Todos los capítulos de พระชายาสารพัดพิษ: Capítulo 31 - Capítulo 40

123 Capítulos

31. ผงเกสรดอกละอองหิมะ

ณ ลานหินชั้นนอกของสำนักศึกษาหลวง....หลังจากจบคาบเรียน การไต่สวนฉุกเฉินถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็ว ศิษย์ทุกสำนักต่างมาห้อมล้อมดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตระหนก อาจารย์ใหญ่ฝาน ผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมแต่เปี่ยมด้วยความยุติธรรม นั่งเป็นประธานอยู่บนเก้าอี้ไม้ชิงชัน โดยมีเว่ยไป่หลินและหลิงซีซี ยืนน้ำตานองหน้าสะอึกสะอื้น ผิวพรรณตามลำคอและแขน ยังคงมีรอยผื่นแดงจากการเกาอย่างหนัก ​"ท่านอาจารย์ใหญ่เจ้าคะ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่พวกข้าด้วยนะเจ้าคะ..." เว่ยไป่หลินร้องสะอื้นพลางชี้นิ้วสั่นระริกไปทางมู๋ชิงเหยา "แน่นอน เรื่องราวในครั้งนี้จะถูกไต่สวนอย่างยุติธรรมแน่นอน..." "มู๋ชิงเหยาผู้นี้...นางใช้วิชาสายมาร แอบปล่อยผงพิษร้ายใส่พวกข้าในห้องเรียนเจ้าคะ จนพวกข้าต้องทรมานเกือบตาย สตรีที่ใช้พิษต่ำช้าเช่นนี้ไม่สมควรอยู่ในสำนักศึกษาหลวงอันทรงเกียรติเจ้าค่ะท่านอาจารย์ใหญ่..." เว่ยไป่หลินรีบระบายความในใจออกมา ​หลิงซีซีรีบก้าวออกมาคุกเข่าเสริมทันที "ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ มู๋ชิงเหยาพึ่งกลับมาจากค่ายทหารชายแดนใต้ ถนัดเรื่องเดรัจฉานวิชา หากไม่ลงโทษดัดนิสัย ไล่ออกจากสำนัก วันหน้าศิษย์คนอื่นๆ คงมิอาจเล่าเรียนได้อ
last updateÚltima actualización : 2026-09-01
Leer más

32. พิษกลืนกระดูกราตรีมืด

หลังจากความวุ่นวายเรื่องการไต่สวนจบลง บรรยากาศในสำนักศึกษาหลวงก็กลับคืนสู่ความสงบ มู๋ชิงเหยาอาศัยช่วงเวลาที่ศิษย์คนอื่นพากันแยกย้ายไปพักผ่อน นางเดินเลี่ยงหลบผู้คน เข้ามายังหอตำราต้องห้ามชั้นสาม ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรวบรวมบันทึกโบราณและตำราวิชาแพทย์ประจำสำนัก ​แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านหน้าต่างไม้แกะสลัก กระทบฝุ่นละอองที่ลอยอยู่นวลตา มู๋ชิงเหยาใช้นิ้วเรียวยาวไล่เปิดดูคัมภีร์ใบลานเก่าแก่ทีละเล่ม โดยมีเจ้าแมงมุมเสี่ยวจิ่วไต่อยู่บนเก้าอี้ข้างๆ คอยดมกลิ่นกระดาษโบราณด้วยความสงสัย ​จนกระทั่งมู๋ชิงเหยาเปิดมาถึงบันทึกหนังสัตว์ฉากหนา เล่มที่ถูกซ่อนไว้หลังสุดในชั้นวางตำราพิชัยสงคราม... ​กริ๊กๆ!!! ​เสี่ยวจิ่วพลันส่งเสียงขู่เบาๆ ในลำคอ ขนบนลำตัวพองขึ้นพร้อมกับดวงตาสิบแปดคู่ส่องประกายสีแดงวูบหนึ่ง มันใช้ขาหน้าชี้ไปที่อักขระโบราณหน้าหนึ่งในบันทึกหนังสัตว์ทันที ​มู๋ชิงเหยาขมวดคิ้วแน่น กวาดสายตามองภาพวาดต้นพืชรูปร่างประหลาด ใบเป็นสีดำสนิทราตรี ขอบใบมีหยดน้ำสีเลือดเกาะอยู่ พร้อมกับคำอธิบายโบราณที่เขียนด้วยหมึกสีชาด ​'พิษกลืนกระดูกราตรีมืด' ​นัยน์ตาคู่สวยของมู๋ชิงเหยาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่าง
last updateÚltima actualización : 2026-09-01
Leer más

33. บทกวี

ณ สำนักศึกษาหลวง.... แสงแดดยามเช้าทอดผ่านฉากกั้นไม้แกะสลักเข้ามายังเรือนวารีฟื้นอักษร ซึ่งเป็นสถานที่เรียนวิชาบทกวีและกาพย์กลอนของสำนักศึกษาหลวง กลิ่นหอมฟุ้งของหมึกจีนคุณภาพดีผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงหอมกรุ่น อบอวลไปทั่วทั้งห้องเรียนที่มีเหล่าคุณหนูคุณชายชนชั้นสูงนั่งเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ​มู๋ชิงเหยา ในชุดนักศึกษาปักลายเมฆาสีฟ้าอ่อน นั่งอยู่ตรงโต๊ะเรียนพฤกษาหลังสุดริมหน้าต่าง นางกำลังใช้พู่กันขนจิ้งจอกฝนหมึกจีนอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยมีเสี่ยวจิ่ว เจ้าแมงมุมพิษตัวน้อย ซุกตัวอย่างเงียบเชียบอยู่ในตลับแก้วข้างเอวนาง ​ผู้สอนในคาบเรียนนี้คือ อาจารย์ใหญ่ฝาน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยนและเคร่งครัดในกฎระเบียบวินัย เขาก้าวขึ้นไปยืนหน้าชั้นเรียนพร้อมสะบัดพัดขุนนางในมือ ก่อนจะสอดส่องสายตาอันแหลมคมไปทั่วห้อง ​"คาบเรียนนี้คือวิชาบทกวี วิชาบทกวีมิใช่เพียงการจับร้อยถ้อยคำให้ไพเราะ ทว่าคือการถ่ายทอดจิตวิญญาณ ตัวตน และปัญญาของผู้แต่งวันนี้เป็นคาบแรก ข้าจะทดสอบปัญญาของพวกเจ้าทุกคน โดยการให้แต่งบทกวีสี่ท่อน..." อาจารย์ฝานเอ่ยเสียงดังทรงพลัง ​ยังไม่ทันที่อาจารย์ฝานจะกล่าวจบ เสียงแค่นหัวเราะเบาๆ
last updateÚltima actualización : 2026-09-02
Leer más

34. คาบเรียนวิชาขี่ม้า

ณ สนามฝึกยุทธค่ายฟ้าคำราม... นอกอาคารสำนักศึกษาหลวง สายลมปลายฤดู พัดเอาฝุ่นละอองกระจายฟุ้ง เหล่าคุณหนูและคุณชายชนชั้นสูงต่างอยู่ในชุดฝึกขี่ม้ากระชับรัดกุม ทว่าสภาพของพวกคุณหนูจากเมืองหลวงหลายคนกลับดูลนลาน แค่พยายามจะปีนขึ้นหลังม้าให้มั่นคงก็แทบหมดแรงแล้ว ​"วิชาขี่ม้ายิงธนู คือวิชาของบุรุษและยอดคนที่ควรเรียนรู้..." อาจารย์หวัง แม่ทัพผู้ฝึกสอนร่างกำยำกล่าววาจาฉะฉาน เหล่าคุณหนูและคุณชายชนชั้นสูงหลายคนยืนตั้งใจฟังคำบรรยาย แต่อีกส่วนน้อยที่เหลือ กลับรู้สึกลนลานและหวาดกลัว เพราะบิดา มารดา ไม่เคยให้ออกมาท่องโลกกว้าง.... "เป้าเคลื่อนที่อยู่ห่างออกไปห้าสิบก้าว บนหลังม้าที่กำลังวิ่งเต็มกำลัง ใครสามารถยิงเข้าเป้าได้ ย่อมถือว่ามีฝีมือคู่ควรแก่การปกป้องบ้านเมือง และน่ายกย่อง..." ​หลิงซวี๋ บัณฑิตหนุ่มผู้เคยท้าประลองหมากรุก ควบม้าสีขาวออกไปเป็นคนแรก เขาเหนี่ยวคันธนูแล้วยิงเข้าเป้าตรงกลางได้อย่างแม่นยำ เรียกเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือจากบรรดาคุณหนูตระกูลดังรอบสนาม ​หลิงซวี๋หันมามองมู๋ชิงเหยา พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล... "เหยาเอ๋อร์...วิชาขี่ม้ายิงธนูนี้มีความอันตรายยิ่ง หากเจ้าไม่ถนัด ข้
last updateÚltima actualización : 2026-09-02
Leer más

35. ฮองเฮาทรงประชวร

เสียงก้องกังวานของขันทีอาวุโส ดังขึ้นที่หน้าประตูสำนักศึกษาหลวง พร้อมด้วยทหารองครักษ์เสื้อเหลืองนับสิบนาย เดินเข้ามาด้วยสีหน้าตึงเครียด ​"มีพระราชโองการด่วน มู๋ชิงเหยารับราชโองการ!" ​คนในสำนักศึกษาต่างรีบคุกเข่าลงรวมถึงพวกคุณชายและคุณหนูที่ยังไม่ทันหายตกตะลึง มู๋ชิงเหยาและมู๋ชิงเย่ประสานสายตากันแวบหนึ่ง ก่อนที่จะก้าวออกมารับราชโองการอย่างสงบนิ่ง ​"เนื่องด้วย ฮองเฮา ทรงประชวรด้วยโรคประหลาดอย่างกะทันหัน หมอหลวงทั่วทั้งสำนักโอสถหลวง มิอาจหาสาเหตุและรักษาได้ ทรงทราบว่าคุณหนูมู๋ชิงเหยามีวิชาแพทย์พิสดาร จึงมีพระบรมราชโองการเรียกตัวเข้าวังหลวง เพื่อตรวจรักษาเป็นการด่วน จบราชโองการ..." ​บรรยากาศพลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมพัด เว่ยไป่หลิน และหลิงซีซี ที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังแอบยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ขณะที่หนานกงจิ่งที่นั่งบนรถเข็นดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย นัยน์ตาฉายรังสีอันหนาวเย็น ​"อาการประชวรของฮองเฮามาได้ประจวบเหมาะยิ่งนัก รัชทายาทคงเริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะ" มู๋ชิงเหยากระซิบบอกพี่ชาย ​ฮองเฮาคือพระมารดาเลี้ยงขององค์รัชทายาท องค์รัชทายาทมีพระนามว่า หนานกงเฉิง การที่ฮองเฮาประชวรด่วนเ
last updateÚltima actualización : 2026-09-02
Leer más

36. ถอนรากถอนโคน

เสี้ยววินาทีต่อมา นัยน์ตาของฮองเฮาที่เคยปิดสนิทก็ค่อยๆเปิดขึ้น ความกระจ่างและสติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมาบ้างเล็กน้อย ​"ฮองเฮา ฮองเฮาทรงฟื้นแล้ว..!" หมอหลวงต่างคุกเข่าร้องขึ้นมาด้วยความอัศจรรย์ใจ ​รัชทายาทหนานกงเฉิงลนลาน รีบเสแสร้งปั้นหน้าเศร้าก้าวเข้าไปหา เพื่อกลบเกลื่อนความผิด "พระมารดาท่านฟื้นแล้ว...นึกไม่ถึงเลยว่า ว่าจะมีคนกล้าวางยาพิษพระมารดา..." ​เพี๊ยะ..!!! ​เสียงฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าขององค์รัชทายาทดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วพระตำหนัก แรงตบทำให้ใบหน้าของหนานกงเฉิงหันไปตามแรง หน้าชาไปครึ่งซีก ​"เจ้าลูกอกตัญญู..!" ฮองเฮาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าทรงอำนาจ พระนางพนายามใช้นิ้วมือสั่นระริกชี้หน้าหนานกงเฉิง "พระมารดา...นี้ท่านตบลูก.." ​"อย่ามาเรียกเปิ่นกงว่าพระมารดา เฉิงเอ๋อร์...เปิ่นกงเลี้ยงเจ้ามาตั้งแต่เยาว์วัย...เจ้าถึงกับกล้าลงมือสังหารเปิ่นกงอย่างนั้นเชียวหรือ...? น้ำเสียงของฮองเฮาแหบแห้ง ทว่าแฝงไปด้วยความผิดหวังและเดือดดาลอย่างถึงที่สุด ​"พระมารดา ไม่ใช่...ลูกไม่ได้ทำ..." หนานกงเฉิงรีบคุกเข่าลง แต่กลับถูกฮองเฮาเบือนพระพักตร์หนีไปอีกทาง "ยังจะปากแข็งอีก เปิ่นกงไม
last updateÚltima actualización : 2026-09-03
Leer más

37. คาบเรียนวิชาวาดภาพ

เรือนทัศนาวิจิตร... หลังจากเรื่องราวของฮองเฮาและองค์รัชทายาทจบลงไป มู๋ชิงเหยาก็ทำหน้าที่ของนักเรียนต่อ บรรยากาศภายในของสำนักศึกษาหลวงเต็มไปด้วยความสงบเงียบ จนกระทั่งคาบเรียนวิชาวาดภาพได้เริ่มต้นขึ้น อาจารย์หลิว จิตรกรเอกผู้มีหนวดเครายาวถึงอก ก้าวขึ้นไปยืนหน้าชั้นเรียนพร้อมพู่กันหงส์ "วันนี้...วิชาวาดภาพ ข้าจะไม่ให้พวกเจ้าวาดทิวทัศน์หรือดอกไม้แบบเดิมๆ แต่จะให้จับคู่ แล้ววาดภาพเหมือนของเพื่อนร่วมชั้น โดยต้องถ่ายทอดจิตวิญญาณ และความจริงแท้ของคนผู้นั้นออกมา...!" ​สิ้นคำสั่ง เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทันที เว่ยไป่หลินและหลิงซีซี ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ แอบสบตากันด้วยความเจ้าเล่ห์ ​"พี่ไป่หลิน..." หลิงซีซีเอ่ยเสียงดังตั้งใจให้คนทั้งห้องได้ยิน "ว่าอย่างไรหรือซีซี...? "สตรีชนบท วันๆคงรู้จักแต่วาดรูปมดจับแมลง หากให้จับพู่กันวาดภาพคนจริง มีหวังออกมาประหลาดราวกับอสูรกายแน่ๆ เจ้าค่ะ คริ..คริ..!" ​"นั่นนะสิ..." เว่ยไป่หลินยิ้มเยาะ "ข้าละอยากเห็นนัก ว่าภาพวาดของนางจะออกมาอุจาดตาเพียงใด..!" หลินซีซีกล่าวอย่างหน้าชื่นตาบาน ​มู๋ชิงเหยาที่จับคู่กับหลิงซวี๋บัณฑิตหนุ่มรูปงาม เพียงแค่คลี่ยิ้มบา
last updateÚltima actualización : 2026-09-03
Leer más

38. ภาพครอบครัวสุขสันต์

ไป่หลินและหลิงซีซีที่ยืนดูอยู่ข้างๆ กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อด้วยความริษยา ทั้งที่พวกนางตั้งใจจะทำให้มู๋ชิงเหยาขายหน้า แต่กลายเป็นว่ามู๋ชิงเหยากลับได้รับคะแนนเต็มสิบจากท่านอาจารย์หลิว ​"ท่านอาจารย์หลิวเจ้าคะ" หลิงซีซีอดรนทนไม่ไหว เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแง่งอน "ว่าอย่างไรหรือ...? ​"ภาพวาดตลกขบขันเช่นนั้น ไม่ได้สะท้อนถึงจิตวิญญาณและความจริงแท้ ตามที่ท่านอาจารย์สั่งไว้ตั้งแต่แรกเลยสักนิด เหตุใดจึงให้นางคะแนนเต็มได้ล่ะเจ้าคะ...เช่นนี้ถือว่าไร้ความยุติธรรมยิ่งนัก..!" ​อาจารย์หลิวเอามือลูบเครา พลางหัวเราะในคอเบาๆ นัยน์ตาของจิตรกรเอกเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง ​"หลิงซีซี...การถ่ายทอดจิตวิญญาณ ไม่ใช่การวาดภาพเส้นคมตาสวยเหมือนหุ่นปั้นเปลือกนอก แต่คือการมองเห็นธรรมชาติที่แท้จริงของคนผู้นั้น ความร่าเริง อารมณ์ขัน และความผูกพันไร้พิษภัย ภาพวาดที่มู๋ชิงเหยาถ่ายทอดออกมานั้น คือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคนได้อย่างแท้จริง นั่นแหละคือจิตวิญญาณแห่งศิลปะ.." ​เมื่อถูกอาจารย์หลิวตักเตือนอย่างนุ่มนวลแต่บาดลึก หลิงซีซีและเว่ยไป่หลินก็หน้าเสียจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยสิ่งใดได้อีก ​มู๋ชิงเหยาเห็นดังนั้นจึงยิ้
last updateÚltima actualización : 2026-09-03
Leer más

39. เต่าหัวขด

ณ ท้องพระโรง.... บรรยากาศในท้องพระโรงควรจะเคร่งเครียดด้วยการประชุมราชการแผ่นดิน...ทว่าเช้าวันนี้กลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่อหนานกงจิ่งนั่งรถเข็นไม้แกะสลักเข้ามาพร้อมกับม้วนกระดาษฟางขนาดใหญ่ ผูกด้วยโบว์สีแดงสด ​ขณะที่ฮ่องเต้กำลังเครียดกับรายงานภัยแล้ง หนานกงจิ่งก็ยกมือขึ้นขัดจังหวะกลางท้องพระโรงด้วยสีหน้าภาคภูมิใจยิ่ง ​"ฝ่าบาท... เช้านี้เปิ่นหวางมีสิ่งสำคัญต่อความมั่นคงของแคว้น อยากให้ทุกท่านได้เห็นเป็นบุญตา.." ​ฮ่องเต้ขมวดคิ้วสงสัย เหล่าขุนนางต่างก้มหน้าก้มตาเตรียมรับฟังฎีกาลับเฉพาะ แต่แล้ว...จิ่งอ๋องกลับคลี่ม้วนภาพวาดขนาดมหึมาออกต่อหน้าพระพักตร์ ​"นี่คือภาพเหมือนที่ว่าที่หวางเฟยตวัดพู่กันวาดให้เปิ่นหวางทั้งคืน...ทุกท่านดูความสง่างามของเปิ่นหวางตรงกลางนี้สิ.." หนานกงจิ่งชี้ไปที่รูปภาพตนเองที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตร ​ขุนนางทุกคนต่างเริ่มฮือฮา แต่คนที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มคือ ท่านแม่ทัพใหญ่มู๋...ที่ยืนอยู่ในแถวหน้าสุด มู๋ชิงซานเมื่อกวาดสายตามองไปทางขวาของรูป...เขาเห็นภาพวาดตัวเองหัวโต ตาเหล่ อ้าปากสัปหงกจนน้ำลายย้อย ถูกระบายสีอย่างประณีตบรรจง ​"ท่านแม่ทัพใหญ่มู๋...นั่นใช่ท่าน
last updateÚltima actualización : 2026-09-04
Leer más

40. ท่านว่าใครเป็นแม่หมู

เมื่อเห็นสองพ่อลูกเดินหัวเราะร่าออกไปเตรียมตัวสำหรับคืนนี้ มู๋ชิงเหยาก็หลุดหัวเราะคิกคักออกมา พลางสะกิดเสี่ยวจิ่ว "เสี่ยวจิ่ว...คืนนี้เตรียมหมึกสีแดงไว้ด้วยนะ เราจะวาดจมูกท่านพ่อกับพี่ใหญ่ให้แดงเป็นลูกท้อเลย..." คืนที่สอง ณ จวนจิ่งอ๋อง... ยามนี้บรรยากาศไม่ได้เหมือนห้องวาดภาพแม้แต่น้อย แต่กลับเหมือน ลานประลองยุทธ์ยามวิกาลมากกว่า เมื่อสองพ่อลูกตระกูลมู๋สวมเครื่องแบบทหารจัดเต็มแบบไม่มีใครยอมใคร ​ประตูห้องถูกผลักออกดังปัง! มู๋ชิงซานก้าวเข้ามาพร้อมชุดเกราะแม่ทัพใหญ่เต็มยศ ส่วนมู๋ชิงเย่สวมชุดขุนพลเกราะเหล็ก พร้อมผ้าคลุมไหล่ผืนใหญ่ เดินเสียงดัง ฉับ! ฉับ! สั่นสะเทือนไปทั้งจวนอ๋อง ​"ท่านอ๋อง คืนนี้ข้ากับลูกชายแต่งกายเต็มยศ เพื่อเป็นแบบให้เหยาเอ๋อร์...หวังว่าท่านอ๋องจะไม่ถูกความเกรียงไกรของพวกข้าสองคน ข่มจนขวัญผวาหนีไปเสียก่อน.." มู๋ชิงซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ​หนานกงจิ่งที่นั่งบนรถเข็นมองชุดเกราะของว่าที่พ่อตา และว่าที่พี่ภรรยาแล้วยกยิ้มมุมปาก "ท่านพ่อตาแต่งกายได้ยอดเยี่ยมยิ่ง...เพียงแต่หมวกของท่าน มันยาวจนบังโคมไฟบนเพดานจนมืดไปครึ่งห้องแล้ว.." ​ยามสอง (ประมาณ 22.00 น.) มู๋ช
last updateÚltima actualización : 2026-09-04
Leer más
ANTERIOR
123456
...
13
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status