INICIAR SESIÓNเธอตาย...พร้อมกับหัวใจที่แตกสลาย แต่กลับฟื้นขึ้นมาในร่างของภรรยาที่ไร้หัวใจของใครอีกคน เมื่อโชคชะตาบีบบังคับให้ "แม่ที่ตายไปแล้ว" ต้องใช้ชีวิตแทนผู้หญิงที่ไม่มีแม้แต่ความรักให้ลูก เธอจะเปลี่ยนอดีตของเจ้าของร่างเดิม...หรือจะถูกอดีตนั้นกลืนกินอีกครั้ง และความลับบางอย่าง...ก็กำลังรอวันเปิดเผย
Ver másแผนกฉุกเฉินชุลมุนวุ่นวายไปด้วยผู้คนและเสียงไซเรน ประตูอัตโนมัติเปิดออกขณะที่เจ้าหน้าที่พยาบาลเข็นรถเข็นซึ่งลำเลียงร่างของหญิงสาวที่นอนหมดสติส่งเข้าไปยังแผนกฉุกเฉิน หญิงสาวสวมเสื้อผ้าเปียกโชก ผิวของเธอขาวซีดอย่างน่าสยดสยอง ผมของเธอพันกันเป็นก้อนเพราะเปียกน้ำ ร่างของเธอถูกกู้ขึ้นมาจากซากรถที่ประสบอุบัติเหตุชนราวสะพาน ก่อนจะตกลงสู่แม่น้ำ
พยาบาลและแพทย์มาตรวจดูอาการและดำเนินการรักษาเธออย่างรวดเร็ว ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ประสานกันด้วยความเร่งด่วน เจ้าหน้าที่กู้ภัยสรุปเหตุการณ์อย่างรวดเร็วว่า "ผู้หญิง อายุ 30 ต้นๆ ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ รถชนราวสะพาน ก่อนจะตกลงแม่น้ำ ก่อนจะกู้ร่างขึ้นมาได้ เธอจมอยู่ใต้น้ำประมาณ 5 นาที" ตอนที่กู้ภัยนำร่างของเธอออกมาจากซากรถ ลักษณ์นารา หยุดหายใจไปชั่วขณะ แต่กู้ภัยได้ทำการกู้ชีพของเธอ หัวใจกลับมาเต้นได้อีกครั้ง จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร่งด่วนที่สุด “ญาติของคนเจ็บมาถึงหรือยังครับ” “ผมเป็นสามีของเธอครับ” เจตนิพัทธ์รีบวิ่งไปแสดงตัว หลังจากที่เขาได้รับการติดต่อจากทางกู้ภัย ก็รีบมาที่โรงพยาบาลทันที ก่อนหน้าที่ลักษณ์นาราภรรยาของเขาจะประสบอุบัติเหตุ เธอเพิ่งจะทะเลาะกับเขาและขับรถแยกออกมาได้เพียงไม่ถึง 10 นาทีเท่านั้น “เดี๋ยวติดต่อเรื่องเอกสารด้านโน้นเลยครับ แล้วกลับมารอตรงนี้ได้เลย” ชายวัยกลางคนบอกกับเจตนิพัทธ์ ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนที่จะเดินทางไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย แล้วกลับมารอที่หน้าห้องฉุกเฉิน “มันตายหรือยัง บอกหมอเลยนะว่าไม่ต้องรักษามัน” เสียงจารุณีแม่ของเจตนิพัทธ์ที่เพิ่งจะเดินทางมาถึง บอกกับลูกชายของเธอ ความเกลียดชังที่มีต่อลักษณ์นารา แสดงออกมาอย่างชัดเจนอย่างไม่ปิดบัง “แม่...” “เห็นเขาบอกกันว่ามันจมไปพร้อมกับรถตั้ง 5 นาที ยังไงก็คงไม่รอดหรอก แม่ตั้งใจมาดูให้เห็นกับตาว่ามันตายแล้วจริงๆ” เจตนิพัทธ์ได้แต่ถอนหายใจ เขาเข้าใจดีว่าทำไมแม่ของตัวเอง ถึงได้จงเกลียดจงชังภรรยาของเขานักหนา แต่เขาก็เลือกที่จะเงียบไม่พูดอะไรตอบ สำหรับเขาแล้วต่อให้ลักษณ์นาราจะร้ายกาจแค่ไหน แต่เธอก็เป็นแม่ของลูกเขาอยู่ดี และก็ไม่ได้คาดหวังว่าให้เธอตาย ตรงกันข้ามเขาภาวนาให้เธอปลอดภัยเสียด้วยซ้ำ ย้อนไปเมื่อ 8 ปีก่อนเขาได้เจอกับลักษณ์นาราเป็นครั้งแรก หญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาสวยดุจเทพบรรจงสร้าง เขาและเธอมีโอกาสได้พูดคุยทำความรู้จักกันเพียงแค่เดือนเดียว ก็แต่งงานกันทันทีตามความต้องการของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย เจตนิพัทธ์เป็นหนุ่มนักธุรกิจที่ไม่ชำนาญเรื่องความรักเท่าไหร่นัก ตลอดชีวิตของเขาก็สนใจแต่เรื่องเรียน จนกระทั่งเรียนจบก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ซึ่งเป็นธุรกิจที่รับช่วงต่อจากครอบครัว เขาเอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาเข้าสังคม ครอบครัวของเขาจึงได้จับคู่เขากับลักษณ์นารา“คุณแม่จะไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ” เสียงใสเอ่ยถามคนเป็นพ่ออย่างมีความหวัง ขวัญวิวาห์ ลูกสาววัย 7 ขวบของเจตนิพัทธ์กับลักษณ์นารา เด็กหญิงตัวน้อยที่เติบโตมาด้วยความรัก และความเอาใจใส่ของผู้เป็นพ่อ ขวัญวิวาห์ทำให้ชีวิตของเจตนิพัทธ์ถูกแยกออกจากงานได้ ตั้งแต่มีลูกเขาก็แบ่งเวลาจากงานมาสนใจดูแลลูก เพราะคนเป็นแม่ละเลยหน้าที่ตรงนี้ ตั้งแต่วันที่ออกจากโรงพยาบาล
ที่ร้านไอศกรีมลักษณ์นาราและขวัญวิวาห์ลูกสาวของเธอกำลังมีความสุข อยู่กับการนั่งรับประทานไอศกรีมและพูดคุยกันเรื่องต่างๆ โดยขวัญวิวาห์จะเป็นคนเล่าให้แม่ของเธอฟัง ส่วนลักษณ์นารานั้นก็ตั้งใจฟังด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความภูมิใจ“หนูขวัญกลับไปแข่งอีกรอบ ก่อนไปก็ฝึกวาดให้เร็วขึ้น เพราะปีก่อนหน้านั้นส่งไม่ทัน เลยไม่ได้รางวัลอะไรเลย” เด็กหญิงตัวน้อยเล่าประสบการณ์ที่เธอเคยลงแข่งวาดภาพ ให้แม่ของตัวเองฟัง“แล้วปีที่ไปแล้วไม่ได้รางวัล หนูขวัญเสียใจไหมคะ”“เสียใจมากเลยค่ะ หนูขวัญร้องไห้ตรงนั้นเลย” เด็กหญิงตัวน้อยพูดไปหัวเราะไป นึกถึงตัวเองในตอนนั้นแล้วก็ตลก แต่ก็ยังจำความเสียใจในความผิดหวังครั้งนั้นได้ดี“แล้วตอนนั้นหนูขวัญทำยังไงคะ”“ครูก็เข้ามาปลอบค่ะ แต่ก็ร้องไห้จนคุณพ่อมารับ คุณพ่อพาหนูขวัญมากินไอติมที่นี่ บอกว่าเป็นรางวัลจากคุณพ่อ” ลักษณ์นาราตั้งใจฟังอย่างสนใจ เธอรู้สึกว่าเจตนิพัทธ์เป็นพ่อได้สมบูรณ์แบบจริงๆ ทั้งที่เขาก็ดูจะไม่ได้ตั้งตัวที่จะเป็นพ่อเลย“แต่หนูขวัญก็บอกนะคะ ว่าหนูขวัญไม่ชนะ คุณพ่อบอกว่าให้ไว้ก่อน ตอนนั้นหนูขวัญเลยคิดว่า อยากจะชนะเพื่อให้คุณพ่อดีใจให้ได้” ลักษณ์นารายิ้มให้กับเด็
“รักแม่ก็เป็นคนเลือกเอง ลืมไปแล้วเหรอครับ” เจตนิพัทธ์เอ่ยขึ้น ทำให้จารุณีหน้าชาทันทีที่ได้ยินแบบนั้น และก็ปฏิเสธไม่ได้เสียด้วย เพราะเธอเป็นคนเลือกมากับมือจริงๆ“ตอนนั้นแม่ใจเร็วด่วนได้เกินไป ก็เลยคว้าเอาอะไรไม่รู้มา แต่คนนี้แม่ดูมานานแล้ว กิริยามารยาทดี ครอบครัวไม่ได้มีปัญหา แล้วก็รวยจริงเช็กการเงินมาอย่างดี ไม่ได้เล่นการพนันจนฉิบหายแบบบ้านนังผู้หญิงนั่น”“ผมขอยืนยันนะครับ ผมจะไม่หย่ากับรัก แม่อย่าพยายามทำลายครอบครัวของผมเลยนะครับ หนูขวัญจะเสียใจแค่ไหน ถ้ารู้ว่าย่าพยายามหาทางทำให้พ่อกับแม่ของเขาเลิกกัน”“เกินไปหน่อยมั้งตาเจต ทำลายครอบครัวเหรอ แกเองน่าจะรู้ตัวดีที่สุด ว่าอีนังผู้หญิงใจแตกนั่น มันไม่เคยเห็นคำว่าครอบครัวมาตั้งนานแล้ว ถ้าหนูขวัญโตขึ้นกว่านี้ ก็จะรู้เองว่าสิ่งที่ย่าทำมันคือความหวังดี” จารุณีเถียงอย่างไม่ยอม“ตอนที่แม่ขอให้ผมแต่งงานกับรัก ผมไม่ได้ปฏิเสธเลย ทั้งที่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้เต็มใจ ตอนนี้ผมขอเป็นคนเลือกทางเดินชีวิตเองเถอะนะครับ” เจตนิพัทธ์ยังคงยืนยันอย่างหนักแน่น ที่ผ่านมาเขาก็เคยมีความคิดอยากจะแยกทางกับลักษณ์นาราเหมือนกัน แต่ในเมื่อตอนนี้ทุกอย่างมันก็เข้าที่เข้าทางดี
หลังเลิกงานแล้วเจตนิพัทธ์ก็ตรงไปที่บ้านของแม่เขาทันที โดยได้ซื้อของติดมือไปฝากด้วย เขาโทรบอกจารุณีแม่ของเขาเอาไว้แล้วว่าจะเข้าไปหา แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปเพราะเรื่องอะไร จารุณีก็ยังเดาไม่ได้เหมือนกันว่าลูกชายจะไปหาเธอเพราะอะไร“สวัสดีครับแม่ ผมซื้อผลไม้กับกระเพาะปลาเจ้าอร่อย แถวๆ ออฟฟิศมาฝากด้วย” ลูกชายยกมือไหว้และกล่าวทักทายแม่ของตัวเอง“นึกว่าจะพาหนูขวัญมาด้วยซะอีก” จารุณีเดินเข้าไปรับลูกชายของเธอ สายตาสอดส่องมองหาหลาน เมื่อไม่พบจึงได้พูดขึ้น“วันนี้หนูขวัญขอพาแม่เขาไปเลี้ยงไอติม ผมก็เลยไม่ได้พามาด้วย” เจตนิพัทธ์ตอบไปตามตรง“เฮอะ! แค่ไอติมยังไม่มีปัญญาซื้อให้ลูกกิน ยังมีหน้าให้ลูกเลี้ยงอีกเหรอ ทุเรศจริงๆ” จารุณีพูดด้วยน้ำเสียง และสีหน้าที่เหยียดหยามลักษณ์นาราอย่างเต็มที่“หนูขวัญเขาอยากจะเลี้ยงน่ะครับ เห็นว่าเก็บเงินค่าขนมด้วย” เจตนิพัทธ์พยายามอธิบาย“ช่างเถอะ แม่ไม่อยากพูดถึงแม่นั่นแล้ว เข้ามานั่งคุยกันในบ้านก่อนเถอะ” จารุณีพลันเปลี่ยนเรื่อง ชื่อของลักษณ์นาราเธอก็ไม่อยากได้ยินเสียแล้ว หากไม่มีเรื่องจำเป็นก็ไม่ค่อยอยากไปเจอหน้าสักเท่าไหร่ตอนที่แต่งงานกับเจตนิพัทธ์แรกๆ ลักษณ์นาราก็ยัง
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวผมจัดการเอง รักอาบน้ำแล้วไปดูหนูขวัญก็แล้วกัน” เจตนิพัทธ์แทรกขึ้น หญิงสาวก็เพียงพยักหน้ารับ ตอนนี้เธอก็ยังใจไม่ดีสักเท่าไหร่ หัวใจยังเต้นแรง สมองก็คิดถึงแต่ลูกชาย ‘แม่จะใช้ชีวิตใหม่ให้มีความสุข ตามที่โชแปงอยากให้เป็นนะลูก’ เธอคิดในใจ ก่อนจะลุกไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วเดินไปที่ห้องของลูกสาว“ตื่นนานแล้วเหรอคะ?” เมื่อเข้ามาถึงในห้องของลูกสาว ก็พบว่าขวัญวิวาห์ ตื่นขึ้นมาอาบน้ำ และจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่สวมชุดนักเรียน กับทำผมที่เธอจะต้องเป็นคนช่วยลูกทำเท่านั้นเอง“ค่ะ เมื่อคืนหนูขวัญนอนเร็ว ก็เลยตื่นเร็วค่ะ” เสียงใสหันมาตอบอย่างสดใส เห็นขวัญวิวาห์แล้วก็ยิ่งคิดถึงโชแปงลูกชายของตัวเอง ดวงตาคู่สวยหลั่งน้ำตาออกมาโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว เมื่อขวัญวิวาห์เห็นเข้าก็รีบเดินเข้าไปหาแม่ของตัวเองทันที สีหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยเต็มไปด้วยความตกใจ“คุณแม่เป็นอะไรคะ ทำไมถึงร้องไห้ หนูขวัญทำอะไรผิดหรือเปล่าคะ” เด็กหญิงเอ่ยถามเสียงสั่น ลักษณ์นารารีบปาดน้ำตา แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ“เปล่าค่ะ แม่หาวเพราะยังง่วงๆ อยู่ค่ะ หนูขวัญไม่ได้ทำอะไรผิดเลย” คนเป็นแม่ย่อตัวลงนั่ง แล้วบอกกับลูกส





