All Chapters of กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย: Chapter 1 - Chapter 10

12 Chapters

บทที่ 1

“อะไรนะ?” จางเสวี่ยเฟิงปรือตาขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบท่าทางที่ไม่ยี่หระของเขาทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่า ข้อความป๊อปอัปเมื่อกี้ฉันตาฝาดไปเองหรือเปล่าฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ วางปากกาที่เพิ่งเซ็นไปได้ครึ่งหนึ่งลง แล้วเค้นสมองหาคำอธิบาย“จู่ๆ ฉันก็ไม่อยากหย่าแล้วล่ะ เป็นสามีภรรยากันวันเดียวผูกพันร้อยวัน เราอยู่ด้วยกันมาตั้งสามปี ต่างคนต่างก็ชินที่มีกันและกันแล้ว เอาจริงๆ ฉันเองก็ขาดคุณไม่ได้เหมือนกัน…”พอพูดถึงตอนท้าย สีหน้าของชายหนุ่มก็ค่อยๆ เต็มไปด้วยความสงสัย ฉันเองก็ชักจะหมดความมั่นใจ เสียงเลยเบาลงเรื่อยๆการแต่งงานระหว่างฉันกับจางเสวี่ยเฟิงเป็นเรื่องบังเอิญเมื่อห้าปีก่อน ตั้งแต่บริษัทมีเด็กฝึกงานยากจนที่ชื่อหลิวม่านเข้ามาชีวิตที่เคยราบรื่นของฉันก็พังทลายไม่เป็นท่าเพื่อนสมัยเด็กที่เคยสัญญากันดิบดีว่าจะดูแลฉันไปตลอดชีวิตดันเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น แถมยังมาถอนหมั้นต่อหน้าสาธารณชน ทำเอาฉันเสียหน้าป่นปี้แม้แต่พ่อแม่ที่คอยตามใจฉันมาตลอด ก็ยังเปลี่ยนไปเข้าข้างหลิวม่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนฉันอิจฉาจนแทบคลั่ง เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ไม่มีใครต้องการฉันเลยประชดชีวิตด้วยกา
Read more

บทที่ 2

โซเชียลมีเดียแทบทุกแอปของฉันโดนทัวร์ลงยับเยิน ชาวเน็ตต่างพากันออกโรงทวงคืนความยุติธรรมให้หลิวม่านนางเอกของเรื่องเพื่อนสมัยเด็กจางเหว่ยส่งข้อความมาหา[ซุนเสวี่ยเสวี่ย อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ เธอแค่อยากใช้แผนสกปรกพวกนี้บีบให้ฉันเลิกกับอาม่านแล้วไปคบกับเธอ][หึ ลงทุนทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ก็แค่อยากเจอฉันไม่ใช่หรือไง ได้ สมใจเธอแล้ว บ่ายวันศุกร์เจอกันที่เดิม!]ฉันไม่ได้ตอบ บล็อกหมอนั่นทิ้งแล้วกดปิดหน้าจอมือถือข้อความป๊อปอัปหลั่งไหลเข้ามา[ไม่ได้จะฟอกขาวให้นะ แต่อันที่จริงความร้ายกาจของนางรองมันก็มีเหตุผลอยู่ คุณหนูบ้านรวยที่เคยหยิ่งผยอง ชั่วข้ามคืน ทั้งพ่อแม่ คนรัก เพื่อนฝูงกลับเมินเธอเหมือนโดนของ แล้วหันไปประคบประหงมผู้หญิงอีกคนแทน เป็นฉัน ฉันก็ประสาทแดกป้ะ][นางรองทั้งสวยทั้งรวย ทำไมถึงต้องแพ้ทุกทางให้กับนางเอกที่เป็นแค่ยัยซื่อบื้อหน้าใสที่แม้แต่ Word กับ WPS ยังแยกไม่ออก นิยายเฮงซวยนี่แม่งโคตรไร้ตรรกะ…][ถ้าฉันเป็นนักเขียนนะ จะตบนังนางเอกบ้าสักฉาด ตบไอ้พระเอกประสาทสักสองฉาด แล้วจับยัยนางร้ายกับพระรองยันเดเระล็อกกุญแจขังไว้ให้ร่วมรักด้วยความแค้น ไม่ปั๊มลูกให้ได้แปดคนห้ามออกจากห้องใ
Read more

บทที่ 3

แต่ก่อนทำไมไม่เคยสังเกตเลยนะ ว่าเวลาผู้ชายคนนี้เขินก็น่ารักดีเหมือนกันฉันสังเกตเห็นว่าปกเสื้อของจางเสวี่ยเฟิงมันเบี้ยว เลยเอื้อมมือไปกะจะจัดให้เข้าที่สักหน่อย“อย่าแตะ” เสียงห้ามปรามเย็นเยียบดังข่มลงมาดุชะมัดฉันชะงักไปทันที นึกถึงข้อความป๊อปอัปที่เพิ่งเถียงกันเมื่อกี้ก็จริงอย่างว่า สามปีมานี้ฉันไม่เคยทำดีกับจางเสวี่ยเฟิงเลยสักครั้ง ตรงข้ามกับหลิวม่านที่ทำตัวเป็นพระอาทิตย์ดวงน้อยคอยให้กำลังใจเขาให้ออกจากเงามืดอย่างอบอุ่นจางเสวี่ยเฟิงจะเกลียดฉันก็เป็นเรื่องปกติแหละฉันหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ แล้วชักมือที่ค้างอยู่กลางอากาศกลับมา “ตอนคุณออกไปก็อย่าลืมปิดประตูด้วยล่ะ ฉันจะนอนแล้ว”ชายหนุ่มปิดประตู แต่กลับไม่ยอมออกไป แถมยังก้าวเข้ามาหาฉันทีละก้าวเสียงหอบหายใจร้อนแรงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ขอบตาแดงก่ำน่ากลัวเพราะพยายามอดกลั้นในที่สุดฉันก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ “จางเสวี่ยเฟิง คุณเป็นอะไรไปน่ะ เป็นไข้เหรอ?”ข้อความป๊อปอัป[พูดให้ถูกคือ… อาการรัทกำเริบจ้า ไม่ใช่นะพระรอง แกจะคลั่งรักเกินไปไหม นางรองก็แค่วางท่าอ่อยเล่นแก้เบื่อ แกดันฟินจัดจนทำเอาช่วงรัทมาถึงก่อนกำหนดเลยรึไง]“ช่วงรัทเน
Read more

บทที่ 4

วินาทีที่ริมฝีปากและปลายลิ้นสัมผัสกัน จางเสวี่ยเฟิงก็พลิกกลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมทันที ฝ่ามือใหญ่ที่อุ่นจัดของเขาล็อกท้ายทอยฉันไว้แน่นอากาศในปอดถูกสูบออกไปอย่างเอาแต่ใจ ทำเอาฉันแข้งขาอ่อนระทวยไปหมดไม่รู้ว่ามี “เชือก” สีดำเส้นหนามาพันรอบเอวฉันตั้งแต่เมื่อไหร่มันรัดแน่นเกินไปจนฉันรู้สึกเจ็บ ร้องอู้อี้ในลำคอ พยายามจะปัดมันออกไปด้านข้าง“ขอโทษ อย่า… อย่ามองนะ…” จางเสวี่ยเฟิงเหมือนเพิ่งได้สติ รูม่านตาของเขาหดเกร็งวูบ พยายามอย่างเอาเป็นเอาตายที่จะซ่อนหางที่โผล่ออกมาเพราะอารมณ์พุ่งพล่านยังไม่ทันที่ฉันจะตั้งตัวได้ ชายหนุ่มก็วิ่งเตลิดเปิดเปิงออกจากห้องไปแล้วไม่นานนัก ก็มีเสียงรื้อค้นลิ้นชักดังโครมครามมาจากห้องทำงานข้างๆ กลิ่นยาที่ไม่คุ้นเคยลอยคละคลุ้งไปทั่วอากาศฉันเกาะตู้เสื้อผ้าไว้ พยายามสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด พลางมองดูข้อความป๊อปอัปที่เลื่อนไหลไปมา[จางเสวี่ยเฟิง ไอ้ลูกหมา เอ็งกลับมาเดี๋ยวนี้นะ! พ่ออุตส่าห์ถอดกางเกงรอแล้ว เอ็งจะวิ่งหนีทำซากอะไร][พอเหอะ มีฉันคนเดียวใช่ไหมที่สงสารพระรอง เพราะเป็นอินคิวบัสเลยโดนรังแกโดนดูถูกมาตั้งแต่เด็ก อุตส่าห์ดีใจได้แต่งงานกับรักแรกเข้าบ้าน แต่ร
Read more

บทที่ 5

[ทำไมฉันถึงรู้สึกตะหงิดๆ ว่าจุดเชื่อมโยงของพล็อตเรื่องตรงนี้มันกำลังจะมีเรื่องซวยๆ เกิดขึ้นนะ แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก]ตอนบ่ายฉันตั้งใจแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ แล้วไปถึงร้านกาแฟแถวบริษัทของจางเสวี่ยเฟิงก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมงสั่งขนมหวานมาทาน ก้มหน้ากินไปเรื่อยเปื่อยอย่างอารมณ์ดีเสียงเลื่อนเก้าอี้นั่งดังมาจากฝั่งตรงข้ามฉันยิ้มกว้างอย่างดีใจ “ที่รักคะ ลองชิมนี่ดูสิ…”แต่วินาทีที่เงยหน้าขึ้นมา กลับพบว่าคนตรงหน้าไม่ใช่จางเสวี่ยเฟิงจางเหว่ยจ้องมองชุดเดรสเกาะอกสีแดงสุดเซ็กซี่กับเมคอัพที่แต่งมาอย่างประณีตของฉัน แล้วแค่นหัวเราะเบาๆ“ซุนเสวี่ยเสวี่ย ชอบฉันขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงขั้นกล้าเรียกฉันว่าที่รักเต็มปากเต็มคำขนาดนี้”ฉันขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงด้วย เลยลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนีแต่กลับถูกจางเหว่ยคว้าข้อมือเอาไว้“ปล่อยนะ สามีฉันอยู่แถวนี้”“เลิกเสแสร้งได้แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอยากประชดฉัน คนหยิ่งยโสอย่างเธอจะยอมแต่งงานกับไอ้ตัวประหลาดครึ่งผีครึ่งคนอย่างจางเสวี่ยเฟิงเหรอ อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ สามปีมานี้เธอไม่เคยยอมให้มันแตะต้องตัวเลยสักนิด”สายตาของจางเหว่ยหลุบต่ำลงมาที่ริมฝีปากสีแดงระเรื่อข
Read more

บทที่ 6

“ซุนเสวี่ยเสวี่ย”จางเหว่ยเดินตามออกมาจากร้านกาแฟ เขามองฉันกับจางเสวี่ยเฟิงที่ยืนเคียงข้างกัน“เธออายุยี่สิบกว่าแล้วนะ ทำไมยังใช้วิธีเด็กๆ แบบนี้อยู่อีก คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะหึงหรือไง”ฉันสอดประสานนิ้วมือเข้ากับจางเสวี่ยเฟิงผ่านแขนเสื้อ จับมือเขากุมไว้แน่น“จางเหว่ย ฉันไม่ได้ชอบนายแล้ว ฉันแต่งงานแล้ว มีสามีแล้ว รบกวนวันหลังอย่ามารังควานฉันอีก”“แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันกับหลิวม่านเลิกกันแล้ว ตอนนี้ฉันโสดล่ะ” จางเหว่ยจ้องมองฉันด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนคนถือไพ่เหนือกว่าฉันกะจะก้าวเดินไปข้างหน้า แต่กลับสัมผัสได้ถึงแรงดึงพอหันไปก็พบว่าจางเสวี่ยเฟิงยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขาบีบมือฉันกลับแน่นมาก ปลายนิ้วของเขาสั่นระริกนิดๆเขากำลังกังวล“พวกนายจะเลิกกันแล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ” ฉันตอกกลับอย่างเริ่มรำคาญ “อย่าว่าแต่โสดเลย ต่อให้นายเปลี่ยนไปชอบผู้ชายมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่ดี อย่าขวางทาง ไสหัวไปซะ”ตอนเป็นวัยรุ่นเพิ่งรู้จักความรัก ฉันเคยหวั่นไหวกับจางเหว่ยที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กจริงๆ นั่นแหละแต่หลังจากนั้น เขาก็เอาแต่เข้าข้างหลิวม่านครั้งแล้วครั้งเล่า คอยซ้ำเติมและมองดูฉันถูกทำ
Read more

บทที่ 7

คำพูดทำนองนี้ไม่ได้เพิ่งโผล่มาเป็นครั้งแรก ฉันใจหายวาบ หมดอารมณ์จะดูรายการต่อเลยโชคดีที่ปลาเปรี้ยวหวานของจางเสวี่ยเฟิงทำเสร็จพอดีฉันกินอย่างเอร็ดอร่อยไปหลายคำใหญ่ๆ แล้วหันไปมองผู้ชายที่นั่งตัวตรงแหน่วอยู่ข้างๆ“คราวก่อนที่ฉันกับหลิวม่านตกทะเลไปด้วยกันจนไข้ขึ้นตั้งสี่สิบองศา ปลาเปรี้ยวหวานชามนั้นที่คุณป้ายกมาให้ จริงๆ แล้วคุณเป็นคนทำใช่ไหม?”“ไม่ใช่” จางเสวี่ยเฟิงเตือน “เวลากินข้าวห้ามพูด”น่าเสียดายที่ในพจนานุกรมของคนอย่างฉันไม่มีคำว่า ‘เชื่อฟัง’ ซะด้วยสิ ฉันเลยถามเซ้าซี้ต่อ“คอมเมนต์ด่าพวกนั้นคุณก็เป็นคนสั่งให้คนไปลบเหรอ มีคนบอกว่าฉันเป็นรักแรกของคุณ ตกลงคุณเริ่มชอบฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ก่อนหน้านี้เราเคยรู้จักกันด้วยเหรอ?”“เสวี่ยเสวี่ย…”นี่เป็นครั้งแรกที่จางเสวี่ยเฟิงเรียกชื่อฉันฉันเบะปาก “โอเคๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ฉันอิ่มแล้วล่ะ จะไปโทรหาจางเหว่ยสักหน่อย ถามดูว่าเขาถึงบ้านหรือยัง”ฉันลุกจากโต๊ะอาหาร แกล้งทำเป็นหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์ทันใดนั้นก็มีเสียงมีดหล่นกระทบพื้นฉันหันขวับไปมอง จางเสวี่ยเฟิงกำลังบีบปลายนิ้วที่มีเลือดซึมออกมา สายตามองไปทางอื่น ขนตาหนางอนสั่นไหวเบา
Read more

บบที่ 8

ภาพตรงหน้าค่อยๆ เลือนรางลงเรื่อยๆ ชายหนุ่มจูบซับหยาดน้ำตาที่หางตาฉันอย่างอ่อนโยน แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงโทษตัวเอง“ขอโทษนะ สุดท้ายผมก็ทำให้คุณแปดเปื้อนจนได้…”ฉันออกแรงผลักแผงอกของคนตรงหน้าอย่างอ่อนระโหยโรยแรง ต้องเป็นฝ่ายรองรับครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่อาจขัดขืน“จางเสวี่ยเฟิง หยุดนะ มันร้อน… ตรงนั้น ตรงนั้นไม่ได้นะ…”“เสวี่ยเสวี่ยคนเก่ง เรียกผมอีกหน่อยสิ อีกแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว”ฉันยอมทำตามอย่างว่าง่าย เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ่อนระทวย “จางเสวี่ยเฟิง ที่รัก… พี่เสวี่ยเฟิง…”“เด็กดี…”คนโกหก ไอ้คนตอแหลไอ้คำว่า ‘อีกแป๊บเดียว’ บ้าบออะไรปาเข้าไปตั้งสามชั่วโมง!ข้อความป๊อปอัป[ฉันอุตส่าห์เปย์เติมวีไอพีให้นิยายกากๆ เรื่องนี้แล้วนะ มีฉากไหนที่เมมเบอร์ผู้ทรงเกียรติอย่างฉันดูไม่ได้อีก][แม่งเอ๊ย คู่พระนางประสาทแดกห้องข้างๆ ดราม่าจะเป็นจะตาย ฉันดันไม่รู้สึกรู้สาอะไรแถมยังแอบอยากขำ แต่คู่รักวายร้ายคู่นี้แค่จุ๊บปากกันเบาๆ ทำเอาฉันฟินจนน้ำตาไหลเลย][ใครเข้าใจบ้าง โคตรได้ฟีลเลยโว้ย ความต่ำต้อยที่ฝังอยู่ในสายเลือดของจางเสวี่ยเฟิงทำให้เขารู้สึกว่าการทำแบบนี้คือการทำให้รักแรกของตัวเองต้องแปดเป
Read more

บทที่ 9

หลิวม่านที่ปกติชอบโชว์หน้าสดท้าฟ้าดิน คราวนี้กลับเปลี่ยนมาใส่ชุดราตรีกับรองเท้าส้นสูง แต่ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ของหล่อนมันช่างดูขัดหูขัดตากับบรรยากาศรอบข้างเสียเหลือเกินแม่กำลังจัดหน้าม้าให้หล่อนอย่างเอ็นดูพอเห็นฉัน หลิวม่านก็ยิ่งพุ่งเข้าไปควงแขนแม่หน้าตาเฉย“แม่คะ ดูสิ น้องเสวี่ยเสวี่ยก็มาด้วย”ฉันสงสัยว่าตัวเองคงหูฝาดไป “เธอเรียกแม่ฉันว่าอะไรนะ?”“ใช่จ้ะ เสวี่ยเสวี่ย เธอยังไม่รู้ล่ะสิ ฉันฝากตัวเป็นลูกบุญธรรมของคุณป้าแล้วนะ เมื่อก่อนเราอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดหรือไม่พอใจกันบ้าง แต่ไม่เป็นไรหรอก ต่อไปนี้เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”พ่อทำหน้าปลาบปลื้มใจ “หลิวม่านนี่เป็นเด็กใจกว้างจริงๆ รู้จักรักใคร่ปรองดอง ไม่เหมือนเสวี่ยเสวี่ย โตมากับปู่กับย่า นิสัยก็เลยดื้อด้านหัวรั้น ไม่เคยสนิทสนมกับพวกเราเลย”“น้องเสวี่ยเสวี่ย นี่การ์ดเชิญงานหมั้นของฉันกับจางเหว่ยนะ คิดไปคิดมา เอามาให้เธอด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า”“ใครเป็นน้องเธอไม่ทราบ” ฉันรับการ์ดเชิญมา แล้วก็โยนทิ้งลงถังขยะไปอย่างไม่ไยดี“ซุนเสวี่ยเสวี่ย จะทำเกินไปแล้วนะ” พ่อปั้นหน้าขรึมใส่ฉัน “ขอโทษม่านม่านเดี๋ยวนี้”“แค่นี้มันยังน้อยไป” ฉัน
Read more

บทที่ 10

“พี่จาง คุณ… คุณคือสามีของซุนเสวี่ยเสวี่ยเหรอ?”หลิวม่านยืนขึ้นอย่างทุลักทุเล มองฉันสลับกับจางเสวี่ยเฟิงด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ[มาแล้วๆ ฉากโป๊ะแตกในตำนานกำลังจะมาแล้ว ก่อนหน้านี้หลิวม่านไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของจางเสวี่ยเฟิงมาตลอด คอยทำตัวเป็นพระอาทิตย์ดวงน้อยมอบความอบอุ่นให้พระรองตั้งเยอะ ในใจพระรองหล่อนอาจจะสำคัญไม่แพ้นางรองก็ได้นะ][เมนต์บน ที่แกบอกว่ามอบความอบอุ่นน่ะ คงไม่ได้หมายถึงตอนที่หลิวม่านเข้าใจผิดคิดว่าจางเสวี่ยเฟิงเป็นคนยากไร้ เลยซื้อนมอุ่นมาให้แล้วทำหกใส่ตัวพระรองจนหมดแก้วหรอกนะ โอเค อบอุ่นจริงๆ นั่นแหละ อบอุ่นทางกายภาพอะนะ][บางทีก็รู้สึกว่านางเอกแม่งโคตรแอ๊บใสเลยว่ะ ดูของแบรนด์เนมทั้งตัวที่พระรองใส่สิ ดูยังไงถึงเหมือนคนไม่มีข้าวจะกินวะ? แต่น่าแปลกที่พวกผู้ชายในเรื่องดันซื่อบื้อหลงกลหล่อนกันหมด เฮ้อ]จางเหว่ยทำหน้าสงสัย “อาม่าน เธอรู้จักจางเสวี่ยเฟิงด้วยเหรอ?”หลิวม่านพยักหน้า สีหน้ายิ่งดูน่าสงสารน่าเวทนาขึ้นไปอีก“คิดไม่ถึงเลยว่าคนดีๆ อย่างพี่จาง จะมาคบกับ…”“จะมาคบกับผู้หญิงอย่างฉัน ใช่ไหมล่ะ” ฉันช่วยต่อประโยคครึ่งหลังให้หลิวม่านด้วยน้ำเสียงเย็นชาหลิวม่านยัง
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status