ชายแดนตะวันตก, นอกด่านหมิงเฉวียน, ลึกเข้าไปในทุ่งหญ้าคูหลินค่ำคืนที่มีเพียงแสงสว่างจากดวงจันทร์ ทุ่งหญ้าเขียวขจีทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ลมราตรีพัดโชยนำพากลิ่นหอมของบุปผาป่าและกลิ่นดินโคลน แววเสียงหมาป่าเห่าหอนและเสียงโห่ร้องดังกึกก้องมาแต่ไกลเป็นระยะกลิ่นสุราแรงโชยมาตามลม ชายหนุ่มผู้หนึ่งหมอบนิ่งซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้า มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ทอประกายวาววับจดจ้องไปยังค่ายทหารของพวกซีหรงอย่างไม่วางตาเขาเฝ้าซุ่มโจมตี ณ ที่แห่งนี้มานานถึงสองวันสองคืนแล้ว นอกจากหนูและกระต่ายป่าที่วิ่งพล่านไปมาทั้งวันคืน สถานที่แห่งนี้ก็แทบจะไร้ร่องรอยของมนุษย์ราตรีร่วงโรยลึกซึ้ง กองไฟมหึมาและเสียงอึกทึกในค่ายฝั่งตรงข้ามเริ่มสงบลง ในช่วงเวลาที่ทุกคนจมดิ่งสู่ห้วงนิทราที่ลึกที่สุด บุรุษที่หมอบนิ่งอยู่ในพงหญ้าก็ค่อยๆ ขยับร่างกายที่แข็งทื่อ ทันทีที่แสงจันทร์สีเงินสาดกระทบ เขาได้ส่งสัญญาณมือให้เริ่มปฏิบัติการอย่างเฉียบขาดท่ามกลางเสียงสวบสาบในเงามืด กองกำลังฝีมือดีแยกออกเป็นสองทาง ทางหนึ่งพุ่งเข้าจัดการพวกซีหรงในค่าย อีกทางหนึ่งมุ่งหน้าไปจัดการอาชาและริบทรัพย์สินที่ถูกปล้นชิงมาเพียงชั่วครู่ เสียงม้าร้องระงมปะทะกับเ
더 보기