Semua Bab องค์หญิงหงส์เพลิงของสามีสัตว์อสูรทั้งห้า: Bab 171 - Bab 180

239 Bab

บทที่ 170 การให้อภัย... คือการให้ใจเป็นอิสระ

เสียงหัวเราะขื่นขมของ ‘เฟิ่งเหยียน’ ดังแทรกไปกับเสียงลมพัดแรงเหนือยอดเขา ท่ามกลางสายตาคนนับพันเบื้องล่างที่เฝ้ามองอย่างไม่กะพริบตา ด้วยสายตานกอย่างพวกเขาย่อมเกาะติดทุกความเคลื่อนไหวอย่างไม่ผิดเพี้ยน“ไม่! ไม่จริง! ท่านแม่!” เสียงกรีดร้องโหยหวนของเฟิ่งเจินดังแสบแก้วหู นางเสียสติไปโดยสมบูรณ์ เมื่อเห็นร่างหงส์สีทองไร้วิญญาณในอ้อมกอดของพี่สาวความโศกเศร้าแปรเปลี่ยนเป็นความคลุ้มคลั่งในพริบตา เฟิ่งเจินพุ่งเข้าหาเฟิ่งเหยียนราวกับลูกนกที่ถูกพรากจากอกแม่ “เป็นเพราะเจ้า! ถ้าเจ้าไม่กลับมา ท่านแม่ก็ไม่ต้องตาย! เอาท่านแม่คืนมา!”‘เฟิ่งเหยียน’ ที่กำลังจมดิ่งในทะเลแห่งความโกรธแค้น นางสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ปราณสีแดงเพลิงก็พุ่งออกไปรัดรึงลำคอของน้องสาวไว้กลางอากาศ นางกระชากร่างเฟิ่งเจินเข้ามาใกล้ จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากลมหายใจ“เจ้าเป็นคนลงดาบสังหารท่านแม่เองนะ เฟิ่งเจิน! เจ้าต่างหากที่ฆ่านางเพราะความโลภของเจ้า!” ‘เฟิ่งเหยียน’ คำรามลั่น มือที่บีบคอน้องสาวเกร็งแน่นขึ้นจนเส้นเลือดปูดโปนเฟิ
Baca selengkapnya

บทที่ 171 บรรลุปราณตะวัน!

ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมทั่วทั้งเมืองปักษา แสงอาทิตย์ยามสายที่สาดส่องลงมาจากเบื้องหลังส่งเสริมให้ร่างของเฟิ่งเหยียน ยิ่งดูสูงส่งราวกับเทพธิดาผู้จุติปีกหงส์เพลิงที่แผ่กว้างบดบังรัศมีดวงตะวันกลับกลายเป็นแหล่งกำเนิดแสงเสียเอง ขนแต่ละเส้นทอประกายทองสลับส้มเจิดจ้าอาบไล้ไปทั่วปราณตะวันอันบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกมาเป็นระลอกคลื่นที่ทั้งอบอุ่นและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยมีใครในเผ่าหงส์ก้าวไปถึงระดับนี้มานานหลายร้อยปีผู้คนเบื้องล่างที่เฝ้ามองต่างตกตะลึงในความบริสุทธิ์สูงส่งนั้น พวกเขาค่อย ๆ คุกเข่าลง ก้มหัวจรดพื้นด้วยความศรัทธาอันแรงกล้า เพราะระดับปราณเช่นนี้มิใช่เพียงแค่ความเก่งกาจทางด้านการฝึกตน แต่ยังต้องอาศัยจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์จึงจะบรรลุได้นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่การฝังเข็มในวันนั้นของชิงหลุนจึงไม่บรรลุผล...เฟิ่งเหยียนค่อย ๆ ก้มมองพิจารณาตนเอง ทั่วร่างของนางพลันรู้สึกเบาสบายกว่าที่เคยเป็น ปราณในร่างแผ่ซ่านเอิบอิ่มสมบูรณ์ราวกับได้รับการเติมเต็มอย่างไม่มีที่สิ้นสุดทำไมล่ะ? ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงได้บรรลุปราณตะวันล่ะ?‘เพราะการให้คือ
Baca selengkapnya

บทที่ 172 จุดจบเพื่อเริ่มต้นใหม่!

เฟิ่งเหยียนตัดสินใจในพริบตานั้น นางควบคุมปรับปราณลูกไฟในมือ บีบอัดมันให้เล็กลงจนเหลือขนาดเท่ากับปราณของเฟิ่งเจินอย่างแม่นยำ พร้อมกับลดอานุภาพทำลายล้างให้เหลือเพียงการปะทะด้วยแรงกระแทกตู้ม!!!เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วขุนเขา แรงอัดอากาศมหาศาลสลายกลุ่มเมฆจนแตกกระจาย เปลวเพลิงสีทองสาดกระจายบดบังทัศนวิสัยจนมืดฟ้ามัวดินเฟิ่งเจินที่กระพือปีกพยุงตัวลอยอยู่บนฟ้าหอบหายใจโรยรินเหม่อมองกลุ่มควันนั้นด้วยนัยน์ตาที่เป็นประกายริษยา นางยิ้มกริ่มที่มุมปากพลางคิดในใจว่าต่อให้เฟิ่งเหยียนจะสูงส่งเพียงใด แต่การรับแรงปะทะกันตรง ๆ เช่นนี้ ย่อมต้องบาดเจ็บสาหัสไม่แพ้กัน... หรือบางที พี่สาวที่นางเกลียดชังอาจจะมอดไหม้ไปในกองเพลิงนั้นแล้ว!ทว่า... ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ของนางกลับถูกพังทลายลงในพริบตา เมื่อเงาร่างสีแดงเพลิงสายหนึ่งพุ่งแหวกม่านควันออกมาด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองไม่ทัน!เฟิ่งเหยียนในสภาพที่ชายเสื้อปลิวไสว แขนข้างหนึ่งยังคงประคองร่างมารดาไว้อย่างมั่นคง ทะยานฝ่าเปลวเพลิงเข้ามาประดุจเทพีแห่งสงครามนางไม่เปิดโอกาสให้เฟิ่งเจินได้ทันตั้งตัว ฝ่ามือเรียวบางทว่าแข็
Baca selengkapnya

บทที่ 173 เหตุผลที่ทำแบบนี้

คุกใต้หน้าผาหินของเผ่าหงส์ตั้งอยู่ด้านหลังของผาหินที่ตั้งของเผ่าหงส์ที่เจาะหน้าผาลึกเข้าไปเป็นโพรงถ้ำ สถานที่แห่งนี้ตัดขาดจากแสงตะวันโดยสิ้นเชิง มีเพียงความมืดมิดและกลิ่นศิลาหินจนเย็นเยียบถึงกระดูกสภาพแวดล้อมภายในกรงขังนั้นแห้งแล้งและว่างเปล่า มีเพียงกองหญ้าแห้งสำหรับเอนกายและถ้วยดินเผาบรรจุน้ำกับอาหารเพียงน้อยนิดรอบกรงขังถูกสลักด้วยปราณโบราณที่ส่องแสงเรืองรองเป็นระยะ ทำหน้าที่กดข่มและกักขังพลังปราณของผู้ที่อยู่ภายในไว้อย่างหนาแน่น แม้ผู้ถูกคุมขังจะมีปราณสูงส่งเพียงใด หากตกอยู่ภายใต้อาคมนี้ ย่อมไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดาที่ไร้ทางสู้เฟิ่งเจินนั่งกอดเข่าซึมเศร้าอยู่บนพื้นดิน แววตาที่เคยโอหังบัดนี้หม่นแสงและเต็มไปด้วยความสับสน หลังจากที่นางถูกจับกุมมาคุมขังที่นี่ ความเงียบงันของคุก ทำให้นางเริ่มได้สติกลับมา...จนกระทั่งเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังใกล้เข้ามา องครักษ์หญิงที่เฝ้าอยู่หน้าประตูหนาต่างโน้มกายลงเคารพผู้มาเยือนด้วยความศรัทธา“ถวายบังคมองค์หญิงเฟิ่งเหยียน”องค์หญิงเฟิ่งเหยียน... นางได้รับการแต่งตั้งให้กลับคืนสู่ฐานันดรเดิม ด้วยย
Baca selengkapnya

บทที่ 174 ข้ามีนามว่ามู่ซั่ว

ย้อนเวลากลับไปเมื่อสี่ปีก่อน ในยามที่เฟิ่งเหยียนและเฟิ่งเจินเป็นหงส์สาววัยละอ่อนที่มีอายุเพียงสิบห้าหนาว ซึ่งเป็นวัยที่จะต้องเข้าไปฝึกปราณที่หุบเขาเร้นลับหลังผาสูงของเผ่าหงส์ อันเป็นสถานที่ฝึกปราณของเผ่าหงส์โดยเฉพาะ เป็นเวลาทั้งหมดสามปีธรรมชาติที่นี่ถูกโอบกอดด้วยมวลเมฆและไอหมอกหนาทึบ ป่าไม้โบราณเติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ยักษ์แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมจนแสงแดดลอดลงมาเป็นลำแสงสีทองรำไรบรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยไอปราณที่เข้มข้นจนสัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่ตามใบไม้และหยดน้ำค้าง บางครั้งยังสามารถมองเห็นเป็นละอองสีเงินจาง ๆเฟิ่งเจินในวัยสาวสะพรั่ง สดใสและเต็มไปด้วยความทะนงในฐานันดร ก้าวย่างอย่างแช่มช้าชมนกชมไม้อยู่ลำพัง โดยนางเลือกที่จะแยกทางกับแฝดผู้พี่ที่เลือกไปอีกเส้นทางหนึ่งนางสวมชุดสีทองอ่อนปลิวไสว เดินลัดเลาะไปตามริมหน้าผาหินที่ลาดชัน เพื่อหาทำเลที่เหมาะสมสำหรับการสงบจิตตั้งมั่นในการฝึกปราณในจังหวะที่เฟิ่งเจินกำลังจะก้าวเท้าลงบนโขดหินลื่นริมน้ำตก พื้นดินที่ดูมั่นคงกลับถล่มลงอย่างกะทันหันราวกับถูกตัดรากฐานไว้ล่วงหน้า เศษดินและหินร่วงกราวล
Baca selengkapnya

บทที่ 175 ความรักผลิบาน

ในช่วงเดือนแรกที่เฟิ่งเจินได้ใช้ชีวิตภายใต้การดูแลของมู่ซั่วในหุบเขาเร้นลับ เฟิ่งเจินยังคงตั้งมั่นอยู่ในกฎระเบียบและศักดิ์ศรีแห่งเผ่าหงส์นางตั้งป้อมระวังตัวประดุจหงส์ที่หวาดระแวงภัยรอบด้าน แม้มู่ซั่วจะแสดงความมีน้ำใจเพียงใด นางก็ยังคงรักษาระยะห่างไว้อย่างเหนียวแน่น ทว่ามู่ซั่วกลับไม่ได้เร่งรัด เขาใช้ความเงียบสงบและความขยันเข้าสู้ทุกเช้า มู่ซั่วจะตื่นก่อนดวงตะวันขึ้น เพื่อออกไปเสาะหาทำเลที่ไอปราณเข้มข้นที่สุดให้หญิงสาวได้นั่งฝึกปราณ เขาใช้ทักษะเชิงช่างสร้างกระท่อมไม้ไผ่ที่เรียบง่าย แต่แข็งแรงพอจะกันแดดฝนให้องค์หญิงผู้สูงศักดิ์ยามค่ำคืนที่อากาศหนาวเหน็บเหนือยอดผา เขามิเคยล่วงเกินเข้าใกล้พื้นที่ส่วนตัว แต่จะคอยเติมฟืนเฝ้ากองไฟอยู่ด้านนอกจนแสงรุ่งอรุณสาดส่อง ภาพแผ่นหลังที่มั่นคงท่ามกลางกองไฟที่ลุกโชนนั้น ค่อย ๆ ซึมลึกเข้าไปในความทรงจำของเฟิ่งเจินทีละน้อย จนความระแวงเริ่มถูกแทนที่ด้วยความวางใจเมื่อเข้าสู่เดือนที่สาม สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาสู่หุบเขาอย่างไม่ลืมหูลืมตา บรรยากาศที่เคยแห้งแล้งกลับชุ่มฉ่ำและมืดมัว ในยามที่น้ำฝนสาดซัดเข้ามาในกระท่อม ความใกล้ชิดถูก
Baca selengkapnya

บทที่ 176 ก่อกำเนิดสายใย

“โธ่ เจินเจิน... หากทำอวี่อินตอนนี้ สัญลักษณ์บนหน้าผากจะปรากฏขึ้น จนทำให้ท่านแม่ของท่านจับได้แน่” เขาเลื่อนมือลงมาลูบหน้าท้องที่ยังราบเรียบของนางอย่างรักใคร่“ยามนี้ เรามีพยานรักอยู่ในท้องของท่านเช่นนี้แล้ว ท่านยังจะเกรงกลัวสิ่งใดอีก ลูกของเราสำคัญยิ่งกว่าตราอวี่อินเหล่านั้นเสียอีก เชื่อใจข้าเถิดนะ” คำปลอบประโลมที่ขับกล่อมให้นางเชื่อใจเขาฝังลึกเข้าไปในใจของเฟิ่งเจิน จนนางต้องโผเข้ากอดเขาไว้อย่างเต็มรัก“ได้! ข้าเชื่อใจท่าน!”ตามธรรมชาติของเผ่าหงส์ สตรีทุกนางจะตั้งครรภ์ได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต หลังจากตั้งท้องได้เพียงสิบวัน เฟิ่งเจินก็เริ่มวางไข่ด้วยมู่ซั่วรู้และเข้าใจกระบวนการตั้งครรภ์ของเผ่าหงส์เป็นอย่างดี หลังจากที่เขาทราบว่าฮูหยินกำลังตั้งครรภ์ ภายในสิบวันนั้น เขาจึงลงมือสร้างรังฟักไข่ขึ้นมาเป็นการเฉพาะภายในถ้ำลึกที่อบอุ่นที่สุดในหุบเขา โดยใช้ไอปราณและฟืนไฟคอยควบคุมอุณหภูมิ เลียนแบบโรงฟักไข่ของเผ่าหงส์ เฟิ่งเจินวางไข่ออกมาวันเว้นวันจนครบรัง รวมเป็นทั้งหมดหกฟอง ภายในเวลาสองสัปดาห์ ตลอดระยะเวลาการฟักไข่อี
Baca selengkapnya

บทที่ 177 จงสำนึกผิดไปแต่โดยดี

“เรื่องราวทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้...” เฟิ่งเจินบอกอย่างเรียบเรื่อย แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับอ่อนลง หยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นบ่งบอกถึงความขื่นขมที่กัดกินใจมาเนิ่นนาน เมื่อคำนึงถึงสามีและบุตรทั้งหกตน ไม่รู้ว่ายามนี้จะเติบโตมากเพียงใดแล้วเฟิ่งเหยียนที่กำลังอ้าปากค้าง หลังจากที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด “!!!”หะ... นี่ข้ากลายเป็นป้าไปแล้วเหรอ? แถมยังมีหลานงอกออกมาอีกตั้งหกหน่ออย่างไม่รู้ตัวอีกด้วย ข้ายังต้องหาของขวัญแรกพบให้หลานข้าไหม?เดี๋ยวสิ! ดวงตาหงส์ของเฟิ่งเหยียนเบิกกว้าง หากเป็นตามที่เฟิ่งเจินบอกมา... นั่นหมายความว่านางแอบไปมีสามีมีลูก ทั้งที่ไม่ได้ผ่านพิธีแต่งงาน ผ่านแม่สื่อ หรือแม้แต่ท่านแม่ก็ยังไม่รู้เรื่อง!นอกจากนี้ แม้แต่การอวี่อินก็ยังไม่ได้ทำ ตามกฎของเผ่าที่สามารถมีคู่ครองได้มากสุดห้าตน แต่นี่เฟิ่งเจินกลับมีถึงหกตน!!เท่าที่พูดมา ไม่รู้ว่าเฟิ่งเจินทำความผิดไปกี่กระทงแล้ว! แล้วนี่นางกลับไม่โดนโทษอะไรเลย!แต่ข้า! ถึงจะไม่ได้ผ่านพิธีแต่งงาน แม่สื่อ หรือคำอนุญาตจากท่านแม่เหมือนกัน แต่ข้ากลับโดนเนรเทศเนี่ยนะ!?ฮึ่ย!
Baca selengkapnya

บทที่ 178 เริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่!

ท่ามกลางแสงอรุณรุ่งที่อาบไล้ยอดผาสูงของเผ่าหงส์จนกลายเป็นสีทองอร่าม พิธีสถาปนาประมุขเผ่าคนใหม่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการเสียงแตรสังข์กังวานก้องไปทั่วชั้นฟ้า ขบวนนางรำปักษาหลากหลายสายพันธุ์ร่ายรำอยู่บนหมู่เมฆโปรยปรายกลีบบุปผาลงมาดุจห่าฝนเฟิ่งเหยียนปรากฏกายในชุดผ้าไหมชั้นสูงสีแดงเพลิงปักดิ้นทองลายหงส์ทะยานฟ้า ปีกหงส์เพลิงแผ่กว้างส่งรัศมีเจิดจ้าข่มขวัญและสะกดทุกสายตาให้ก้มกราบด้วยความศรัทธาจากนั้นนางจึงเคลื่อนขบวนเกี้ยวทองลงสู่ลานกลางเผ่าปักษาเบื้องล่าง เพื่ออวดโฉมบารมีต่อหน้าทุกเผ่าพันธุ์ ประกาศศักดาว่ายุคสมัยใหม่ของนางได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!ในการสถาปนาของนางนั้น ไม่เพียงแต่แต่งตั้งตนเองเป็นประมุขเผ่าหงส์คนใหม่แล้ว เฟิ่งเหยียนยังได้ทำการแต่งตั้งบุรุษข้างกายทั้งห้าขึ้นเป็นคณะที่ปรึกษาส่วนตัวพิเศษอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนไม่เพียงแต่งานพิธีสถาปนาช่วงกลางวันที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ ในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองรื่นเริงยามค่ำคืนก็จัดขึ้นอย่างยาวนานข้ามวันข้ามคืนด้วยเช่นกันเช้าวันรุ่งขึ้น ณ โถงกลางของตำหนักเทียนเฟิ่งโหลวกลางเผ่าหงส์ เฟิ่งเหยียนได้ประกาศการปฏิ
Baca selengkapnya

บทที่ 179 เฟิ่งเหยียนถูกลักพาตัว!

เฟิ่งเหยียนเริ่มต้นการปฏิวัติเผ่าหงส์ด้วยการสั่งรื้อถอนม่านมุกและสมบัติล้ำค่าออกจากตำหนักหลวนเฟิ่ง ปรับเปลี่ยนโถงโอ่อ่าให้กลายเป็นสำนักศึกษาสำหรับฝึกปราณของเผ่าหงส์นางวางรากฐานการฝึกปราณแบบใหม่ ให้เน้นการควบคุมปราณให้เฉียบคมดุจเข็มฝัง เพื่อใช้ในการกระตุ้นจุดชีพจร หากจะสั่งสอนการรักษาให้ผู้อื่น นั่นย่อมหมายความว่าต้องมีผู้ป่วยให้สื่อการสอนเฟิ่งเหยียนสั่งการให้อิงอี๋นั่ว หัวหน้าเผ่าปักษาคัดเลือกผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังมาวันละสิบตน เพื่อให้นางใช้เป็นกรณีศึกษาต่อหน้าเหล่าอาวุโสและทุกนางในเผ่าหงส์“ดูให้ดี การรักษาคนหนึ่งคนต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมาก อย่างแรก เราควรตรวจชีพจรเขาเสียก่อน ตามตำราที่ข้าเคยให้พวกท่านอ่าน...” เฟิ่งเหยียนอธิบาย “ไม่เพียงแต่จุดชีพจร พวกท่านจะต้องสอบถามผู้ป่วยด้วยว่าบาดเจ็บที่ใด อย่างไร เพราะให้สามารถส่งปราณเข้าไปรักษาได้อย่างตรงจุดและเหมาะสม”นางสาธิตการส่งปราณรักษาที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์ เพื่อสมานแผลและชะล้างพิษของผู้ป่วยในแต่ละราย ค่อย ๆ ถ่ายทอดวิชา จนทุกตนในเผ่าเริ่มเรียนรู้และทำตามได้ในที่สุดหลังจากท
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
1617181920
...
24
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status