ซูเจินเจินมองมือที่แดงก่ำ ตั้งแต่วันนั้นที่มุ่งมั่นอยากเก่งเหมือนพี่สาวนางก็เริ่มฝึกฝนวิชากระบี่อย่างหนัก ถึงขั้นคุกเข่าขอร้องท่านพ่อให้ยอมรับนางเข้าเป็นศิษย์สำนักฉือหง แต่คนที่ไม่มีพื้นฐานอะไรเลยไม่มีทางฝึกฝนกระบี่ได้ ซูหนานรู้ดีถึงนิสัยดื้อรั้นของลูกสาวคนเล็กหากไม่อนุญาต อย่างไรซูเจินเจินก็ต้องหาวิธีจนได้เขาจึงให้นางเริ่มฝึกฝนร่างกาย เตรียมตัวทดสอบเข้าสำนักสำนักฉือหงมีกฎเกณฑ์ต่อให้จะเป็นบุตรสาวของเขาก็ต้องผ่านการทดสอบก่อนโชคดีที่ซูเจินเจินเข้าใจ นางกัดฟันและตั้งใจฝึกฝน เพราะหากไม่ยอมทดสอบแล้วเข้าไปเป็นหนึ่งในสำนักฉือหง ก็คงจะถูกตั้งแง่ดูถูก สงสัยในความสามารถ“เจ้าจะพักก่อนหรือไม่” เย่วหลิงอันถามเสียงเรียบนางถูกขอร้องให้มาช่วยแนะนำซูเจินเจินแม้ว่าอยากจะอยู่เฝ้าที่ป้อมปราการมากกว่าแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้มองดูหญิงสาวที่นั่งลงอย่างหมดแรงเพียงเพราะขยับร่างกายไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็เหนื่อยหน่ายฝึกมามากกว่าสิบวันแล้วแต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ประเดี๋ยวก็เหนื่อยประเดี๋ยวก็พัก มือเจ็บบ้างลุกไม่ไหวบ้าง เช่นนี้แล้วเมื่อไรจะสำเร
Read more