جميع فصول : الفصل -الفصل 30

47 فصول

ความหลังในอดีต

สิบปีก่อน ร่างของคุณหนูสกุลจินพลัดตกน้ำเพราะถูกใครบางคนผลักจากด้านหลัง นางดำผุดดำว่ายในน้ำอยู่นานเพราะว่ายน้ำไม่เป็น น้ำเสียงที่แผดร้องเสียงดังเพื่อขอความช่วยเหลือค่อย ๆ แหบแห้งลง จนกระทั่งสาวใช้คนสนิทเดินมาพบเข้าและช่วยเหลือนางจึงรอดชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ แต่ทว่าผ่านพ้นความตายได้ไม่กี่ชั่วยามหัวหน้าคนรับใช้ในจวนก็สั่งลงโทษสาวใช้ผู้นี้ด้วยความทารุณ กระทั่งทางทนความเจ็บปวดนี้ไม่ไหวจึงสิ้นใจในท้ายที่สุด จินซูซินวัยหกขวบนั่งร้องไห้ราวขาดใจ เมื่อสาวใช้ที่ดูแลนางมาตั้งแต่จำความได้ถูกโบยจนตาย เพราะตัวนางเป็นต้นเหตุ นับตั้งแต่นั้นมาจากเดิมที่ไม่เคยแม้แต่พูดจาถกเถียงผู้ใด โดยเฉพาะผู้อาวุโสที่รับหน้าที่ดูแลนาง ขณะที่บิดาไม่อยู่ที่จวน จินซูซินที่เก็บสะสมความรู้สึกคับแค้นใจมานาน เหตุเพราะถูกดูแลไม่ต่างจากสาวใช้ในจวนและยังถูกสาวใช้พวกนั้นรังแกทั้ง ๆ ที่นางเป็นถึงบุตรสาวของใต้เท้าจิน จากความอ่อนแอและสูญสิ้นทุกอย่างในวันนั้นค่อย ๆ หลอมรวมให้นางเป็นคนแข็งกร้าวและเข้มแข็งในคราวเดียวกัน นางกล้าที่จะโต้เถียงกับผู้อาวุโสที่กดขี่ข่มเหงนางและยังไม่เคยสั่งสอนสิ่งต่าง ๆ ใ
اقرأ المزيد

ตัดสินใจ

ขณะที่กำลังช่วยคุณหนูสวมชุดลี่ซือเกิดคำถามขึ้นมาในหัว ว่าเพราะเหตุใดอาภรณ์ทุกชิ้นของเจ้านายตนถึงได้มีแต่อาภรณ์สีสันสะดุดตา ทั้งยังมีอาภรณ์ไม่กี่ชุดที่เป็นสีเรียบ ๆ ที่ไม่เคยถูกหยิบขึ้นมาสวมใส่ “คุณหนู ข้าขอถามท่านเรื่องหนึ่งได้ไหมเจ้าคะ” เอ่ยถาม หลังจากรินน้ำชาใส่ถ้วย “ได้สิ” “เหตุใดท่านถึงชอบใส่อาภรณ์สีสันสดสะดุดตาหรือเจ้าคะ” “เป็นเพราะตอนข้าอายุหกขวบถูกสาวใช้ผลักจนตกน้ำเกือบเอาชีวิตไม่รอด ข้าถึงได้เลือกสวมชุดที่ดูสะดุดตาเผื่อเกิดเหตุอันใดขึ้นคนอื่นจะได้มองเห็น” “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง บ่าวหลงคิดว่าเพราะคุณหนูชื่นชอบดอกไม้ถึงได้สวมใส่ชุดที่มีสีสันเช่นนี้” “ไม่ใช่เช่นนั้นหรอก” นางสายหน้าพลางตอบคำถาม “เรื่องครั้งนี้แม่นางลู่เป็นคนเริ่มก่อนใช่ไหมเจ้าคะ ข้าไม่คิดว่าคุณหนูจะทำร้ายใครก่อน” “คงมีเพียงเจ้าที่คิดเช่นนี้ แม้ข้าไม่ชอบพอลู่หนิงอวี่แต่ไม่เคยคิดจะทำร้ายนาง หากข้าไม่ถูกทำร้ายก่อน” “คุณหนู ท่านว่ายน้ำเป็นไม่ใช่หรือเจ้าคะ แล้วเหตุใดถึงได้ปล่อยให้ตัวเองจมน้ำได้กัน” “เป็นเพร
اقرأ المزيد

ไม่ปล่อย

ครั้นอ่านจบสตรีย่างวัยชราได้ขยำจดหมายฉบับนี้จนยับยู่ยี่ นี่บุตรชายของนางร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ แค่เพราะว่าไม่ต้องการแต่งงานกับสตรีนางหนึ่งถึงกับต้องเขียนดูถูกดูแคลน ไม่ให้เกียรติเช่นนี้เลยหรือ “ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้าแล้ว เพียงแต่” “แต่อะไรหรือเจ้าคะ” “ข้าอยากให้เจ้าลองทบทวนดูอีกครั้ง เจ้าเดินทางมาไกลถึงเมืองหลวงทั้งยังมาอยู่ที่จวนสกุลเฉินของเราอีก ชื่อเสียงของเจ้าคงด่างพร้อยไปแล้ว ยากนักที่จะหาบุรุษดี ๆ มาแต่งงานด้วย แล้วข้าจะมีหน้าไปพบมารดาของเจ้าที่จากไปแล้วได้เช่นไร แต่ว่าถ้าหากเจ้ายังยืนยันคำเดิมข้าคงไม่อาจทัดทาน” ฮูหยินเฉินเอ่ยตามตรงด้วยความเป็นห่วง เพราะสตรีที่ถูกถอนหมั้นนั้นล้วนส่งผลถึงชื่อเสียงคงยากที่จะได้ออกเรือน และยิ่งเป็นเมืองหลวงที่ให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ด้วยแล้ว เห็นทีจินซูซินคงตกที่นั่งลำบากเสียแล้ว เฉินเฟยฉีมองหน้ามารดาที่จ้องมาที่เขาด้วยสีหน้าโกรธเคืองชัดเจน เขาจึงหันไปหาเหว่ยหลิงเผื่อเขาจะรู้สาเหตุ แต่กลับไม่เป็นผลเพราะคนรับใช้คนสนิทส่ายหน้าพรืดทันที “จดหมายนี้เจ้าเป็นคนส่งให้ซูซินใช่หรือไม่” วางพลางยื่น
اقرأ المزيد

ไม่มีวันยอม

“นางอยากถอนหมั้นก็เรื่องของนาง แต่ข้าไม่มีวันยอมทำเช่นนั้นแน่ขอรับ” ทำไมเขาต้องยินยอมด้วยเล่า เขาทนอยู่กับสถานะนี้ตั้งสิบปี นางมีสิทธิอันใดกันถึงได้คิดที่จะถอนหมั้นก็สามารถทำได้ตามอำเภอใจ “เฟยฉี เป็นเจ้าเองมิใช่หรือที่ต้องการเช่นนี้ ตอนนี้ซูซินยินยอมทำตามความต้องการของเจ้าแล้ว เจ้าควรจะดีใจมิใช่หรือแล้เหตุใดถึงได้พูดจากลับไปกลับมาราวกับคนไร้สัจจะเช่นนั้น” เสิ่นเนี่ยนเจินอดถามบุตรชายไม่ได้ เพราะตั้งแต่ที่ซูซินเข้าจวนมาเป็นลูกชายของนางมิใช่หรือที่เอยปากด้วยตัวเองว่าไม่ต้องการให้หญิงสาวมาเป็นฮูหยินของตัวเอง แต่แล้วเหตุใดวันนี้ถึงได้พูดจาเช่นนี้กัน “...” ไร้เสียงตอบกลับของบุตรชาย ตัวเขาเองยังไม่อาจตอบตัวเองได้ด้วยซ้ำว่าทำไมถึงได้โพล่งปากออกไปเช่นนั้น ใช่แล้ว คงเป็นเพราะเขาโกรธเคืองที่ถูกนางผูกมัดไว้นานนับสิบปี ยามคิดว่านางจะได้เป็นอิสระทั้งยังสามารถแต่งงานกับบุรุษอื่นได้อีก ยิ่งทำให้เขาไม่อยากปล่อยนางไป “ข้าขอคุยกับนางเป็นการส่วนตัวนะขอรับ” “แต่ข้าได้พูดชัดเจนแล้ว ท่านแม่ทัพยังไม่เข้าใจอันใดอีกหรือเจ้าคะ” น้ำเสียงเย็นชาตอบกลับร่างสูง จนคนท
اقرأ المزيد

ขอเพียงโอกาส

“นะ...นี่ท่านทำอะไร!” นางถามขึ้นเสียงดัง เมื่อถูกอ้อมแขนแกร่งกอดเอวของนางเอาไว้แน่นจนไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้อีก “เจ้าอยากยิงธนูไม่ใช่หรือ ข้าจะสอนให้” เอ่ยตอบ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ปล่อยนางให้เป็นอิสระ มีแต่จะกอดแนบแน่นขึ้น “ปล่อยข้านะเจ้าคะ” “ไม่ปล่อย เจ้าเป็นคู่หมั้นของข้าคนเดียว อย่าได้คิดที่จะไปยุ่งกับบุรุษอื่นเชียว มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน” “ข้าไม่เข้าใจท่านจริง ๆ ข้าทำตามความต้องการของท่านแล้วแท้ ๆ เหตุใดถึงไม่ยอมปล่อยข้าไป” นางเอ่ยอย่างปลงตก “เจ้าทนเห็นข้าอยู่ใกล้สตรีอื่นได้จริงหรือ” นอกจากจะไม่ตอบคำถามของนางแล้ว เขายังถามนางกลับ “ข้าไม่สนใจว่าข้างกายท่านจะมีสตรีใด ขอเพียงท่านปล่อยข้าไปก็เป็นพอ” แม้ปากของนางจะเอ่ยเช่นนั้น ทว่าในใจกลับรู้สึกเจ็บปวดอยู่ลึก ๆ นางน่ะหรือจะทนเห็นคนที่ตนเองรักอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่นางได้ แต่พอคิดถึงเรื่องในอดีตที่เพิ่งผ่านพ้นมาจึงได้เอ่ยคำพูดที่ตรงข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริงออกไป “ข้าไม่ยักรู้ว่าเจ้าก็รู้จักพูดปดเป็นด้วย ข้าน่ะพึ่งรู้ตัวว่าชอบต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าก็ตอนที
اقرأ المزيد

เจ้ายินดีมาเป็นฮูหยินของข้ารึไม่

“เวลาก็ผ่านมาสองเดือนแล้วนะเจ้าคะ คุณหนูไม่คิดจะใจอ่อนให้ท่านแม่ทัพบ้างหรือ” เป็นลี่ซือที่เอ่ยถาม ตั้งแต่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเวลาก็ผ่านมาสองเดือนแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าคุณหนูของตัวเองจะใจอ่อนให้ท่านแม่ทัพเสียที ทั้งที่แม่ทัพหนุ่มใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการเข้าหานาง เพื่อขอโอกาสและหวังให้คู่หมั้นใจอ่อนยอมให้โอกาสคนดื้อดึงอย่างเขาสักครั้ง “จริงสิ อีกไม่นานก็จะถึงวันล่าสัตว์แล้ว ข้าต้องไปซ้อมยิงธนูกับขี่ม้าเสียหน่อย” “คุณหนู ไม่มีสตรีใดทำเช่นนี้นะเจ้าคะ เรื่องล่าสัตว์ล้วนเป็นเรื่องของบุรุษ สตรีอ่อนแออย่างพวกเรามิสู้อยู่ให้กำลังใจห่าง ๆ ไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ” “แต่ข้าอยากลองนี่” “ก๊อก ๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น “ใครกัน” “ข้าเอง” “ท่านแม่ทัพมาที่นี่ทำไมหรือเจ้าคะ” “ข้าได้ยินว่าเจ้าอยากไปยิงธนูกับขี่ม้ามิใช่หรือ ข้าจะออกไปล่าสัตว์ที่นอกเมืองหลวงพอดี แต่ถ้าหากเจ้าไม่เต็มใจไปกับข้าก็ช่างเถิด” เฟยฉีพูดเองเออเองเสร็จสรรพ ทั้งที่ในใจหวังให้หญิงสาวตามเขาไปด้วย “ข้ายังไม่เคยพูดสักคำว่าไม่อยากไป ลี่ซือ ช่วยข้าเปลี่ยนชุดที” “เช่นนั้นข้าจะไปรอด้านนอก” เขาเอ่ย ขณะยกยิ้มที่มุมปากเพร
اقرأ المزيد

วันที่นางตาย

คำโปรยด้วยแสนดีจนโง่งมจึงต้องสูญเสียทุกอย่าง ทั้งบุตรชายอันเป็นที่รักและลูกน้อยในครรภ์ นางสิ้นชีพไปอย่างไร้การเหลียวแลจากผู้เป็นสามี หวนคืนครานี้ขอเพียงได้ใช้ชีวิตอยู่กับลูก ๆ ต่อให้ต้องกลายเป็นคนชั่วช้าอำมหิตนางก็หาได้ใส่ใจ เป้าหมายในชีวิตนี้มีเพียงปกป้องบุตรทั้งสองให้รอดพ้นเงื้อมมือคนชั่วเป็นพอ สตรีที่แสนดีผู้นั้นได้ตายจากทุกคนไปแล้ว...รวมทั้งสตรีที่เคยรักเทิดทูนผู้เป็นสามีเสียยิ่งกว่าสิ่งใดนั่นด้วยเนื่องจากไม่ใช่เรื่องยาว ไรท์เลยจะอัปนิยายเรื่อง "หวนคืนครานี้ ข้าไม่ใช่สตรีแสนดีอีกต่อไป" ต่อเลยนะคะ ตอนแรกเริ่มอ่านข้างล่างได้เลยค่ะ *****ห้าปีก่อนตระกูลหย่งส่งหย่งชวี่อิงแต่งเข้าตระกูลซ่ง เหตุเพราะทั้งสองตระกูลต้องการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่หลังจากที่แม่ทัพตงหยางนำชัยชนะกลับมายังเมืองหลวง คราแรกที่ได้เห็นหน้าว่าที่สามีของตัวเองนางตกหลุมรักเขาทันทีดั่งรักแรกพบก็ไม่ปาน ทว่าสามีของนางกับไร้ใจมิได้มีใจให้แม้แต่น้อย มีเพียงสายตาเย็นชาเท่านั้นที่มองมา เวลาผ่านไปสี่ปีเศษเขาก็แต่งอนุเข้าจวนมาโดยให้เหตุผลว่านางตั้งครร
اقرأ المزيد

ข้างกายโดดเดี่ยว

นับตั้งแต่สกุลซ่งแต่งอนุเข้าจวนเวลาได้ล่วงเลยไปสองเดือน นางเห็นมารดาสามีพูดคุยกับอี้เหรินด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเสมอเพราะนางพูดเก่งทั้งยังอัธยาศัยดี หนำซ้ำทั้งคู่ยังเป็นญาติห่าง ๆ กันอีก หากเป็นนางในชาติก่อนคงไม่คิดว่าสตรีผู้นี้น่าสงสัย ทว่าตอนนี้กลับมิได้คิดเช่นนั้น ในจวนสกุลซ่งนี้นางเพิ่งนึกขึ้นได้เมื่อได้ย้อนกลับมาใช้ชีวิตครั้งที่สองว่าตัวนางนั้นยืนโดดเดี่ยวตามลำพัง ไม่ว่าจะเป็นคนที่ยืนเคียงข้างที่ควรเป็นสามี แต่หาได้เป็นเช่นนั้น เบื้องหลังที่ควรมีบ้านเดิมสนับสนุน แต่ผู้ใดเล่าจะรู้ว่าแต่ไหนแต่ไรนางล้วนทุกคนในสกุลหย่งมองข้าม หญิงสาวไม่เคยมีความสำคัญกับพวกเขาเลยสักนิด หากนางไม่ได้แต่งเข้าสกุลซ่ง ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดข้างกายนางไร้ซึ่งผู้คนยืนเคียงข้าง ทุกอย่างก้าวของนางล้วนยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบ หากทำอะไรผิดพลาดไปรังแต่จะทำให้ทั้งสองตระกูลตราหน้าว่าอกตัญญู ในเมื่อไม่มีใครอยู่ข้างนางก็อย่าหวังว่านางจะอยู่ข้างพวกเขาเช่นกัน “ชวี่อิง เจ้ามัวแต่เหม่ออะไรอยู่ ข้าเรียกเจ้าตั้งหลายครั้ง” มารดาสามีพูดเสียงดัง จนทำให้นางตื่นจากภวังค์ “ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าเผลอคิ
اقرأ المزيد

คนที่ไว้ใจหักหลัง

“เช่นนั้นหรือ” ซ่งตงหยางพูดยิ้ม ๆ ขณะจ้องมองใบหน้าของลูกชาย มีพียงใบหน้าของเด็กคนนี้ที่คล้ายคลึงกับเขาเมื่อยังเด็ก ส่วนนิสัยใจคอล้วนต่างกันราวฟ้ากับเหว เขาไม่อยากจะคิดว่าถ้าหากหย่งชวี่อิงคลอดลูกคนที่สอง ใบหน้าของเด็กน้อยในครรภ์จะคล้ายเขาอีกหรือไม่ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นทั้งเขาและตงเฉิงคงได้มีแฝดเพิ่มมาอีกคนเป็นแน่ สาวใช้คนสนิทตรวจสอบอาหารให้นายหญิงของตัวเองตามปกติ ชวี่อิงมองไปยังอาหารพวกนั้นพร้อมกับตั้งข้อสังเกตหลายอย่าง หากอาหารที่ห้องครัวนำมามาให้นางทานทุกมื้อมีของบางอย่างผสมอยู่ต้องเกิดอะไรขึ้นกับซูปี้ก่อนแน่ แล้วเหตุใดถึงไม่มีอะไรเกิดขึ้นกัน “ฮูหยิน บ่าวตรวจสอบอาหารเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” ว่าพลางให้สาวใช้นำสำรับมาวางไว้ที่โต๊ะเหมือนอย่างเคย “ลำบากเจ้าแล้ว” “ขอเพียงฮูหยินคลอดอย่างปลอดภัย แม้บ่าวต้องตายแทนท่านก็ยอมเจ้าค่ะ” “ซูปี้ เจ้าอย่าได้พูดเช่นนี้อีก ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อยในครรภ์หรือเจ้า ข้าล้วนไม่ต้องการให้เกิดเรื่องเช่นนั้นทั้งคู่” “เจ้าค่ะ ข้าจะไม่พูดเช่นนั้นอีก” หากอาหารไม่มีปัญหาคงเหลือเพียงชาที่
اقرأ المزيد

ย้ายห้องนอน

หลายวันมานี้สามีของนางแปลกไปยิ่งนัก ทุกมื้ออาหารเขามักเรียกให้นางไปกินกับเขาที่เรือนใหญ่ จนคนลือไปทั่วว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขานั้นดีขึ้นจนผิดหูผิดตา “ข้ามีเรื่องอยากถามท่านเจ้าค่ะ” “ว่ามาเถิด” แม่ทัพหนุ่มว่าพร้อมกับยกชาขึ้นมาดื่ม “ทำไมท่านถึงให้ข้ามาที่นี่ทุกมื้ออาหารเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ ท้องของข้าโตขึ้นทุกวัน เดินเหินไม่ค่อยสะดวกนัก” “ข้าลืมคิดเรื่องนี้ไปเสียสนิท เช่นนั้นนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าก็ย้ายมาอยู่ที่นี่เถิด” “เหตุผลล่ะเจ้าคะ ข้ารู้ดีว่าท่านไม่เคยคิดพิศวาสข้าสักนิด หากให้ข้ามาอยู่นี่ข้าคงรู้สึกอึดอัด” “ลูกยังไม่ได้บอกเจ้ารึ ว่าตั้งแต่พรุ่งนี้ข้าจะเป็นคนสอนเขาคัดอักษรด้วยตัวเอง เจ้าเป็นแม่ก็ควรมีส่วนร่วมด้วยมิใช่หรือ” ครั้นได้ยินคำตอบ นางถึงได้ถอนหายใจราวกับรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเขาต้องหาข้ออ้างเพื่อให้นางมาที่นี่แน่ “เช่นนั้น ท่านจะให้ข้าพักอยู่ที่ใดล่ะเจ้าคะ ที่เรือนนี้มีห้องนอนเพียงสองห้อง ห้องหนึ่งกลายเป็นห้องของตงเฉิงไปเสียแล้ว หากจะให้นอนห้องเดียวกับท่านคงไม่ได้ ท่านเคยบอกข้าน
اقرأ المزيد
السابق
12345
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status