เล่ห์รักยอดพธู: ชาตินี้ข้าจะหนีท่านไปมีรักใหม่

เล่ห์รักยอดพธู: ชาตินี้ข้าจะหนีท่านไปมีรักใหม่

last updateLast Updated : 2026-06-21
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
10
2 ratings. 2 reviews
161Chapters
7.8Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“ที่ข้าแต่งกับเจ้า ก็เพียงเพื่อรับผิดชอบ ดังนั้นสิ่งใดที่เป็นหน้าที่ ข้าจะไม่อาจบ่ายเบี่ยง” ประโยคนี้คือสิ่งที่ อวิ๋นเหยาเหยา ต้องทนฟังจากปากของ เฉินอู๋หมิง มาชั่วชีวิต ฟังเสียจนหูแว่วเอียนและชินชาดั่งเสียงลมพัดผ่าน จวบจนวาระสุดท้ายที่ลมหายใจจะปลิดปลิว อวิ๋นเหยาเหยาได้แต่ทอดถอนใจพลางคิดในใจว่า ‘ช่างหัวความรับผิดชอบพรรค์นั้นปะไร! ชาติหน้าข้าขอสาบาน... จะต้องแต่งให้แก่บุรุษที่รักข้าจนจะเป็นจะตายให้จงได้’ ทว่าใครจะคาดคิด เพียงหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นอีกครา นางกลับย้อนเวลากลับมาเมื่อหลายปีก่อน! ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับบุรุษผู้นั้น... ผู้ที่กำลังจะเอ่ยคำว่า ‘รับผิดชอบ’ ใส่หน้านางอีกครั้ง ครานี้นางหาได้รั้งรอไม่ นางตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะเป็น ‘กิ่งท้อแดงปีนข้ามกำแพง’ เสาะแสวงหารักใหม่ให้รู้แล้วรู้รอดไป! ... นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติ

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1 วสันตฤดูที่มาช้า

ณ เมืองหลวงในเดือนสาม วสันตฤดูปีนี้ดูจะมาเยือนล่าช้ากว่าที่เคย

ภายในจวนหมิงอิงโหว บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรื่นเริงยินดีในช่วงหลายวันมานี้ เนื่องด้วยท่านโหวเจ้าของจวนเพิ่งสร้างความดีความชอบใหญ่หลวงในกองทัพจนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ แม้ป้ายชื่อ ‘จวนกั๋วกง’ จะยังไม่ได้ถูกแขวนขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความปิติโสมนัสของทุกคนในจวน

ณ เรือนหลัก อวิ๋นเหยาเหยา จัดการธุระในเรือนจนเสร็จสิ้น หลังจากอ่านจดหมายสองฉบับที่ส่งด่วนมาจากนอกเมืองหลวง นางจึงให้อวิ๋นมัวมัวช่วยพยุง เดินกะเผลกไปทางเรือนหลังอย่างช้าๆ

เมื่อไม่กี่วันก่อน นางประสบอุบัติเหตุรถม้าตื่นตกใจที่หน้าวัดหมิงสุ่ยจนได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นช่วงสำคัญของการพักฟื้น

ขณะเดินผ่านสวนที่เริ่มผลิใบเขียวขจี ในป่าเหมยที่ซ่อนตัวอยู่หลังพฤกษาไม่ไกลนัก มีเสียงหัวเราะต่อกระซิกแว่วมาให้ได้ยิน

นางชะงักฝีเท้าแล้วปรายตาไปมอง เห็นดรุณีน้อยในอาภรณ์สีสันสดใส ศีรษะประดับด้วยเครื่องทองไข่มุกอันประณีตงดงามหลายนาง กำลังประคองมืออย่างระมัดระวังเพื่อเก็บหยาดน้ำค้างอันเย็นเยียบบนกลีบดอกเหมย

“ฮูหยิน นังเด็กพวกนี้ช่างไร้กฎระเบียบนัก” อวิ๋นมัวมัวเอ่ยด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ พลางกระซิบกับเจ้านายของตน “ต่อให้เป็นของที่วังหลวงประทานมา ก็ไม่ควรทำตัวแบบนี้”

อวิ๋นเหยาเหยาลอบชมความงามและความมีชีวิตชีวาของเหล่าสาวสะพรั่งเหล่านั้น ก่อนจะหันกลับมามองมัวมัวคนสนิทด้วยสายตาเรียบเฉย “เจ้าก็รู้ว่านั่นเป็นคนที่ฝ่าบาทประทานมาให้ท่านโหว... อ้อ ไม่สิ ยามนี้ควรเรียกว่าท่านกั๋วกงสินะ นอกจากท่านกั๋วกงแล้ว ใครกันเล่าจะมีอำนาจจัดการแม่นางเหล่านี้ได้”

“ดรุณีแรกรุ่นผู้อ่อนเยาว์และงดงาม ท่านกั๋วะกงช่างมีวาสนานัก” นางเอ่ยประโยคนี้อย่างเนิบช้า ก่อนจะก้าวข้ามประตูวงพระจันทร์เข้าสู่เรือนหลังไป โดยไม่ได้ใส่ใจเหล่าดรุณีน้อยเหล่านั้นอีก

ทว่าเมื่อเทียบกับความสุขุมนิ่งเฉยของเจ้านายแล้ว อวิ๋นมัวมัวกลับขุ่นเคืองใจยิ่งนัก นางขมวดคิ้วมุ่น “คนทั้งเมืองหลวงใครบ้างไม่รู้ว่าท่านกั๋วกงกับฮูหยินรักใคร่กันเพียงใด เรือนหลังสงบสุขมาเนิ่นนาน ความคิดที่ฮองเฮาประทานคนเหล่านี้มาให้ ช่างน่า...”

“เอาเถิด เลิกพูดได้แล้ว” อวิ๋นเหยาเหยาตบมือมัวมัวเบาๆ “อีกสองวันท่านกั๋วกงกับคุณชายใหญ่ก็จะถึงเมืองหลวงแล้ว เจ้าจงกำชับเรื่องที่ข้าสั่งไว้ให้ดี นี่เป็นหน้าเป็นตาของจวน อย่าให้มีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง อีกทั้งสมุดบัญชีจากห้างร้านและขบวนสินค้าที่มาจากทางใต้ หากพวกเขามาถึงแล้วก็ให้รีบมาพบข้า เงินทองที่ข้าจะใช้ต้องเตรียมไว้ให้พร้อม”

เมื่อได้ยินคำสั่งความ อวิ๋นมัวมัวก็ได้แต่ลอบถอนใจ มองดูเจ้านายด้วยความจนใจ นางจำต้องเก็บคำทัดทานไว้ในอก แล้วหันไปใส่ใจกับงานตรงหน้าแทน

ภายในห้องหนังสือเล็ก อวิ๋นเหยาเหยานั่งลงที่โต๊ะตั้งใจคัดอักษร

บนกระดาษซวนจื่อสีขาวสะอาดตา เต็มไปด้วยบทสวดมนต์ที่นางบรรจงคัดด้วยความศรัธทา ก่อนที่สามีและบุตรชายจะออกเดินทาง นางได้ไปไหว้พระที่วัดหมิงสุ่ยและตั้งจิตอธิษฐานไว้ ยามนี้ทั้งสองกลับมาอย่างปลอดภัย นอกจากเงินทำบุญบูรณะวัดแล้ว นางยังต้องนำบทสวดร้อยจบบรรจงคัดด้วยมือตนเองไปถวายเพื่อแก้บน

หนก่อนที่ไปวัดมีเหตุให้ต้องยกเลิกไป ช่วงเวลานี้จึงต้องเร่งมือทำให้เสร็จ

แว่วเสียงอวิ๋นมัวมัวกำลังสั่งงานบ่าวไพ่อยู่ด้านนอก นางวางพู่กันลง พลางหมุนข้อมือที่ปวดเมื่อย แล้วส่ายหน้ายิ้มหยันให้กับตนเองอย่างจนใจ

นางรู้ดีว่ามัวมัวที่รักและหวังดีต่อนางคิดสิ่งใดอยู่ ทว่ามีบางเรื่องที่คนนอกยามใดก็ไม่อาจเข้าใจ

ระหว่างนางกับเฉินอู๋หมิง แม้เบื้องหน้าจะดูเป็นคู่สร้างสมรสสวรรค์ประทาน ทว่าลึกๆ แล้วมันเป็นเพียงความงดงามที่ฉาบไว้บนผิวหน้าเท่านั้น

เขาจะรับอนุหรือไม่ จะรับสาวงามเข้าจวนกี่คน ไม่ใช่สิ่งที่นางจะเข้าไปก้าวก่ายได้ เขาคิดเห็นประการใด มีใจรักใคร่ใคร ล้วนไม่ได้เกี่ยวพันกับนาง

ตราบใดที่ไม่ล่วงเกินฐานะภรรยาเอกของนาง ไม่สั่นคลอนตำแหน่งของนางและบุตรธิดา บ้านหลังนี้ก็นับว่าเป็นบ้านที่มั่นคงและสมบูรณ์พร้อมที่สุดแล้ว

หยดหมึกซึมลงบนเนื้อกระดาษ อวิ๋นเหยาเหยาขยับบทสวดที่คัดเสร็จแล้วไปไว้ด้านข้าง แล้วเริ่มคัดต่อไปด้วยใจที่สงบนิ่ง

ยามที่แต่งให้เฉินอู๋หมิงในวันวาน เขาเอ่ยอย่างชัดเจนยิ่งว่า ‘ที่เขาแต่งกับนาง ก็เพียงเพื่อรับผิดชอบเท่านั้น’ หากไม่ใช่เพราะเขาช่วยชีวิตนางจากการตกน้ำ ทั้งสองคงไม่อาจมีวาสนาที่ไม่เหมาะสมกันเช่นนี้ได้

จวบจนปัจจุบัน คนในเมืองหลวงยังคงหยิบยกเรื่องการตกน้ำครั้งนั้นมาพูดถึง ยามที่เอ่ยถึงการที่เฉินอู๋หมิงแต่งนางเป็นภรรยา ต่างก็พากันเสียดายแทนบุรุษผู้เพียบพร้อมอย่างหมิงอิงโหวที่ต้องสูญเสียตำแหน่งเขยขวัญให้แก่กำพร้าสาวผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า บ้างก็ปิดปากลอบหัวเราะเยาะเย้ยนาง หาว่านางเจ้าเล่ห์เพทุบายแสร้งตกน้ำเพื่อยั่วยวนบุรุษ

กับวาจาเหล่านี้ อวิ๋นเหยาเหยาชินชาเสียแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แต่เบื้องหลังความสัมพันธ์นี้ยังคงถูกคนนำมานินทาอยู่ร่ำไป ด้วยเพราะนางอยู่อย่างเสวยสุขเกินหน้าเกินตา จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกผู้คนอิจฉาริษยา

แม้จะเป็นวาสนาที่ผู้คนมองว่าไม่คู่ควร แต่เฉินอู๋หมิงแต่งนางมานานปี เรือนหลังเงียบสงบไร้ปัญหา เพียงเท่านี้ก็เพียงพอจะทำให้เหล่าฮูหยินในแวดวงเดียวกันอิจฉาจนต้องฉีกผ้าเช็ดหน้าเล่นไปหลายผืนแล้ว

ทว่าสำหรับอวิ๋นเหยาเหยา นางไม่เคยละโมบในลาภยศของจวนโหว และไม่เคยทะเยอทะยานหมายปองเฉินอู๋หมิงผู้เป็นชายในฝันของสตรีทั่วเมือง จวบจนวันนี้ นางก็ยังคงตระหนักรู้ในตนเองอย่างแจ่มแจ้ง

นางรู้เสมอว่า เฉินอู๋หมิงอยากทำสิ่งใดหรือไม่อยากทำสิ่งใด นางไม่มีสิทธิไปควบคุม

เหมือนดั่งการที่เขาแต่งกับนาง เป็นการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ตกน้ำ และเขาก็เล็งเห็นว่านางมีฐานะต่ำต้อย ปกครองง่าย นางให้กำเนิดบุตรธิดาแก่เขา จัดการงานในบ้าน ดูแลทรัพย์สิน ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีทุกประการจนเขาไม่สามารถติเตียนสิ่งใดได้

ยามนี้ เขาได้รับความดีความชอบจนเลื่อนฐานะจากหมิงอิงโหวขึ้นเป็นหมิงกง นางจึงได้อานิสงส์จากโหวฮูหยินกลายเป็นกงฮูหยิน ทว่าสิ่งที่ตามมาคือความวุ่นวายทั้งในและนอกจวน

เหล่าสาวงามที่อยู่ข้างนอกนั่น เมื่อเขากลับมาครานี้ เขาคงจะรับไว้กระมัง เพราะแม้แต่ตัวนางเองยังรู้สึกว่าพวกนางช่างงดงามและเยาว์วัยจนน่าประทับใจ

วันนี้ฟ้ามืดเร็วกว่าปกติ ยามสายัณห์มาเยือน กลับมีหิมะโปรยปรายลงมาประปราย

หลังจากรับประทานอาหารค่ำ อวิ๋นเหยาเหยายืนอยู่ใต้ระเบียงมองดูดินฟ้าอากาศที่ผิดแปลกไปจากทุกปี พลางทอดถอนใจ “วสันตฤดูปีนี้ช่างมาเยือนช้านัก”

“ก็นั่นน่ะสิเจ้าคะ” อวิ๋นมัวมัวเอ่ยสมทบ “ป่านนี้แล้วยังไม่รุ่งสาง อากาศไม่ยอมอุ่นขึ้นเสียที ดอกเหมยในสวนเลยบานอยู่นาน”

“ก็ดีแล้วนี่ จะได้ให้แม่นางเหล่านั้นเก็บน้ำค้างไว้ชงชาให้ท่านกง” เมื่อนึกถึงรสนิยมของเฉินอู๋หมิง อวิ๋นเหยาเหยาก็ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเรียกสาวใช้ให้มาพยุงกลับเข้าห้อง

หลังจากดื่มยาบำรุงรสขมจัด นางก็โบกมือให้มัวมัวและสาวใช้ออกไป แล้วเอนกายลงนอนหลับตาเร็วกว่าปกติ

ดูเหมือนตำรับยาใหม่ของหมอจะทำให้นางง่วงงุนได้ง่ายขึ้น นางจึงหลับลึกกว่าที่เคย

อาจเป็นเพราะกลางวันนึกถึงเรื่องเก่าๆ ในยามค่ำคืนนางจึงฝันเห็นอดีต

ในฝัน... เป็นภาพตัวนางและเฉินอู๋หมิงในวัยเยาว์

ดูเหมือนจะเป็นช่วงหลังจากที่นางตกน้ำและเขามารเยี่ยมไข้เพื่อขอนางแต่งงาน เขาแต่งกายด้วยชุดคลุมปักลายงดงาม สวมกวานหยก ยืนไพล่มืออยู่ริมหน้าต่าง คิ้วและดวงตาคมปลาบ ดูองอาจหล่อเหลาจนบาดตา

มิน่าเล่า ในวัยหนุ่มเขาจึงเป็นที่หมายปองของสตรีค่อนเมืองหลวง นอกจากฐานะและความสามารถแล้ว บุรุษผู้นี้ยังมีต้นทุนในการล่อลวงใจสาวงามอย่างเหลือเฟือ

“ข้าแต่งกับเจ้า ก็เพื่อรับผิดชอบ” เขาเอ่ย “เรื่องที่เจ้าตกน้ำ เราสองคนต่างตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน ชื่อเสียงของเจ้าเสียหาย หากข้าไม่กระทำการใด เกรงว่าวาสนาในวันหน้าของเจ้าจะลำบาก..”

ยามนั้นนางนั่งอยู่ตรงข้ามเขา มองดูเขาที่ยืนอยู่สูงกว่าด้วยสายตาเย็นชา วาจาที่เอ่ยออกมาดูคล้ายบีบคั้น ในใจของนางมีเพียงความสับสนและตื่นตระหนก

เหตุการณ์ตกน้ำครั้งเดียว กลับทำลายความหวังและแผนการในอนาคตของนางจนหมดสิ้น นางไม่เหลือทางให้เลือกอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ เรื่องสามีในอุดมคติ หรือความปรารถนาที่จะมีครอบครัวและญาติมิตรใหม่ ทุกอย่างพังทลายลง

นางมองบุรุษที่มาขอแต่งงานด้วยท่าทีเย็นชาผู้นี้ ราวกับมองเห็นอนาคตที่ความปรารถนาเหล่านั้นไม่มีวันเป็นจริง

ยามนั้น นางคงจะโศกเศร้าไม่น้อยที่ต้องรับคำขอแต่งงานจากเฉินอู๋หมิงเพียงเพราะไม่มีทางเลือกอื่น

ไม่ใช่ปลา ไฉนเลยจะรู้ซึ้งถึงรสสุขของปลา ไม่ใช่ข้า ไฉนเลยจะรู้ความปรารถนาของข้า

สิ่งที่นางต้องการ ไม่ใช่สามีแบบเฉินอู๋หมิง และก็เป็นไปตามคาด ในวันเวลาอันยาวนานที่ผันผ่าน นางต้องทนฟังเขาเอ่ยประโยคเดิมซ้ำๆ จนขึ้นใจ

“ข้าแต่งกับเจ้า ก็เพื่อความรับผิดชอบ”

“สิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของข้า ย่อมไม่อาจบ่ายเบี่ยง”

“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องพวกนี้ เพียงทำตามที่ข้าสั่งก็พอ”

“รับอนุหรือ? ข้ามีการวางแผนในใจอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องพูดมาก”

...

นางฟังเขาเอ่ยเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหูแว่วเอียน นางอยากจะบอกเขานักว่า นางช่างเจียมเนื้อเจียมตัวยิ่งกว่าใคร ท่านโหวไม่ต้องกังวลว่านางจะคิดไปไกล

นางไม่ใช่คนที่จะปล่อยใจไปโหยหาสิ่งที่ไม่ได้เป็นของตน แม้บุรุษผู้นี้จะเป็นสามีมานานปี เป็นบิดาของบุตรธิดา แต่นางก็ยังไม่กล้าปล่อยใจรัก

แม้ครั้งหนึ่งนางจะเคยสับสนหรือหวั่นไหว ทว่าคำเตือนของเฉินอู๋หมิงก็ทำให้นางตื่นจากฝันได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นสาวงามที่ได้รับพระราชทานมา หรือสตรีภายนอกที่อยากจะปีนป่ายเข้ามาเป็นอนุของเขา นางก็ไม่เคยใส่ใจ และไม่กล้าจะใส่ใจ

อวิ๋นเหยาเหยารู้ดีว่า ตั้งแต่วันที่นางแต่งให้เฉินอู๋หมิง นางก็เพียงแค่รอคอยผลลัพธ์ที่ถูกกำหนดไว้แล้วเท่านั้น

สักวันหนึ่ง เขาจะต้องพบสตรีที่เขาพึงใจ และรับนางเข้ามาในจวน เหมือนดั่งบิดาของนางที่ในใจมีเพียงอนุภรรยา เพียงแต่ไม่รู้ว่ายามที่เฉินอู๋หมิงลุ่มหลงในความรัก เขาจะเป็นไอ้คนสารเลวที่ ‘รักอนุจนทำลายเมียเอก’ อีกคนหรือไม่

นางรอมานานปี รอจนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่เห็นสตรีที่ทำให้เขาคลั่งไคล้ได้ ทว่านางรู้ดีว่าในชาตินี้ จะต้องมีคนผู้นั้นปรากฏตัวขึ้นแน่นอน

ในจดหมายของเฉิงเอ๋อร์บอกว่า มีองค์หญิงต่างเผ่าที่ร้องห่มร้องไห้อยากแต่งให้แก่วีรบุรุษติดตามกลับมาด้วย อีกทั้งในเมืองหลวงยังมีองค์หญิงผิงหนานที่มีใจให้บิดาของเขา ในจวนก็ยังมีสาวงามที่วังหลวงประทานมาอีก ไม่ว่าเขาจะพึงใจใคร วันหน้าคงจะมีเรื่องสนุกให้ชมแน่ๆ

โชคดีที่นางคือภรรยาเอก อวิ๋นเหยาเหยาคิดว่า ต่อให้วันหนึ่งเฉินอู๋หมิงจะรักอนุจนหน้ามืดตามัว อย่างน้อยนางก็มีฐานะและอำนาจพอที่จะปกป้องตนเองและลูกๆ ได้

ส่วนตัวนางเอง... หากมีโอกาส นางก็คงอยากจะได้สามีที่รักนางจนจะเป็นจะตายดูสักครั้ง

ฤทธิ์ยาเริ่มรุนแรงขึ้น นางดำดิ่งลงสู่ความหลับใหลที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ในภวังค์นั้น ราวกับเห็นต้นท้อในสวนผลิบานสะพรั่งเต็มต้น จากนั้นทุกอย่างก็เข้าสู่ความสงบเงียบชั่วนิรันดร์

ท่ามกลางหิมะที่ร่วงหล่น กลีบท้อสีชมพูงดงามจับตา

วสันตฤดูของเมืองหลวง ในที่สุดก็มาเยือนเสียที... แม้จะสายเกินไปก็ตาม

.

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

อ้วนพีจริง ๆ นะ
อ้วนพีจริง ๆ นะ
สนุกค่ะ กว่าจะเคลียร์ก็ปลายเรื่อง แต่เข้าใจเกตุผลนางนะ
2026-07-05 14:28:17
0
0
Wilaiporn Dangbuddee
Wilaiporn Dangbuddee
สนุกมากค่ะ
2026-06-18 23:47:25
0
0
161 Chapters
ตอนที่ 1 วสันตฤดูที่มาช้า
ณ เมืองหลวงในเดือนสาม วสันตฤดูปีนี้ดูจะมาเยือนล่าช้ากว่าที่เคยภายในจวนหมิงอิงโหว บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรื่นเริงยินดีในช่วงหลายวันมานี้ เนื่องด้วยท่านโหวเจ้าของจวนเพิ่งสร้างความดีความชอบใหญ่หลวงในกองทัพจนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ แม้ป้ายชื่อ ‘จวนกั๋วกง’ จะยังไม่ได้ถูกแขวนขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความปิติโสมนัสของทุกคนในจวนณ เรือนหลัก อวิ๋นเหยาเหยา จัดการธุระในเรือนจนเสร็จสิ้น หลังจากอ่านจดหมายสองฉบับที่ส่งด่วนมาจากนอกเมืองหลวง นางจึงให้อวิ๋นมัวมัวช่วยพยุง เดินกะเผลกไปทางเรือนหลังอย่างช้าๆเมื่อไม่กี่วันก่อน นางประสบอุบัติเหตุรถม้าตื่นตกใจที่หน้าวัดหมิงสุ่ยจนได้รับบาดเจ็บที่ขาขวา ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นช่วงสำคัญของการพักฟื้นขณะเดินผ่านสวนที่เริ่มผลิใบเขียวขจี ในป่าเหมยที่ซ่อนตัวอยู่หลังพฤกษาไม่ไกลนัก มีเสียงหัวเราะต่อกระซิกแว่วมาให้ได้ยินนางชะงักฝีเท้าแล้วปรายตาไปมอง เห็นดรุณีน้อยในอาภรณ์สีสันสดใส ศีรษะประดับด้วยเครื่องทองไข่มุกอันประณีตงดงามหลายนาง กำลังประคองมืออย่างระมัดระวังเพื่อเก็บหยาดน้ำค้างอันเย็นเยียบบนกลีบดอกเหมย“ฮูหยิน นังเด็กพวกนี้ช่างไร้กฎระเบีย
Read more
ตอนที่ 2 วสันตฤดูอีกครั้ง
วสันตฤดู ณ เมืองเจียงโจวในเดือนสาม ช่างเป็นภาพอันงดงาม มวลบุปผาเบ่งบานสะพรั่งอวดโฉมไปทั่วทุกหนแห่งภายในคฤหาสน์เก่าตระกูลอวิ๋น ณ ตรอกชิงอู๋ อวิ๋นเหยาเหยา เอื้อมมือผลักหน้าต่างออกห้องหับที่เคยอับทึบพลันอาบไล้ด้วยแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามา นางนั่งลงหน้าคันฉ่องทองเหลืองริมหน้าต่าง เฝ้ามองดรุณีน้อยผู้มีใบหน้าเยาว์วัยที่สะท้อนออกมาใบหน้าที่ซูบตอบ ผิวพรรณหยาบกร้านติดจะเหลืองซีด แม้เครื่องหน้าจะดูประณีตงดงามอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจต้านทานการเลี้ยงดูแบบทิ้งๆ ขว้างๆ มาหลายปีได้ ยามนี้มองดูอย่างไรก็เป็นเพียงเด็กหญิงกะโปโลนางหนึ่งเท่านั้นเนิ่นนานกว่าที่เด็กหญิงในคันฉ่องจะกลับมามีแววตาสดใสและยอมรับความจริงทุกอย่างได้ต้นท้อเก่าแก่แก่นอกหน้าต่างกำลังออกดอกสะพรั่ง กลีบดอกร่วงหล่นปลิวตามลมเข้ามาในห้อง อวิ๋นเหยาเหยาหยิบกลีบดอกสีชมพูที่ตกอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างภายนอกคือวสันตฤดูอันอบอุ่นสดใส อวิ๋นเหยาเหยาในวัยสิบสองปีมองดูคฤหาสน์เก่าที่ทั้งแปลกหน้าและคุ้นตาแห่งนี้ พลางหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกๆนางสิ้นใจไปในความฝันโดยไม่รู้ตัวอย่างนั้นหรือ?หากเทียบกับความจร
Read more
ตอนที่ 3 วางแผน
ณ เมืองหลวง จวนเซวียนผิงโหว เรือนชิงอู๋ถังยวน ก้าวเท้าเข้าประตูมาก็เห็น เฉินอู๋หมิง กำลังรำกระบี่อยู่กลางลานบ้าน คิ้วเข้มพาดเฉียงแววตาคมปลาบ ประกายกระบี่วาววับว่องไว เพียงแค่ท่วงท่าและรูปโฉมก็นับว่าหล่อเหลาจนทำให้เหล่าสตรีภายนอกใจสั่นไหวได้โดยง่าย มิน่าเล่าเขาจึงมักถูกเฉินอู๋หมิงข่มขวัญและแย่งชิงความนิยมจาก บรรดาคุณหนูผู้สูงศักดิ์ในเมืองหลวงไปเสียทุกคราเขาแอบเยาะในใจว่าสตรีสมัยนี้ตาไม่ถึงเอาเสียเลย ไม่ชอบสุภาพบุรุษผู้อบอุ่นอ่อนโยนดั่งหยกเช่นเขา แต่กลับถวิลหาอยากจะมอบความอบอุ่นให้แก่ก้อนน้ำแข็งที่จิตใจเย็นเฉียบผู้นี้ ช่างเป็นพวกเสวยสุขจนเคยตัวและหาเรื่องใส่ตัวโดยแท้คิดพลางเขาก็เอ่ยกับสหายรักว่า "เลิกซ้อมกระบี่ได้แล้ว ทางเจ้ากรมส่งคำสั่งมา ยืนยันข่าวสารแล้วว่าเป็นเรื่องจริง ให้พวกเราเร่งออกเดินทางไปรับหนิงอ๋องกลับเมืองหลวง"เฉินอู๋หมิงค่อยๆ เก็บกระบี่เข้าฝัก พลางหันมามองสหาย "ข้ารู้แล้ว อีกครึ่งชั่วยามจะออกเดินทาง""คราวนี้ข้าจะไปกับเจ้าด้วย" ถังยวนเอ่ย "เบื่อตาแก่นั่นบ่นกรอกหูทุกวัน ถือโอกาสออกนอกเมืองไปชมทัศนียภาพทางใต้เสียหน่อย จะได้ซื้อแป้งผัดหน้าและเครื่องประดับมาฝากพวกน้องหญิงแ
Read more
ตอนที่ 4 ออกจากตระกูลอวิ๋น
ณ เมืองเจียงโจวครอบครัวตระกูลเฉินพักผ่อนอยู่ที่สถานีพักม้าเพียงครึ่งวัน ด้วยความใจร้อนของหลินสื่อ พวกเขาจึงรีบเดินทางไปเยี่ยมเยียนจวนอวิ๋นทันทียามที่อวิ๋นเหยาเหยาได้รับข่าว นางกำลังจัดเตรียมของขวัญแรกพบที่จะมอบให้แก่ครอบครัวของท่านน้าอยู่ในเรือนเล็กของตนสาวใช้ที่มาแจ้งข่าวมองนางด้วยสายตาที่ซับซ้อนยิ่ง อวิ๋นเหยาเหยาก้มมองชุดกระโปรงที่เก่าคร่ำคร่าและร่างกายที่ซูบผอมซีดเซียวของตน นางเพียงจัดระเบียบตัวเองเล็กน้อยก็ตั้งใจจะออกไปพบแขกที่เรือนหน้าทว่าสาวใช้คนสนิทของอนุเซี่ยพร้อมด้วยสาวใช้รุ่นเล็กอีกสองคนกลับก้าวมาขวางทาง ในมือถือถาดที่มีอาภรณ์ชุดใหม่สะอาดสะอ้านและเครื่องประดับสีสันสดใส เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะตบตาประดับประดาให้นางดูดีขึ้นชั่วคราวเพื่อรักษาหน้าตาของจวนอวิ๋นเหยาเหยาพาไห่ถังผลักคนเหล่านั้นออกไปด้านข้างอย่างแข็งกร้าว แล้วเร่งฝีเท้าไปที่เรือนหน้าทันทีในอดีตยามที่นางพบท่านน้า นางเต็มไปด้วยความประหม่ากังวล แม้จะรู้ว่าเป็นน้องสาวแท้ๆ ของมารดา แต่นางก็มิกล้าไว้ใจ ยิ่งเติบโตมากับความโศกเศร้าและหยาดน้ำตาของมารดา นางยิ่งมิกล้าเชื่อมั่นในนิสัยใจคอของอีกฝ่าย ดังนั้นการกระทำและคำพูดในค
Read more
ตอนที่ 5 เหตุการณ์ที่เปลี่ยนไป
ท่าเรือเมืองเจียงโจวมีเส้นทางน้ำตัดตรงสู่เมืองหลวง การเดินทางขึ้นเหนือในครานี้คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณสิบกว่าวันบนลำน้ำสายหลัก เรือราชการและเรือสินค้าสัญจรไปมาหนาตา มองจากที่ไกลๆ เห็นเป็นเงาตะคุ่มเรียงรายอัดแน่นเนื่องจากมีสัมภาระมาก ครอบครัวตระกูลเฉินจึงเหมาเรือสินค้าลำใหญ่ โดยชั้นสองขึ้นไปเป็นพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัว ส่วนชั้นล่างเป็นที่พักของชาวบ้านทั่วไปหรือพ่อค้าหาบเร่ที่อาศัยร่วมทางกลับเมืองหลวงนับตั้งแต่ก้าวขึ้นเรือ อวิ๋นเหยาเหยาก็เฝ้าระวังอย่างเต็มกำลัง ยามนางเข้าเมืองหลวงในชาติก่อนนั้น เพราะอาการเมาเรือทำให้นางทรมานปางตายไปตลอดทาง ครานี้นางจึงแจ้งแก่หลินสื่อไว้เนิ่นๆ ให้ท่านหมอจัดเทียบยาเตรียมไว้ แม้ระหว่างทางจะยังคงรู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยก็มิได้ล้มหมอนนอนเสื่อจนทำให้คนในครอบครัวต้องพะวักพะวนเที่ยงวันหนึ่ง หลังจากทุกคนรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ต่างก็แยกย้ายกันพักผ่อนอวิ๋นเหยาเหยาขลุกอยู่ในห้อง ตั้งหน้าตั้งตาคัดลอกคัมภีร์พระพุทธคุณอย่างสงบ เมื่อจากเมืองเจียงโจวมา เรื่องใหญ่ทั้งหลายก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ยามนี้นางจึงทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการคัดคัมภีร์เพื
Read more
ตอนที่ 6 พบกันอีกครั้ง
สถานการณ์แตกต่างจากชาติก่อนโดยสิ้นเชิง ทำให้อวิ๋นเหยาเหยารู้สึกตึงเครียดเป็นอย่างมากคืนนี้ดวงจันทร์ลอยเด่นแสงจันทร์สว่างนวลอาบไล้ปะปนกับแสงไฟบนดาดฟ้าเรือทำให้ทุกอย่างดูเด่นชัดสถานการณ์เริ่มกลับคืนสู่ความสงบ ในที่สุดคนกลุ่มนี้ก็ได้พบกับเฉินอู๋หมิงผู้มีกระบี่โม่เฟยแขวนอยู่ที่เอวเด็กหนุ่มวัยสิบหกปีผู้นี้ช่างองอาจผึ่งผาย กลิ่นอายของการนองเลือดจากการปะทะกับกลุ่มโจรยังคงหลงเหลืออยู่บนตัว เขาค่อยๆ ก้าวเท้าลงบนแผ่นไม้ของดาดฟ้าเรือ เดินตรงเข้ามาอย่างช้าๆอวิ๋นเหยาเหยายืนอยู่ข้างกายท่านน้า นางจ้องมอง "คนแปลกหน้าที่เคยสนิทที่สุด" ภายใต้แสงจันทร์ผู้นี้พลางกำแขนเสื้อไว้แน่นนางรู้ดีว่าการเกิดใหม่ครั้งนี้ย่อมต้องได้พบกับเขา เพราะจวนเซวียนผิงโหวของท่านน้าก็คือบ้านของบุรุษผู้นี้เช่นกัน ทว่านางไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาพบกันเร็วขนาดนี้ และยังเป็นสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ด้วยใต้เท้าเฉินสี่รีบก้าวเข้าไปสนทนากับหลานชายด้วยน้ำเสียงต่ำ ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "ไม่เจอกันไม่กี่ปี อาหมิงเจ้าดูโดดเด่นขึ้นมากจริงๆ"ในจวนเซวียนผิงโหว ใต้เท้าเฉินสี่นับว่าเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ดีกับหลานชายคนนี้ท
Read more
ตอนที่ 7 ไม่ชอบหน้า
หลังจากผ่านพ้นอุปสรรคเรื่องโจรน้ำมาได้ การเดินทางช่วงที่เหลือก็เป็นไปอย่างราบรื่นหลายวันผ่านไปเนื่องจากต้องหยุดพักที่ท่าเรือทงโจว ครึ่งวันเพื่อเติมเสบียง อวิ๋นเหยาเหยาจึงตอบตกลงตามคำชวนของพี่หญิงออกไปเดินเที่ยวเล่นในเมืองแต่โดยดี เพราะการอยู่บนเรือนานๆ โดยไม่ได้เหยียบพื้นดินเลยนั้นทำให้รู้สึกอึดอัดไม่น้อยเฉินอี้ อาสาเป็นผู้พิทักษ์บุปผาพาสองสาวลงจากเรือ พร้อมกับนำผู้ติดตามไปด้วยอีกสองคนทงโจวสมกับเป็นเมืองท่าเลื่องชื่อริมคลองขุด บนท่าเรือผู้คนพลุกพล่านจอแจ มองไปทางไหนก็เห็นเรือราชการและเรือสินค้าจอดเรียงราย ยุ่งขิงกันไปหมดทั้งสามคนเลี่ยงฝูงชนที่เดินกันขวักไขว่ แล้วเช่ารถม้าคันหนึ่งมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองในตัวเมืองคึกคักไม่แพ้ท่าเรือ โรงเตี๊ยมและร้านรวงตั้งเรียงราย เฉินเหล่ยพาน้องสาวตรงไปยังย่านที่ขายเครื่องประทังผิวและเครื่องประดับเงินทอง สินค้าละลานตาจนแทบจะเลือกไม่ถูกปกติแม้จะมีนิสัยสุขุมเพียงใด แต่สุดท้ายเฉินเหล่ยก็ยังเป็นเพียงเด็กสาววัยสิบกว่าปี เมื่อเห็นของชอบมากมายนางจึงลังเลใจ อยากได้ไปเสียหมดแต่ก็ไม่กล้าซื้อสุ่มสี่สุ่มห้าในจวนโหว ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นผู้ดูแลเรื่องการใช้จ่ายใน
Read more
ตอนที่ 8 ของขวัญแรกพบ
เมื่อกลุ่มของถังหยวนเลือกเครื่องประดับเสร็จและกลับมา ก็พบว่าบรรยากาศในห้องรับรองดูไม่ค่อยปกติเท่าใดนักแม้ภาพที่เห็นคือคนหนึ่งนั่งจิบชา อีกคนหลับตาพักผ่อนดูเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง แต่ด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบแหลม ถังหยวนก็รู้ทันทีว่าต้องมีลับลมคมในอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอนทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาซักไซ้ เพราะแต่ละคนยังมีภารกิจต้องไปจัดการต่อ ถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันแล้ว"เอาละ พาพวกเจ้าซื้อของก็แล้ว เดินเที่ยวก็แล้ว ข้ากับอาหมิงยังมีราชการต้องทำ ต่อจากนี้คงอยู่เป็นเพื่อนไม่ได้แล้ว พวกเจ้ารีบกลับขึ้นเรือเถอะ จะได้ไม่เสียเวลาเดินทาง"ถังหยวนเอ่ยลาทั้งสามคน ก่อนจะยัดถุงหอมที่พองโตใบหนึ่งใส่มืออวิ๋นเหยาเหยาพลางยิ้มกริ่ม "น้องหญิงเหยาเหยา แม้เจ้าจะไม่ชอบพี่ชายคนนี้ แต่พี่ชายยังชอบเจ้ามากนะ ของขวัญแรกพบนี้เจ้าจงรับไว้เถอะ ไว้ถึงเมืองหลวงแล้วข้าว่างเมื่อไหร่จะแวะไปหาที่จวนโหว เจ้าต้องพยายามกินให้มากนอนให้เยอะล่ะ พยายามโตมาให้สูงใหญ่แข็งแรงเข้าไว้ จะได้เป็นที่รักของคนอื่นๆ""ตอนนี้เจ้าผอมเกินไปแล้ว" ถังหยวนมือบอนเอื้อมไปหยิกแก้มอวิ๋นเหยาเหยาพลางหัวเราะอย่างคนเจ้าสำราญ "ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีเนื
Read more
ตอนที่ 9 เข้าจวน
เรือนของบ้านสี่ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว บ่าวไพร่ในบ้านยุ่งอยู่กับการจัดข้าวของ อวิ๋นเหยาเหยาพักอยู่กับพี่หญิง นางมองดูห้องนอนในชาติก่อนค่อยๆ เผยภาพความคุ้นเคยออกมาทีละนิด"เป็นอย่างไรบ้าง? ท่านน้าให้คนเตรียมไว้อย่างประณีต เจ้าชอบไหม?" หลินซื่อมองหลานสาวด้วยความเอ็นดูอวิ๋นเหยาเหยายิ้มพลางพยักหน้า "สิ่งที่ท่านน้าเตรียมให้ข้าชอบทุกอย่างเลยเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านน้าและพี่หญิงที่ลำบากเพื่อข้านะเจ้าคะ""พูดจาห่างเหินอะไรอย่างนั้น" หลินซื่อตำหนิอย่างไม่จริงจัง "เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ต่อไปอย่าได้เกรงใจกันนัก ไม่อย่างนั้นน้ากับน้าเขยของเจ้าจะโกรธเอานะ""เจ้าค่ะ ข้าจะเชื่อฟังท่านน้าทุกอย่าง" อวิ๋นเหยาเหยายอมตามน้ำ แสดงตัวว่าเป็นเด็กดีอย่างยิ่งหลังจากทุกคนได้อาบน้ำชำระล้างร่างกายและพักผ่อนจนฟ้าเริ่มสลัว สายลมฤดูใบไม้ผลิพัดพากลิ่นหอมของมวลดอกไม้เข้ามาในเรือน อวิ๋นเหยาเหยาที่ยังไม่ได้เกล้าผม ปล่อยผมยาวที่ยังชื้นน้ำพาดบ่า นางมองดูต้นอวี้หลันในสวนที่เริ่มผลิดอกตูมด้วยความรู้สึกสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในที่สุด การเดินทางกลับบ้านของนางก็สิ้นสุดลง ญาติพี่น้องของนางอาศัยอยู่ในเรือนที่อยู่ติดกัน เ
Read more
ตอนที่ 10 นางคือคนของสกุลเฉิน
จี้หยกขาวมันแพะที่เนียนละเอียดและอบอุ่น แกะสลักเป็นลวดลายเมฆมงคลร้อยพร มันช่างงดงามและล้ำค่าเหมือนกับเจ้าของที่มอบให้นี่คือของขวัญแรกพบที่ เฉินอู๋หมิง มอบให้แก่ อวิ๋นเหยาเหยา ในชาตินี้ หากพิจารณาเพียงฐานะ "น้องหญิงที่มาขอพักอาศัย" ของนาง ของขวัญชิ้นนี้ก็นับว่าเขาให้เกียรตินางมากแล้วทว่า อวิ๋นเหยาเหยากลับไม่ชอบมันเลยในชาติก่อน ของขวัญแรกพบที่เฉินอู๋หมิงมอบให้นั้นไม่ใช่จี้หยกชิ้นนี้ การที่นางได้รับจี้หยกชิ้นนี้มาถือเป็นเรื่องบังเอิญที่มาพร้อมกับสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ดั้งเดิมนางจึงไม่ชอบมันนัก นอกจากเก็บไว้อย่างมิดชิดแล้วนางก็ไม่เคยหยิบออกมาใช้อีกเลย"หว่านหว่าน เป็นอะไรไปหรือ?" เฉินเหล่ย มองดูน้องสาวที่ดูเหมือนใจลอยพลางถามด้วยความไม่เข้าใจนางรู้สึกว่าสีหน้าของน้องสาวดูแปลกไป ไม่เหมือนคนที่มีความสุขหรือดีใจที่ได้รับของขวัญ แต่กลับดูมีความเศร้าสร้อยที่ยากจะอธิบาย"ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ" อวิ๋นเหยาเหยายิ้มบางๆ พลางเก็บจี้หยกใส่ถุง แล้วควงแขนพี่หญิงเดินไปดูเจ้าเต่าขี้เกียจตัวนั้นต่อแม้ลมฤดูใบไม้ผลิยามค่ำคืนจะเย็นไปบ้าง แต่ในสวนกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของต้นไม้ใบหญ้า ความ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status