جميع فصول : الفصل -الفصل 40

47 فصول

ดึงศัตรูมาเป็นพวก

“ข้าขอฟังจากปากเจ้า หากเจ้ามีใจให้ท่านแม่ทัพจริงข้าย่อมส่งเสริม” “ฮูหยิน” “ว่ามาเถิด ไม่ว่าคำตอบของเจ้าเป็นเช่นไรความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของพวกเราจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไป” ชวี่อิงถามคาดคั้น พยายามเค้นคำตอบให้สาวใช้คนสนิทพูดออกมาตามความจริง ถ้าหากซูปี้คิดเกินเลยกับสามีของนางจริง ถือว่าเป็นโอกาสทองที่นางจะเข้าไปแทรกกลางระหว่างอนุอี้และซูปี้ ในเมื่อสองคนนี้คิดทำร้ายนางในที่มืดตั้งแต่แรก สู้นางดึงซูปี้ให้ออกมาเผชิญหน้ากับนางในที่สว่างคงดีเสียกว่า ศัตรูในที่ลับนั้นหาทางป้องกันได้ยากกว่าศัตรูในที่แจ้ง มิสู้ให้นางมาอยู่ข้างกายเพื่อหาทางตลบหลังเอาคืนคงดีกว่าเป็นไหน ๆ ขอเพียงหว่านล้อมให้พวกนางทั้งสองแตกคอและหักหลังกันเอง พอถึงตอนนั้นคนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือตัวนาง นางจะไม่ยอมถูกผู้ใดทำร้ายและใช้ชีวิตโง่งมเหมือนชีวิตครั้งก่อนแน่ “ข้าช่างเนรคุณต่อท่านนัก” ว่าพลางทรุดตัวลงร้องไห้สะอึกสะอื้น “ไม่ต้องร้องแล้ว” “ฮูหยิน ข้าไม่ได้ต้องการหักหลังท่านนะเจ้าคะ แต่ข้าไม่อาจบังคับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อท่านแม่ทัพได้” “ข้ารู้ เจ้าเลิกร้อ
اقرأ المزيد

ต่างคนต่างความคิด

“ใช่แล้วล่ะ แม่ของเจ้ามีพ่ออยู่ทั้งคน ส่วนเจ้าก็ตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี” เขาตอบ โดยที่ยังคงสบตากับแม่ของลูกราวกับต้องการจะสื่อถึงบางอย่าง หากเป็นเมื่อก่อนนางคงหลงกลคำพูดของเขาที่บอกว่าจะปกป้องดูแลนาง แต่ตอนนี้นอกจากนางจะไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวไปกับคำพูดและสายตาชวนลุ่มหลงนี่แล้ว ในใจยังคงโต้แย้งเสียงดังว่าอย่าได้เชื่อคำพูดผู้ใด สิ่งที่ตัวนางสามารถเชื่อใจได้มีเพียงตัวเองเท่านั้น “ข้ามีเรื่องอยากคุยกับท่าน เรื่องสำคัญเจ้าค่ะ” ชวี่อิงตัดจบบทสนทนาก่อนหน้า แล้ววกเข้าเรื่องที่นางต้องการบอกกับเขา แววตาเรียบนิ่งประดุจสายน้ำทำเอาคนที่จ้องมองพลอยลมหายใจสะดุดตามไปด้วย ท่าทีแปลกตาของสตรีที่เขารู้จักนานนับห้าปี เขามองนางราวกับคนแปลกหน้าด้วยความไม่ชินชาที่เห็นหญิงสาวแสดงท่าทีเช่นนี้ “เรื่องอะไรรึ” “ตงเฉิง ลูกออกไปวิ่งย่อยอาหารกับสือซวนก่อนเถิด” “ขอรับ ท่านแม่” เด็กน้อยเอ่ยอย่างว่างาย แล้ววิ่งไปหาสือซวนที่ยืนอยู่ด้านนอกทันที คล้อยหลังบุตรชายได้ไม่นานนัก นางจึงได้เอ่ยเข้าประเด็น “ข้าคิดว่าจะให้ท่านพี่รับอนุเข้ามาเพิ่มเจ
اقرأ المزيد

เปิดฉากอย่างเป็นทางการ

เรือนขนาดย่อมถูกใช้เป็นเรือนหอระหว่างซูปี้กับแม่ทัพหนุ่ม เมื่อถึงเวลาร่วมหอเขาได้เดินเปิดประตูเข้ามาด้านในโดยไร้ซึ่งความความรู้สึกเหมือนทุกครั้ง ผ้าคลุมสีแดงถูกฝ่ามือใหญ่เปิดออกจนเผยให้เห็นใบหน้าอดีตสาวใช้ที่บัดนี้ชวี่อิงได้แต่งตั้งให้นางเป็นอนุภรรยาอีกคนของเขา โดยไม่ถามความเห็นเขาแม้แต่น้อยว่าต้องการหรือไม่ “ท่านแม่ทัพ” ทันทีที่ผ้าคลุมหน้าของนางถูกเปิดออก ซูปี้ส่งยิ้มดีใจเขาทันทีที่คืนนี้นางไม่ได้ถูกทิ้งร้างให้นอนคนเดียวเพียงลำพัง “ฮูหยินบอกว่าเจ้าชอบพอข้า” ถามพลางขณะนั่งลงข้างหญิงสาว โดยเว้นระยะห่างหนึ่งช่วงแขน “เจ้าค่ะ” นางตอบด้วยท่าทีเขินอาย แสร้งหลบสายตาหันมองไปอีกทาง จนถูกมือแกร่งจับที่ปลายคางเอาไว้ แล้วดึงเข้าหาตัวพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากให้ “อันที่จริง ข้าเคยรู้สึกชอบพอเจ้าอยู่บ้าง แต่พอเจออี้เหรินความรู้สึกพวกนั้นได้หายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้หัวใจของข้ามีแค่นาง ส่วนเจ้า...เป็นแค่อดีต” พูดจบ จึงปล่อยนางให้เป็นอิสระ “ข้าจะทำให้ท่านกลับมาสนใจข้าอีกครั้งให้ได้เจ้าค่ะ” ว่าพลางรินเหล้ามงคลให้ “หึ” ซ่งตงหยางไม
اقرأ المزيد

ให้เป็นหน้าที่ข้าเอง

หลังจากที่จวนสกุลเมิ่งรับอนุคนใหม่เข้าจวนมา นับว่าเป็นครั้งแรกที่ทั้งสี่คนได้ร่วมทานอาหารค่ำด้วยกัน “ช่วงนี้ท่านพี่ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการสอนคุณชายตงเฉิงคัดอักษร ข้าจึงให้สาวใช้ตุ๋นรังนกมาให้ท่านเพื่อบำรุงกำลัง” อี้เหรินบอกด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย พาลให้ซูปี้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ได้แต่เบะปากมองบน “ขอบใจเจ้ามาก” ว่าพลางตักรังนกเข้าปาก “อนุอี้ยุ่งกับงานในจวนแท้ ๆ แต่ยังมีเวลามาใส่ใจท่านแม่ทัพ ช่างมีความสามารถจริง ๆ” อนุซูอดแซะไม่ได้ “ใครจะเหมือนเจ้าเล่า วัน ๆ เอาแต่พิถีพิถันกับการแต่งตัว กลัวคนไม่รู้หรือว่าเจ้าเคยเป็นสาวใช้มาก่อน” หย่งชวี่อิงนั่งจิบชาด้วยความสบายใจ ไม่คิดเข้าร่วมแก่งแย่งชิงดีกับพวกนางทั้งสองให้เสียเวลา อีกไม่ถึงเดือนนางจะคลอดแล้ว สิ่งที่นางให้ความสำคัญที่สุดในตอนนี้คือลูกในท้อง โชคยังเข้าข้างนางอยู่บ้างเพราะอาหารการกินรวมทั้งของใช้ต่าง ๆ ของนางล้วนเป็นสามีที่คอยดูแลทำให้สตรีทั้งสองไม่สามารถลงมืออะไรได้อีก “ท่านแม่ทัพ อนุอี้จงใจเหยียดหยามข้าต่อหน้าท่าน นางไม่ไว้หน้าข้าไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ข้าเป็นอนุของท่าน
اقرأ المزيد

อย่าได้ทำเช่นนี้อีก

ชวี่อิงก้มหน้าลงปรายตามองสามีแล้วนั่งนิ่ง ๆ จนกระทั่งเขานวดเท้าให้นางเสร็จ ท่าทีที่เหมือนใส่ใจของเขาหากเป็นเมื่อก่อนนางคงดีอกดีใจที่ถูกคนรักทนุถนอมเช่นนี้ แต่ตอนนี้กลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเสียแล้ว ทุกการกระทำของเขาในตอนนี้คงเป็นเพียงหน้าที่ตามที่เขาเคยบอกนาง มิได้มีความรู้สึกใดเจือปนแม้สักนิด “ขอท่านแม่ทัพอย่าได้ทำเช่นนี้อีก” “ทำอะไรหรือ” เขาแสร้งถาม ทั้ง ๆ ที่รู้ความหมายดีอยู่แล้ว “อย่าได้เสียเวลามาดูแลเอาใจใส่ข้าเลยเจ้าค่ะ ข้าเป็นฮูหยินของท่านนานถึงห้าปีแล้ว ย่อมรู้เต็มอกว่าทุกอย่างที่ท่านทำล้วนเป็นเพราะหน้าที่ แต่ก่อนเคยเย็นชาใส่ข้าเช่นไรก็ขอให้เป็นเช่นนั้นต่อไป ตอนนี้ข้าไม่ได้ต้องการให้ท่านใส่ใจข้าอีกแล้ว ขอเพียงท่านให้เกียรติข้ากับลูกเหมือนเคยก็พอแล้วเจ้าค่ะ” ชวี่อิ่งร่ายยาวบอกผู้เป็นสามีด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่ได้ประชดประชันแต่อย่างใด นางหมายความตามที่พูดจริง ๆ นางเสียเวลาไปกับการไล่ตามหาความรักและการเอาใจใส่จากเขามามากพอแล้ว ถึงเวลาที่นางต้องรู้ตัวสักทีว่าควรให้ความสำคัญกับลูก ๆ ไม่ใช่บุรุษตรงหน้าที่ไม่ได้รักนาง ซ่งตงหยางเงยหน้ามอ
اقرأ المزيد

ไม่สมปรารถนา

“เป็นสตรีงั้นรึ” ทันทีที่สตรีวัยชรารู้ว่าหลานคนที่สองไม่ใช่หลานชายตามต้องการ สีหน้าของนางได้เปลี่ยนผันแทบทันที จากเดิมที่เดินยิ้มมาแต่ไกล บัดนี้หลงเหลือเพียงน้ำเสียงไม่พอใจทิ้งเอาไว้ “ขอรับ” “เกิดมาเป็นสตรีจะมีประโยชน์อันใด ต้องเป็นบุรุษถึงจะดี เด็กคนนี้ช่างไม่มีส่วนใดคล้ายคลึงกับเจ้าสักนิด” ยิ่งเห็นว่าเด็กน้อยมีใบหน้าคล้ายกับลูกสะใภ้ราวกับแกะ นางยิ่งไม่ถูกชะตา “ท่านแม่พูดผิดแล้ว ท่านเห็นหรือไม่ว่าคิ้วของนางได้ข้ามาเต็ม ๆ” “นางมีคิ้วซะที่ไหนกัน” ฮูหยินผู้เฒ่าส่ายหน้าน้อย ๆ เมื่อเห็นว่าลูกชายพยายามแก้ตัว “ท่านแม่ทัพ ฮูหยินฟื้นแล้วเจ้าค่ะ ท่านจะเข้าไปเยี่ยมนางหรือไม่” จื่อเหยารายงาน “ในเมื่อนางปลอดภัยก็แล้วไป ข้าจะกลับไปพักผ่อนแล้ว” เอ่ยจบก็เดินกลับเรือนของตัวเองไป ไม่ได้สนใจลูกสะใภ้แม้แต่นิด “ให้สาวใช้เตรียมน้ำแกงบำรุงร่างกายให้นางดื่มด้วย” เขาสั่ง ขณะเดินเข้าไปหาภรรยาของตัวเอง ใบหน้านวลเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ทำให้คนที่เห็นรู้สึกสงสารไม่น้อย ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้นางแล้วถึงได้เอ่ยบางอย่างออกมา
اقرأ المزيد

ไม่ยอมอีกแล้ว

ผ่านมาราว ๆ ครึ่งเดือนที่นายหญิงสกุลซ่งคลอดบุตรสาว ทันทีที่ฮูหยินอนุญาตให้เข้าพบทั้งอี้เหรินและซูปี้แทบจะวิ่งแข่งกันมาหานางที่เรือนพร้อมกับของกำนัลหลายอย่าง หากผู้ใดจะดีใจที่ลูกของนางเป็นสตรีคงไม่พ้นพวกนางสองคน “ฮูหยิน ข้าได้ให้ช่างตัดเย็บทำชุดมาให้คุณหนูด้วยนะเจ้าคะ สีชมพูช่วยขลับผิวได้ดียิ่งนัก” “ชุดสีชมพูหรือจะเหมาะกับลูกฮูหยิน ต้องสีม่วงสิถึงจะคู่ควร” อี้เหรินเกทับ เพราะอาภรณ์สีม่วงนั้นมีราคาแพงกว่า “ขอบใจพวกเจ้าทั้งสองที่อุตส่าห์สละเวลามาเยี่ยมข้า” “ฮูหยินอย่าได้เกรงใจ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าย่อมต้องมาเยี่ยมท่านอยู่แล้วเจ้าค่ะ” “ว่าแต่คุณหนูชื่ออะไรหรือเจ้าคะ” ซูปี้ถามขึ้น “นางชื่อลี่หยาง” “ชื่อนี้เหมาะสมกับคุณหนูยิ่งนัก” เอ่ยอย่างเห็นด้วย “ว่าไปแล้วก็ยิ่งอิจฉา ข้าแต่งเข้าจวนสกุลซ่งเกือบปีแล้วแต่กลับไม่มีวี่แววจะมีข่าวดีเหมือนฮูหยินสักที” อนุอี้ตัดพ้อ เพราะแม่ทัพซ่งแทบไม่เคยค้างคืนกับนาง ส่วนใหญ่เขาเอาแต่ไปหาสาวใช้น่ารังเกียจอย่างซูปี้ “เป็นเพราะเจ้าไร้ความสามารถจะโทษผู้ใดได
اقرأ المزيد

ฟ้องบุตรชาย

“พูดจบแล้วใช่ไหมเจ้าคะ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” “ข้าขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย ส่งตงเฉิงไปให้อี้เหรินเสีย!” “ทำไมข้าต้องส่งลูกชายของข้าให้อนุต่ำต้อยเป็นคนดูแลด้วยล่ะเจ้าคะ แม้อี้เหรินคนนี้จะมาจากชนชั้นเดียวกันกับข้า แต่ตอนนี้นางเป็นแค่อนุเล็ก ๆ ในจวน ท่านว่าเหมาะสมแล้วหรือ” “หย่งชวี่อิง!” หลันซินแผดเสียงใส่ลูกสะใภ้ “แต่ก่อนเป็นเพราะว่าข้าไม่เคยมีปากมีเสียง ท่านถึงได้เข้าใจผิดคิดว่าข้าจะยอมให้ท่านข่มเหงไปตลอดชีวิต แต่ข้าจะไม่ทำเช่นนั้นอีกแล้ว มันผู้ใดก็ตามที่กล้าพรากข้ากับลูกออกจากกัน ข้าจะไม่ไว้หน้าแน่ถึงแม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นท่านก็ตามที” บอกแม่สามีน้ำเสียงเยือกเย็น แล้วกลับเรือนตนเองไปทันที ทันทีที่ซ่งตงหยางกลับมาถึงจวนเขาก็ถูกมารดาเรียกพบทันใดคงไม่พ้นเรื่องของชวี่อิงแน่ แค่คิดก็เริ่มปวดหัวขึ้นมาเสียแล้ว “ท่านแม่ เรียกข้ามาพบมีเรื่องอะไรหรือขอรับ” “ฮูหยินของเจ้า ตอนนี้นางไม่เชื่อฟังคำพูดแม่เสียแล้ว” ว่าพลางแสร้งทำเสียงน่าสงสาร เรียกร้องความสนใจจากบุตรชาย “ชวี่อิงน่ะหรือขอรับ นางเคยไม่เชื่อฟังท่านที่ไหนกั
اقرأ المزيد

คิดพรากแม่ลูก

“ข้าสัญญาว่าข้าจะกลับมาอย่างปลอดภัย ตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นความผิดข้าเองที่ไม่เคยใส่ใจว่าเจ้าจะรู้สึกเช่นไร แต่ชวี่อิงเจ้าก็รู้นิสัยข้าดีไม่ใช่หรือ ว่าข้ามีนิสัยเย็นชา คนอย่างข้าพูดจาฉอเลาะหยอกล้อกับใครเป็นที่ไหนกัน แล้วยิ่งกับเจ้าที่เป็นฮูหยินของข้า ตอนที่เราแต่งงานกันทั้งเจ้าและข้าต่างไม่ได้รู้จักกันเสียด้วยซ้ำ” “ข้ารู้เจ้าค่ะ ที่ท่านยอมแต่งงานกับข้าเป็นเพราะหน้าที่ ท่านบอกข้ามาโดยตลอด “ชวี่อิง ไม่ใช่...” ไม่ทันที่แม่ทัพหนุ่มจะได้เอ่ยจนจบประโยค เสียงสือซวนได้แทรกขึ้นเสียก่อน “ท่านแม่ทัพ เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ ตอนนี้ม้าเร็วส่งข่าวมาว่าแคว้นเฉียวยึดเมืองหางโจวเป้นที่เรียบร้อยแล้ว ฝ่าบาทมีคำสั่งให้ออกเดินทางประเดี๋ยวนี้เลยขอรับ!” “ข้ารู้แล้ว ข้าขอพูดกับฮูหยินก่อน” เขาตอบกลับเสียงดัง “…” “ข้าต้องไปแล้ว เจ้ารับหีบนี้ไว้ หากมีเรื่องจำเป็นก็ใช้ของสิ่งนี้เสีย ข้าฝากเจ้าดูแลลูก ๆ ของเราด้วย” พูดจบได้ยืนหีบเล็กให้นาง แล้วจึงเดินออกไปด้วยความเร่งรีบ สามีของนางเดินทางไปออกรบได้ยังไม่พ้นสามวัน มารดาสามียังคงไม่ยอมรามื
اقرأ المزيد

กำจัดเสี้ยนหนาม

“เขาเป็นลูกข้าหรือไม่ ไม่สำคัญ ขอเพียงเป็นลูกของท่านแม่ทัพข้าล้วนรักเหมือนดั่งลูกตัวเอง” อนุอี้พูด เอาใจ ทั้งที่ความเป็นจริงตนนั้นเกลียดเด็กคนนี้เสียยิ่งกว่าสิ่งใด ลูกชายคนแรกของท่านแม่ทัพควรเกิดจากนางไม่ใช่หย่งชวี่อิง แต่ในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้แล้วคงมีเพียงหนทางเดียวที่จะทำให้ลูกชายของนางได้เป็นผู้สืบทอดตระกูล คือกำจัดเด็กคนนี้ให้พ้นทาง “ข้ารู้ว่าเจ้าคงรู้สึกน้อยใจไม่น้อยที่ยังไม่มีลูกเป็นของตัวเอง ไว้รอตงหยางกลับมาจากสนามรบ ข้าจะบอกให้เขาไปหาเจ้าที่เรือนบ่อย ๆ” “อี้เหริน ขอบคุณท่านแม่ พอพูดถึงท่านแม่ทัพแล้ว ข้าหวังเพียงว่าเขาจะนำทัพปราบศัตรูให้เสร็จสิ้นโดยไว” “ข้าก็หวังให้เป็นแบบนั้นเช่นกัน” ครั้นถึงเวลาเลิกเรียนอี้เหรินได้จับมือเด็กน้อยวัยห้าขวบเดินมาที่เรือนของฮูหยินซ่งตามที่เคยบอก แต่ระหว่างทางต้องผ่านสระน้ำที่ตั้งตระหง่านกลางจวน โดยทำทีชวนเด็กน้อยพูดคุยก่อนรอให้คนของตัวเองมาสร้างสถานการณ์บางอย่าง “เจ้าดูสระน้ำนี่สิ ดอกบัวเริ่มบานแล้ว” เอ่ยบอกพร้อมกับจูงมือเขาไปที่ริมสระ “ตู้ม!” มือปริศนาสองคู่ได้ผลักทั้งสองต
اقرأ المزيد
السابق
12345
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status