Todos os capítulos de สตรีที่ข้าชิงชัง: Capítulo 11 - Capítulo 20

47 Capítulos

เจ้าคิดว่าข้าโง่อย่างนั้นหรือ

“ท่านยังไม่ได้ตอบคำถามของข้า ที่ว่าทำไมถึงเบิกจ่ายข้าวสารออกไปจำนวนมากกว่าปกติ” “อย่างที่บ่าวบอกไปก่อนหน้า สกุลเฉินของเรามีบ่าวไพร่มากมายและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงจำเป็นต้องนำข้าวสารส่งไปให้เหมาะสมกับจำนวนคน” จินซูซินเหยียดยิ้มมองบุรุษวัยชราตรงหน้าราวกับว่าคำพูดที่เขาเอ่ยนั้นเป็นเรื่องขบขัน “หลีซวน เจ้าคิดว่าข้าโง่อย่างนั้นหรือ ข้าตรวจสอบจำนวนบ่าวไพร่รวมทั้งคนงานทั้งตระกูลเฉินแล้ว นอกจากจำนวนคนจะไม่ได้เพิ่มขึ้นแล้ว เจ้ายังขายทาสบางส่วนออกไปด้วยมิใช่หรือ” “นะ...นี่ท่าน” แววตาเบิกโพลงของชายชรามองมาที่นางด้วยความตกใจ “เจ้าคิดว่าฮูหยินเฉินไม่อยู่ที่จวนแล้วจะไม่มีผู้ใดดูแลงานในจวนแทนหรือคิดว่าข้าแค่ทำงานเอาหน้าไปวัน ๆ ถึงได้ลอบทำเรื่องชั่วช้าเช่นนี้” “นี่ท่านกล้าใส่ร้ายข้างั้นรึ” นอกจากจะไม่สลดแล้ว เขายังเชิดหน้าขึ้นมองสตรีตรงหน้าด้วยความถือดี ก็แค่สตรีที่มาอาศัยอยู่ที่จวนจะมีอำนาจมากเท่าใดกันเชียว “ใส่ร้ายรึไม่ จงรอดูต่อไปเถิด เห็นทีเรื่องครั้งนี้ข้าคงไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้อีก เด็ก ๆ พาตัวหลีซวนผู้นี้
Ler mais

แขกทั้งสาม

“ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรงั้นหรือ” เขาถามด้วยความสนอกสนใจออกนอกหน้า “ข้าชื่อจินซูซินเจ้าค่ะ” นางตอบคำถามชายหนุ่ม ดูเหมือนว่าในหมู่พวกเขามีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นมิตรกับนาง “แม้แต่ชื่อยังงดงาม ว่าแต่แม่นางไม่ใช่คนเมืองหลวงหรอกหรือ” “ข้ามาจากเมืองหนานจิงเจ้าค่ะ” นางยิ้มแย้มตอบ ขณะที่เฉินเฟยฉีมองนางด้วยสีหน้าดุดัน “แม่นางเป็นญาติฝ่ายไหนของท่านแม่ทัพเฉินหรือ” “ข้าไม่ได้เป็นญาติกับตระกูลเฉินหรอกเจ้าค่ะ” “เช่นนั้น เอ่อ” “ข้าเป็นคู่หมั้นของท่านแม่ทัพเฉินเฟยฉี ฮูหยินเฉินจึงเรียกตัวข้าให้มาอยู่ที่นี่ เพื่อรอแต่งเข้าสกุลเฉิน” เฉินเฟยฉีแทบสำลักข้าวที่กำลังกินอยู่ เขาไม่คิดว่านางจะกล้าพูดอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ ส่วนหลัวเลี่ยงซูกับลู่หนิงอวี่แสดงสีหน้าออกมาชัดเจนว่าไม่ชอบพอนางและยิ่งไม่พอใจที่นางเป็นคู่หมั้นของบุรุษที่ตัวเองหมายปอง ผิดกับเซี่ยหยางที่แสดงสีหน้าตกใจและเสียดายในคราวเดียวกัน เหตุใดถึงไม่เป็นเขาที่เป็นคู่หมั้นนางแทนที่จะเป็นเฉินเฟยฉีผู้แข็งกร้าวนั่น “จริงหรือเจ้าคะ!” หลัวเลี่ยงซูถามเสียงดัง
Ler mais

ลงโทษ

“เสียดายยิ่งนักที่หลีซวนไม่อยู่” นางยิ้มบาง ๆ เมื่อเอ่ยถึงพ่อบ้านที่ถูกขังอยู่ ใช่ว่านางไม่รู้ว่าสองลุงหลานสกุลหลีใส่ความนางเช่นไรบ้าง “หลีโม่วหราน ข้าให้โอกาสเจ้าได้พูดความจริงเรื่องคราวก่อนที่เจ้าถูกแม่นางจินโบย หากนางทำเกินกว่าเหตุจริงข้าย่อมให้ความยุติธรรมแก่เจ้า” “คะ...คือ” “ทำไมไม่พูดเล่า ว่าความผิดของเจ้านั้นมีอะไรบ้าง” “แม่นางจินสั่งให้คนโบยข้า เป็นเพราะข้าตื่นสายเจ้าค่ะ เรื่องก็มีเท่านี้” “การแสดงละครของเจ้ายังด้อยกว่าสตรีชนชั้นสูงในเมืองหลวงอยู่มาก ช่างน่าขันนัก ลี่ซือ เจ้าไปเรียกสาวใช้ที่อยู่เรือนนอนเดียวกันกับนางมาที่นี่” “เจ้าค่ะ” “ไม่ต้อง ข้าให้เหว่ยหลิงไปสืบเรื่องทุกอย่างมาหมดแล้ว” จินซูซินมีสีหน้าแปลกใจไม่น้อยที่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของเขา เดิมทีคิดว่าชายหนุ่มคงไม่สนใจเรื่องพวกนี้ แต่เห็นทีว่าคงเข้าใจผิดไป “ในเมื่อให้โอกาสเจ้าได้พูดแล้ว แต่เจ้ากลับพูดจาปกปิดความผิดของตัวเองเช่นนี้ ข้าคงช่วยอันใดเจ้าไม่ได้” ว่าพลางสะบัดขาออกจากวงแขนของสาวใช้ผู้นี้ด้วยท่าทีเย็นชา
Ler mais

ท่าทีเกินงาม

“ข้าไร้มารยาทแล้วจะทำไม ทีพวกท่านสองคนยืนพลอดรักเอาอกเอาใจกันต่อหน้าข้าก็ไม่ต่างจากไร้สามัญสำนึกสักเท่าใดนัก” “จินซูซิน” เขาเรียกนางด้วยความไม่พอใจที่ถูกต่อว่ากลับคืน “อีกไม่นานแขกเหรื่อจะเดินทางมาแล้ว ข้าขอตัวไปเตรียมตัวก่อนนะเจ้าคะ” ฮูหยินและคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์หกตระกูลได้เดินทางมาถึงเป็นที่เรียบร้อย งานเลี้ยงครั้งนี้เป็นงานเลี้ยงเฉพาะสตรีจึงไม่ได้เชิญแขกที่เป็นบุรุษ จินซูซินนั่งอยู่ข้างหน้าสุดมิใช่ตรงกลางห้องโถงที่เป็นที่ของฮูหยินเฉิน “ข้าได้ยินมาว่าฮูหยินเฉินไม่อยู่ที่จวนมิใช่รึ แล้วเหตุใดถึงได้จัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นกัน” “นั่นสิเจ้าคะ” “ข้าว่าไม่พ้นที่แม่นางจินอยากแสดงตัวตนและคิดมาแทนที่ ฮูหยินของจวนสกุลเฉินหรอกหรือ” “อะ...แฮ่ม” นางกระแอมเสียงดัง เมื่อได้ยินเหล่าฮูหยินทั้งหลายนินทานางซึ่งหน้าอย่างไม่ให้เกียรติ พร้อมกับมองไปยังที่นั่งของลู่หนิงอวี่ที่กำลังนั่งจิบชาไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับคำพูดของมารดาตัวเอง ทั้งที่หญิงสาวรู้ความจริงดีว่าอะไรเป็นอะไร “งานเลี้ยงดื่มชาครั้งนี้จัดขึ้นตามธรรมเนียมของ
Ler mais

คู่อริเก่า

“ทำได้แค่นี้เองรึ สตรีเมืองหนานจิงมีดีแค่นี้เองหรอกหรือ” น้ำเสียงยียวนปนยิ้มเยาะดังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จินซูซินเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนชนเข้ากับแผงอกแข่งแกร่งของใครบางคนเข้าด้วยความไม่ตั้งใจ “แม่นางจิน เจ็บรึไม่” น้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนให้ลุ่มหลงดังขึ้นจากปากของบุรุษแปลกหน้า “ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือ” นางโน้มตัวลงก้มหน้าเล็กน้อยเป็นการขอบคุณเขา “คุณชายเหลียว ท่านมาทำอะไรที่นี่หรือเจ้าคะ” น้ำเสียงของนางที่เปล่งออกมาต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว “ข้าต้องถามแม่นางทั้งสี่คนมากกว่ากระมัง เหตุใดถึงได้คิดทำร้ายแม่นางจิน” เขาถามกลับด้วยท่าทีแข็งกร้าว เพราะเดินมาเห็นเหตุการณ์นี้เข้าพอดี “สี่คนอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” เป็นลู่หนิงอวี่ที่ถามขึ้น เพราะนางไม่ได้มีส่วนข้องเกี่ยวในการทำร้ายจินซูซินแล้วทำไมบุรุษผู้นี้ถึงได้เหมารวมเช่นนี้กัน “แม้แม่นางลู่จะไม่ได้เป็นคนลงมือ แต่เจ้ายืนมองผู้อื่นถูกทำร้ายอย่างเลือดเย็นก็ไม่ต่างจากพวกนางทั้งสามคนมิใช่หรือ” ครั้นได้ยินคำตอบของชายหนุ่มลู่หนิงอวี่ทำได้เพียงกำหมัดแน่น ก่อ
Ler mais

ทิ่มแทงใจ

“จะมีสักครั้งรึไม่ ที่ท่านจะเชื่อคำพูดของข้าบ้าง ท่านเอาแต่พูดว่าสตรีเมืองหลวงนั้นเลิศเลอเสียทุกอย่าง มีเพียงสตรีจากต่างเมืองเท่านั้นหรือที่เป็นฝ่ายรังแกพวกนางเหล่านั้น ปากท่านบอกกับฮูหยินเฉินว่าจะดูแลข้าแต่นี่หรือที่บอกว่าดูแล ทั้งที่สภาพของข้าเป็นเช่นนี้แท้ ๆ แต่ท่านกลับเข้าข้างคนอื่นแทนที่จะเข้าข้างคู่หมั้นอย่างข้า” “คนอื่นที่เจ้าว่า พวกนางล้วนเป็นบุตรสาวของขุนนางที่มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเฉินของข้า พวกนางเหล่านั้นล้วนมิใช่คนอื่น แต่เป็นเจ้าต่างหากที่หลงระเริงเอาแต่คิดว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นของข้า ถึงได้เข้าใจผิดไปไกลว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสกุลเฉิน” คำพูดของเขาทุกคำล้วนแต่ทิ่มแทงใจนางทั้งสิ้น จนนางไม่อาจทนฟังได้อีกจึงได้ยืนหันหลังให้เพราะไม่อยากให้คนใจร้ายเช่นเขาเห็นหยดน้ำตาของนางที่หลั่งริน ประเดี๋ยวเขาอาจคิดว่านางแสร้งบีบน้ำตาเพื่อเรียกร้องความสนใจอีก “ที่แท้เป็นข้าที่คิดไปเองฝ่ายเดียว คุณชายเหลียว ขออภัยที่ข้าไม่อาจให้ท่านเดินไปส่งถึงที่เรือน และขออภัยที่เสียมารยาทเช่นนี้ ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” นางพยายามสะกดกลั้นน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื
Ler mais

อย่าได้คิดสวมหมวกเขียวให้ข้า

นับตั้งแต่จินซูซินปล่อยมือจากการดูแลเรื่องทุกอย่างภายในจวนนางก็มีเวลาเพิ่มมากขึ้นจึงได้ออกไปเที่ยวเล่นนอกจวนอยู่บ่อยครั้ง ผิดกับเฉินเฟยฉีที่นอกจากจะต้องดูแลงานในกองทัพแล้ว เขายังต้องมาดูแลงานในจวนที่เดิมทีเป็นหน้าที่ของมารดาเขาด้วยตัวเองจนเวลาส่วนตัวแทบไม่มี บางคืนเขาหลับไปทั้ง ๆ ที่กำลังนั่งตรวจดูบัญชีด้วยความอ่อนเพลีย “ไหวไหมขอรับ” เป็นเหว่ยหลิงที่เอ่ยถาม หลังจากเห็นสภาพอิดโรยเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอของเจ้านาย “ทำไมบัญชีพวกนี้ถึงได้ยิ่งอ่านยิ่งเยอะเช่นนี้” เขาบ่น เพราะหลังจากตรวจสมุดบัญชีเล่มนั้นเสร็จ มักมีบัญชีเล่มอื่นมาให้ตรวจสอบต่อไม่หยุดหย่อน “เป็นเรื่องธรรมดาขอรับ สกุลเฉินของเราทำการค้าขายด้วยบางส่วน ทำให้มีการบันทึกบัญชีทุกวัน” “นางทนทำงานพวกนี้ได้อย่างไรกันนะ” “ท่านแม่ทัพว่าอะไรนะขอรับ บ่าวฟังไม่ค่อยถนัดนัก” “เปล่า ข้าพูดว่าแม่นางจินของเจ้าวัน ๆ นางไม่คิดจะอยู่ที่จวนบ้างเลยหรือถึงได้ออกไปเที่ยวเล่นได้ทุกวัน” “ไม่แน่ว่าแม่นางจินอาจพบเจอบุรุษถูกใจก็ได้นะขอรับ” “เหว่ยหลิง เจ้าพูดบ้าอะไร คนอย่
Ler mais

ไม่ต่างกัน

“ข้าอยู่ของข้าเฉย ๆ แต่ที่พวกเขาแอบตามมามิใช่เพราะข้าเป็นคนล่อลวง หากจะโทษก็โทษที่ข้าหน้าตางดงามจนบุรุษพวกนั้นมิอาจละสายตาได้ จนถึงกับแอบตามข้ามาถึงที่นี่เถิดเจ้าค่ะ” นางบอกเขาตามความจริง ใช่ว่านางใช้มารยาล่อลวงคุณชายเหล่านั้นเสียที่ไหน แต่เป็นพวกเขาเองต่างหากที่ตามนางมาเอง! “ช่างเป็นสตรีที่หลงตัวเองเสียจริง หากเจ้าไม่ได้ทำอะไรจริงมีหรือคนพวกนั้นจะตามเจ้ามาเช่นนี้” “ข้าไม่อาจบังคับให้ผู้ใดมาเชื่อข้าได้อยู่แล้ว หากท่านแม่ทัพไม่เชื่อก็แล้วแต่ท่านเถิด ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” “เดี๋ยว ข้ายังพูดไม่จบ” “มีเรื่องอะไรก็ว่ามาเถิดเจ้าค่ะ ข้ามีเวลาไม่มาก” “เจ้าออกนอกจวนไปแทบทุกวัน ออกไปทำอะไรนักหนา สตรีไม่ควรออกนอกจวนเรื่องนี้เจ้าไม่รู้หรือเป็นเพราะข้าไม่ปริปากห้ามปรามเจ้าถึงได้คิดจะทำทุกอย่างตามแต่ใจต้องการได้” “จริงอยู่ที่สตรีไม่ควรออกจากจวนบ่อยนัก แต่นั่นมีข้อยกเว้นสำหรับสตรีที่มีคู่หมั้นแล้วมิใช่หรือ อีกอย่างข้ามีท่านเป็นคู่หมั้นแล้ว” “มีคนในเมืองหลวงสักกี่คนกันเชียวที่รู้ว่าเจ้ากับข้าเป็นคู่หมั้นกัน” “เช่
Ler mais

ถือโอกาส

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” “หลายเดือนมานี้รบกวนเจ้าแล้ว ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเป็นคนจัดการเรื่องในจวนด้วยตัวคนเดียว ช่างมีความสามารถยิ่งนัก” “ท่านแม่ชมข้าเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” “จริงสิ นี่ก็ใกล้ถึงวันเกิดของเฟยฉีแล้ว เจ้าคิดไว้หรือยังว่าจะมอบของขวัญอะไรให้เขา” “อันที่จริงข้ายังไม่ได้จัดเตรียมอันใดไว้เลยเจ้าค่ะ เพราะไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพชอบสิ่งใด” “เดิมทีระหว่างบุรุษกับสตรีมีของไม่กี่อย่างเท่านั้นที่มอบให้แก่กัน” “หากเป็นเครื่องประดับหรือปิ่นปักผม ดูจากที่ท่านแม่ทัพแต่งกายคงไม่ค่อยชอบพอเท่าใดนัก” “แล้วถุงหอมเป็นอย่างไร ทำไม่ยากทั้งยังสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง” “เป็นความคิดที่ดีมากเลยเจ้าค่ะ” “เช่นนั้น ข้าจะเป็นคนสอนเจ้าด้วยตัวเอง” “ซูซินขอบคุณท่านแม่”จวนสกุลลู่ ข่าวการกลับมาของใต้เท้าเฉินและฮูหยินสะพัดไปทั่ว แม้แต่จวนสกุลลู่เองก็ทราบเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ฮูหยินลู่สั่งให้คนจัดเตรียมยาสมุนไพรบำรุงร่างกาย เพื่อส่งไปที่จวนตระกูลเฉินอย่างพิถีพิถัน “ท่านแม่ ทำสิ่งใดอยู่หรือเจ้าคะ
Ler mais

ฟางเส้นสุดท้าย

นับแต่นั้นมาจนเวลาผ่านไปครึ่งค่อนเดือน ลู่หนิงอวี่ยังคงมาที่จวนสกุลเฉินบ่อยครั้ง โดยนางยกเอาข้ออ้างว่าต้องการเรียนเย็บปักถุงหอมกับฮูหยินเฉินมาเป็นเหตุผลในการมาพบปะกับบุรุษที่นางชอบพอ ยามบ่ายของวันนี้ฮูหยินเฉินต้องเข้าวังทำให้เหลือเพียงพวกนางสองคนที่ยังคงนั่งเย็บปักถุงหอมอยู่ที่ศาลาริมน้ำ “ข้าขอผ้าสีน้ำเงินนี้ได้รึไม่” แม้ปากของลู่หนิงอวี่จะเอ่ยเช่นนั้น ทว่ามือของนางกลับถือวิสาสะหยิบผ้าพับนั้นไป โดยที่ผู้เป็นเจ้าของยังไม่ได้อนุญาต “ใครให้เจ้าหยิบผ้าไปไม่ทราบ” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นมือไปดึงผ้ากลับคืนมา แต่ลู่หนิงอวี่ไม่ยินยอมให้นางทำเช่นนั้นจึงเกิดการดึงรั้งกันขึ้นมา สตรีทั้งสองฉุดกระชากกันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร จนกระทั่งตกน้ำไปด้วยกันทั้งคู่ ลู่หนิงอวี่สบโอกาสที่จินซูซินกำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำ นางใช้สองมือกดหัวสตรีผู้นี้จนจมลงสู่พื้นน้ำด้วยความได้เปรียบเพราะตนว่ายน้ำเป็น ผิดกับหญิงสาวที่ดูเหมือนว่านางไม่ค่อยชำนาญในการว่ายน้ำสักเท่าใดนัก "จินซูซิน เจ้าอย่าได้โทษข้าเลย เป็นเพราะเจ้าไม่รู้จักเจียมตัวคิดอยากเป็นฮูหยินน
Ler mais
ANTERIOR
12345
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status