LOGINสามวันต่อมา.... แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านมงคลสีชาดเข้ามายังแท่นบรรทมหยกขาว ภายในห้องบรรทมบัดนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายปราณเซียนและปราณสุริยันที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างสมบูรณ์ ละอองเซียนส่องประกายระยิบระยับลอยเวียนวนอยู่เบื้องบน บรรยากาศเงียบสงบและเต็มไปด้วยความหวานอบอุ่น บนแท่นบรรทมหยกขาว...หมิงเหยานอนซุกตัวอยู่ในอ้อมอกแกร่งของหนานกงจิ่ง ผ้าห่มผืนหนาสีแดงชาดปกคลุมเรือนร่างของคนทั้งสองเอาไว้ ผิวพรรณนวลผ่องของท่านเจ้าดินแดนยามนี้ทอประกายเปล่งปลั่ง นัยน์ตาสีมรกตค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างเชื่องช้าด้วยความอ่อนล้าที่ผ่านศึกหนักมา "อ่ะ...โอ้ยย...เอวข้า.." หมิงเหยาพยายามจะขยับตัว แต่ทว่าทั่วทั้งร่างกลับรู้สึกอ่อนเพลียคล้ายปราณและกำลังถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น นางขมวดคิ้วแน่น เมื่อพบว่าเอวบางของตนยังถูกแขนแกร่งของเทพสงครามโอบกอดเอาไว้แน่นหนาราวกับคีมหนีบเหล็ก "ตื่นแล้วหรือ...ภรรยาข้า..." น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างใบหูหมิงเหยา พร้อมกับจุมพิตแผ่วเบาที่ประทับลงบนหน้าผากเนียนสวย หนานกงจิ่งนอนจ้องมองภรรยาด้วยความรักใคร่ นัยน์ตาของเขาทอประกายสดใสอิ่มเอมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนตลอดหลายหมื่
ณ ตำหนักหยกสวรรค์... ปัง..!! เสียงบานประตูหยกขาวถูกปิดล็อคอย่างแน่นหนา พร้อมกับอักขระอาคมป้องกันระดับสูงสุดที่หนานกงจิ่งร่ายครอบไว้รอบตำหนักทันทีเพื่อกันเสียงรบกวนจากภายนอก ร่างบางของท่านเจ้าดินแดนถูกวางลงบนแท่นบรรทมหยกอย่างนุ่มนวลที่สุด ทว่า...อุณหภูมิภายในห้องกลับลดวูบลง จนหยดน้ำในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง หมิงเหยาที่บัดนี้อยู่ในอาภรณ์ชุดใหม่ที่เนรมิตขึ้นมาอย่างรีบร้อน นางรีบยันตัวให้ลุกขึ้นยืนบนแท่นหยก ใบหน้างดงามยังคงบึ้งตึงอยู่ นัยน์ตาสีมรกตคู่สวยจ้องมองสามีตัวดีที่ยืนส่งยิ้มแห้งๆอยู่เบื้องหน้า "หนาน..กง..จิ่ง.. เจ้าคนหน้าหนา บังอาจก่อเรื่องให้ข้าต้องอับอายขายขี้หน้าต่อบรรดาเหล่าเทพเซียนทั่วทั้งเก้าชั้นฟ้ายังไม่พอ ยังกล้าอุ้มข้าหนีออกมากลางพิธีอีก ต่อไปข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด แล้วดูฝีมือของเจ้าวันนี้สิ...ทุกอย่างยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว..!" หมิงเหยาขบฟันแน่นจนได้ยินเสียง นางก้าวเท้าลงจากแท่นหยกพลางชี้หน้าต่อว่าสามีด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว "โธ่...ภรรยาข้า ข้ามิได้ตั้งใจจริงๆ ที่ข้าทำไปล้วนบริสุทธิ์ใจทั้งสิ้น เจ้ามิเห็นหรือว่า...บรรยากาศยามนั้นหากข้าไม่รีบอุ้มเจ้าออกมา เจ้า
มือหนาเทพสงครามคว้าหมับเข้าที่ชายผ้าคลุมไหล่มงคลสีชาด ผลคือผ้าคลุมไหล่หมิงเหยาหลุดติดมือเขามาทั้งผืน แถมแรงดึงยังลากเอาปิ่นหงส์สวรรค์ทองคำบนศีรษะของหมิงเหยาหลุดติดมาอีกด้วย ส่งผลให้เรือนผมยาวสลวยสยายลงมาปะทะใบหน้านวลผ่อง และชุดมงคลท่อนบนของท่านเจ้าดินแดนหล่นลงมาเผยให้เห็นไหล่ขาวเนียนต่อหน้าธารกำนัล แต่โชคดีที่หมิงเหยาไหวตัวทัน นางจึงเนรมิตอาภรณ์ขึ้นมาปกคลุมเรือนร่างใหม่ทั้งชุด เทพเซียนนับพันองค์ ยืนตะลึงแข็งทื่อราวกับรูปปั้นแกะสลัก ดวงตาเบิกโตตกตะลึงไปตามๆกันกับภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า "..." ผู้อาวุโสใหญ่หมิงชาง เคี้ยวผลไม้เซียนค้างอยู่ในปาก พลันตกตะลึงกับภาพที่เห็นด้วยเช่นกัน... "หนาน..กง..จิ่ง..เจ้าทำบ้าอะไรของเจ้าเนี่ย...? หมิงเหยาที่เกือบหน้าคะมำพยุงตัวกลับมาได้ นัยน์ตาสีมรกตเบิกกว้างด้วยความอับอายขั้นสุด แสดงสีหน้าขุ่นเคืองออกมา "ขะ...ข้าขออภัยด้วยเหยาเอ๋อร์ ข้าแค่กลัวว่าเจ้าจะล้ม...ไม่คิดว่าจะทำชุดแต่งงานของเจ้าฉีกขาด.." หนานกงจิ่งหน้าเหวอไปวูบหนึ่ง เทพสงครามผู้ไม่เคยหวั่นเกรงศึกใดบัดนี้เหงื่อแตกพลั่ก เขาพยายามจะเอาผ้าคลุมไหล่กลับไปคลุมคืนให้ภรรยา แต่ด้วยความลุกลี้
"เดี๋ยวสิ...เหยาเอ๋อร์...!" เสียงร้องตะโกนลอยมาจากทิศทางเรือนไม้หอมสวรรค์เบาๆ ราวกับลมพัดผ่าน หมิงเหยาที่เพิ่งสะบัดปลายนิ้วร่ายเวทเคลื่อนย้ายร่างของหนานกงจิ่งไป หลุดยิ้มออกมาด้วยความสะใจ นัยน์ตาสีมรกตฉายแววพึงพอใจอย่างยิ่งที่ได้เอาคืนคนฉวยโอกาสได้สำเร็จ "เอ๊ะท่านแม่...ท่านพ่อหายไปไหนแล้วหรือ เมื่อครู่นี้ยังนั่งอยู่ตรงนี้อยู่เลยแท้ๆ ท่านพ่อหายไปไหนแล้วละ...? หมิงหยวนเป่าขมวดคิ้วมองความว่างเปล่าข้างแท่นหยกด้วยความงงงวย เสี่ยวจิ่วบนไหล่เองก็เอียงคอมองตามอย่างสงสัย "เด็กน้อย...ท่านพ่อของเจ้าเขายังมีงานต้องไปจัดเตรียมอีกมากโข พ่อเจ้าไม่ว่างมาอยู่กวนใจพวกเราหรอก คืนนี้เป่าเอ๋อร์นอนกับแม่แค่สองคนก็ดีแล้ว...มาเถอะ ได้เวลาเข้านอนแล้ว..." หมิงเหยายิ้มอย่างมีเลศนัย นางประคองร่างเล็กของบุตรชายลงนอนบนแท่นหยกขาว คลุมผ้าห่มผืนหนาให้อย่างนุ่มนวล "ขอรับท่านแม่ เป่าเอ๋อร์จะได้นอนกอดท่านแม่แล้ว เย้ดีใจจัง เย้ๆๆ..." เด็กชายตัวน้อยโผเข้าซุกอกมารดาอย่างออดอ้อน แขนเล็กๆ โอบกอดเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วภาพตรงหน้าจะหายไปดุจความฝัน หมิงเหยาลูบเรือนผมนุ่มของบุตรชายเบาๆ สูดกลิ่นอา
ในขณะเดียวกัน ที่ลานกลางแจ้งหน้าตำหนักใหญ่... เทพสงครามในอาภรณ์สีเงินทรงอำนาจ ยืนโดดเด่นท่ามกลางเหล่าผู้อาวุโสตระกูลหมิงนับร้อย นำโดยผู้อาวุโสใหญ่หมิงชางที่กำลังคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมยืนลูบหนวดเครายาวขาวโพลน "ยินดีด้วยท่านเทพสงคราม...ไอเย็นกัดกร่อนของท่านเจ้าดินแดนถูกสลายไปด้วยปราณสุริยันของท่านจนหมดสิ้น พันธะสัญญาสลักลึกเรียบร้อย...เช่นนั้นแล้ว เรื่องงานแต่งและพิธีมอบตำแหน่งเขยสวรรค์ พวกเราเหล่าผู้อาวุโสตระกูลหมิงได้เตรียมฤกษ์มงคลไว้แล้ว อีกสามวันข้างหน้า...ถือเป็นฤกษ์ดีที่สุดในรอบหมื่นปี..." หนานกงจิ่งเลิกคิ้ว นัยน์ตาสีทองฉายแววพึงพอใจอย่างยิ่ง แม้จะรู้ว่าหมิงเหยาต้องโวยวายเรื่องระยะเวลาสามวันที่เร็วจนเกินไปแน่นอน แต่มุมปากของเขากลับยกยิ้มพราวเสน่ห์ "ตกลงตามนั้น..." คำตอบรับสั้นๆ ทว่าทรงพลังของเทพสงคราม ทำเอาเหล่าผู้อาวุโสตระกูลหมิงที่ล้อมรอบอยู่ต่างยิ้มกริ่มด้วยความพึงพอใจ ผู้อาวุโสใหญ่หมิงชางหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี ลูบหนวดเครายาวขาวโพลนพลางพยักหน้าหงึกหงัก "ฮ่าๆๆ ดี ยอดเยี่ยมยิ่งนัก เช่นนั้นพวกข้าจะเร่งจัดเตรียมเทียบเชิญส่งไปยังดินแดนเซียนทั่วทั้งเก้าชั้นฟ้า พร้อมป
"หนานกงจิ่ง เจ้าคนไร้ยางอาย..!" หมิงเหยาร้องเสียงหลง พวงแก้มแดงไปถึงใบหู นางพยายามดิ้นออกจากอ้อมแขนแกร่ง แต่กลับถูกคนหน้าหนา รีบรวบรัดร่างบางเอาไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม หนานกงจิ่งส่งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำอย่างอารมณ์ดี นัยน์ตาสีทองทอประกายหยอกเย้าฉ่ำหวาน เขาก้มลงหอมแก้มเนียนฟอดใหญ่ ก่อนจะกระซิบข้างใบหูหมิงเหยาที่กำลังร้อนผ่าว "เป็นถึงท่านเจ้าปกครองดินแดนโอสถสวรรค์ ผู้มีพลังสวรรค์ล้ำเลิศ มิรู้หรืออย่างไร...ว่าการให้ข้าอยู่ห่างจากแท่นบรรทมถึงสามวันสามคืนนั้น อาจจะส่งผลเสียต่อการปรับสมดุลหยินหยางในกายเจ้าได้ ยามนี้แก่นปราณเซียนของข้าและเจ้าเพิ่งหลอมรวมสลักลึก การแนบชิดเพื่อถ่ายเทลมปราณอย่างสม่ำเสมอย่อมดีต่อรากฐานตบะของเจ้าที่สุด...นี่ข้าพูดตามหลักวิชาแพทย์เซียนแท้ๆนะเหยาเอ๋อร์ มิได้ฉวยโอกาสอันใดเลยจริงๆ..." "หลักวิชาแพทย์เซียนบ้าบออะไรกัน เจ้ากำลังอ้างเหตุผลไร้สาระเอาเปรียบข้าชัดๆ...หากเจ้าไม่ยอมรับเงื่อนไขข้อนี้ พิธีแต่งงาน...ก็ให้ล้มเลิกไปเสีย ข้าจะพาเป่าเอ๋อร์หนีไปอยู่บนหุบเขาบัวสวรรค์ฝั่งทิศตะวันออก.." หมิงเหยากัดฟันกรอด ถลึงตาสีมรกตใส่เทพสงครามหนุ่มอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะรู้ดีว่าสู







