All Chapters of ลิขิตรักสลับเกี้ยว..สยบใจฮ่องเต้ทรราช: Chapter 31 - Chapter 40

55 Chapters

บทที่ 30: ล้างมลทินพยัคฆ์เฒ่า และก้าวแรกของสายเลือดมังกร

บทที่ 30: ล้างมลทินพยัคฆ์เฒ่า และก้าวแรกของสายเลือดมังกรยามเซิน (15.00 - 16.59 น.) ฤดูสารท เวียนมาถึง ใบเฟิงสีแดงและเหลืองทองร่วงหล่นปูพรมไปทั่วลานหน้าท้องพระโรงไท่เหอ เวลาผ่านไปปีกว่านับตั้งแต่องค์ชายแฝดและองค์หญิงประสูติ บัดนี้แผ่นดินต้าจ้าวร่มเย็นเป็นสุข ไร้ซึ่งศึกสงครามและโรคระบาดทว่าในใจของฮองเฮาหลี่รั่วจิน ยังคงมีปมหนึ่งที่รอคอยการคลี่คลาย นั่นคือเรื่องของ 'แม่ทัพใหญ่หลี่' บิดาบังเกิดเกล้าของนางที่ยังคงต้องโทษเนรเทศอยู่ที่ค่ายทหารชายแดนเหนือ จากการถูกอดีตอัครเสนาบดีซูใส่ร้ายป้ายสีเมื่อหลายปีก่อนภายในห้องทรงอักษร จ้าวหรงเยี่ยในชุดฉลองพระองค์สีเข้ม กำลังประทับนั่งตรวจฎีกา โดยมีหลี่รั่วจินนั่งฝนหมึกอยู่เคียงข้าง กลิ่นหอมของหมึกชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นกายของนาง ทำให้โอรสสวรรค์รู้สึกผ่อนคลายเสมอ"รั่วจิน" จ้าวหรงเยี่ยละสายตาจากฎีกา เอื้อมมือมาจับมือบางที่กำลังฝนหมึก "วันนี้ ข้ามีของขวัญชิ้นใหญ่จะมอบให้เจ้า"หลี่รั่วจินเลิกคิ้วเล็กน้อย "ของขวัญอันใดหรือเพคะ ช่วงนี้มิใช่วันประสูติของหม่อมฉัน หรือเทศกาลอันใด"จ้าวหรงเยี่ยหยิบม้วนราชโองการสีเหลืองทองที่ประทับตราหยกแผ่นดินเรียบร้อยแล้วส่
last updateLast Updated : 2026-08-02
Read more

บทที่ 31: การศึกษาของสายเลือดมังกร และบททดสอบแห่งตำรา

บทที่ 31: การศึกษาของสายเลือดมังกร และบททดสอบแห่งตำราเวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วดั่งสายน้ำไหล ห้าปีต่อมา ณ พระราชวังต้องห้ามแห่งแคว้นต้าจ้าววสันตฤดูเวียนมาบรรจบอีกครั้ง ต้นหลิวริมสระน้ำไท่เย่ลู่ลมเอนไหว ทว่าภายในศาลาทรงอักษรฝั่งตะวันออก บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่เจือปนไปด้วยความน่าขบขัน"โอ๊ย! คัน... คันเหลือเกิน! นี่มันเรื่องอันใดกัน!"เสียงร้องโวยวายของ ราชครูฟาง บัณฑิตเฒ่าผู้เคร่งครัดและทรงคุณวุฒิที่สุดในราชสำนัก ดังลอดออกมาจากหน้าต่างศาลา ชายชราในชุดขุนนางเต็มยศกำลังกระโดดเหยงๆ มือทั้งสองข้างเกาไปตามแผ่นหลังและต้นคออย่างเอาเป็นเอาตาย ใบหน้าที่เคยมองผู้คนด้วยความหยิ่งทะนงบัดนี้แดงก่ำและบิดเบี้ยวด้วยความทรมานเบื้องหน้าของราชครูฟาง คือโต๊ะเรียนไม้จันทน์หอมสองตัวที่โต๊ะฝั่งซ้าย องค์ชายใหญ่ จ้าวหมิงรุ่ย ในวัยหกชันษา สวมชุดกระโปรงสีน้ำเงินเข้มปักลายกิเลน ท่วงท่าของเขาสงบนิ่งและเยือกเย็นเกินวัย ใบหน้าหล่อเหลาที่ถอดแบบมาจากโอรสสวรรค์ผู้เป็นบิดาไร้ซึ่งร่องรอยของความตื่นตระหนก เขายังคงนั่งหลังตรง สายตาจดจ่ออยู่กับตำราพิชัยสงครามซุนวูในมือ ราวกับเสียงร้องของราชครูเป็นเพียงเ
last updateLast Updated : 2026-08-02
Read more

บทที่ 32: สุราสั่งตาย และงานเลี้ยงรับรองสีเลือด

บทที่ 32: สุราสั่งตาย และงานเลี้ยงรับรองสีเลือดยามซวี (19.00 - 20.59 น.) โคมไฟสีแดงนับพันดวงถูกจุดสว่างไสวไปทั่วลานหน้าตำหนักไท่เหอ เสียงดนตรีบรรเลงเพลงต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองดังกังวาน ขุนนางแห่งต้าจ้าวนั่งเรียงรายอยู่สองฝั่งซ้ายขวา ตรงกลางคือคณะทูตจากชนเผ่า 'เป่ยตี๋' ที่เพิ่งเดินทางฝ่าลมหนาวจากทางเหนือมาถึงเมืองหลวงบนบัลลังก์มังกรคู่ จ้าวหรงเยี่ยประทับนั่งด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผยและน่าเกรงขาม เคียงข้างคือฮองเฮาหลี่รั่วจินในชุดกระโปรงสีทองอร่ามปักลายพญาหงส์ แววตาของนางสงบนิ่ง ทว่าซ่อนความเฉียบคมไว้ดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก ด้านล่างของบัลลังก์ มีโต๊ะเตี้ยขนาดเล็กสองตัวจัดไว้สำหรับองค์ชายหมิงรุ่ยและองค์หญิงลี่หลิน ที่บัดนี้สวมชุดเต็มยศตามฐานะ นั่งหลังตรงอย่างมีมารยาทไร้ที่ติ"ทูลฝ่าบาทต้าจ้าว!"'อากู่ต่า' องค์ชายรองแห่งเผ่าเป่ยตี๋ รูปร่างสูงใหญ่กำยำ ผิวหยาบกร้านจากการกรำแดดลม ก้าวออกมาเบื้องหน้าและยกมือประสานที่หน้าอก "ชนเผ่าเป่ยตี๋ของเรา ปรารถนาที่จะผูกมิตรกับแคว้นต้าจ้าวอย่างยั่งยืน วันนี้ข้าจึงนำเครื่องบรรณาการล้ำค่าที่สุดจากทุ่งหญ้าทางเหนือ มาถวายแด่โอรสสวรรค์!"จ้าวหรงเยี่ยยกจอกสุราข
last updateLast Updated : 2026-08-02
Read more

บทที่ 33: เปลวเพลิงแห่งอุดร และค่ายกลสยบม้าเหล็ก

บทที่ 33: เปลวเพลิงแห่งอุดร และค่ายกลสยบม้าเหล็กยามเหม่า (05.00 - 06.59 น.) ณ สมรภูมิชายแดนทิศอุดรสายลมหนาวพัดกระหน่ำพาเอาเกล็ดหิมะปะทะใบหน้า ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่เคยเขียวขจีบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยสีขาวโพลน กองทัพหลวงแห่งต้าจ้าวนับแสนนายตั้งค่ายประจันหน้ากับกองทัพม้าของชนเผ่า 'เป่ยตี๋' ที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายและรวดเร็วประดุจพายุภายในกระโจมแม่ทัพใหญ่ จ้าวหรงเยี่ยในชุดเกราะเหล็กกล้าสีนิล ยืนจ้องมองแผนที่หนังสัตว์ที่กางอยู่บนโต๊ะ เคียงข้างเขาคือ หลี่รั่วฮั่น แม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินผู้เป็นพี่ชายของฮองเฮา บัดนี้หลี่รั่วฮั่นกลายเป็นขุนพลคู่ใจที่โอรสสวรรค์ไว้วางพระทัยที่สุด"ทหารม้าเป่ยตี๋มีความชำนาญในการขี่ม้ายิงธนู พวกมันใช้วิธีบุกทะลวงแล้วถอยร่นอย่างรวดเร็ว หากเราใช้ทหารราบเข้าปะทะตรงๆ ย่อมเสียเปรียบและสูญเสียไพร่พลมหาศาล" หลี่รั่วฮั่นวิเคราะห์สถานการณ์ตามหลักพิชัยสงครามอย่างเคร่งเครียด ไม่มีปาฏิหาริย์หรือสิ่งลี้ลับใดๆ ในสมรภูมิแห่งนี้ มีเพียงยุทธวิธี หยาดเหงื่อ และเลือดเนื้อเท่านั้นที่จะชี้วัดผลแพ้ชนะจ้าวหรงเยี่ยพยักหน้า นัยน์ตาคมกริบทอประกายเยือกเย็น "จุดเด่นของพวกมันคือความเร็วของม้าศึ
last updateLast Updated : 2026-08-02
Read more

บทที่ 34: มังกรคืนถิ่น 

บทที่ 34: มังกรคืนถิ่น ยามซื่อ (09.00 -10.59 น.) แสงแดดอันอบอุ่นแห่งวสันตฤดูสาดส่องลงมาละลายหิมะที่หลงเหลืออยู่บนหลังคากระเบื้องเคลือบของพระราชวังต้องห้ามจนหมดสิ้น เสียงกลองศึกและแตรเขาสัตว์ดังกึกก้องกังวานไปทั่วเมืองหลวง ประกาศการกลับมาของกองทัพม้าเหล็กผู้เกรียงไกรแห่งแคว้น ต้าจ้าวลานกว้างหน้าประตูอู่เหมินถูกปูด้วยพรมสีแดงชาด ทหารองครักษ์ยืนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบสุดลูกหูลูกตา เบื้องหน้าสุดนั้นคือ ฮองเฮา หลี่รั่วจิน ในชุดกระโปรงพิธีการสีทองอร่ามปักลายพญาหงส์สยายปีก ท่วงท่าของนางสง่างามและเปี่ยมไปด้วยบารมีของมารดาแห่งแผ่นดิน เคียงข้างซ้ายขวาคือองค์ชายหมิงรุ่ยและองค์หญิงลี่หลินในชุดเต็มยศ ที่ยืนชะเง้อคอมองหาพระบิดาด้วยความตื่นเต้น"เสด็จพ่อมาแล้ว! เสด็จพ่อกลับมาแล้วเพคะเสด็จแม่!" องค์หญิงลี่หลินชี้มือไปยังขบวนทัพที่กำลังเคลื่อนผ่านซุ้มประตูเมืองเข้ามาจ้าวหรงเยี่ยในชุดเกราะนักรบที่แม้จะมีรอยฝุ่นและรอยขีดข่วนจากการกรำศึก ทว่ากลับยิ่งเสริมให้บุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดดูดุดันและน่าเกรงขาม เขากระโดดลงจากหลังม้าศึกสีนิลก่อนที่ขบวนจะหยุดสนิทเสียด้วยซ้ำ ขายาวๆ ก้าวยาว มุ่งตรงมายังครอบครัวท
last updateLast Updated : 2026-08-02
Read more

บทที่ 35: บรรณาการแดนใต้ 

บทที่ 35: บรรณาการแดนใต้ ยามซื่อ (09.00 - 10.59 น.) คิมหันตฤดู เข้ามาเยือนเมืองหลวงอย่างเต็มตัว อากาศที่เริ่มร้อนอบอ้าวถูกบรรเทาด้วยสายลมที่พัดผ่านสระบัวขนาดใหญ่ในอุทยานหลวง ดอกบัวสีชมพูและขาวเบ่งบานชูช่อ รับกับเสียงนกกระจอกที่ร้องเจื้อยแจ้วข่าวการบดขยี้กองทัพเป่ยตี๋ทางทิศอุดรของแคว้นต้าจ้าว แพร่สะพัดไปทั่วทุกสารทิศ บรรดาแคว้นเล็กแคว้นน้อยต่างพากันหวาดหวั่นในแสนยานุภาพของโอรสสวรรค์จ้าวหรงเยี่ย โดยเฉพาะ 'ชนเผ่าหนานหมาน' ทางดินแดนใต้สุดที่เคยมีท่าทีกระด้างกระเดื่อง บัดนี้รีบส่งคณะทูตนำเครื่องบรรณาการล้ำค่ามาถวายเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีและขอสวามิภักดิ์ณ ลานกว้างหน้าตำหนักฤดูร้อน คณะทูตจากแดนใต้ในชุดเครื่องแต่งกายสีสันฉูดฉาด ประดับด้วยขนนกและเครื่องเงิน กำลังหมอบกราบอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ของฮ่องเต้และฮองเฮา"ทูลฝ่าบาท ทูลฮองเฮา!" ราชทูตหนานหมานกล่าวด้วยสำเนียงแปร่งหู ทว่าพยายามแสดงความนอบน้อมอย่างที่สุด "เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อแคว้นต้าจ้าว กษัตริย์ของเราได้ส่งมอบอัญมณีล้ำค่า สมุนไพรหายาก และ... 'สัตว์มงคล' จากป่าลึกแดนใต้ มาถวายแด่ฝ่าบาทและองค์ชายองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ!"ราชทูตโบกมือ ข้า
last updateLast Updated : 2026-08-02
Read more

บทที่ 36: จดหมายลับจากแดนเหนือ

บทที่ 36: จดหมายลับจากแดนเหนือยามเซิน (15.00 16.59 น.) ลมสารทฤดู พัดโหมกระหน่ำ ใบไม้แห้งสีน้ำตาลและเหลืองทองปลิวว่อนไปทั่วลานพระราชวังต้องห้าม อากาศที่เริ่มเย็นลงเป็นสัญญาณเตือนว่าเหมันต์ฤดูอันหนาวเหน็บกำลังจะกลับมาเยือนอีกครั้งณ ตำหนักคุนหนิง หลี่รั่วจินในชุดกระโปรงสีเข้มปักลายเรียบง่าย กำลังง่วนอยู่กับการตรวจสอบบัญชียาสมุนไพรประจำฤดูกาล โดยมีซูสือ อดีตซูเฟย คอยช่วยคัดแยกบัญชีอยู่ด้านข้าง"ฮองเฮาเพคะ" ซูสือเอ่ยขึ้นขณะขีดฆ่ารายการในสมุด "ปีนี้เราได้ 'กุยป่าน' และ 'ลู่เจี่ยวจาว'มาน้อยกว่าปีที่แล้วมากเลยเพคะ พ่อค้าจากทางเหนือรายงานว่า ปีนี้อากาศหนาวจัดเร็วกว่าปกติ สัตว์ป่าจึงอพยพหลบหนีไปหมด ทำให้การเก็บรวบรวมทำได้ยากเพคะ"หลี่รั่วจินขมวดคิ้วเล็กน้อย สมุนไพรทั้งสองชนิดเป็นตัวยาสำคัญในตำรับบำรุงธาตุหยินและหยางให้สมดุลในช่วงฤดูหนาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเหล่าข้าราชบริพารอาวุโสในวังหลัง"เช่นนั้น ให้ออกประกาศงดการเบิกจ่ายกุยป่านและลู่เจี่ยวจาวสำหรับตำหนักของพระสนมขั้นต่ำไปก่อน ให้สงวนไว้สำหรับฝ่าบาท องค์ชาย องค์หญิง และเหล่าไท่เฟย เท่านั้น" หลี่รั่วจินตัดสินใจอย่างเด็ดขาด "ส่วนสนมและนาง
last updateLast Updated : 2026-08-02
Read more

บทที่ 37: กลจับหนอนบ่อนไส้

บทที่ 37: กลจับหนอนบ่อนไส้ยามไฮ่ (21.00 - 22.59 น.) ความมืดมิดปกคลุมทั่วพระราชวังต้องห้าม มีเพียงแสงโคมไฟสลัวจากตำหนักคุนหนิงที่ยังคงส่องสว่าง หลี่รั่วจินนั่งอยู่หน้าโต๊ะทรงอักษร คิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากันขณะพิจารณาแผนที่เส้นทางขนส่งเสบียงทางทิศอุดร นิ้วเรียวลากไปตามจุดที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ 'เมืองหานกู่'ทันใดนั้น เงาร่างสูงใหญ่ก็พาดผ่านบานประตู จ้าวหรงเยี่ยในชุดไปรเวทสีดำสนิทก้าวเข้ามาเงียบๆ เขาสั่งให้นางกำนัลและขันทีถอยออกไปจนหมด ก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดฮองเฮาของเขาจากด้านหลัง คางแกร่งเกยลงบนลาดไหล่บอบบาง"เจ้าคิดจะปิดบังข้าไปถึงเมื่อใด รั่วจิน"น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นไม่ได้มีความเกรี้ยวกราด ทว่าแฝงไปด้วยความรู้ทัน หลี่รั่วจินชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา นางรู้ดีว่าไม่อาจปิดบังสายตาของพยัคฆ์ร้ายผู้นี้ได้นานนัก"ฝ่าบาททรงทราบแล้วหรือเพคะ" นางเอียงศีรษะซบกับใบหน้าของเขา"อิ่งอีเป็นคนของหน่วยองครักษ์เงา แม้ข้าจะมอบป้ายหยกให้เขารับคำสั่งจากเจ้าโดยตรง แต่การเคลื่อนไหวกำลังคนสิบนายออกจากเมืองหลวง ย่อมไม่อาจรอดพ้นสายตาข้า" จ้าวหรงเยี่ยหมุนเก้าอี้ของนางให้หันมาเผชิญหน้า แววตาของเขาเคร่งข
last updateLast Updated : 2026-08-02
Read more

บทที่ 38: การสืบรอยจากเถ้าถ่าน

บทที่ 38: การสืบรอยจากเถ้าถ่านยามจื่อ (23.00 - 24.59 น.) ความมืดมิดและลมหนาวโอบล้อมตำหนักหยางซิน ภายในห้องทรงอักษร บรรยากาศหนักอึ้งจนแทบจะจับตัวเป็นก้อน จ้าวหรงเยี่ยยืนเอามือไพล่หลังทอดพระเนตรออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของเขามืดมิดยิ่งกว่าราตรีราตรีกาล"องค์ชายสาม จ้าวหรงเทียน..." จ้าวหรงเยี่ยเค้นเสียงรอดไรฟัน "เมื่อหกปีก่อน ตำหนักบูรพาเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ข้าเห็นศพที่ถูกเผาจนเกรียมพร้อมกับป้ายหยกของมันด้วยตาตนเอง... มันจะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร!"หลี่รั่วจินที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทรงอักษร วางถ้วยชาอุ่นลงช้าๆ "หากศพนั้นถูกสลับสับเปลี่ยนตั้งแต่แรกเล่าเพคะ? ในยามชิงบัลลังก์ ความวุ่นวายย่อมเปิดช่องว่างให้คนเล่นกลได้เสมอ การใช้ศพผู้อื่นมาสวมรอยแทนตัว เพื่อหลบหนีไปซ่องสุมกำลังในเงามืด รอคอยเวลาที่ฝ่าบาททรงชะล่าใจ... นับเป็นแผนที่แยบยลนัก""มันซ่อนตัวมาได้ถึงหกปี และบัดนี้มันกล้าลอบนำ 'เมิ่งหั่วโหยว' ออกจากคลังแสงหลวง เพื่อใช้ทำลายกองทัพอุดรของข้า!" จ้าวหรงเยี่ยหันกลับมา ทุบกำปั้นลงบนโต๊ะจนแท่นหมึกสั่นสะเทือน "คลังแสงหลวงเป็นสถานที่คุ้มกันแน่นหนาที่สุด หากไม่มีขุนนางระดับสูงในกรมกลาโหมรู้เห็นเป็
last updateLast Updated : 2026-08-02
Read more

บทที่ 39: วิกฤตตำหนักคุนหนิง 

บทที่ 39: วิกฤตตำหนักคุนหนิง ยามไฮ่ (21.00 - 22.59 น.) ท้องฟ้าเหนือพระราชวังต้องห้ามมืดสนิทไร้แสงดาว ลมหนาวพัดกรรโชกแรงจนโคมไฟรอบตำหนักคุนหนิงวูบไหวและดับลงทีละดวง ความเงียบสงัดที่ผิดปกติแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุม ภายในห้องบรรทม หลี่รั่วจินนั่งอยู่ริมเตียงมังกร มือเรียวลูบศีรษะขององค์ชายหมิงรุ่ยและองค์หญิงลี่หลินที่กำลังหลับสนิท ทว่าสัญชาตญาณความระแวดระวังที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีทำให้ดวงตาของมารดาแห่งแผ่นดินเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาบนกระเบื้องหลังคา"ชุ่ยอวี้! ซูสือ!" หลี่รั่วจินผุดลุกขึ้น ตวัดเสียงเรียกนางกำนัลคนสนิทและอดีตพระสนมที่อยู่เวรยามหน้าห้อง "ปลุกองค์ชายและองค์หญิง พาพวกเขากระจายกำลังไปซ่อนที่ห้องลับหลังฉากกั้นเดี๋ยวนี้! มีผู้บุกรุก!"สิ้นคำสั่ง เสียงปะทะอาวุธและเสียงร้องโหยหวนของทหารองครักษ์หน้าตำหนักก็ดังแหวกความเงียบขึ้นมา!บานประตูไม้เนื้อแข็งของตำหนักคุนหนิงถูกถีบพังทลายลงด้วยกำลังภายในอันมหาศาล ชายชุดดำสวมหน้ากากนับสิบคนกรูกันเข้ามา พร้อมกับบุรุษผู้หนึ่งที่เดินนำหน้า ท่วงท่าของเขาเย่อหยิ่งและแผ่รังสีอำมหิต กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณบุรุษผู้นั้นค่อยๆ ปลด
last updateLast Updated : 2026-08-02
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status