INICIAR SESIÓNครอบครัวหันหลัง สามีไม่เหลียวแล หลังแต่งงานเพียงหนึ่งวัน เขาก็แต่งภรรยาอีกคนทันทีและสตรีผู้นั้นก็คือน้องสาวของนาง! ซูเนี่ยนเหยียดยิ้มเย้ยหยัน หากอยากได้นักก็เอาไปเลย ชาตินี้นางยกให้!
Ver másมันเริ่มตั้งแต่เมื่อใด อาจจะเป็นตอนที่แคว้นฉินรบกับแคว้นจ้าว แคว้นเซี่ยเล่นงานอาณาจักรเฟิงหยวน แคว้นถูประสบกับภัยแล้ง หรืออาณาจักรตงประสบกับภัยหนาว แต่ไม่ว่าจุดเริ่มต้นจะอยู่ที่แคว้นหรือเมืองใดผลกระทบนั้นก็กระจายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก นำพามาซึ่งโรคระบาด
ก่อนที่โรคนั้นจะแปรเปลี่ยนคนธรรมดาให้บ้าคลั่ง
พวกเขาเริ่มกัดกินกันเอง หายนะของมนุษย์ดำเนินมาจนสุดทาง กระทั่งสัตว์ธรรมดายังดุร้าย ราชวงศ์แต่ละแคว้นล่มสลาย ผู้ฝึกยุทธ์ต้องขึ้นมาปกครอง กลายเป็นเจ้าครองเมือง สร้างกำแพงสูงชันปกป้องตนเอง
ที่เมืองถงหรงแคว้นโจวก็เป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องเลวร้าย แม้จะเป็นเมืองเล็กแต่พวกเขาก็เอาตัวรอดได้ดีในยุคล่มสลาย ส่วนหนึ่งเพราะที่นี่ถูกปกครองด้วยท่านอ๋องห้าผู้มีพลังยุทธ์ขั้นหกและยังเป็นที่ตั้งของสำนักฉือหง สำนักฝึกตนที่เก่งกาจ
ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าพวกเขาจะหลีกเลี่ยงเภทภัยไปได้ทุกเรื่อง เมื่อองค์กษัตริย์แห่งแคว้นโจวมีรับสั่งให้เมืองถงหรงส่งมอบเสบียงอาหารไปให้เมืองหลวง
ไม่เช่นนั้นจะยกกองทัพมาประชิด
เมืองถงหรงนั้นเรียกได้ว่าเป็นเมืองชายแดนที่เคยยากจนข้นแค้น พอเกิดเรื่องไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากเมืองหลวงแม้แต่น้อย บัดนี้พอตั้งตัวได้ทางนั้นกลับเรียกร้องให้ส่งเสบียงอาหารไปให้
ในสถานการณ์เช่นนี้ ราชวงศ์จะสำคัญอะไรปากท้องสำคัญยิ่งกว่า กษัตริย์ที่ระแวงพี่น้องกลัวว่าจะถูกแย่งชิงบัลลังก์ ขับไล่ให้มาอยู่ชายแดน
เมืองถงหรงตั้งตนเป็นเอกเทศแล้ว
กระนั้นท่านอ๋องห้าก็ไม่ประสงค์ให้มีการสู้รบ เพราะถ้ามีคนตายพวกซากศพก็จะเพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น ทั้งยังดึงดูดให้สัตว์ร้ายตามกลิ่นเลือดมา
ระหว่างที่กำลังหนักพระทัยคิดไม่ตก อาณาจักรเฟิงหยวนก็ส่งราชทูตมาเจรจาแลกเปลี่ยน
กล่าวว่าองค์ราชาสือเทียนประสงค์แลกเปลี่ยนสัมพันธไมตรีกับเมืองถงหรง หากพวกเขายินดีส่งคุณหนูตระกูลซูไปอภิเษกสมรสกับองค์ชายในพระองค์แลกกับศัสตราวุธ นี่นับเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ
ในตอนนี้นอกจากเสบียงอาหาร อาวุธก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่เอาไว้สู้กับพวกซากศพที่รุกรานเข้าใกล้ และผู้คนที่จ้องจะแย่งชิง
อีกประการหากได้สานสัมพันธ์กับอาณาจักรใหญ่ จากนี้คงไม่ต้องทนไว้หน้าเมืองหลวง
ข้อแลกเปลี่ยนของพวกเขานั้นดีมาก
เพียงแต่ตระกูลซูคือตระกูลของเจ้าสำนักฉือหง คนที่เหมาะสมและสามารถจะแต่งออกได้ตอนนี้มีเพียงแค่สองคนคือคุณหนูใหญ่ซูเนี่ยนกับคุณหนูรองซูเจินเจิน หากแต่คุณหนูใหญ่นั้นเป็นพระคู่หมั้นของซื่อจื่อแห่งจวนอ๋องเว่ยชิงชาน
เช่นนั้นคนที่ต้องไปก็เหลือเพียงคุณหนูรอง ถ้าเมืองถงหรงตอบตกลง
เพราะเหตุนี้เอง ฮูหยินท่านเจ้าสำนักถึงได้เป็นลมล้มพับ อาณาจักรเฟิงหยวนยิ่งใหญ่เพียงนั้นได้ยินว่าพวกเขาป่าเถื่อนและหัวรุนแรง อีกทั้งทางใต้พวกซากศพก็ดุร้ายกว่า จะให้ส่งบุตรสาวที่รักไปได้อย่างไร
ไม่ใช่แค่ฮูหยินใหญ่ซูที่คัดค้าน กระทั่งซื่อจื่อจวนอ๋องเองก็ด้วย
เขาถึงขั้นคุกเข่าขอร้องพระบิดา ให้ปฏิเสธอาณาจักรเฟิงหยวน
ไม่มีใครไม่รู้ว่าเขารักคุณหนูรองซูมากเพียงใด แต่ถ้าปฏิเสธ นอกจากพวกเขาจะไม่ได้ศัสตราวุธไว้สู้รบกับเมืองหลวง อาจจะทำให้อาณาจักรเฟิงหยวนขุ่นข้องหมองใจไปด้วย ทางนั้นยื่นไมตรีมาให้ขนาดนี้แล้ว เมืองถงหรงกลับปฏิเสธ คิดว่ามีอีกกี่เมืองที่ต้องการโอกาสดี ๆ เช่นนี้
“ท่านแม่เป็นเช่นไรบ้าง”
“ฟื้นแล้วเจ้าค่ะ”
ซูเนี่ยนหลับตาลงนึกถึงฝันร้ายที่ยาวนาน ท่านอ๋องจะปฏิเสธการสานสัมพันธ์ครั้งนี้ตามความต้องการของซื่อจื่อ ทำให้เมืองถงหรงไม่ได้รับศัสตราวุธอย่างที่ต้องการ ถึงอย่างนั้นอาณาจักรเฟิงหยวนก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรพวกเขาแค่กลับไปเท่านั้น
หลังจากนั้นนางจะได้แต่งเข้าจวนอ๋องตามสัญญาหมั้นหมาย แต่วันต่อมาน้องสาวก็ได้แต่งเข้าจวนอ๋องเช่นกัน
คุณหนูใหญ่ซูเป็นที่หัวเราะเยาะไปทั่ว
เป็นมารขวางความรักน้องสาว ชายาเอกควรเป็นซูเจินเจิน
เมืองถงหรงหญิงแก่ไม่เงยหน้ามองผู้ใด เพราะที่สูญเสียไปคือบุตรชายคนเดียวที่เหลืออยู่ นางกล่าวโทษทุกสิ่งอย่างราวกับคนเสียสติ“คุณหนูรองรู้วิชาแพทย์ไม่ใช่หรือเก่งนักก็มารักษาบุตรชายของข้า เวลาเช่นนี้นางกลับกล้าเสวยสุข!”“ท่านแม่พอแล้วเจ้าค่ะ!” ลูกสะใภ้พยายามห้ามไม่ให้แม่สามีพูดต่อ ไม่เช่นนั้นหัวอาจจะหลุดจากบ่า แม้ในใจจะคิดเช่นเดียวกันนางเองก็ต้องเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาว บุตรก็ยังไม่มี ชีวิตต่อจากนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร “เอาชีวิตของบุตรชายข้าคืนมา เอาคืนมา!”“แม่เฒ่าจูเจ้าหักห้ามใจเถิด” สุดท้ายแล้วหญิงชราก็เป็นลมหมดสติไป ชาวบ้านเลยช่วยกันพานางกลับไปส่งที่เรือน“น่าสงสารยิ่งนัก ตอนนี้นางไม่เหลือบุตรชายแล้ว”“แต่คำพูดของยายเฒ่าก็ไม่ได้ผิดเลย ที่ป้อมปราการของเราไม่เคยสูญเสียคนไปมากถึงเพียงนี้ หากคุณหนูใหญ่ยังอยู่คงไม่เกิดเรื่อง”“แต่คุณหนูใหญ่ไม่อยู่แล้ว จะพูดให้ได้อะไรขึ้นมา&rdquo
เมืองถงหรงเจียงเทียนอีมาพร้อมเย่วหลิงอัน เมื่อทั้งสองคนร่วมมือกันก็สามารถจัดการความยุ่งเหยิงที่กำแพงทางทิศใต้ได้อย่างหมดจดป้อมปราการที่สามกลับคืนสู่ปกติอีกครั้ง กระนั้นก็ต้องสูญเสียทหารรักษากำแพงไปถึงยี่สิบคน“เจ้าคิดอะไรอยู่ถึงได้ไปยืนกลางวงหมาป่าเช่นนั้น” คิ้วหนาขมวดแน่นเจียงเทียนอีไม่พอใจเว่ยชิงชาน ตั้งแต่เรื่องที่เขาเป็นต้นเหตุทำให้ศิษย์น้องต้องจากไปแล้ว นี่ยังทำเรื่องโง่เขลาพาทหารลงมาสู้กับฝูงหมาป่าตอนที่พวกมันกำลังคลั่ง อีกทั้งใกล้กันก็มีพวกซากศพ“ข้าคิดจะใช้พลังข่มขู่พวกมัน”“จะทำเช่นนั้นได้ ต้องแน่ใจว่าแข็งแกร่งกว่าและลงมือรวดเร็วไม่เช่นนั้นแล้วหากทำไม่สำเร็จหมาป่าไม่ยอมหนีไป เจ้าจะถูกปิดล้อม พวกซากศพยังรุกรานเข้าใกล้อย่างที่เกิดขึ้น” หากเขามาไม่ทันซื่อจื่อคงเหลือเพียงแค่ชื่อไม่เพียงเท่านั้นยังต้องสูญเสียทหารไปมากกว่านี้ มองดูคนที่ตายจากไปก็นึกโมโห“ข้าเพียงทำตามแผนของนาง”
เมืองถงหรงในขณะที่ซูเนี่ยนกำลังปรับตัวเข้ากับแดนใต้ ด้านเมืองถงหรงเองก็ต้องปรับตัวเช่นกันเว่ยชิงชานได้รับคำสั่งให้มาเฝ้าป้อมปราการที่สามแทนซูเนี่ยน แต่เดิมเขาคิดว่านี่ไม่ใช่งานที่หนักหนาไม่อย่างนั้นซูเนี่ยนคงไม่สามารถควบคุมที่นี่ได้เพียงลำพัง แต่เมื่อเขาได้มาแทนที่นางถึงได้รู้ว่าสิ่งที่ตนคิดนั้นไม่ใช่ความจริงที่นี่อันตรายไม่ต่างจากป้อมปราการอื่นพวกซากศพบุกโจมตีกำแพงเมืองไม่เว้นวัน ส่วนหนึ่งเพราะเป็นช่วงสัตว์คลุ้มคลั่งที่ทำให้พวกซากศพคลั่งตามไปด้วยเมื่อได้กลิ่นเลือดเว่ยชิงชานแทบไม่มีเวลาพัก อย่าพูดถึงเรื่องแต่งงาน ตอนนี้แค่ไปเจอหน้าซูเจินเจินยังไม่มีโอกาส เขาแทบไม่ได้นอน“ซื่อจื่อขอรับพวกซากศพเริ่มเข้ามาใกล้กำแพงอีกแล้ว”เสียงรายงานจากองครักษ์คนสนิททำให้เว่ยชิงชานที่คิดจะนอนพักต้องรีบลุกขึ้นมา“พวกมันสงบไปแล้วไม่ใช่รึ”“มีฝูงหมาป่ากำลังสู้กันอยู่ขอรับ” เพราะเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์พวกมันถึงได้พยายามแย่งชิงตัวเมีย
ลงโทษหรงมู่ตาน“ข้าจำได้ว่าสร้างบาดแผลที่ข้างลำตัวมันได้ เวลาเพียงหนึ่งเดือนคงยังไม่หายดี ตอนที่เจ้าเข้าใกล้มันลองดูว่ามีร่องรอยอะไรหรือไม่”ถ้ามีก็เป็นตัวเดียวกันถ้าไม่มีก็แสดงว่าคนละตัวหยางจื่อห่าวพยักหน้า หลังจากนั้นแม่ทัพทั้งสองก็วางแผนรับมือหากว่ามีสัตว์อันตรายมากกว่าหนึ่งตัวเข้ามาใกล้เขตเมือง นี่จะต้องเป็นเรื่องที่วุ่นวายแน่นอนจนเวลาล่วงเลยมาถึงเย็นย่ำ ได้แผนการที่น่าจะใช้การได้แม่ทัพทั้งสองก็พากันไปฉลองที่หอหนิงฟางโรงสุราอันดับหนึ่งในย่านเริงรมย์ซูเนี่ยนนิ่วหน้าเมื่อรู้ว่าพระสวามีฝ่าฝืนคำสั่งของท่านหมอหลวงที่ไม่ให้เขาดื่มสุราและของแสลงจนกว่าจะหายดี คอยดูเถอะถ้าหากว่าร่างกายเกิดปัญหานางจะ...จะทำอะไรได้พอคิดได้แบบนั้นความขัดข้องใจก็ต้องกดข่มเอาไว้แม้จะเป็นพระชายาแต่ก็เป็นหญิงจากต่างเมืองหาได้มีสิทธิ์มีเสียงที่จะตักเตือนสามี แม้เขาจะดีด้วยก็ต้องระลึกไว้ว่าตนเป็นผู้ใดอย่างไรวันนี้นางก็ได้ทำในสิ่งที่ใจหวัง ได้ประลองฝ











