Lahat ng Kabanata ng นิยายของข้า เนื้อเรื่องผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว: Kabanata 11 - Kabanata 20

99 Kabanata

เดินเท้าเข้าเมือง

หนิงอันให้ฝูหยางไปล้างตัวก่อน ส่วนนางเข้าครัวไปเตรียมอาหารเย็น เนื้อที่เถียนซีโหยว่นำมาแบ่งให้พอลงไปอยู่ในท้องของสองพี่น้องแล้ว ความขุ่นเคืองที่ฝูหยางมีต่อเถียนซีโหยว่ก็หายไปจนสิ้นคืนนั้นสองพี่น้องเข้านอนในห้องเดียวกันเหมือนตอนที่อยู่ในเรือนตระกูลฝู อย่างแรกเป็นเพราะความเคยชิน อย่างที่สองเพราะกลัวว่าจะมีคนเข้ามาขโมยโสมแดงที่เพิ่งจะได้มา“ท่านพี่ พรุ่งนี้ท่านจะนำโสมไปขายหรือไม่ขอรับ”“อืม ไปขายเลย จะได้มีเงินมาซื้อของเข้าเรือน”“แล้ว...ท่านมีเงินขึ้นเกวียนวัวหรือขอรับ”หนิงอันที่หลับตาเตรียมนอนแล้ว ลืมตาขึ้นมามองเพดานห้องทันที “คงต้องเดินเท้าเข้าเมือง”“ข้าเคยได้ยินพี่จ้านพูด นั่งเกวียนเข้าเมืองก็ใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วยาม หากเดินเท้าไม่ต้องเดินถึงสองชั่วยามเลยหรือขอรับ”หนิงอันถอนหายใจออกมา นางพลิกตัวไปหาฝูหยาง “เจ้าเดินไม่ไหวอยู่ที่เรือนดีหรือไม่ พี่จะรีบไปรีบกลับ”“ไม่ขอรับ ข้าเดินไหว” เขาเองไม่เคยเข้าเมืองมาก่อน ย่อมอยากจะติดตามพี่สาวไปด้วย ต่อให้ต้องเดินจนเท้าพองก็ตาม“หากเดินไม่ไหวก็หยุดพักเสียก่อนค่อยเดินต่อ หากกลับหมู่บ้านไม่ทันเกวียนเที่ยวสุดท้ายก็นอนพักในเมืองก็สิ้นเรื่อง”“จริง
Magbasa pa

มีสมุนไพรมาขาย

หนิงอันเองก็เริ่มเจ็บแล้วเช่นกัน แม้จะเคยเดินขึ้นเขา ทำงานอยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังไม่เคยต้องเดนมากถึงเพียงนี้ รองเท้าฟางที่สวมใส่ก็แทบจะป้องกันหินกรวดตามทางไม่ได้ ทำให้ถูกทิ่มแทงจนเป็นแผลไม่น้อยเลย“อีกเพียงครึ่งทางเท่านั้น หากเจ้าไม่ไว้พี่จะแบกเจ้าเอง”“มะ ไม่ต้องขอรับ” พี่สาวก็เหนื่อยและเจ็บเท้า เขาจะยอมให้นางแบกได้อย่างไร “ข้าหายเหนื่อยแล้ว รีบเดินกันต่อเถิดท่านพี่”“อืม ไปกันเถิด”ทั้งสองเริ่มออกเดินได้ไม่นาน เกวียนวัวที่เพิ่งวิ่งผ่านเลยไปก็หยุดลงทันที เถียนซีโหยว่รีบลงมาวิ่งเข้ามาหาสองพี่น้อง“ข้าไปหาพวกเจ้าที่เรือน แต่พวกเจ้าออกมาก่อน รีบไปขึ้นเกวียนวัวเถิด ข้าจ่ายเงินซื้อที่นั่งเอาไว้ให้พวกเจ้าแล้ว”“เออ...ขอบคุณมากเจ้าค่ะ” หนิงอันปฏิเสธไม่ลง นางเองก็ไม่อยากจะเดินแล้ว ทั้งยังสงสารน้องชายอีกด้วย จึงรีบตามเถียนซีโหยว่ไปขึ้นนั่งเกวียนชาวบ้านที่อยู่บนเกวียนรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเถียนซีโหยว่ซื้อที่นั่งเอาไว้ให้สองพี่น้องบ้านรองฝู จึงขยับที่นั่งให้ทั้งสองอย่างเต็มใจ แล้วเอ่ยพูดคุยสอบถามว่านำสิ่งใดเข้าไปขายฝูหยางนั่งเกวียนวัวได้ไม่นานก็พิงหนิงอันหลับไป เถียนซีโหยว่ที่นั่งอยู่ด้านข้างของ
Magbasa pa

ไม่ตกใจเลยหรือที่ขายได้มากเพียงนี้

เถียนซีโหยว่เพียงแค่เห็นฝูหนิงอันลงมือทำร้ายสหายของฝูจินเม่ย แต่เขาไม่รู้ว่าเหตุใดนางถึงต้องทำเช่นนั้น หากสหายของฝูจินเม่ยไม่ยั่วโมโหฝูหนิงอันก่อน พวกนางต่างก็รู้ว่าฝูหนิงอันชมชอบเถียนซีโหยว่ แต่ยังพูดยั่วนางว่าเถียนซีโหยว่ชมชอบฝูจินเม่ย กล่าวหาว่าฝูจินเม่ยคิดจะแย่งคนรักของพี่สาว โดยไม่ดูว่าตนเองมีสิ่งใดคู่ควรกับเถียนซีโหยว่หรือไม่ทุกสิ่งก็เป็นบทปูทางที่หนิงอันนางเขียนเอาไว้ เพื่อให้ฝูหนิงอันถูกมองว่าเป็นตัวอิจฉา ให้เถียนซีโหยว่ได้บังเอิญผ่านมาเห็น เขาจะเข้าใจผิดก็ไม่แปลก“ท่านพี่ พี่โหยว่ท่านก็กินด้วยกันเถิดขอรับ” ฝูหยางส่งของว่างให้ทั้งสองคน“เจ้ากินเลยพี่มีหมั่นโถวที่เตรียมมา” หนิงอันล้วงห่อหมั่นโถวในตะกร้าขึ้นมาชูให้น้องชายดู“อืม...เจ้ากินเถิด ข้าจะกินหมั่นโถวกับพี่สาวเจ้า”หนิงอันเลิกคิ้วมองเถียนซีโหยว่อย่างแปลกใจ นางคิดว่าเขาเพียงพูดปฏิเสธฝูหยางเท่านั้น แต่เมื่อเขาเอื้อมมือมาหยิบหมั่นโถวในห่อผ้าไปกัดกิน นางก็ต้องอ้าปากค้างมองการกระทำของเขาอย่างไม่เข้าใจ“เจ้าทำเองหรือ รสชาติดีไม่น้อย”“หึ มีเพียงแป้งอย่างเดียว อันใดข้าก็ไม่ได้ใส่จะอร่อยเพียงนั้นได้อย่างไร” นางมองเขาอย่างมองคนโ
Magbasa pa

เจ้าเขียนได้หรือ?

หนิงอันส่ายหน้าและมองเขาอย่างจริงจัง “มิใช่ พวกเราพบเจอด้วยกัน พี่แบ่งเงินออกมาใช้ซื้อของห้าสิบตำลึงเงิน ที่เหลือฝากเอาไว้ก่อนหากท่านย่ารู้เข้า นางก็แย่งชิงไปไม่ได้”“ขอรับ” เขาเห็นด้วยกับพี่สาว หากตระกูลฝูรู้เรื่องเงินที่ขายโสมได้ ต้องถูกท่านย่ามาแย่งไปอย่างแน่นอน แม้ปากนางจะบอกว่าไม่ยุ่งเกี่ยวแล้ว แต่เขาย่อมรู้นิสัยของนางดีเถียนซีโหยว่ก็ปล่อยให้สองพี่น้องพูดคุยกันตามลำพัง พอเห็นทั้งคู่เดนเข้ามา เขาก็แจ้งความต้องการต่อหลงจู๊โรงรับฝากเงิน“ข้าต้องการฝากเงิน นางเองก็เช่นกัน” เขาชี้มือมาทางหนิงอันหลงจู๊มองสองพี่น้องอย่างไม่เชื่อ หากไม่มองเสื้อผ้าที่ทั้งสองสวมใส่ แต่ทั้งสองที่ยังคงเหมือนเด็กยังไม่โตเต็มที่จะนำเงินที่ใดมาฝาก แต่พอเห็นหนิงอันนางหยิบผักในตะกร้าออกแล้วนำตั๋วเงินออกมาวาง สีหน้าของหลงจู๊ก็เปลี่ยนไปทันที“รอสักประเดี๋ยวขอรับ” หนิงอันนางรู้อยู่แล้วว่าสภาพของนางกับฝูหยางย่อมได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดี นางจึงหยิบตั๋วเงินออกมา โดยที่ไม่พูดสิ่งใดหลงจู๊นำใบสัญญามาให้ทั้งสองลงชื่อ หนิงอันนางอ่านสัญญา พร้อมกับตรวจทานจำนวนเงินที่ระบุเอาไว้ ก่อนจะลงมือเขียนชื่อของนางลงไปและประทับลายนิ้วม
Magbasa pa

พวกเจ้าหนีมาหรือ?

ทั้งสามออกจากโรงรับฝากเงิน เถียนซีโหยว่ก็พาสองพี่น้องไปกินอาหารกลางวันเสียก่อน แม้จะเลยมื้อกลางวันมาเกือบชั่วยามแล้วก็ตาม เดิมเถียนซีโหยว่จะพาสองพี่น้องเข้าไปกินอาหารในเหลาอาหาร แต่หนิงอันนางเห็นสภาพของนางและน้องชาย คงไม่แคล้วถูกมองด้วยสายตาดูแคลนอีก จึงได้พากันไปกินร้านอาหารข้างทางแทนซุปเนื้อชามใหญ่กับข้าวสวยร้อนๆ ก็เรียกน้ำลายของหนิงอันและฝูหยางได้แล้ว เถียนซีโหยว่สั่งซุปเนื้อชามใหญ่ถึงสามชาม“ท่านสั่งสองชามก็พอ ข้ากินกับหยางเออร์ก็ได้” ชามใหญ่ขนาดนี้นางคงกินไม่หมดแน่“เจ้ากินไม่หมดก็ยังมีข้ากับหยางเออร์ กินเถิด” เขาหยิบตะเกียบส่งให้สองพี่น้องแล้วลงมือกินทันทีหนิงอันที่คิดว่าตนเองจะกินไม่หมด แค่เพียงได้ชิมน้ำซุปคำแรก นางก็แทบจะไม่หยุดตะเกียบเลย ทั้งกินเองและคอยคีบเนื้อลงในชามของฝูหยางที่ก้มหน้ากินไม่สนใจสิ่งใด เถียนซีโหยว่เห็นว่าหนิงอันนางกินเนื้อน้อยชิ้น ส่วนมากจะดื่มน้ำซุปกับข้าวเสียมากกว่า จึงตักใส่ชามของตนแบ่งให้นาง“ไม่ต้องเจ้าค่ะ ท่านกินเถิด ข้าจะอิ่มแล้ว” นางปิดชามของนางทันที หลังจากที่เขาคีบชิ้นเนื้อมาใส่ได้เพียงแค่สองชิ้น“อืม...เจ้าดูเหมือนเด็กสิบสองหนาว กินให้มากเสียหน่
Magbasa pa

มันก็เหมือนเงินของเจ้า

หนิงอันขมวดคิ้วมองเถียนซีโหยว่ที่สมควรจะต้องอยู่บนเกวียนวัวแล้วอย่างแปลกใจ“หลานข้าทั้งสองคนเป็นเด็กหลอกลวง ข้าไม่เชื่อว่าเงินที่พวกเขานำมาซื้อรองเท้าคู่ใหม่จะได้มาจากการขายผักป่า เพียงต้องการพาตัวกลับหมู่บ้านไปสอบถามมารดาข้าก็เท่านั้น” ฝูหลางยังแม้จะอายุมากกว่าเถียนซีโหยว่สองปี แต่เพราะเถียนซีโหยว่สอบผ่านซิ่วไฉแล้ว และอีกอย่างเรื่องที่เขาไม่ตั้งใจเรียนจะถูกเถียนซีโหยว่นำไปบอกบิดามารดา จึงไว้หน้าเขาอยู่หลายส่วน“เป็นเช่นที่นางว่าขอรับ นางเข้าเมืองมาพร้อมกับข้า ข้าเป็นผู้ที่พานางกับน้องชายไปขายผักป่าเอง”ฝูหลางหรี่ตามองเถียนซีโหยว่ สิ่งที่เขาพูดคงไม่ได้กำลังโกหกอยู่ เพราะเถียนซีโหยว่ไม่เคยติดต่อพูดคุยกับหนิงอันและฝูหยาง เรื่องที่หลานสาวตนเองมีใจให้เถียนซีโหยว่ ฝูหลางคิดว่ามีเพียงฝูจินเม่ยเท่านั้น เพราะแทบไม่ได้สนใจความเป็นอยู่ของสองพี่น้องเลย“หึ หาเงินได้ก็ควรจะตอบแทนบุญคุณของท่านย่าเจ้า ไม่ใช่ว่านำเงินมาซื้อข้าวของเช่นนี้”“พี่หลาง ท่านแม่ของท่านตัดขาดนางกับน้องชายต่อหน้าผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านหลายสิบคน ข้าเองก็อยู่ด้วยในวันนั้น หากท่านอยากรู้เรื่องอื่นกลับหมู่บ้านไปสอบถามบิดามารดาขอ
Magbasa pa

ผงดินขาว

หนิงอันนางคิดจะทำสบู่มาใช้ หลังจากที่นางต้องทนใช้ฝักจ้าวเจี่ยวอาบน้ำ ซักผ้ามานาน น้ำด่างจากเถ้าถ่านนำมาทำสบู่ได้ เพียงแต่ไม่อาจใช้กับใบหน้าและร่างกายได้ นอกจากจะนำมาเก็บเอาไว้ซักผ้า ล้างจาน แต่หากเป็นปูนขาวที่จะนำมาทำเป็นโซดาไฟ ย่อมต่างกัน“ผงดินขาวพวกนี้ พ่อค้าคงจะนำไปส่งร้านเครื่องประทินโฉม แต่ส่งมาให้ข้าผิดเสียดาย เจ้าอยากได้หรือ ข้าคิดกระสอบละห้าร้อยอิแปะพอ”“ซื้อเจ้าค่ะ ซื้อหมดเลยเจ้าค่ะ” นางก็ลืมถามไปว่ามีจำนวนเท่าใด พอเห็นลูกจ้างช่วยยกออกมา มันมีมากถึงสิบกระสอบด้วยกัน แต่ในเมื่อพูดไปแล้วว่าเอาทั้งหมด นางก็ต้องควักเงินเพื่อจ่ายเพิ่มหนิงอันนางซื้อของไม่น้อยเลย จึงไม่อาจกลับพร้อมเกวียนวัวของหมู่บ้านได้ ลูกจ้างของร้านขายเครื่องปรุงจึงอาสาไปตามเกวียนวัวมาให้นางหลังจากที่ขึ้นมานั่งเกวียนวัว แล้วรับของทั้งหมดที่ซื้อมาจนแทบไม่มีที่นั่งเหลืออยู่ หนิงอันนางก็เพิ่งมาคิดได้ ถึงปัญหาที่จะตามมาเถียนซีโหยว่มองนางอย่างแปลกใจ เพราะเมื่อครู่นางยังคงยิ้มแย้มพูดคุยถึงข้าวของที่ซื้อมากับฝูหยางอยู่ ทั้งยังนำซาลาเปาออกมาแบ่งกันกินอย่างมีความสุข แล้วอยู่ๆ ก็เงียบไป “เป็นอันใดของเจ้า”หนิงอันถอนหายใ
Magbasa pa

ท่านพ่อท่านแม่จะต้องกลับมา

สองพี่น้องนั่งลงกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย “รู้หรือยังว่าข้าซื้อเครื่องปรุงมากเพียงนั้นเพื่ออันใด”ฝูหยางที่บ่นพี่สาวในตอนแรกก็รู้สึกผิดขึ้นมา “รู้แล้วขอรับ เพียงแค่ใส่เครื่องปรุงเพิ่มรสชาติอาหารก็อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อเลย”“หึหึ ชอบก็กินเยอะ ยังเหลือให้เจ้ากินพรุ่งนี้เช้าอีกมื้อพี่จะตุ๋นเนื้อหมูให้เจ้ากินด้วย ต่อไปเจ้าจะต้องอ้วนเหมือนหมูเลย” นางขยี้ผมน้องชายอย่างมันเขี้ยว“ท่านพี่ก็ต้องกินให้มาก พี่โหยว่ยังคิดว่าท่านเพิ่งจะสิบสองหนาว ทั้งๆ ที่ท่านถึงวัยออกเรือนแล้วแท้ๆ” ฝูหยางอดคิดถึงบิดามารดาที่ไม่ติดต่อมาเลย หากทั้งสองยังอยู่พวกตนพี่น้องคงไม่ลำบากถึงเพียงนี้ และพี่สาวก็คงได้พูดคุยเรื่องออกเรือนแล้ว“ข้ายังไม่รีบ รอเจ้าสอบเป็นขุนนางได้ก่อน ข้าค่อยแต่ง”“ถึงตอนนั้นท่านไม่เป็นยายเฒ่าแล้วหรือขอรับ”“เหอะ ต้องใช้เวลาถึงสิบปีกว่าเจ้าจะสอบเป็นขุนนางได้ ข้าก็คงไม่แก่จนเป็นยายเฒ่ากระมัง” สองพี่น้องพูดคุยไปด้วยกินอาหารไปด้วยอย่างมีความสุขไม่ต่างจากเรือนตระกูลเถียน สองแม่ลูกกำลังนั่งกินอาหารที่ได้มาจากหนิงอันอยู่เช่นกัน“นางใส่รากโสมลงมาด้วย” จินซื่อตักรากโสมขึ้นมาด้วยความตกใจ แม้แต่รากโสมเส้นเล
Magbasa pa

พอเจ้าลืมตาตื่นพวกเราก็จะมีแต่ความสุข

นางไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ตัวละครฝูหยางที่ต่อไปจะต้องกลายเป็นตัวร้ายเพื่อแก้แค้นให้พี่สาว ในวัยเด็กเขาก็เป็นเหมือนเช่นเด็กทั่วไปที่บริสุทธิ์ “ข้าทำอันใดลงไป” หากมีโอกาสกลับไปในโลกเดิมของนาง นางคงเปลี่ยนเนื้อเรื่องเสียใหม่ ฝูหยางไม่ควรมีบาดแผลเพราะนางเพียงต้องการเอาใจนักอ่าน ยัดเหยียดความร้ายกาจให้สองพี่น้องโดยไม่เป็นธรรมหนิงอันล้างตัวเสร็จก็ขึ้นไปนอนบนเตียง นางดึงตัวน้องชายที่ยังไม่อาจหลับสนิทได้หากนางไม่ได้ขึ้นมานอนอยู่ข้างเขา เข้ามาในอ้อมกอด“นอนเถิด อีกไม่นานเรื่องที่ผ่านมาจะกลายเป็นเพียงแค่ฝันร้ายตื่นหนึ่งเท่านั้น พอเจ้าลืมตาตื่นพวกเราก็จะมีแต่ความสุข”ฝูหยางซุกตัวเข้าอ้อมกอดของพี่สาวโดยไม่สนว่าบุรุษและสตรีไม่ควรอยู่ใกล้กันอีกต่อไปแล้ว เพราะอ้อมกอดของพี่สาวอบอุ่นที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว “ขอรับ ข้าเชื่อท่านพี่”เช้าวันต่อมา สองพี่น้องตื่นสายเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ได้นอนที่นอนอุ่นๆ ไม่ต้องหวาดระแวงกับเสียงปลุกของนางถงซื่อ ได้กินมื้อเช้าดีๆ จนอิ่มท้อง เพียงเท่านี้คงนับเป็นความสุขที่หนิงอันนางบอกฝูหยางเอาไว้เมื่อคืนแล้ว“ประเดี๋ยวเจ้ากินเสร็จ ไปถามพี่โหยว่ว่าเขาจะสอนตำราเจ้าได้เมื่
Magbasa pa

ข้าเป็นห่วงเจ้าหรอกนะ

ทั้งสองไม่มีทางเชื่อในคำพูดของหนิงอันอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่รู้จะสอบสวนนางเช่นใด“ท่านทำได้หรือไม่เจ้าคะ” หนิงอันรีบดึงความสนใจไปเรื่องแบบร่างตรงหน้าแทน“ข้าจะลองทำดู”“แล้วท่านไม่ไปสำนักศึกษาหรือ”“ตอนนี้สำนักศึกษาปิด ข้ายังพอมีเวลา พรุ่งนี้ก็ให้หยางเออร์ไปเริ่มเรียนกับข้าได้เลย”“พรุ่งนี้หรือ วันนี้เข้าเมืองคงไม่ทันแล้ว พรุ่งนี้เช้าข้าจะรีบเข้าเมืองไปซื้อเครื่องเรียนมาให้ก็แล้วกันเจ้าค่ะ ต้องให้ตำราอันใดหรือไม่”“ไม่ต้อง ที่ข้ายังพอมี เพียงแค่เริ่มต้น ยังไม่จำเป็นต้องใช้ตำรา”“แล้ว...ท่านใช้เวลาทำนานหรือไม่ พอดีข้ารีบใช้เจ้าค่ะ” นางชี้ไปที่แบบร่างในมือของเถียนซีโหยว่“วันนี้ข้าจะไปหาไม้เลย พรุ่งนี้ก็คงเสร็จ เจ้าต้องการมากน้อยเพียงใด”“เออ...สักสิบกล่องได้หรือไม่เจ้าคะ”“เช่นนั้นก็คงต้องใช้เวลาหลายวัน”“ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ค่อยๆ ทำก็ได้ ท่านคิดเงินมาได้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะได้เตรียมเอาไว้ให้”“ไม่ต้อง เปลี่ยนเป็น...เจ้าทำอาหารไปส่งให้ท่านแม่ข้าวันละครั้งแทนก็แล้วกัน”“หืม...” นางเลิกคิ้วอย่างสงสัย หรือเขาทำงานให้นางจนไม่มีเวลาทำอาหารให้มารดา“ท่านแม่ข้ากินอาหารของเจ้า นางกินข้าวเพิ่มได้มากกว
Magbasa pa
PREV
123456
...
10
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status