Lahat ng Kabanata ng เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นแม่ที่ดี: Kabanata 81 - Kabanata 90

96 Kabanata

อยากให้ลองเปิดใจ

หลังจากรับประทานอาหารกันจนอิ่มท้องแล้ว เจตนิพัทธ์ก็ขับรถพาลักษณ์นาราและขวัญวิวาห์ไปที่โรงแรมที่เขาจองเอาไว้ ที่นี่ยังคงเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวที่ราคาแพงมาก เขาตั้งใจจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ให้กับผู้หญิงสองคนที่เขาอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เขาจัดการเก็บข้าวของเข้าห้องพักเรียบร้อย ห้องที่จองเอาไว้เป็นห้องสวีท เพราะตั้งแต่ที่รู้ว่าลักษณ์นาราไม่ใช่ภรรยาคนเดิมของตัวเอง เขาก็พยายามแบ่งสัดส่วนพื้นที่กับเธอให้มันชัดเจนมากขึ้น เพื่อเป็นการให้เกียรติกับเธอ“หนูขวัญเก็บของเสร็จหรือยังคะ” เสียงเจตนิพัทธ์เอ่ยถามลูกสาว สายตาก็หันมองไปหาลักษณ์นารา เพื่อดูว่าเธอพร้อมจะออกไปเดินเล่นหรือยัง“เสร็จแล้วค่ะ คุณแม่กำลังหยิบอุปกรณ์ก่อปราสาททรายให้หนูขวัญอยู่ค่ะ” เสียงใสเอ่ยตอบ“เรียบร้อยแล้วค่ะ” ลักษณ์นาราเอง เมื่อได้ยินเสียงของเจตนิพัทธ์ เธอก็รีบทำทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อย เพราะจำได้ว่าก่อนจะแยกกันไปเก็บของ เจตนิพัทธ์ได้นัดเอาไว้ ว่าจะพาลงไปเดินเล่นที่ชายหาดกัน“ถ้าเสร็จแล้วก็ไปกันเถอะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น พลางยิ้มให้กับผู้หญิงทั้งสองคนทั้งสามคนพากันออกมาเดินเล่นรับลมทะเลและรอชมพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งตอนนี้ก็
Magbasa pa

จะเป็นไปได้หรือเปล่า...

“จะเป็นไปได้หรือเปล่าถ้าผม...อยากรู้จักคุณมากขึ้น รัญระวีย์...ไม่ใช่ในฐานะของลักษณ์นารา แต่ในฐานะตัวคุณเอง” เขาพูดออกมาด้วยความจริงใจ รัญระวีย์ในร่างของลักษณ์นารามองเขาด้วยความประหลาดใจ แต่ก็รู้สึกอบอุ่นในใจที่ได้ยินเช่นนั้น“ฉันไม่รู้ว่าคุณจะเข้าใจหรือเปล่า แต่สิ่งที่ฉันผ่านมา...มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” รัญระวีย์พูดด้วยน้ำเสียงที่สะท้อนถึงความเจ็บปวดในอดีต และเธอก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ในร่างของลักษณ์นาราไปได้อีกนานแค่ไหน เธอไม่กล้าคิดหรอกว่าจะได้อยู่ในร่างนี้ไปตลอดชีวิต แม้จะแอบหวังลึกๆ อยู่ก็ตาม“ผมรู้ว่ามันยาก แต่ถ้าคุณพร้อมที่จะเปิดใจ ผมก็พร้อมที่จะรับฟังนะ ถึงเราจะ...ไม่ใช่สามีภรรยากัน แบบว่า...จะพูดยังไงดีล่ะ” เจตนิพัทธ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาไม่รู้ว่าควรจะเรียกความสัมพันธ์ของตัวเองกับลักษณ์นาราว่าอย่างไรดีลักษณ์นารามองเขาด้วยสายตาที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกซึ้งใจ เธอเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการจะบอก แม้ว่าเธอนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าควรจะเรียกสถานะระหว่างเธอกับเขาว่าอย่างไร“ฉันเข้าใจค่ะ ว่าคุณต้องการจะบอกอะไร แต่อย่างที่ฉันบอกคุณ ฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำให้สำเร็จก
Magbasa pa

ช่วงเวลาที่แสนสุข

เมื่อพระอาทิตย์ตกดินและท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเข้ม ทั้งสามคนก็พากันกลับไปที่โรงแรม เพื่ออาบน้ำและเตรียมตัวรับประทานอาหารมื้อค่ำ ห้องอาหารในโรงแรมที่เจตนิพัทธ์เลือกไว้นั้นเป็นร้านอาหารหรูระดับห้าดาว มีบรรยากาศอบอุ่นและเป็นส่วนตัว เขาจองโต๊ะใกล้หน้าต่างที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้ชัดเจนลักษณ์นาราแต่งตัวเรียบหรูในชุดเดรสสีฟ้าอ่อนซึ่งเจตนิพัทธ์เป็นคนซื้อชุดนี้ให้เธอ แต่ไม่มีโอกาสได้ใส่สักที ส่วนขวัญวิวาห์เองก็ดูสดใสในชุดกระโปรงสีชมพูหวาน ชายหนุ่มมองดูพวกเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและความภูมิใจ เขารู้สึกดีที่ได้มีโอกาสมอบช่วงเวลาแบบนี้ให้กับครอบครัวของเขาอาหารค่ำถูกเสิร์ฟเป็นคอร์สเมนูที่เตรียมไว้เป็นพิเศษ จากฝีมือเชฟที่มีชื่อเสียง เมนูเริ่มต้นด้วยซุปครีมกุ้งหอมกรุ่น ตามด้วยสลัดผักสด และจานหลักที่มีให้เลือกทั้งสเต๊กเนื้อชั้นดีและปลาแซลมอนย่าง“หอมจังเลยค่ะคุณแม่” ขวัญวิวาห์สนุกสนานกับการชิมอาหารแต่ละจานและพูดคุยอย่างมีความสุข“จริงด้วยค่ะ หอมมาก แถมอร่อยด้วย” ลักษณ์นาราพูดพลางมองไปที่เจตนิพัทธ์ เพื่อให้เขารับรู้ว่านี่คือคำชมของเธอ“ดีใจที่ทุกคนชอบนะ งั้นเรามากินกันเถอะ” เจตนิพัทธ์ทำอะไ
Magbasa pa

คุณน่าจะรู้ว่าผมเข้าใจคุณดี

“ผมเชื่อว่า...ถ้าไม่เกิดเรื่องเข้าก่อน คุณต้องมีโอกาสพาลูกมาเที่ยวแน่ๆ” เขาไม่รู้ว่าจะพูดปลอบใจเธออย่างไรได้ เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะเจอกับลูกด้วยซ้ำ“ไม่มีทางหรอกค่ะ ตั้งแต่แต่งงาน ฉันก็ไม่ได้ทำงาน ไม่มีรายได้อะไรเลย รอใช้เงินจากสามีทางเดียว จะขอทีก็ต้องอธิบายว่าจะเอาเงินไปทำอะไร อยากใช้อะไรส่วนตัวต้องคิดแล้วคิดอีก” นึกย้อนกลับไปตอนนั้น เธอก็อดสมเพชตัวเองไม่ได้ ทำไมถึงได้โง่เง่าขนาดนั้นกันนะ“ผู้ชายคนนั้นไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ให้เมียลาออกมาเป็นแม่บ้าน ก็ควรจะมีเงินเดือนให้สิ ค่าใช้จ่ายในบ้านก็ต้องรับผิดชอบเองอยู่แล้วเพราะอีกฝ่ายไม่มีรายได้อะไร” เจตนิพัทธ์พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด คิดแล้วก็อยากจะสั่งสอนทีปกรสักหน่อย ทำไมถึงได้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ห่วยแตกขนาดนั้น“คนอย่างนั้นเขาคิดอะไรไม่ได้หรอกค่ะ ฉันโง่เองที่ไปแต่งงานกับคนแบบนั้น ถ้าเขาดีได้สักเสี้ยวหนึ่งของคุณ คงจะดีไม่น้อยเลย” เจตนิพัทธ์นิ่งไปสักครู่ ใจหนึ่งก็อยากจะถามว่าเธอไปตกหลุมรักผู้ชายเฮงซวยแบบนั้นลงได้อย่างไรแต่พอคิดถึงทีตัวเองบ้าง ลักษณ์นาราก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีอะไรเลยเหมือนกัน เขาก็ยังอยู่กับเธอมาได้ตั้งนาน ถึงจะอยู่กันแบบต่าง
Magbasa pa

พิรุธ

ตลอดเวลาที่ลักษณ์นาราอยู่กับครอบครัวในวันพักผ่อน เธอได้ปิดกั้นการติดต่อจากทีปกรเอาไว้ เพราะเธอไม่ต้องการให้เขามาทำลายช่วงเวลาดีๆ ของเธอและครอบครัวแต่การตัดสินใจแบบนี้ ก็ทำให้อีกฝ่ายแทบจะเป็นบ้า เขาพยายามติดต่อหาเธอทุกทาง แต่ก็ไม่สำเร็จ ทั้งพยายามโทรหา พยายามส่งข้อความไปหา แต่ก็ไร้วี่แววที่เธอจะตอบกลับ ทีปกรไม่เคยถูกผู้หญิงเมินใส่แบบนี้มาก่อน นั่นจึงยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดและอยากจะเอาชนะลักษณ์นารามากๆ‘ออกมาเจอกันได้ไหมคะ ที่ร้านตามโลเคชั่นที่รักส่งให้คุณ พอดีว่าเพิ่งทำธุระเสร็จ’ หลังจากที่รอการติดต่อของลักษณ์นารามานานหลายวัน ในที่สุดทีปกรก็ได้เห็นข้อความซึ่งถูกส่งมาจากเธอเสียที‘ได้สิครับ ผมคิดถึงคุณจะตายอยู่แล้ว’ เขาตอบกลับอย่างไม่ลังเล หญิงสาวส่งโลเคชั่นร้านกาแฟให้กับเขา ก่อนที่เธอจะเริ่มแต่งตัว เพื่อออกไปเจอกับเขาตามนัดลักษณ์นาราเดินเข้าไปในคาเฟ่ที่นัดพบกับทีปกร หญิงสาวสัมผัสได้ถึงความกังวลที่สะสมในตัวเธอระหว่างทาง วันนี้เธอแต่งตัวมิดชิด และค่อนข้างเป็นทางการ เพราะเธอตั้งใจทำให้ดูเหมือนการพบปะในครั้งนี้เป็นการพบปะทางธุรกิจธรรมดา ๆ อย่างที่เธออ้างกับเขาคาเฟ่นี้เป็นสถานที่ที่คนทั้งสอ
Magbasa pa

จะให้ผมพิสูจน์ยังไง

“คุณ...จะเลิกกับสามีจริงหรือเปล่า” อยู่ๆ เขาก็ถามขึ้นมา การหายไปของลักษณ์นาราในครั้งนี้ ทำให้เขากลัวมาก ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับสามีจะกลับมาดีเหมือนเดิม และเธอก็จะตีตัวออกห่างจากเขา“ก็เหมือนเดิมค่ะ เขาถึงได้พารักกับลูกไปเที่ยวไงคะ” เธอไม่รู้ว่าควรจะต้องตอบยังไงดี เพราะถ้าตอบความจริงทีปกรคงอกแตกตายแน่ ตลอดเวลา 4 วัน 3 คืนที่ไปเที่ยว เธอกับเจตนิพัทธ์แทบจะได้เป็นสามีภรรยากันจริงๆ อีกครั้ง ถ้าไม่ติดว่าลูกนอนด้วย“ผมตัดสินใจแล้ว ว่าจะเลิกกับเมีย แต่ผมอยากได้คำยืนยัน อยากได้ความชัดเจนจากคุณก่อน ผมกลัว...กลัวว่าถ้าผมเลิกกับเมียแล้ว คุณจะไม่ยอมเลิกกับคนของคุณ” ทีปกรตัดเข้าประเด็นหลักที่เขาอยากเจอกับเธอในวันนี้ และมันก็ยิ่งทำให้ลักษณ์นาราลำบากใจมากเข้าไปอีก“ชีวิตนี้รักมีสิ่งที่รักรักมากๆ อยู่แค่อย่างเดียว...คือลูก รักอยากให้คุณพิสูจน์ให้รักเห็นก่อน ว่าคุณจะรักลูกของรักด้วย” เธอเสนอขึ้น ทีปกรตาลุกวาว นาทีนี้ไม่ว่าอีกฝ่ายเสนออะไรมาเขาก็ยินดีจะทำทั้งนั้น ขอแค่เขาได้มีโอกาสแย่งเธอมาจากสามีก็พอ“คุณรักจะให้ผมพิสูจน์ยังไง”“พารักไปเจอลูกของคุณสิคะ พาลูกของรักไปเจอกับลูกของคุณ” ข้อเสนอของเธอทำให้เ
Magbasa pa

ความช่วยเหลือ

หลังแยกกับทีปกรลักษณ์นาราก็กลับมาที่บ้าน เธอเดินเข้ามาในบ้านด้วยสติที่หลุดลอย มือบางเปิดประตูและปิดลงอย่างเบามือ เธอพิงประตูอยู่ครู่หนึ่ง ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำหัวใจที่ไม่สงบ เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นหลังจากออกไปเจอกับทีปกร คำพูดของเขายังคงก้องอยู่ในหัว คำพูดที่เขาเสนอว่าจะจัดการกับเจตนิพัทธ์ให้ ทำให้เธอยิ่งคิดว่าเขาต้องเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกตายแน่ๆลักษณ์นาราทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ดวงตาของเธอจับจ้องไปที่พื้นห้อง แต่ในความคิดของเธอกลับเต็มไปด้วยภาพเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตทั้งกับตัวเธอเอง และกับลูกชายของเธอ ความทรงจำเหล่านั้นผุดขึ้นมาอย่างไม่หยุดใบหน้าที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มของลูกชาย ความสุขในช่วงเวลาที่เขายังอยู่ ทีปกรทำร้ายทั้งเธอและลูก แต่เธอกลับเลือกที่จะทนอยู่ต่อ แทนที่จะพาลูกออกมาจากวงจรชีวิตแบบนั้นเธอเริ่มทบทวนเหตุการณ์ในอดีตอย่างละเอียด คำพูดและการกระทำของทีปกรในช่วงเวลานั้นกลับมาฉายซ้ำในความทรงจำของหญิงสาว เธอจำได้ว่าทีปกรเคยมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย และเคยมีท่าทีที่เหมือนคนเมายา เขาต้องเสพยาจนหลอนแล้วทำร้ายลูกแน่ๆในที่สุดเธอก็ร้องไห้ออกมา ความรู้สึกผิดโจมตีเธออีกคร
Magbasa pa

ฉันจะแจ้งเรื่องนี้ในฐานะอะไร

“ก่อนจะแยกจากกัน เขาเสนอขึ้นมาว่า...จะช่วยจัดการกับคุณให้ เพราะฉันอ้างว่าคุณไม่อยากเลิกกับฉัน”“คุณไม่ต้องห่วงหรอก เขาทำอะไรผมไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะ” เพราะคิดว่าอีกฝ่ายกังวลเรื่องที่ว่าทีปกรจะมาทำร้ายตัวเอง เจตนิพัทธ์จึงได้บอกแบบนั้น เขาไม่อยากให้ลักษณ์นาราไม่สบายใจ“เรื่องนั้นก็กังวลค่ะ แต่...คำพูดของเขา มันทำให้ฉันยิ่งคิด ว่าเขาอาจจะเป็นคนพลั้งมือฆ่าลูก” เจตนิพัทธ์ค่อยๆ คิดตามสิ่งที่คนตรงหน้าบอก และเขาก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล“คุณจะทำยังไงต่อ ถ้าเกิดว่า...พิสูจน์ได้จริงๆ ว่าสิ่งที่คุณสงสัยเป็นความจริง” เขาถามต่อ หญิงสาวทำท่าครุ่นคิดอยู่สักครู่ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ส่ายหน้าอย่างสิ้นไร้หนทาง“ไม่รู้สิคะ ฉันก็ไม่ได้คิดเลย ว่าถ้าสุดท้ายแล้ว ฉันได้คำตอบเรื่องสาเหตุการตายของลูก และผลมันออกมาเป็น...ทีฆ่าลูกจริงๆ ฉันจะทำยังไง” เธอพูดเสริม“ถ้าให้ผมแนะนำ ผมคิดว่าควรจะแจ้งความ”“ใครจะแจ้งละคะ ฉันจะแจ้งเรื่องนี้ในฐานะอะไร แจ้งไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ขนาดลูกตายทั้งคน เขายังปิดบังเรื่องนี้ได้ แม้แต่น้าแท้ๆ ของฉันก็ยังไม่รู้เลย ว่าลูกชายของฉันตายไปแล้ว” เจตนิพัทธ์เข้าใจสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อ ถ้าท
Magbasa pa

ติดหนี้บุญคุณ

“วันนี้ผมน่าจะเลิกงานดึกหน่อย เดี๋ยวผมขอให้คุณแม่พาหนูขวัญมาส่งที่บ้านให้นะ” ในช่วงพักเที่ยงเจตนิพัทธ์โทรหาลักษณ์นารา เพื่อจะบอกเรื่องสำคัญกับเธอ วันนี้ถึงกำหนดที่หนูขวัญจะต้องกลับจากบ้านย่าแล้ว ปกติเจตนิพัทธ์จะเป็นคนไปรับเอง แต่เพราะเขามีงานด่วนเข้ามา ทำให้ต้องไปทำงานในวันหยุด แถมดูเหมือนว่าจะต้องเลิกดึกเสียด้วย“ให้ฉันไปรับหนูขวัญที่บ้านคุณแม่ดีกว่าไหมคะ ให้ท่านมาส่งแบบนี้ เดี๋ยวจะเป็นเรื่องเข้าอีก” เธอตอบกลับเขาเบา ๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่า แม่ของเจตนิพัทธ์ไม่ชอบเธอสักเท่าไร จึงคิดว่าอะไรที่เสี่ยงทำให้เกิดปัญหาก็ควรจะเลี่ยงดีกว่า“ผมไม่อยากให้คุณไปที่บ้านของผมเลย...”“ฉันเข้าใจค่ะ แต่ฉันยินดีจะเป็นคนไปรับลูกเอง” หญิงสาวแทรกขึ้น เธอเข้าใจในเจตนาของอีกฝ่าย แต่เธอคิดว่าแบบนี้ดีที่สุดแล้วเจตนิพัทธ์ถอนหายใจเบา ๆ ด้วยความโล่งใจ เขาเคารพการตัดสินใจของเธออยู่แล้ว ในเมื่อเจ้าตัวยืนยันว่าจะไปเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องขัด“ขอบคุณนะครับ แต่ยังไงผมจะรีบเคลียร์งาน ถ้าเสร็จเร็ว ผมไปรับหนูขวัญเองทัน ผมจะโทรบอกคุณก่อน”“ถ้าไม่ทันจริงๆ ก็ไม่เป็นไรนะคะ ฉันไปรับหนูขวัญได้จริงๆ ค่ะ” ลักษณ์นารารับปากด้วยควา
Magbasa pa

กลัวจะทวงบุญคุณ

“คุณย่าจะเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงใสของเด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยถามด้วยความกังวล ลักษณ์นารายังคงพยายามทำตามวิธีที่เธอเคยอบรมมา จากตอนที่ยังเป็นสาวออฟฟิศ“คุณย่าต้องไม่เป็นอะไรค่ะ รถพยาบาลกำลังมา” เธอเอ่ยตอบ ไม่นานจารุณีก็เริ่มรู้สึกตัว เธอกะพริบตาถี่ แล้วมองไปรอบๆ ด้วยอาการงุนงง“คุณแม่ได้ยินรักหรือเปล่าคะ?” ลักษณ์นาราถาม เพื่อที่จะดูปฏิกิริยาโต้ตอบของอีกฝ่าย“อืม...ฉัน...โอ๊ย...” อาการปวดศีรษะเกิดขึ้นอีกครั้ง จารุณีพยายามจะลุกขึ้น ดีที่ลักษณ์นารายังคงประคองตัวเธอเอาไว้“ไม่ต้องลุกค่ะคุณแม่ นอนนิ่งๆ ไปก่อน เดี๋ยวรถพยาบาลกำลังมานะคะ” จารุณีพยักหน้ารับเล็กๆ และทำตามคำแนะนำของลักษณ์นารา เธอสูดกลิ่นหอมของสมุนไพรจากยาดมที่ลักษณ์นารายื่นให้ไม่นานรถจากโรงพยาบาลก็มาถึง และพาตัวจารุณีไปส่งที่โรงพยาบาล ให้ทีมแพทย์ทำการตรวจอาการกันต่อ ลักษณ์นาราและขวัญวิวาห์ขับรถตามไปทันที และเธอก็ได้โทรบอกกับเจตนิพัทธ์ ซึ่งเขาก็บอกกับเธอว่าจะรีบเคลียร์งานแล้วตามไปที่โรงพยาบาล“คุณแม่เป็นยังไงบ้าง” ทันทีที่เจตนิพัทธ์มาถึง เขาก็เดินตรงเข้าไปหาภรรยา และเอ่ยถามด้วยความกังวล“ตอนนี้ปลอดภัยแล้วค่ะ หมอบอกว่าต้องนอนพักดูอา
Magbasa pa
PREV
1
...
5678910
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status