บททั้งหมดของ เล่ห์รักยอดพธู: ชาตินี้ข้าจะหนีท่านไปมีรักใหม่: บทที่ 51 - บทที่ 60

161

ตอนที่ 50 เล่ห์เหลี่ยมหยางหว่าน 1

ยามตื่นขึ้นมาพร้อมอาการเวียนศีรษะและหนักอึ้งไปทั้งหัว หยางหว่าน มีสีหน้ามึนงงอย่างยิ่ง จนกระทั่งสาวใช้เข้ามาพยุงและป้อนน้ำแกงสร่างเมาไปครึ่งถ้วย สติสัมปชัญญะที่พร่าเลือนจึงค่อยๆ กลับเข้าที่เข้าทางนางมองดูห้องนอนที่คุ้นตาพลางลูบหน้าผาก พยายามนึกย้อนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น "เกิดอะไรขึ้น? ข้าไม่ได้อยู่กับพี่ใหญ่เฉินที่เหลาอาหารหรอกหรือ? กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"เมื่อแน่ใจว่าความทรงจำขาดหายไปเป็นช่วงๆ และจำรายละเอียดไม่ได้เลย หยางหว่านจึงหันไปมองสาวใช้คนสนิทด้วยความตระหนก หลิงหลง เห็นดังนั้นจึงรีบก้าวเข้ามาเอ่ยอย่างรู้ความ "คุณหนูอย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะ เป็นซื่อจื่อ (เฉินอู๋หมิง)ที่ให้คนส่งท่านกลับมา เพราะคุณหนูคออ่อน ดื่มไปเพียงไม่กี่จอกก็เมาหลับไป ข้าและชิงเยี่ยเฝ้าดูอยู่ตลอด ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นเจ้าค่ะ"หัวใจที่เตือนระรัวของหยางหว่านจึงค่อยๆ สงบลงครึ่งหนึ่ง เมื่อใจผ่อนคลายลง ภาพในหัวก็เริ่มชัดเจนขึ้น นางจำได้ว่าชวนเฉินอู๋หมิงไปกินข้าว พูดคุย ดื่มสุรา แล้วนางก็พลันใจกล้าสารภาพความในใจออกไป ทว่ากลับถูกเขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย...หากเป็นเพียงแค่นั้นก็แล้วไป แม้จะอับอายขายหน้า แต่ก็มีเพ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 51 เล่ห์เหลี่ยมของหยางหว่าน2

เมื่อในเมืองหลวงเริ่มมีข่าวลือหนาหู อวิ๋นเหยาเหยาก็รีบส่งแผนการขั้นต่อไปตามมาทันที ไม่นานนัก ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านร้านตลาดหรือขุนนางผู้มั่งคั่ง ต่างก็รู้จักรสชาติยอดนิยมที่กำลังเป็นที่เลื่องลือนี้โรงหมักซอสอาศัยจังหวะนี้สร้างชื่อเสียงและตอกเสาเข็มทางธุรกิจ และด้วยกลยุทธ์จำกัดการขายในแต่ละวัน ยิ่งทำให้สินค้าดูมีค่าและเป็นที่ต้องการมากขึ้นไปอีกเมื่อจัดการเรื่องวุ่นวายเหล่านี้เสร็จสิ้น อวิ๋นเหยาเหยาถึงได้สังเกตเห็นว่าช่วงนี้คนในบ้านมองนางด้วยสายตาที่ไม่ปกติ ท่านลุงท่านป้านั้นไม่ต้องพูดถึง ใบหน้าของทั้งคู่แดงระเรื่อด้วยความสุข แทบจะรั้งตัวนางมาชมไม่ขาดปากว่าหลานสาวของตนช่างน่ารักและเก่งกาจเพียงใด ส่วนเฉินเหล่ยก็แทบอยากจะกวาดของทั้งร้านมามอบให้น้องสาวแทนคำขอบคุณ มีเพียงเฉินอี้เท่านั้นที่อวิ๋นเหยาเหยาเลือกที่จะมองข้ามสายตาตัดพ้อของพี่ชายผู้งมงายคนนี้ไปสตรีน่ะมีไว้ให้รักและตามใจ โดยเฉพาะสตรีที่กำลังจะแต่งงานไปบ้านอื่น ส่วนพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องคนนี้... อืม เลี้ยงให้อยู่รอดไปวันๆ ก็พอแล้ว วันหน้าค่อยให้เงินก้นถุงเพิ่มหน่อยก็แล้วกันไม่นานนัก เฉินเหล่ยก็กลายเป็นคนที่มั่งคั่งที่สุดในบ้าน เฉินซื
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 52 เล่ห์เหลี่ยมของหยางหว่าน 3

ฐานะของรัชทายาทที่เกิดจากลู่หยีนั้นมั่นคงยิ่งนัก ทั้งอำนาจจากตระกูลเดิมและฐานะฮองเฮาที่สง่างามก็เรื่องหนึ่ง ทว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือในวังหลังของฮ่องเต้ ไม่เคยมีใครก้าวข้ามบารมีของฮองเฮาลู่หยีไปได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอำนาจหรือความเกรงขาม ต่อให้จักรพรรดิจะทรงโปรดปรานใครเกินหน้าเกินตา ทว่าไม่นานทุกอย่างก็จะกลับเข้าสู่ระเบียบเดิมเสมอ แสดงให้เห็นถึงฝีมือการจัดการของสตรีผู้นี้ดังนั้น สำหรับลู่หยี จะโทษว่านางมีความรู้สึกที่ซับซ้อนไม่ได้ ด้วยฝีมือของลู่หยี อย่างมากก็คงแค่ต้องการทำให้นางรู้สึกพะอืดพะอมและคอยขัดขวางความสุข ทว่าหากนางตั้งใจจะทำลายจวนหมิงอิงโหวให้ย่อยยับ อวิ๋นเหยาเหยาเกรงว่าตนเองคงไม่ใช่คู่ปรับแน่นอน เพราะนางไม่เคยถนัดเรื่องการแก่งแย่งชิงดีเช่นนี้เลยสิ่งที่ถังยวนเปิดเผยมา ย่อมเป็นการบอกนางอ้อมๆ ว่าลู่หยีลอบลงมือดึงฟืนออกจากใต้กระทะ ทำลายงานแต่งที่หยางหว่านทุ่มเทวางแผนมานาน อีกทั้งยังขัดขาจนทำให้นางต้องพลาดท่าเสียที มิน่าเล่าสถานการณ์ถึงได้กลายเป็นเช่นนี้หลังจากเล่าเรื่องนินทาจบลง ถังยวนก็วกเข้าสู่เรื่องสำคัญที่สุด "เหลือเวลาอีกไม่กี่วันอาอู๋ก็จะออกจากเมืองหลวงแล้ว ข้าคิดว่าก่
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 53 อุบัติเหตุ

ในวันขึ้นเก้าค่ำ อวิ๋นเหยาเหยา ติดตามพี่สาวผู้กระตือรือร้นไปถึงเหลาหุ้ยชุ่ยเร็วกว่าเวลานัดหมายเนิ่นนานทว่าเมื่อไปถึง ภายในห้องรับรองกลับมีผู้มารออยู่ก่อนแล้วหลายคน ทั้งคุณหนูตระกูลถัง เหวินเฉิง และ เฉินอี้ ที่ถึงขั้นลารร.ก๋อจื่อเจี้ยนเพื่อหนีออกมาเที่ยว เมื่อรวมกับพวกนางสองคนและ ถังยวน ที่หอบข้าวของพะรุงพะรังเข้ามา จึงกลายเป็นการรวมตัวของกลุ่มสหายชุดเดิมจากคราวไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศสิ่งเดียวที่ขาดไป กลับเป็นตัวเอกของงานอย่าง เฉินอู๋หมิง"เหตุใดพี่ใหญ่จึงยังไม่มา?" เฉินอี้กวาดตามองรอบห้องพลางอุทาน "งานเลี้ยงส่งจัดขึ้นเพื่อเขา แต่เจ้าตัวกลับยังมาไม่ถึง นี่มันเรื่องอันใดกัน?"ถังยวนยิ้มพลางเอ่ยไขข้อข้องใจ "อาอู๋ติดธุระด่วนกะทันหัน พวกเรานั่งรอกันสักครู่ ข้าสั่งน้ำชาและขนมไว้พร้อมสรรพแล้ว ทุกคนพักผ่อนให้สบายเถิด รอคนมาครบรับประทานอาหารเสร็จแล้วค่อยออกไปชมโคมไฟ เทศกาลโคมไฟเดือนนี้พิเศษกว่าคราใด เห็นว่าสมาคมการค้าทุ่มเงินมหาศาลจ้างช่างฝีมือจากป๋อโจวมาประดิษฐ์โคม งดงามตระการตาจนยากจะหาคำบรรยาย"เมื่อเอ่ยถึงโคมไฟ ทุกคนก็เริ่มสนทนาถึงของเล่นแปลกใหม่ในเมืองหลวงอย่างออกรส อวิ๋นเหยาเหยาจิบน้ำช
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 54 อุบัติเหตุ2

ยามที่มีคนวิ่งผ่านไปอย่างไร้ระเบียบจนทำให้นางเสียหลัก เฉินอู๋หมิงก็รีบรวบตัวนางไว้ในอ้อมแขนทันที ความสูงใหญ่ของเขาช่วยบดบังกระแสผู้คนให้แก่ตัวนาง หากก่อนหน้านี้ทั้งคู่ยังพยายามรักษาระยะห่างเพื่อหลบเลี่ยงคำครหา ทว่าอุบัติเหตุครั้งนี้กลับทำให้คนทั้งสองแนบชิดกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นางลังเลครู่หนึ่ง ทว่าเมื่อถูกเบียดหนักเข้าจึงเลือกที่จะยอมโอนอ่อนตามเขา งานโคมไฟแม้งดงามทว่าแฝงอันตราย การอยู่นิ่งๆ ในอ้อมแขนเขาอาจช่วยลดปัญหาได้มากกว่าภาพโคมไฟละลานตาทำให้ความทรงจำเก่าๆ พรั่งพรูเข้ามา การเดินเที่ยวชมโคมไฟกับเฉินอู๋หมิงในอดีตนั้นมีไม่บ่อยนัก ส่วนใหญ่จะมีบ่าวไพร่และองครักษ์ล้อมหน้าล้อมหลังจนไม่เป็นอิสระ มีเพียงครั้งเดียวที่นางจดจำไม่ลืม... คือที่เมือง ป๋อโจวตอนนั้นเฉินอู๋หมิงไปปราบโจรที่นั่น และนางกำลังตั้งครรภ์บุตรสาว เนื่องด้วยครรภ์ไม่มั่นคงทำให้นางต้องทนทุกข์ไม่น้อย เฉินอู๋หมิงไม่ไว้วางใจให้พำนักในเมืองหลวงเพียงลำพังท่ามกลางความขัดแย้งในการชิงบัลลังก์ จึงพานางติดตามไปด้วยที่ป๋อโจว นางได้รับความสงบสุขที่โหยหา ไม่มีเหล่าฟูเหรินที่คอยจิกกัด ไม่มีติงซื่อที่เอาแต่ใจ ทั้งคู่ได้เดินเที่ยวงานโค
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 55 ไม่ชอบ

เหตุการณ์หลังการถูกลอบโจมตีนั้น อวิ๋นเหยาเหยา ไม่ได้ให้ความสนใจแม้แต่น้อย ในใจของนางมีเพียงการประคับประคองครรภ์และปกป้องตนเองให้ดีที่สุด ในตอนนั้นนางทำได้เพียงนอนนิ่งอยู่บนเตียง ดื่มยาขมถ้วยแล้วถ้วยเล่า แม้แต่การหายใจแต่ละครั้งยังต้องใช้แรงมหาศาล ความเจ็บปวดรุมเร้าจนเหงื่อเย็นซึมไปถึงกระดูกไห่ถัง คอยเฝ้าปรนนิบัติไม่ห่างทั้งวันทั้งคืน ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำเพราะอดนอน นางไม่กล้าละสายตาไปแม้แต่ก้าวเดียว ด้วยเกรงว่าเจ้านายจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอีกนายบ่าวคู่นี้พึ่งพากันมาตั้งแต่เล็ก ตั้งแต่เจียงโจวจนถึงจวนโหว ตั้งแต่ยังไม่แต่งงานจนออกเรือน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอดทาง ท่ามกลางผู้คนมากมายรอบกาย มีเพียงไห่ถังเท่านั้นที่นางขาดไม่ได้จริงๆเมื่อมีคนผู้นี้อยู่เบื้องหน้า ยามที่ต้องสบเข้ากับดวงตาแดงก่ำคู่นั้น อวิ๋นเหยาเหยาก็มีกำลังใจจะดื่มยาเพิ่มขึ้นมาอีกสองส่วนจนกระทั่งเรื่องราวภายนอกสงบลง แม่นมเหยา จึงได้เล่าเบื้องลึกเบื้องหลังให้ฟัง เมื่ออวิ๋นเหยาเหยาได้ฟังแล้ว ก็รู้สึกว่าตนเองช่างประสบเคราะห์กรรมที่ไร้สาเหตุเสียจริงเฉินอู๋หมิง ลงมือปราบโจรโหดเหี้ยมเกินไป ตระกูลใหญ่ในเมืองป๋อโจวที่ลอบสมคบก
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 56 ไม่ชอบ2

แม้ในตอนนี้คนที่ยืนอยู่ข้างหลังคือบุรุษผู้นั้น นางก็ไม่มีแก่ใจจะหันไปมองหรือเอ่ยคำใด ทำเพียงเดินตามความต้องการของตนเอง ชื่นชมโคมไฟที่สวยงามเรียงรายตลอดสองข้างทางสายตาของ เฉินอู๋หมิง ไม่เคยละไปจากนางเลย สายลมในต้นฤดูร้อนพัดผ่านอย่างอบอุ่นและสบายผิว มันพัดพาเส้นผมยาวของนางไปทางด้านหลัง จนสัมผัสเข้ากับหลังมือของเขาและพันเกี่ยวอยู่ระหว่างนิ้วกลิ่นหอมที่คุ้นเคยในความฝันพัดโชยมาอีกครั้ง ทำให้เขานึกถึงภาพนิมิตที่พร่าเลือนในอดีต และฝันร้ายที่เต็มไปด้วยเกล็ดหิมะและรอยเลือดเมื่อสองคืนก่อนฝันร้ายนั้นช่างเลือนราง ในฝันเขามองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ยินเพียงเสียงของตนเองที่สั่นสะท้านเรียกชื่อนางว่า "หว่านหว่าน" ครั้งแล้วครั้งเล่าเขาคงจะเจ็บปวดมาก เจ็บยิ่งกว่าร่างกายได้รับบาดแผลฉกรรจ์ ราวกับมีคนแหวกอกและควักหัวใจของเขาออกไป ความปวดร้าวนั้นทำให้แขนขาและร่างกายสั่นเทิ้มไปหมดเขาเจ็บปวดปานนั้น ทว่าสตรีที่เขาเพรียกหากลับผลักไสมือของเขาออกอย่างเลือดเย็น ดวงตาของนาง หัวใจของนาง และร่างกายของนางดูเหมือนจะเย็นเยียบไปเสียหมด ภาพหิมะสีขาวโพลนตัดกับหยดเลือดสีแดงฉานสลับกันไปมา ทำให้เมื่อตื่นขึ้นมาเขาก็จำไ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 57 ความฝันที่พร่าเลือน

ท่ามกลางราตรีชมโคมอันแสนคึกคัก บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองที่เดิมทีเริ่มผ่อนคลายกลับดิ่งวูบลงในทันใด รอบกายเนืองแน่นไปด้วยผู้คนเดินขวักไขว่ ทั้งพ่อค้าวานิชและเชื้อพระวงศ์ที่ปกปิดฐานะ ทุกใบหน้าต่างประดับด้วยรอยยิ้ม มีเพียงคนสองคนที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง ไม่เอ่ยคำจดจ้องดั่งตกอยู่ในสภาวะเยือกแข็งในฐานะสตรีที่ถูกมองว่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง อวิ๋นเหยาเหยา ไม่ได้กังวลว่าบุรุษที่หยิบยื่นน้ำใจให้ในยามนี้จะบันดาลโทสะหรือไม่ ยิ่งไปกว่านั้น หากเขารู้สึกโกรธเคืองขึ้นมาจริงๆ นางกลับจะรู้สึกสบายใจเสียมากกว่าด้วยเหตุใดกันเล่า? เพียงเพราะเขาหยิบยื่นไมตรี นางจำเป็นต้องซาบซึ้งรับไว้ด้วยหรือ? นางยอมเป็นคนโง่เขลาที่ไร้น้ำใจเสียยังดีกว่า เพราะในชาติก่อนนางได้ลิ้มรส "น้ำใจ" พรรค์นี้จนเข็ดขยาดมามากพอแล้วทว่าเรื่องราวกลับไม่เป็นดั่งที่นางคาด เฉินอู๋หมิง ผู้มอบโคมไฟให้นั้นมีสีหน้าสงบราบเรียบ ไร้ร่องรอยแห่งความขุ่นเคือง ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่เขาจ้องมองนางอย่างพินิจพิเคราะห์ครู่หนึ่ง จึงได้เอ่ยออกมาช้าๆ ว่า "ไม่ชอบก็ช่างเถิด เจ้าเลือกสิ่งที่ชอบมาสักอย่าง ข้าจะซื้อให้เจ้าเอง"บอกตามตรงว่าเฉินอู๋หมิงที่เป็นเช่นนี้หา
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 58 ความฝันอันพร่าเลือน 2

หลังจากตัดสินใจได้ ทุกอย่างดูเหมือนจะง่ายขึ้น นางพยายามปรับตัวให้เข้ากับฐานะใหม่ของเฉินอู๋หมิง จากพี่ชายห่างๆ กลายเป็นว่าที่สามี ทว่ายามที่ต้องอยู่ด้วยกัน นางกลับมักจะรู้สึกเกร็งและหวาดหวั่นอยู่เสมอนางไม่สามารถจินตนาการถึงภาพความอบอุ่นที่นางโหยหากับบุรุษผู้นี้ได้เลย มือของเขามีไว้เพื่อจับพู่กันและดาบศัสตราเท่านั้น ไม่มีวันที่จะมาวาดคิ้วหรือปักปิ่นให้สตรี ในดวงตาและลมปากของเขาไม่มีแววตาหรือวาจาที่หวานซึ้ง การแต่งให้เขาหมายความว่าภาพฝันในอดีตจะกลายเป็นเพียงความว่างเปล่าช่างน่าเสียดายนัก นางเคยคิดเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นนางจึงยิ่งชอบมองดูหนุ่มสาวที่รักใคร่กันอย่างลึกซึ้ง เหมือนดั่งที่มองดูคู่หมั้นคู่นี้ในยามนี้ แม้นางจะไม่มีวันได้ครอบครอง แต่อย่างน้อยการได้เห็นก็ทำให้มีความสุขอารมณ์ของนางเริ่มดีขึ้น ดวงตาและมุมปากโค้งขึ้นด้วยความพึงใจ จนกระทั่งหนุ่มสาวคู่นั้นจูงมือกันวิ่งหัวเราะร่าหายลับไปในฝูงชนแสงจากโคมไฟอาบไล้บนใบหน้าของเด็กสาว เผยให้เห็นรอยยิ้มที่อ่อนหวานและหวานล้ำ มือที่ถือโคมของเฉินอู๋หมิงสั่นไหวเล็กน้อย ทว่าเขาก็เรียกสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เขาค่อยๆ ยกโคมขึ้นสูงเพื่อใ
อ่านเพิ่มเติม

ตอนที่ 59 ความฝันอันพร่าเลือน3

ปลายนิ้วของเขาอดไม่ได้ที่จะไปสัมผัสพวงแก้มที่อุ่นและเนียนนุ่มของนาง ทั้งที่เขาก็เป็นพี่ชายลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง ทว่านางกลับปฏิบัติต่อเขาต่างจากท่านอาและพี่น้องคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง ในดวงตาของนางมีเพียงญาติมิตรเหล่านั้น ปกป้องพวกเขาราวกับแก้วตาดวงใจ เพื่อพวกเขาแล้วนางดูจะมีความกล้าหาญจนยอมตายถวายหัวได้ หัวใจของนางช่างบริสุทธิ์จนน่าตกใจ..."หว่านหว่าน" เฉินอู๋หมิงอดที่จะพึมพำชื่อนางออกมาเบาๆ ไม่ได้ หากนางยอมปฏิบัติกับเขาเช่นนั้นบ้าง เขาเองก็คงจะดีต่อนางมากเช่นกันคนที่หลับใหลย่อมไม่มีทางตอบสนองต่อเขา เฉินอู๋หมิงกะพริบตาเพื่อคลายความล้าจากการจ้องมองเป็นเวลานาน เขาดีดนิ้วดับโคมไฟภายในรถม้า เพียงไม่นานความมืดมิดก็ปกคลุม ทุกสิ่งจึงดูพร่าเลือนเฉินอู๋หมิงผู้ซึ่งมองเห็นในความมืดได้เป็นปกติค่อยๆ ก้มศีรษะลง เส้นผมดำขลับที่นุ่มนวลของนางยังคงเย็นเฉียบ ทว่ายามที่สัมผัสถูกริมฝีปากของเขามันกลับร้อนรุ่มประดุจถูกเปลวไฟแผดเผา จนหัวใจต้องสั่นระรัวอวิ๋นเหยาเหยากำลังตกอยู่ในห้วงความฝัน สติของนางพร่าเลือนและรู้สึกอ่อนล้าอย่างยิ่งในยามกลางวันนางไปร่วมงานเลี้ยงมงคลของคนรู้จักและดื่มไปไม่น้อย ยามนี้นางเอนกาย
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
45678
...
17
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status