All Chapters of อยากแกล้งตายนักหรือ? เช่นนั้นก็ตายจริงเสียเถิด!: Chapter 1 - Chapter 10

13 Chapters

บทที่ 1

ภายในโถงตั้งศพเงียบสงัดลงไปในพริบตาจ้าวถางเองก็ตื่นตระหนกเสียจนเลิกบีบน้ำตาแทบไม่ทัน พลางเงยหน้าขึ้นมามองข้า“ทะ…ท่านพูดว่าอะไรนะ?”“วันนี้ข้าจะส่งเจ้าเข้าสุสานไปฝังร่วมหลุมกับสามีของข้าอย่างไรเล่า”ข้าเอ่ยตอบโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นเสียด้วยซ้ำเพียงตั้งหน้าตั้งตาใช้น้ำมันนวดคอยนวดเฟ้นไปบนขาทั้งสองข้างที่บวมเป่งของบุตรชาย พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ยินดียินร้าย“เจ้ามีความรักที่ลึกซึ้งมั่นคงต่อสามีของข้าถึงเพียงนั้น ยามนี้ข้าช่วยส่งเสริมให้เจ้าสมปรารถนาแล้ว เจ้าไม่ควรจะซาบซึ้งในบุญคุณอย่างล้นพ้นหรอกหรือ?”จ้าวถางถูกคำพูดของข้าต้อนจนมุมเสียจนน้ำท่วมปากจึงจำต้องหันไปหาแม่สามี พลางเอ่ยออดอ้อนเสียงหวาน“ท่านน้า ท่านดูนางสิเจ้าคะ!”แม่สามีตบหลังมือของจ้าวถางเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบโยนก่อนจะตวัดสายตามามองข้า แล้วตวาดด้วยโทสะ“เสิ่นซื่อ เจ้าเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร ถึงได้บังอาจพูดจาเช่นนี้กับถางถาง?!”“ถางถางรักมั่นต่อชิงเยี่ยนถึงเพียงนี้ ถึงขั้นเสนอตัวจะตายตกตามไปด้วย การกระทำเยี่ยงนี้ทั่วหล้าจะมีใครทำออกมาได้บ้าง?”“เจ้าจะตัดใจจากความมั่งคั่งผาสุกบนโลกมนุษย์นี้ได้หรือ จะทิ้งบุตรช
Read more

บทที่ 2

“แม่สามี ท่านต้องเข้าใจให้ดีนะเจ้าคะว่า ข้าต่างหากคือนายหญิงของจวนโหว และจวนโหวในยามนี้ ข้าเป็นคนตัดสินใจ”กล่าวจบ ข้าก็หันไปมองบ่าวไพร่ที่อยู่นอกโถงตั้งศพแล้วสั่งว่า“ยังไม่รีบเชิญคุณหนูญาติผู้น้องเข้าสู่สุสานบรรพชนอีกหรือ?”พวกบ่าวไพร่ต่างมองหน้ากันไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก มิกล้าขยับเขยื้อนทำการใดข้ากวาดสายตามองพวกเขานิ่งๆ ก่อนเอ่ยเตือนสติ“พวกเจ้าจงคิดให้ดีๆ ว่าในภายภาคหน้า ใครคือผู้เป็นนายของจวนแม่ทัพแห่งนี้?”พวกบ่าวไพร่หาได้รู้ไม่ว่าเซี่ยชิงเยี่ยนแสร้งตาย รู้เพียงแค่ว่าบุตรชายคนเดียวของเซี่ยชิงเยี่ยน ซึ่งเป็นผู้สืบทอดจวนแม่ทัพคนต่อไปในอนาคต กำลังอยู่ในความดูแลของข้าด้วยเหตุนี้ คนกลุ่มหนึ่งจึงแย่งชิงกันก้าวเท้าเข้ามาจับกุมตัวจ้าวถาง พร้อมอุดปาก มัดมือ แล้วลากตัวออกไปกระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างฉับไว และเด็ดขาดยิ่งนักแม่สามีไม่ทันได้ตั้งตัวเสียด้วยซ้ำเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า นางก็ชี้นิ้วมืออันสั่นเทามาที่ข้า“สะ...เสิ่นซื่อ เจ้าคอยดูเถอะ หากดวงวิญญาณบนสรวงสวรรค์มีจริง...บุตรชายของข้า จะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปแน่!”ข้าไม่แม้แต่จะใส่ใจนาง สั่งให้คนเชิญฮูหยินผู้เฒ่ากลับไปพ
Read more

บทที่ 3

เขาหาได้รู้ไม่ว่าในถ้อยคำประโยคนี้ของข้า แฝงเร้นไปด้วยการถูกพรากจากกันด้วยความตายไม่รู้ตั้งกี่ปีข้าสูดหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง แล้วเริ่มบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชาติก่อนและชาตินี้ออกไปจนหมดสิ้นโดยไม่คิดจะปิดบังนับตั้งแต่เรื่องที่ข้าต้องตรอมใจตายด้วยความอัดอั้นทุกข์ระทม เรื่องที่อันเอ๋อร์ต้องตกอับสิ้นเนื้อประดาตัว ตลอดจนเรื่องที่ตัวเขาเองต้องมาจบชีวิตลงอย่างอนาถหลังจากฟังจนจบ พี่ชายข้าก็โมโหจนใบหน้าเขียวคล้ำ“เรื่องเป็นความจริงแท้หรือ?”“จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะ”เงียบงันอยู่ครู่ใหญ่แววตาของพี่ชายข้าก็ค่อยๆ เย็นชาขึ้นทีละน้อย“ดี ดียิ่งนัก! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราก็จะช่วยสงเคราะห์ให้การแสร้งตายของมัน กลายเป็นการตายจริงๆ เสียเลย!”ในวันที่สองที่เซี่ยชิงเยี่ยนแสร้งตาย ข้าก็เข้าวังเพื่อขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ข้าต้องการยืมพระโอษฐ์ของฝ่าบาท เพื่อยืนยันข่าวการตายของเซี่ยชิงเยี่ยนกับจ้าวถางให้กลายเป็นเรื่องที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อีกตลอดกาลหากถึงเวลานั้นแล้ว พวกเขายังไม่ตาย ก็จะกลายเป็นความผิดฐานหลอกลวงเบื้องสูงทันที!ยามที่คุกเข่าลงบนพื้นศิลาของท้องพระโรงหลัก ความเย็นเยียบพลันแผ
Read more

บทที่ 4

ได้ยินเช่นนั้น บ่าวไพร่ก็กรูเข้าไปช่วยกันฉุดลากนางเข้าไปในห้องอย่างชุลมุนวุ่นวาย“นังสตรีใจโฉด!”แม้จะเดินห่างออกไปไกลมากแล้ว ข้าก็ยังคงได้ยินเสียงกรีดร้องของนางทว่าข้าหาได้ใส่ใจไม่เพราะอย่างไรเสีย การทำให้ข่าวการตายของเซี่ยชิงเยี่ยนกลายเป็นความจริง ถึงจะเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องทำเป็นอันดับแรกส่วนเรื่องของนางนั้น วันหน้ายังอีกยาวไกลวันที่สาม ข้าส่งคนนำจดหมายฉบับหนึ่งไปยังค่ายทหารให้รองแม่ทัพซุน ผู้เป็นศัตรูคู่อาฆาตของเซี่ยชิงเยี่ยนเพราะว่า แม้ข้าจะสามารถจัดการผู้คนและเรื่องราวภายในจวนได้แต่เซี่ยชิงเยี่ยนเจนจัดในสนามรบ ย่อมมีลูกน้องที่ไว้ใจได้จำนวนมาก เผื่อว่ายังมีไพ่ตายซ่อนอยู่ ข้าก็จำเป็นต้องระแวดระวังป้องกันยามบ่าย รองแม่ทัพซุนเดินทางมาตามคำเชิญ“มิทราบว่าฮูหยินเซี่ยมีธุระสำคัญอันใด ถึงได้เชิญข้ามาพบหรือ?”เขาประสานมือคารวะข้าตามมารยาท แต่ท่าทางไม่นับว่าดีนักทว่าข้าหาได้ถือสาเลยแม้แต่น้อย เพียงพูดว่า“เซี่ยชิงเยี่ยน ยังไม่ตาย”เพียงประโยคเดียวเท่านี้ รองแม่ทัพซุนก็ถึงกับสีหน้าถอดสีชาติที่แล้ว แม้จะกล่าวว่าข้าคือผู้ที่ได้รับความบอบช้ำที่สุดจากการแสร้งตายของเ
Read more

บทที่ 5

...แสงจันทร์เย็นเยียบราวกับสายน้ำที่สาดเทลงบนพื้นศิลาเขียวของจวนตระกูลเซี่ยยามที่ข้าพาคนรุดไปถึงโถงตั้งศพ ก็เห็นแม่เซี่ยกำลังออกคำสั่งให้ยายแก่ข้าก้นครัวสองคนลงมืองัดโลงศพอยู่พอดีหมอเทวดาเฒ่ากู้สะพายล่วมยา ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านข้าง เขาเป็นผู้เฒ่าผมขาวทว่าใบหน้าเยาว์วัย ดูมีลักษณะท่าทางสูงส่งหลุดพ้นจากโลกีย์“เร็วเข้า! เร่งมือเข้าอีกหน่อย!”แม่เซี่ยกระซิบเสียงต่ำพลางเอ่ยปากเร่งรัด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ“หากช้ากว่านี้ นังสตรีใจโฉดนั่นต้องลงมือสังหารบุตรชายของข้าจนตายแน่!”ข้าหาได้รีบร้อนเผยตัวออกมาเพียงแต่ยืนหลบอยู่ใต้เงามืดของระเบียงหน้าประตู เพื่อเฝ้าดูละครลิงฉากนี้ให้จบลงในวินาทีที่โลงศพถูกงัดออก กลิ่นยาอันเข้มข้นสายหนึ่งก็พลันอบอวลไปทั่วบริเวณเซี่ยชิงเยี่ยนนอนทอดร่างอยู่ในโลงศพ สีหน้าซีดขาวราวกับกระดาษ ทรวงอกไร้การกระเพื่อมไหว ทว่าผิวหนังยังคงมีความยืดหยุ่นอยู่เป็นเพราะยาแกล้งตายยังไม่หมดฤทธิ์ เขาจึงเพียงแค่ถลำลึกอยู่ในสภาพแสร้งตายที่ดูสมจริงจนแยกไม่ออกก็เท่านั้น“ท่านหมอเทวดา เร็วเข้า! รีบมาดูบุตรชายข้าที!”หมอเทวดาเฒ่ากู้ก้าวไปข้างหน้า แตะนิ้วจับชีพจร
Read more

บทที่ 6

ความผิดแต่ละกระทง โทษทัณฑ์ล้วนเพียงพอที่จะประหารล้างตระกูล“นังสตรีใจโฉด!” ในที่สุดแม่เซี่ยก็ไม่สนหน้าตาหรือกิริยาผู้ดีใดๆ อีกต่อไป นางโถมตัวพุ่งเข้ามาหมายจะทุบตีข้า “เจ้าทำร้ายบุตรข้า! เจ้าจงใจจะทำลายบุตรของข้ามาตั้งแต่ต้นแล้ว!”ข้าหาได้ขยับตัวไม่ทว่าแม่นมที่อยู่ด้านหลังได้ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วขยับเข้าไปจับตัวนางเอาไว้แน่น“แม่สามี ท่านกล่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ”ข้าหุบรอยยิ้มลง น้ำเสียงสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่นแม้แต่น้อย“คนที่ทำลายเขา หาใช่ข้าไม่ แต่กลับเป็นตัวท่าน เป็นจ้าวถาง และเป็นตัวของเขาเองต่างหาก”“พวกท่านรวมหัวกันวางแผนให้เขาแสร้งตาย เพื่อบีบบังคับให้ข้ายอมสละตำแหน่งภรรยาเอก และหวังจะทำให้บุตรชายของข้าต้องตกต่ำจากบุตรภรรยาเอกไปเป็นแค่บุตรอนุ พวกท่านเคยเอ่ยปากถามความเห็นของข้าบ้างหรือไม่?”“แล้วพวกท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่า ข้าที่เป็นสตรีตัวคนเดียว หากต้องพาบุตรไปด้วย จะใช้ชีวิตรอดต่อไปอย่างไร?”“ไม่เคยเลยสักครั้ง”“พวกท่านเพียงแต่คิดว่า ข้าเสิ่นหลินซีก็ควรจะว่านอนสอนง่าย ควรจะก้มหน้ายอมรับชะตากรรม และควรจะยกทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่จ้าวถาง”เมื่อพูดถึงตอนท้าย ข้าก็พลัน
Read more

บทที่ 7

“เขาไม่มีวันได้ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว”ข้าเอ่ยขัดจังหวะคำพูดของนาง“มะ...หมายความว่าอย่างไรกัน?”จ้าวถางเบิกตากว้าง รูม่านตาหดวูบข้ามิได้ตอบคำถาม เพียงแต่หยัดกายลุกขึ้นยืน แล้วก้มมองนางจากที่สูงลงมา“จ้าวถาง ข้าเคยให้โอกาสเจ้าแล้วนะ”ชาติก่อน ยามที่นางเพิ่งเข้าจวนมาใหม่ๆ ข้าเคยปฏิบัติต่อนางเป็นน้องสาวด้วยความจริงใจยามที่นางล้มป่วย ข้าก็เฝ้าดูแลพยาบาลไม่ห่างยามที่นางคิดถึงบ้าน ข้าก็อยู่เคียงข้างคอยชวนคุยเป็นเพื่อนนางจนดึกดื่นค่อนคืนนางมีใจรักใคร่ในตัวเซี่ยชิงเยี่ยน แม้ในใจข้าจะรู้สึกขุ่นข้องหมองใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังคอยบอกตัวเองว่าช่างมันเถิด บุรุษจะมีสามภรรยาสี่อนุถือเป็นเรื่องธรรมดา ขอเพียงนางรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวก็พอแล้วทว่านางกลับไม่สงบเสงี่ยมสิ่งที่นางปรารถนามาโดยตลอด ไม่ใช่เพียงแค่ตำแหน่ง “อนุ” เท่านั้นนางต้องการตำแหน่งของข้า ต้องการสิทธิ์ในการสืบทอดบรรดาศักดิ์ของบุตรชายข้า และต้องการทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของข้า“ชาติหน้า ก็อย่าได้ทำเรื่องเช่นนี้อีกเลย”ข้าหันหลังแล้วเดินออกไปเบื้องหลังของข้า มีเพียงเสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจของจ้าวถางดังไล่หลังมาแต่มันจะมีป
Read more

บทที่ 8

ข้าถึงกับชะงักอึ้งไป“ยามที่อาหญิงจ้าวอยู่ด้วย ท่านพ่อจะยิ้มให้นางเพียงคนเดียว”“ท่านย่าบอกว่าลูกเป็นเลือดชั่ว ไม่ควรเกิดมาบนโลกนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะอย่างนั้นจึงไม่คู่ควรที่จะได้รับอ้อมกอดจากท่านพ่อ”“ลูกอยากไปคำนับทักทายท่านพ่อ แต่ท่านย่าก็บอกว่าลูกมันขวางหูขวางตา”เสียงของอันเอ๋อร์เริ่มเบาลงเรื่อยๆ“ท่านแม่ เลือดชั่วคืออะไรหรือขอรับ? หมายความว่าด้อยกว่าเด็กคนอื่นหรือไม่?”ข้าดึงเขาเข้ามากอดไว้ในอ้อมอกทันที น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลรินลงมาจนได้“ไม่ใช่หรอก อันเอ๋อร์มิใช่เลือดชั่ว เจ้าคือแก้วตาดวงใจที่ล้ำค่าที่สุดของแม่ และเป็นบุตรชายสายตรงเพียงคนเดียวของจวนโหวแห่งนี้”อันเอ๋อร์ส่งเสียง “อื้อ” ตอบรับอู้อี้อยู่ในอ้อมอกข้า มือเล็กๆ กำสาบเสื้อของข้าไว้แน่น“ท่านแม่ ท่านอย่าร้องไห้เลยนะขอรับ”“ได้ แม่ไม่ร้องแล้ว”ข้าเช็ดน้ำตาจนแห้ง แล้วเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นในใจเงียบๆ ว่าอันเอ๋อร์ ชาตินี้แม่จะไม่ยอมให้ใครมารังแกเจ้าได้อีกต่อไปใครก็ไม่ได้เด็ดขาดวันที่เจ็ด เคลื่อนศพออกไปฝังฟ้ายังไม่ทันสว่าง ข้าก็ตื่นแล้ววันนี้ เป็นวันที่ยาแกล้งตายของเซี่ยชิงเยี่ยนจะหมดฤทธิ์และยังเป็นวันที
Read more

บทที่ 9

จ้าวถางโผเข้าไปสวมกอดเขาไว้ ทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะออกมาพร้อมกัน“พี่ชิงเยี่ยน! ข้าว่าแล้ว! ข้าว่าแล้วว่าท่านจะต้องฟื้นขึ้นมาจริงๆ!”สายตาของเซี่ยชิงเยี่ยนค่อยๆ กวาดมองผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ ก่อนจะมาหยุดลงที่ตัวข้า“เสิ่นซื่อ...” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “เจ้าช่างใจกล้าเหลือเกิน”“ข้าผู้เป็นโหวยังไม่ตาย เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?”จากนั้นเขาก็หันไปมองจ้าวถาง พลางเอ่ยถามด้วยความห่วงใยว่า“ถางเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป? คิดจะตายตกตามข้าไปอย่างนั้นหรือ? ข้ารู้อยู่แล้ว...”เขาคิดจะเล่นละคร เล่นละครฉากรักแท้ที่ยอมตายตกตามกันฉากนั้นต่อทว่าข้ากลับเอาแต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ เฝ้ามองภาพฉากนี้โดยไม่ไหวติง สายตาเรียบเฉยไร้ความรู้สึกราวกับน้ำนิ่งสนิทในสระ“ท่านพี่ ท่านฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ?”น้ำเสียงของข้าอ่อนหวานนุ่มนวล ราวกับภรรยาผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม“ท่านพี่กล่าวไม่ผิดเลยเจ้าค่ะ ญาติผู้น้องคิดจะตายตกตามท่านไปจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นฝ่าบาทยังมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งญาติผู้น้องเป็นฮูหยินผู้ภักดีสละชีพ เพื่อให้ฝังร่วมหลุมเดียวกับท่านด้วย ยามนี้ท่านฟื้นขึ้นมาแล้ว เช่นนั้นพิธีฝังร่วมของญาติผู้น้องจะทำอย่า
Read more

บทที่ 10

แล้วเขาจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าตัวเขาเอง ก็คือตัวเขาจริงๆ?ในตอนนั้นเอง เสียงควบม้าอีกระลอกหนึ่งก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆคนของกรมพิธีการมาถึงแล้วรองเสนาบดีกรมพิธีการที่เป็นผู้นำขบวนพลิกตัวลงจากหลังม้า ก่อนจะก้าวยาวๆ เข้ามาในโถงตั้งศพเขาเหลือบมองเซี่ยชิงเยี่ยนที่นั่งอยู่ในโลงศพแวบหนึ่ง พลันขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะหนีบแมลงวันให้ตายได้“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบราวกับเกล็ดน้ำแข็งข้าก้าวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อมว่า“ใต้เท้า คนผู้นี้จู่ๆ ก็คลานออกมาจากโลงศพในระหว่างพิธีเคลื่อนศพ ทั้งยังบังอาจแอบอ้างว่าตนเองคือแม่ทัพสยบประจิมเซี่ยชิงเยี่ยนเจ้าค่ะ”“ทว่าคนทั้งใต้หล้าต่างก็รู้ดีว่า สามีของข้าได้พลีชีพในสนามรบไปแล้ว อีกทั้งจ้าวซื่อที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้งให้เป็นฮูหยินผู้ภักดีสละชีพด้วยพระองค์เองก็ตั้งใจตายตกตามกันไปแล้วเช่นกัน”“การที่คนผู้นี้โผล่มาดื้อๆ ข้าน้อยจึงไม่ทราบจริงๆ ว่าควรจะจัดการอย่างไรดีเจ้าค่ะ”สายตาของรองเสนาบดีกรมพิธีการหยุดอยู่ที่ตัวเซี่ยชิงเยี่ยนครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันไปทางแม่เซี่ย“ฮูหยินผู้เฒ่า คนผู้นี้ใช่เซี่ยชิงเยี่ยนบุตรชายของท่า
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status