Lahat ng Kabanata ng เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นแม่ที่ดี: Kabanata 71 - Kabanata 80

96 Kabanata

จะไม่คุยกันอีกนานเท่าไหร่

หลังจากทะเลาะกันคืนนั้น ความตึงเครียดระหว่างเจตนิพัทธ์และลักษณ์นาราก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นความอึดอัดที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ บรรยากาศในบ้านที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นหนาวเหน็บ เจตนิพัทธ์แทบไม่พูดกับเธอเลย ส่วนลักษณ์นาราเองก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน หรือจะอธิบายอย่างไรให้เขาเข้าใจแม้ว่าทั้งคู่จะพยายามทำตัวให้เป็นปกติต่อหน้าลูกสาว แต่ขวัญวิวาห์ก็โตพอที่จะดูออก ว่ามีบางอย่างไม่ปกติระหว่างพ่อกับแม่ของตัวเองเจตนิพัทธ์ใช้เวลาอยู่ที่ทำงานมากขึ้น และเมื่อกลับบ้าน เขาก็หลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้เธอ ลักษณ์นารารู้สึกถึงความห่างเหินและเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นเขาเดินผ่านเธอไปโดยไม่แม้แต่จะหันมามอง แม้จะพยายามหาช่วงเวลาที่จะคุยกัน แต่ทุกครั้งที่เธอพยายามเข้าใกล้ เขาก็ทำเป็นไม่สนใจและหาทางเลี่ยงออกไปเสมอ“คุณพ่อให้หนูขวัญบอกคุณแม่ ว่าวันนี้ไม่ต้องไปรับหนูขวัญที่โรงเรียน เพราะคุณย่าจะมารับค่ะ แล้วก็...เสาร์อาทิตย์นี้หนูขวัญจะไปนอนกับคุณย่า วันจันทร์คุณย่าจะไปส่งหนูขวัญที่โรงเรียน” เด็กหญิงตัวน้อยบอกกับแม่ของเธอ สายตามองดูสีหน้าของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกเป็นห่วง“ค่ะ” ลัก
Magbasa pa

มองไม่เห็นใคร

แต่ที่เลือกให้ชื่อพ่อแม่ก็เพราะไม่อยากรบกวนสามี“ฉันนึกว่าแกลืมพ่อลืมแม่ไปแล้วซะอีก” เมื่อแม่ของลักษณ์นารามาถึง ก็เอ่ยทักทายลูกสาวทันที แต่อย่างน้อยแม่เธอก็ยังยอมมาหา ผิดจากที่คาดเอาไว้“หนูก็นึกว่าแม่จะไม่มาแล้ว” เธอตอบ ดีที่เบอร์ของแม่ลักษณ์นารามันมีอยู่ในเครื่องอยู่แล้ว แถมเจ้าตัวยังเมมชื่อพ่อแม่ตัวเอง เป็นชื่อจริงพร้อมนามสกุลพอดิบพอดี“ก็ว่าจะไม่มา เสียเวลาเล่นไพ่ แล้วนี่ผัวแกมันไปไหน มันโดนแม่มันเป่าหูอีกแล้วใช่ไหม ถึงทิ้งให้แกมานอนโรงพยาบาลคนเดียวแบบนี้” ลักษณ์นาราถอนหายใจ ไม่รู้ว่าเธอคิดถูกหรือเปล่า ที่เลือกบอกกับแม่“เขาทำงานน่ะแม่ ช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่ง”“ยุ่งจนไม่มีเวลามาดูเมียเนี่ยนะ”“ก็เขาเป็นเสาหลักของบ้านนี่ ทำงานหาเงินเข้าบ้านอยู่คนเดียว” พอลักษณ์นาราบอกแบบนั้น แม่ของเธอก็เงียบไปทันที เพราะเป็นความจริงที่เถียงไม่ได้“ถ้าแม่ไม่ว่าง แม่ไม่ต้องมาเฝ้าหนูก็ได้นะ หนูแค่ขอยืมชื่อแม่มาใส่เป็นชื่อญาติเฉยๆ”“แล้วทำไมแกไม่ใช้ชื่อผัวแก?” ลักษณ์นาราลำบากใจที่จะตอบ แต่ถ้าไม่ตอบแม่ก็คงจะถามไม่เลิก เธอจึงต้องหาข้ออ้างไปก่อน“ก็...ถ้าหนูใส่ชื่อคุณเจต หมอก็จะโทรไปกวนเวลางานเขา หนูเกรงใจ
Magbasa pa

ปรับตัวไม่ทัน

ลักษณ์นาราตื่นขึ้นมาในหลังจากเผลอหลับไป เธอรู้สึกตัวเมื่อเห็นแสงไฟในห้องพักผู้ป่วยของโรงพยาบาลสลัวลง เธอกะพริบตาและพบว่าเจตนิพัทธ์นั่งอยู่ข้างเตียง เขานั่งเงียบ ๆ สายตาจับจ้องไปที่เธอ เมื่อเห็นว่าเธอรู้สึกตัวแล้ว เขาจึงเอื้อมมือมาจับสายน้ำเกลือเพื่อปรับ มือของเขาโดนมือของเธออย่างไม่ตั้งใจ ความอุ่นของมือเขาทำให้ลักษณ์นารารู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก“แม่ไปไหนแล้วเหรอคะ?” ลักษณ์นาราถามเสียงแผ่วเบา ด้วยทำตัวไม่ถูก และไม่รู้จะเริ่มพูดกับเขาอย่างไรดี“กลับไปแล้วสักพักแล้ว เห็นบอกว่ามีธุระ” เจตนิพัทธ์ตอบเรียบ ๆ แต่แฝงด้วยความห่วงใยในน้ำเสียงลักษณ์นาราเบนสายตาไปทางหน้าต่าง หลีกเลี่ยงการสบตากับเขา เธอรู้สึกอึดอัดใจทุกครั้งที่ต้องพูดคุยกับเขาในเวลาที่ยังไม่เข้าใจกันแบบนี้“ไม่สบายขนาดนี้ ทำไมถึงไม่บอกผม ถ้าแม่ไม่โทรบอก ผมก็ไม่รู้เรื่องเลย” เจตนิพัทธ์ถามขึ้น น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความกังวล ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นเพราะกำลังไม่เข้าใจกันอยู่ แต่เธอก็ไม่น่าจะตัดสินใจแบบนี้ เขาเองก็ยังแปลกใจที่แม่ของเธอยอมมาเฝ้าให้ตั้งครึ่งวันลักษณ์นาราเม้มปาก เธอรู้สึกอับจนคำตอบ จะให้ตอบว่าอย่างไรได้ล่ะ เขาเองก็รู้
Magbasa pa

น้อยใจน่ะสิ

เจตนิพัทธ์ถอนหายใจ และพยายามพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นที่สุด เพราะไม่อยากให้ภรรยาคิดมาก“ใครจะเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่น อย่าคิดมากนักเลย” หญิงสาวพยักหน้ารับ เธอรู้สึกว่าเจตนิพัทธ์ใจเย็นลงมากแล้ว หรือเขาพยายามฝืนทำเธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน“ผมว่าจะกลับบ้านไปอาบน้ำ แล้วก็เตรียมของมานอนเฝ้าคุณที่นี่ หมอบอกว่าคุณต้องนอนอยู่ที่นี่ก่อนสักคืน เพื่อดูอาการ ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็ต้องรักษาขั้นต่อไป” หญิงสาวยังคงพยักหน้ารับ เธอไม่รู้ว่าเธอจะพูดอะไร เรื่องนี้หมอก็บอกกับเธอแล้วเหมือนกัน“มีอะไรที่อยากให้เอามาให้หรือเปล่า”“จริงๆ คุณไม่ต้อง...”“ผมคิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะรัก ผมไม่ได้มาเพราะแค่มันเป็นหน้าที่เท่านั้น แต่มาเพราะเป็นห่วงคุณด้วย เกล็ดเลือดต่ำไม่ใช่ไข้หวัด เกิดคุณเป็นอะไรขึ้นมา กว่าจะเดินทางจากบ้านมาถึงที่โรงพยาบาล มันใช้เวลานานอยู่นะ” เพราะรู้ว่าลักษณ์นาราจะพูดอะไร เจตนิพัทธ์จึงได้ชิงพูดขึ้นก่อน เรื่องหนึ่งที่เธอยังคงเป็นเธอเสมอ นั่นก็คือไอ้เรื่องดื้อนี่แหละ“ไม่มีค่ะ รักไม่ต้องการอะไร” เธอตอบ เพราะรู้แล้วว่าคงจะเถียงเขาไม่ชนะแน่“ผมบอกหนูขวัญแล้วนะ เรื่องที่คุณไม่สบายและต้องนอนโรงพ
Magbasa pa

เรื่องที่ควรจะต้องรู้

เช้าของอีกวัน ลักษณ์นารารู้สึกตัวขึ้นในตอนเช้า เสียงประตูห้องเปิดออกทำให้เธอหันไปมอง จารุณี แม่สามีของเธอเดินเข้ามาพร้อมกับขวัญวิวาห์ลูกสาวของเธอ สายตาของจารุณีจ้องมาที่ลักษณ์นาราอย่างไม่พอใจนัก“หน้าตาคนป่วยดูซีดเซียวจังเลยนะ อ้อ! สงสัยจะเป็นเพราะไม่ได้แต่งหน้าทาปาก?” จารุณีทักทายด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ฟังดูมีแววเหน็บแนมอย่างชัดเจน“เป็นยังไงบ้างล่ะ? ไม่สบายขนาดนี้ แกล้งป่วยเพราะอยากได้อะไรหรือเปล่า?” จารุณียังคงพูดต่อลักษณ์นาราถอนหายใจ เป็นไปตามที่เธอคิดเอาไว้ไม่มีผิด ถ้าแม่สามีของเธอมาเยี่ยมก็ไม่วายต้องมากระแนะกระแหนเธอแน่ๆ ยิ่งถ้ารู้ว่าก่อนหน้านี้เธอมีประเด็นกับเจตนิพัทธ์คงจะยิ่งได้ใจคำถามที่ฟังดูเหมือนจะเป็นห่วงของจารุณีเต็มไปด้วยคำเหน็บแนมและความไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง ลักษณ์นาราเลือกที่จะไม่ตอบโต้ โดยหันไปหาลูกสาวของเธอแทน“ทำไมมาแต่เช้าเลยละคะ” จารุณีมองลักษณ์นาราด้วยสายตาไม่พอใจ เมื่ออีกฝ่ายเมินเฉยใส่เธอ ทั้งที่เธอยืนพูดอยู่แท้ๆ แต่กลับทำเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ“หนูขวัญเป็นห่วงคุณแม่ตั้งแต่เมื่อคืน แต่คุณย่าบอกว่าจะพามาตอนเช้า หนูขวัญก็เลยขอให้คุณย่าพามาแต่เช้าค่ะ” ขวัญวิวาห์บอ
Magbasa pa

นี่เรากำลังจะไปที่ไหนกัน

ลักษณ์นาราบอกทางให้เจตนิพัทธ์มาเรื่อยๆ กระทั่งถึงวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งเจตนิพัทธ์มั่นใจมากว่า เขาไม่เคยมาที่นี่มาก่อน แต่ก็คิดว่าภรรยาอาจจะอยากมาทำบุญ เพราะเธอเพิ่งจะหายป่วย“อยากมาทำบุญเหรอ” เจตนิพัทธ์หันไปถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอไม่ได้ตอบอะไร แล้วก็ปลดเข็มขัดนิรภัยและเดินลงจากรถไปทันทีลักษณ์นารามองไปรอบๆ เพื่อความแน่ใจว่าเธอไม่ได้พาเขามาผิดที่ ก่อนหน้านี้เธอมาที่นี่กับระพีน้าสาวของเธอ“ตกลงว่ายังไง อยากมาทำบุญเหรอ” เจตนิพัทธ์เดินลงจากรถ ก่อนจะเข้าไปหาภรรยาของเขา และถมเธออีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่ลักษณ์นารายังคงยืนนิ่งไม่ และใช้ความคิดรวบรวมคำพูดสำคัญ ที่เธอจะต้องพูดกับสามี“คือ...รักมีเรื่องสำคัญที่จะต้องบอกกับคุณ แต่รักก็ไม่รู้ว่าคุณจะเชื่อหรือเปล่า เพราะเรื่องมันค่อนข้างที่จะ...ไม่น่าเชื่ออยู่มากเลย” ในที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจพูดออกมา เจตนิพัทธ์มุ่นคิ้วด้วยความงุนงง เขาไม่เข้าใจว่าภรรยากำลังจะบอกอะไรกันแน่“พูดมาเลยสิ แล้วเรื่องที่ว่าเนี่ย เกี่ยวกับที่นี่ด้วยเหรอ ทำไมถึงต้องมาที่วัดนี้ด้วย” เจตนิพัทธ์เริ่มรู้สึกกลัวเล็กน้อย ด้วยบรรยากาศภายในวัดที่ร่มรื่นและเงียบสงบ จนชวนให้ขนหัวล
Magbasa pa

ฉันไม่ใช่ลักษณ์นารา

เจตนิพัทธ์รู้สึกเหมือนถูกกระชากเข้าไปในความฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง หัวใจเขาเต้นรัวด้วยความกลัวและความสับสนเมื่อฟังคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า คำพูดของลักษณ์นาราที่บอกว่าเธอคือ “รัญระวีย์” ใครสักคนที่เขาไม่เคยรู้จักและไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน ทำให้เขารู้สึกหนาวสั่นไปทั่วร่าง“รัก...” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ ด้วยความหวังว่าเธอจะตอบกลับมาเป็นคนเดิม แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นเพียงแค่สายตาที่แฝงด้วยความจริงจังและไม่คุ้นเคย“ฉันไม่ได้ล้อเล่นค่ะ คุณเจตนิพัทธ์” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง น้ำเสียงที่ไม่ใช่ของลักษณ์นาราที่เขารู้จัก“ฉันชื่อรัญระวีย์ และฉันเป็นคนที่อยู่ในรูปนี้ หรือถ้าจะพูดให้ถูก อัฐินี้เก็บกระดูกของฉันไว้” เธอพูดพลางชี้ไปที่ภาพหน้าอัฐิ ภาพนั้นเป็นภาพของหญิงสาว ที่ดูธรรมดาแต่งดงามและอ่อนโยน แววตาแฝงไว้ด้วยความโศกเศร้า เจตนิพัทธ์มองภาพนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น ความสับสนและความกลัวเริ่มครอบงำจิตใจเขา“รัก... อย่าเล่นแบบนี้เลย มันไม่ตลก” เขาพยายามยืนยันความเชื่อเดิมของเขา แต่ความจริงที่หญิงสาวกล่าวออกมานั้นเริ่มทำให้เขาคิดหนัก แต่เรื่องที่เธอพูดมันก็ยากที่จะเชื่อเกินไป เขาทำตั
Magbasa pa

ผม...จะเชื่อคุณก็แล้วกัน

“คุณหมายความว่า...”“หลังจากที่ฉันฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ ตอนแรกฉันก็ตั้งใจจะเป็นคุณรักต่อไปเรื่อยๆ แต่อดไม่ได้ที่จะกลับไปดูตัวเอง ดูลูก แล้วฉันก็ได้รู้ว่าการตายของลูกฉันมีเงื่อนงำ สามีของฉันโกหกว่าลูกถูกส่งไปอยู่ต่างประเทศ ทั้งๆ ที่ฉันเห็นศพของลูกกับตาของฉันเอง” เจตนิพัทธ์ค่อยๆ คิดตามสิ่งที่คนตรงหน้าเล่า และเริ่มปะติดปะต่ออะไรได้บ้างแล้ว“สามีของคุณ...”“ค่ะ ทีปกรคนที่คุณเจอที่งานวันนั้น เขาคือสามีของฉัน” หญิงสาวชิงพูดขึ้นเจตนิพัทธ์พยักหน้ารับอย่างช้าๆ แต่ยังรู้สึกไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่ แต่จะคิดว่าลักษณ์นาราสร้างเรื่องโกหก เพื่อที่จะคั่วกับผู้ชายคนนั้น ก็ดูจะบ้าไปหน่อย เธอจะโกหกต่อไปก็ได้ ง่ายกว่าด้วยซ้ำไป คนอย่างลักษณ์นาราจะมาทำเรื่องแบบนี้ทำไมกัน“เอาล่ะ ผม...จะเชื่อคุณก็แล้วกัน แต่ว่า...คุณช่วยเป็นรักต่อไปก่อนได้ไหม คือตอนนี้...หนูขวัญเขากำลังมีความสุขมากๆ ที่ได้รับความรักจากแม่ อย่างที่คุณคงพอจะดูออก รักเขา...ไม่ค่อยให้ความรักกับลูกสักเท่าไหร่” คำขอเดียวจากคนเป็นพ่อ หญิงสาวเข้าใจคำขอของเขาดี และก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นเหมือนกัน“แน่นอนค่ะ ฉันจะทำหน้าที่เป็นคุณรักแม่ของหนูขวัญให้ดีที่สุด
Magbasa pa

เที่ยวเล่นพักผ่อน

เมื่อเจตนิพัทธ์ได้รู้ความจริงว่าภรรยาที่เขาใช้ชีวิตร่วมกันมาทุกวัน ไม่ใช่ลักษณ์นาราคนเดิม แต่เป็นรัญระวีย์ที่มาอยู่ในร่างของเธอ ความรู้สึกของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ในตอนแรกเขาก็รู้สึกกลัวและสับสน แต่พอวันเวลาผ่านไปจากความกลัวและสับสน ก็กลับกลายเป็นความรู้สึกอบอุ่น และความใกล้ชิดก็ทำให้เขา รู้สึกเหมือนกับตอนที่เขาเริ่มรู้จักกับลักษณ์นาราในครั้งแรกส่วนเรื่องที่เธอต้องออกไปเจอกับทีปกรนั้น แม้ว่าจะพยายามทำความเข้าใจอย่างไร มันก็หักห้ามใจไม่ให้รู้สึกหึงหวงไม่ได้ ทีปกรเป็นพวกผู้ชายที่น่ารังเกียจในสายตาของเขา ทั้งที่มีเมียคาอยู่แท้ๆ แต่ยังออกมาเจอกับผู้หญิงคนอื่นได้อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเจตนิพัทธ์ตัดสินใจใช้วันหยุด พาครอบครัวไปเที่ยวเพื่อสร้างความทรงจำดีๆ และใช้เวลาร่วมกัน เขาจัดเตรียมทุกอย่างด้วยความตั้งใจ เลือกสถานที่ที่พวกเขาจะสามารถพักผ่อนและสนุกสนานไปพร้อมกับลูกสาวของพวกเขาได้ เป็นทริปที่เต็มไปด้วยกิจกรรมที่ทำให้พวกเขาได้ใกล้ชิดและรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นคู่รักที่เพิ่งเริ่มต้นคบกัน“ของเตรียมครบแล้วใช่ไหม ถ้าลืมก็ไปซื้อเอาข้างหน้านะคุณ” เจตนิพัทธ์บอกกับลักษณ์นารา ขณะที่กำลังช่วยกันขนของข
Magbasa pa

คุณลืมอดีตไปเถอะ

ทั้งเจตนิพัทธ์และลักษณ์นาราต่างพากันหัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู มาถึงทะเลแล้วแท้ๆ ยังมาถามหาไอติม เด็กยังไงก็เป็นเด็กวันยังค่ำจริงๆ“มีแน่นอนค่ะ แต่เราเข้าไปข้างในกันก่อนดีกว่านะ” เด็กหญิงตัวน้อยพยักหน้ารับ และวิ่งเข้าไปในร้านด้วยความตื่นเต้น“ชอบที่นี่หรือเปล่า?” ขณะที่กำลังเดินเข้าไปในร้าน เจตนิพัทธ์แอบกระซิบถามหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างตัว เธอยิ้มก่อนจะพยักหน้ารับ แล้วมองไปรอบๆ ที่นี่สวยมากจริงๆ ไม่แปลกใจเลยที่เจตนิพัทธ์บอกว่ามันจองยาก“ชีวิตของฉัน ถ้าไม่ได้มาอยู่ในร่างของคุณรัก คงไม่มีปัญญาได้มาเหยียบสถานที่ที่สวยงาม และหรูหราขนาดนี้หรอก” หญิงสาวพูดด้วยความรู้สึกน้อยใจในชะตาชีวิตของตัวเอง ทั้งที่ทีปกรก็ไม่ใช่คนจนคนยากไร้อะไรด้วยซ้ำ แต่เขาไม่เคยที่จะพาเธอมาในที่แบบนี้บ้างเลยหนำซ้ำเขายังไปควงผู้หญิงคนอื่น กินหู อยู่สบาย ใช้เงินอย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่พอเป็นเธอแบมือของ เพื่อเอามาจุนเจือครอบครัว หรือเอามาใช้ธุระจำเป็น กลับถูกเขาด่าทอเสียๆ หายๆ บางครั้งรุนแรงถึงขนาดถูกเขาลงไม้ลงมือด้วยซ้ำ“คุณลืมอดีตไปเถอะ อยู่กับปัจจุบันก็พอแล้ว อนาคตเราก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง อย่าเพิ่งไปคิดถึงมันเลยดีกว
Magbasa pa
PREV
1
...
5678910
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status