางไม่ควรเอ่ยปากถาม"อย่าคิดอะไรไม่เข้าท่า วันนี้เจ้าเพียงแค่อยู่เงียบๆ ข้างกายข้าก็พอ สิ่งสำคัญที่สุดคือห้ามก่อเรื่องเด็ดขาด"ชิงเหยาแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาที่มองสบเขานั้นเต็มไปด้วยความขื่นขมและเย้ยหยันในโชคชะตาอยู่เงียบๆ หรือ? ห้ามก่อเรื่องหรือ? ดูเหมือนว่านางได้กลายเป็นตัวปัญหาสำหรับเขาไปเสียแล้วแต่เขาเองก็มองโลกตื้นเขินเกินไป หรือไม่เขาก็ประเมินความแค้นของนางต่ำเกินไป เขารู้ทั้งรู้ว่าในลิ้
더 보기

62 คนที่สำคัญ

62คนที่สำคัญมู่ชิงเหยาเดินไปตามถนนที่เงียบสงัด นางพยายามทบทวนถึงต้นสายปลายเหตุที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปราวกับพลิกฝ่ามือ เรื่องที่จื่อรั่วเล่าให้ฟังว่าถูกอันธพาลรังแกวันนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัววันนั้นอันธพาลหาเรื่องจ้าวจื่อรั่วแล้วเซียวอวี้บังเอิญไปพบเข้าพอดี ช่างเป็นเรื่องราวบังเอิญที่ดูเหมือนทุกๆ อย่างจะเป็นใจเสียเหลือเกิน เพียงแค่เขาได้เห็นอดีตคนรักตกอยู่ในอันตราย น้ำตาของนางมีค่ามหาศาลกว่าทองคำพังชั่ง ความทรงจำดีๆ ระหว่างเขากลับจ้าวจื่อรั่วก็ถูกจุดติดอีกครั้งอย่างง่ายดาย เขาคงเพิ่งคิดได้ในเวลานั้นเองว่าใครกันแน่คือคนที่สำคัญที่สุดในใจ และใครกันแน่ที่มีค่าคู่ควรกับการทะนุถนอมไว้ยามนี้ชิงเหยาไม่อยากตั้งคำถามหรือหาเหตุผลใดๆ อีกแล้วว่าทำไมเขาถึงอภัยให้จ้าวจื่อรั่ว ทั้งที่ในยามที่เขาอ่อนแอที่สุดนางเลือกทอดทิ้งเขาไป เพราะคำตอบของคำถามนั้นอาจเป็นเพียงเหตุผลสั้นๆ ว่า…เขาไม่เคยตัดใจจากนางได้ขาดเลยสักครั้งเมื่อก้าวข้ามประตูจวนจวิ้นอ๋องกลับเข้ามา แสงโคมสลัวในยามค่ำคืนกระทบลงบนใบหน้างดงามที่เย็นชา นางเห็นจูเอ๋อร์ยืนอยู่ริมสระบัว เมื่อเห็นเงาร่างของหญิงสาวเดินเข้ามาจูเอ๋อร์ก็รีบหันมาฉี
더 보기

63 บังเอิญจริงๆ

63บังเอิญจริงๆมู่ชิงเหยาวางตะเกียบลงบนขอบชาม นางจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเขา ก่อนจะลองเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"วันนี้ท่านอ๋องมีธุระที่ใดต่อหรือเพคะ"เซียวอวี้จิบชาก่อนจะตอบโดยไม่ทันสังเกตแววตาของนาง "ข้ามีธุระสำคัญที่จวนเสนาบดีจ้าว""สำคัญ" นางทวนคำนั้นแผ่วเบาก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง เป็นเสียงหัวเราะที่สั้นและเยือกเย็นจนเซียวอวี้ต้องขมวดคิ้ว เขาจึงรีบอธิบายเพื่อไม่ให้นางเข้าใจผิดไปไกลกว่าเดิม"วันนี้เสนาบดีจ้าวเชิญท่านราชครูมาที่จวน จึงได้เชิญข้าไปร่วมดื่มชาและหารือเรื่องราชกิจภายในราชสำนัก""เช่นนั้นก็รีบไปเถิดเพคะ ธุระสำคัญเช่นนั้นจะให้ผู้อาวุโสรอนานคงไม่ดี"พูดจบก็ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินไปส่งเขาที่หน้าประตูจวนดิบดี ชิงเหยายืนอยู่ตรงนั้นมองดูเซียวอวี้กระโดดขึ้นหลังม้าคู่ใจ เขาหันมาพยักหน้าให้นางครั้งหนึ่งก่อนจะควบม้าจากไป นางจ้องมองตามแผ่นหลังนั้นจนกระทั่งร่างของเขาลับสายตา เมื่อแน่ใจแล้วว่าเขาจะไม่มีวันหันหลังกลับมานางจึงหมุนตัวกลับเข้าไปในจวนนางตรงดิ่งไปยังเรือนตะวันตก หยิบห่อผ้าที่เตรียมไว้ขึ้นมาสะพายหลัง แล้วจูงมือมารดาเดินออกจากจวนจวิ้นอ๋อง บ่าวไพร่ที่กำลังทำง
더 보기

64 ยังไม่อาจแตะต้องตระกูลจ้าว

64ยังไม่อาจแตะต้องตระกูลจ้าวเซียวอวี้กระโดดขึ้นหลังม้า ควบตะบึงกลับจวนทันที เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปหาชิงเหยาที่ร้านเครื่องเทศอย่างที่อารมณ์ชั่ววูบสั่งการ แต่กลับเลือกเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัว สั่งห้ามไม่ให้ใครรบกวน แล้วทรุดกายนั่งครุ่นคิดอยู่ท่ามกลางความเงียบงันเนิ่นนานจ้าวคุนไฉไม่ใช่ขุนนางธรรมดา แต่เป็นขุนนางที่มีส่วนสำคัญในการช่วยฮ่องเต้ทวงคืนอำนาจ ยามที่บ้านเมืองเพิ่งสงบ การลงดาบกับผู้มีคุณูปการโดยไร้หลักฐานที่แน่นหนาเท่ากับเป็นการจุดชนวนความขัดแย้งใหม่ ผู้คนจะตราหน้าว่าฮ่องเต้เสร็จนาฆ่าโคถึกเสร็จศึกฆ่าขุนพล ซึ่งจะทำลายความเชื่อมั่นของเหล่าขุนนางที่เหลือจนหมดสิ้นเขาจำเป็นต้องแสร้งทำเป็นคนตาบอด ยอมทนให้จ้าวจื่อรั่วแสดงท่าทีผู้ชนะและอ้างสิทธิ์ในตัวเขาอย่างย่ามใจ การที่เขาสามารถเข้านอกออกในตระกูลจ้าวได้สะดวก คือโอกาสเดียวที่จะได้เข้าถึงความลับที่จ้าวคุนไฉซุกซ่อนไว้เซียวอวี้ทอดถอนใจ เขารู้ดีว่าชิงเหยาโกรธมาก แต่นางไม่รู้เลยว่าเขากำลังทำสิ่งใด นางเป็นคนมุทะลุดื้อรั้น เกรงว่าจะทำให้เรื่องวุ่นวายและเกี่ยวพันไปถึงความมั่นคงในบัลลังก์ของฮ่องเต้ ยามที่ฮ่องเต้ยังนั่งบัลลังก์ได้ยังไม่
더 보기

65 ระวังตัวไว้เถอะ

65ระวังตัวไว้เถอะ"ไปเสีย! เสนียดจัญไรตัวใดที่ชอบแย่งชิงของผู้อื่น ตัวใดที่มันเนรคุณแผ่นดินและบรรพบุรุษ อย่าได้มาเหยียบย่างเฉียดใกล้ร้านข้า น้ำถังนี้จะช่วยล้างความอัปยศของพวกคนชั่วให้พ้นหูพ้นตาไปเสียที!"มู่หรงที่เพิ่งเดินออกมาดูความเรียบร้อยหน้าร้านถึงกับหน้าเขียวคล้ำด้วยโทสะ เขาชี้หน้าชิงเหยากัดฟันแค่นเสียง"มู่ชิงเหยา! เจ้ามันนังเด็กบ้า! สาดน้ำตะโกนด่าทอผู้อื่นกลางตลาดเช่นนี้ ช่างทำตัวไม่มีหัวนอนปลายเท้าจริงๆ"ชิงเหยาละมือจากไม้กวาด ยืดตัวตรงพลางแค่นยิ้มเย้ยหยัน "เถ้าแก่มู่...ข้าก็แค่ล้างถนนล้างเสนียดตามประสาแม่ค้า ไม่ได้เอ่ยนามผู้ใด เหตุใดท่านถึงได้เดือดร้อน ที่จิตใจมันว้าวุ่นเพราะเคยทำเรื่องชั่วๆ ไว้ก็เลยร้อนตัวไปเองหรือเปล่า หรือว่าน้ำถังนี้มันไปสะกิดสันดานชั่วของใครเข้าให้""เจ้า!"มู่หรงที่กำลังจะอ้าปากระเบิดคำด่าทอพลันชะงักไป แววตาที่เกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็นมาดร้ายอย่างรวดเร็ว เขาค่อยๆ ลดมือลงแล้วจัดสาบเสื้อผ้าไหมเนื้อดีของตนให้เข้าที่ ก่อนจะแค่นยิ้มเยาะที่ดูน่ารังเกียจออกมา"หึ...ด่าทอข้าไปเถิดมู่ชิงเหยา ตอนนี้เจ้าไม่มีท่านอ๋องมาคอยคุ้มกะลาหัวแล้ว ข่าวว่าเจ้าหอบผ้าหอบผ่อนถ
더 보기

66 นางไม่อยากรอ

66นางไม่อยากรอนางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจ ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นสู่ศาลา เสียงฝีเท้าของนางทำให้บุรุษผู้นั้นขยับกาย หลี่เซียวอวี้ค่อยๆ หันกลับมา"ข้านึกว่าเจ้าจะใจแข็งจนไม่ยอมมาตามนัดเสียแล้ว"เซียวอวี้เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยราวกับคนไม่ได้พักผ่อน ชิงเหยายืนนิ่งไม่ยอมเดินเข้าไปใกล้มากกว่าที่ยืนอยู่ นางกอดอกกระชับเสื้อคลุมไว้แน่น"หม่อมฉันมาเพียงเพื่อจะบอกท่านว่า อย่าส่งจูเอ๋อร์มาทำเรื่องเช่นนี้อีก หากคนของตระกูลจ้าวเห็นเข้านางจะลำบาก"เซียวอวี้ลุกขึ้นยืน ร่างสูงสง่าของเขาทำให้ศาลาที่เคยดูกว้างขวางกลับดูแคบลงไปถนัดตา เขาก้าวเดินเข้ามาหานางอย่างช้าๆ"ชิงเหยา...เจ้าคิดอะไรอยู่ถึงได้ไปเปิดร้านอยู่ตรงข้ามมู่หรง""หม่อมฉันทำอะไรก็ไม่เห็นจำเป็นต้องรายงานท่านอ๋อง ที่ท่านนัดหม่อมฉันมาในยามวิกาลเช่นนี้มีอะไรก็รีบว่ามาเถิด หากไม่มีอะไรก็ขอตัวก่อน”“ช้าก่อน! เป็นข้าที่โกหกเจ้าเอง คนที่อยู่เบื้องหลังมู่หรงไม่ใช่เต๋อห่าวอวี่ แต่เป็นจ้าวคุนไฉ”นางหมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป แต่เซียวอวี้กลับคว้าต้นแขนของนางไว้ได้ทันท่วงที สัมผัสนั้นทำให้ชิงเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยายามสะบัด
더 보기

67 หรือนี่จะเป็นพู่กันวิเศษ

67หรือนี่จะเป็นพู่กันวิเศษในชั่วพริบตานั้น ชิงเหยาตวัดปลายพู่กันวาดเป็นวงกลมในอากาศ เมื่อนางตวัดเส้นสายบรรจบกัน แสงสว่างวาบก็สาดกระทบไปทั่วห้อง พลันผลไม้สีแดงสดก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาท่ามกลางอากาศ มันคือผิงกวาที่สมจริงทุกประการ ชิงเหยารีบใช้สองมือรับไว้ ผิงกวาลูกนั้นหล่นลงใส่ฝ่ามือนางพอดิบพอดีมู่หรงที่ลอบมองอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า หัวใจของเขาเต้นรัวแรงด้วยความตกใจอย่างสุดขีดเมื่อเห็นชิงเหยากัดผิงกวาคำโตเคี้ยวกรุบๆนี่มันเรื่องมหัศจรรย์! มู่หรงเกิดมาจนอายุปูนนี้เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต ในใจของเขาพลันนึกไปถึงวิชาไสยศาสตร์ที่น่าหวาดหวั่น แต่แล้วก็รู้สึกว่าเรื่องนี้มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ เพราะบนโลกนี้จะมีใครที่ใช้พู่วาดสิ่งใดก็เป็นจริงได้ทุกอย่างในจังหวะที่มู่หรงกำลังตื่นตากับสิ่งที่เห็น ชิงเหยาก็แสร้งหันขวับมามองทางหน้าต่าง มู่หรงตกใจรีบมุดตัวลงหลบใต้ขอบหน้าต่างทันที ปากก็พึมพำกับตนเองเบาๆ"หรือว่านังเด็กนั่นเป็นแม่มด ไม่สิ...ข้าก็เห็นนางมาตั้งแต่เด็กนี่น่า นางก็เป็นคนธรรมาไม่ใช่เทพไม่ใช่เซียนและไม่ใช่ปีศาจ"คืนต่อมา มู่ชิงเหยา
더 보기

68 มันจะวิเศษจริงไหม

68มันจะวิเศษจริงไหมด้วยความรีบร้อนและตื่นเต้นจนลนลาน มู่หรงผลักประตูร้านเข้าไปแล้วงับบานไม้ลงโดยไม่ได้ลงกลอนให้สนิท เขาพุ่งตรงไปยังห้องโถงด้านหลังที่มืดสลัว แสงตะเกียงเพียงดวงเดียวส่องให้เห็นใบหน้าที่กระหายความโลภ"มาดูกันว่ามันจะวิเศษจริงอย่างที่ข้าเห็นหรือไม่!"มู่หรงพึมพำ ตามนิสัยคนโลภที่คิดถึงแต่ลาภยศเงินทอง สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขาไม่ใช่ไข่มุกหรือแจกัน แต่มันคือสิ่งที่จะบันดาลทุกอย่างในใต้หล้านี้ได้ มู่หรงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขาจรดปลายพู่กันลงบนโต๊ะไม้ แล้วเริ่มวาดภาพทองคำแท่งเหลี่ยมๆ ซ้อนทับกันเป็นกองพะเนินเท่าภูเขาเลากาเขาวาดอย่างบ้าคลั่ง เส้นแล้วเส้นเล่าถูกขีดเขียนลงบนโต๊ะ บนโต๊ะไม่พอก็วาดลามไปในอากาศ จินตนาการถึงความมั่งคั่งที่จะทำให้เขาอยู่เหนือคนทั้งปวง โดยที่เขาไม่เคยรู้เลยว่า ข้อห้ามที่ร้ายแรงที่สุดของพู่กันเกล็ดมังกรด้ามนี้คืออะไร และสิ่งใดคือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับความโลภที่ไม่บันยะบันยังของตนเองอีกฝั่งหนึ่ง มู่ชิงเหยายืนอยู่หลังหน้าต่างไม้ชั้นสองของร้านเครื่องเทศ ร่างบางถูกบดบังไว้ด้วยม่านบางๆ นางไม่แม้แต่จะจุดเทียนสักเล่ม มีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาพอใ
더 보기

69 กำจัดจ้าวคุนไฉไม่ง่าย

69กำจัดจ้าวคุนไฉไม่ง่ายเมื่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายของมู่หรงจบสิ้นลง ดวงตาที่แดงก่ำด้วยโลหิตยังคงเบิกค้าง มู่ชิงเหยาปรายตามองซากศพนั้นด้วยความสมเพชเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเลื่อนสายตาไปที่พู่กันเกล็ดมังกรซึ่งตกอยู่ข้างกายเขา นางก้มลงหยิบของวิเศษชิ้นนั้นขึ้นมาเช็ดคราบเลือดอย่างใจเย็น แล้วสอดมันกลับเข้าในสาบเสื้ออย่างมิดชิดนางเดินออกจากร้านผ้าไหมด้วยฝีเท้าที่เงียบเชียบ ลมยามดึกพัดเอากลิ่นคาวคลุ้งให้จางหายไปในอากาศ ชิงเหยากลับขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสองของร้านเครื่องเทศ เอนกายลงนอนบนเตียงอย่างสงบ หลับตาลงแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างง่ายดายเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเช้าวันรุ่งขึ้นแสงสว่างยังไม่พ้นขอบฟ้าดี มู่ชิงเหยาก็ลุกขึ้นมาแต่งกายด้วยชุดสีเรียบแล้วเปิดร้านเหมือนเช่นทุกเช้า นางเริ่มกวาดพื้นและจัดวางกระสอบธัญพืชอย่างเป็นระเบียบตามปกติ ทว่าความเงียบสงบของยามเช้ากลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกรีดร้องของคนงานร้านผ้าไหมกรี้ดดด"ช่วยด้วย! นายท่าน! นายท่านมู่หรงตายแล้ว!"เสียงกรีดร้องปลุกให้คนในตรอกพลันวุ่นวายขึ้นมาทันที บรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังจัดแผงลอยและชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างพากันวิ่งไปมุงดูที่หน้าป
더 보기

70 ข้าเองก็เป็นอภิสิทธิ์ชน

70ข้าเองก็เป็นอภิสิทธิ์ชนชิงเหยาหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างนึกขบขัน นางไม่ได้อยากกินของพวกนั้นจริงๆ หรอก เพียงแต่บรรยากาศในคุกมันช่างน่าเบื่อหน่าย การได้เล่นกวนประสาทผู้คุมไปวันๆ ก็พอจะช่วยฆ่าเวลาได้ดีไม่น้อยนางวางถ้วยน้ำข้าวลงพลางเอนกายพิงกำแพงเย็นยะเยือก ใจหนึ่งก็นึกเสียดายที่ในยามนี้ไม่อาจใช้พู่กันเกล็ดมังกรได้ หากเป็นยามปกติเพียงแค่สะบัดปลายพู่กันนางย่อมเนรมิตอาหารเลิศรสมาวางตรงหน้าได้ไม่ยาก ทว่าครั้งนี้นางรอบคอบพอที่จะไม่พกพู่กันเกล็ดมังกรติดตัวมาด้วย เพราะรู้ดีว่าการเข้าห้องขังย่อมต้องถูกตรวจค้นอย่างละเอียดเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้คุมคนเดิมก็ดังใกล้เข้ามาอีกครั้ง ทว่าคราวนี้กลิ่นที่ลอยนำมาก่อนกลับเป็นกลิ่นหอมของเครื่องพะโล้และเนื้อย่าง นักโทษห้องข้างๆ ถึงกับหยุดแทะน่องไก่ในมือแล้วชะเง้อคอมองจนตาแทบถลน"หรือข้าจะหิวจนเกิดภาพหลอนไปเสียแล้ว" มู่ชิงเหยาขยี้ตาเบาๆ พลางพึมพำ ตรงหน้าของนางยามนี้คือถาดอาหารที่ดูอลังการ มีทั้งขาหมูพะโล้ และไก่ย่างทั้งตัวที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวน ผู้คุมเปิดประตูห้องขังพลางวางถาดลงอย่างกระแทกกระทั้น สีหน้าของเขาดูปั้นปึงคล้ายไม
더 보기
이전
1
...
345678
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status