Share

บทที่ 4

Author: มู่หือ
วินาทีที่ริมฝีปากและปลายลิ้นสัมผัสกัน จางเสวี่ยเฟิงก็พลิกกลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมทันที ฝ่ามือใหญ่ที่อุ่นจัดของเขาล็อกท้ายทอยฉันไว้แน่น

อากาศในปอดถูกสูบออกไปอย่างเอาแต่ใจ ทำเอาฉันแข้งขาอ่อนระทวยไปหมด

ไม่รู้ว่ามี “เชือก” สีดำเส้นหนามาพันรอบเอวฉันตั้งแต่เมื่อไหร่

มันรัดแน่นเกินไปจนฉันรู้สึกเจ็บ ร้องอู้อี้ในลำคอ พยายามจะปัดมันออกไปด้านข้าง

“ขอโทษ อย่า… อย่ามองนะ…” จางเสวี่ยเฟิงเหมือนเพิ่งได้สติ รูม่านตาของเขาหดเกร็งวูบ พยายามอย่างเอาเป็นเอาตายที่จะซ่อนหางที่โผล่ออกมาเพราะอารมณ์พุ่งพล่าน

ยังไม่ทันที่ฉันจะตั้งตัวได้ ชายหนุ่มก็วิ่งเตลิดเปิดเปิงออกจากห้องไปแล้ว

ไม่นานนัก ก็มีเสียงรื้อค้นลิ้นชักดังโครมครามมาจากห้องทำงานข้างๆ กลิ่นยาที่ไม่คุ้นเคยลอยคละคลุ้งไปทั่วอากาศ

ฉันเกาะตู้เสื้อผ้าไว้ พยายามสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด พลางมองดูข้อความป๊อปอัปที่เลื่อนไหลไปมา

[จางเสวี่ยเฟิง ไอ้ลูกหมา เอ็งกลับมาเดี๋ยวนี้นะ! พ่ออุตส่าห์ถอดกางเกงรอแล้ว เอ็งจะวิ่งหนีทำซากอะไร]

[พอเหอะ มีฉันคนเดียวใช่ไหมที่สงสารพระรอง เพราะเป็นอินคิวบัสเลยโดนรังแกโดนดูถูกมาตั้งแต่เด็ก อุตส่าห์ดีใจได้แต่งงานกับรักแรกเข้าบ้าน แต่รักแรกดันมองว่าเขาน่าขยะแขยง จะไม่ให้เขาน้อยเนื้อต่ำใจได้ไง]

[นังนางรอง แม่ทูนหัวของบ่าว หล่อนจำเป็นต้องมารังเกียจร่างจริงของพระรองเอาตอนหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ด้วยเหรอ ใจเขาแหลกสลายหมดแล้วนะเว้ย]

เดี๋ยวก่อน ฉันถูกใส่ร้ายนะ

ฉันก็แค่อยากให้เขาอย่ารัดแน่นขนาดนั้นก็แค่นั้นเองอะ…

วันต่อมา พอตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นเงาของจางเสวี่ยเฟิงแล้ว

ฉันนั่งกินมื้อเช้าเป็นแซนด์วิช สูดหายใจเข้าลึกๆ สามวิ แล้วเปิดมือถือ

แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า คอมเมนต์ด่าทอทั้งหมดอันตรธานหายวับไปราวกับระเหยไปในชั่วข้ามคืน

สำนักข่าวที่ด่าฉันแรงที่สุดพวกนั้น หรือแม้แต่บัญชีทางการก็ยังโดนแบนเกลี้ยง

เพื่อนในวงการสื่อไม่กี่คนที่ยังติดต่อกันอยู่ส่งรูปพ่อกับแม่ของฉันที่ไปบริษัทพวกเขามาให้ พร้อมข้อความ [จัดการเรียบร้อยแล้วนะ]

ฉันคลี่ยิ้มออกมา

รู้อยู่แล้วว่าพ่อกับแม่ไม่มีทางทิ้งฉันลงหรอก

ก็นะ เรื่องวุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ ก่อนหน้านี้ สุดท้ายก็เป็นพวกเขาที่ออกหน้าจัดการให้ตลอด

[ยอมใจเลยว่ะ ทุกครั้งที่พระรองแอบช่วยนางรองเงียบๆ ก็ต้องยกความดีความชอบให้คู่ผัวเมียจอมฉวยโอกาสนั่นตลอด…]

[จางเสวี่ยเฟิง ยืนหนึ่งเรื่องท่านประธานหน้านิ่งซักกางเกงในให้เมีย เมียอารมณ์ดี เขาก็ปรนนิบัติเมียอย่างเบิกบานใจ เมียอารมณ์บูด เขาก็ปรนนิบัติเมียด้วยใบหน้าเย็นชา]

[น่าเสียดายที่นางรองไม่รู้อะไรเลย เมื่อคืนก็ยังแสดงท่าทีรังเกียจออกนอกหน้าขนาดนั้น ถึงจะรอดพ้นจากการหย่ามาได้ แต่เดาว่าสุดท้ายก็คงไม่พ้นชะตากรรมโดนจับทำเมียแบบซาดิสม์อยู่ดี]

ฉันตกใจจนต้องละสายตาจากข้อความป๊อปอัปกลับมาจ้องหน้าจอมือถือ

เพ่งมองรูปพ่อกับแม่อย่างละเอียดอยู่สิบนาที แล้วก็พบร่องรอยการตัดต่อภาพจริงๆ ด้วย…

ฉันเปิดหน้าจอ เลื่อนหาแชตที่จมอยู่ล่างสุดเพื่อส่งข้อความหาจางเสวี่ยเฟิง

[วันนี้ว่างไหม ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย]

อีกฝ่ายตอบกลับมาแทบจะในวินาทีนั้น [ส่งผิดคนแล้ว]

“…”

[ไม่ผิดหรอกค่ะ คุณสามีขา~]

คราวนี้อีกฝ่ายตอบกลับมาช้ามาก

[เรื่องเมื่อคืนผมขอโทษด้วย ที่ทำให้คุณต้องเห็นภาพน่าขยะแขยงพวกนั้น วันนี้ผมยุ่งมาก ถ้าคุณอยากหย่า ให้ติดต่อทนายก่อนเลย]

[ไม่ๆๆ] ฉันรีบพิมพ์เถียงกลับไป [ไม่ใช่เรื่องหย่า]

จางเสวี่ยเฟิง [โอเค ตอนบ่ายเจอกัน]

ข้อความป๊อปอัป

[ขำจะขิต หย่า ไม่ว่าง ไม่หย่า ตอนบ่ายเจอกัน]

[เกือบไปแล้ว นังนางรองรอดพ้นจากการโดนขังห้องมืดไปได้แบบฉิวเฉียดอีกครั้ง ทำไมรู้สึกเหมือนหล่อนจะรู้ตัวแล้วว่าต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดวะเนี่ย]

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย   บทที่ 12

    “เอาสิ ถามมาเลย”จางเสวี่ยเฟิงช่วยนวดข้อเท้าที่เมื่อยล้าจากการใส่ส้นสูงมาทั้งวันให้ฉัน รอยยิ้มบางๆ ประดับบนใบหน้า“ฉันเป็นรักแรกของคุณเหรอ?”“อืม”“รักฉันตั้งแต่เมื่อไหร่?”“ตอนอายุสิบสาม หรืออาจจะเร็วกว่านั้น ตอนนั้นผมเผลอเผยร่างจริงของอินคิวบัสที่เหมือนกับแม่ออกมาจนที่บ้านจับได้ พวกเขาบังคับให้ผมกินยา ช็อตไฟฟ้า แล้วก็จับใส่ชุดประหลาดๆ เพื่อปกปิดมันไว้ ตอนอยู่ที่โรงเรียน มีแค่คุณคนเดียวที่ยอมเข้าหาผม…”ฉันแอบตกใจ“ฉันนึกออกแล้ว คุณคือเด็กผู้ชายห้องสิบห้องข้างๆ นี่เอง! คุณไม่เคยพูดเลย ฉันยังนึกว่าคุณเป็นคนใบ้ที่ชอบคอสเพลย์ซะอีก ในฐานะกรรมการคุมกฎ ฉันก็ต้องดูแลคุณเป็นพิเศษอยู่แล้วล่ะ แต่ว่านะ ในเมื่อชอบ แล้วทำไมถึงไม่จีบล่ะ?”“รอบตัวคุณมีแต่คนเก่งๆ ผมไม่อยากเป็นตัวถ่วงคุณ…”ฉัน “คำถามต่อไป โกหกครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?”“เมื่อกี้”จางเสวี่ยเฟิงไล่มือจากข้อเท้าขึ้นมาด้านบน ลูบไล้ผิวของฉันอย่างหลงใหล ไม่ยอมปล่อยผ่านไปแม้แต่ตารางนิ้วเดียว“คำตอบจริงๆ ของคำถามนั้นก็คือ ผมอยากให้คุณเป็นของผมคนเดียว ในสายตาคุณมีแค่ผมคนเดียว ทั้งความสุข ความเศร้า ความรัก หรือความเกลียดชังของคุณ ทั้งหมด

  • กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย   บทที่ 11

    “เธอจะไม่รู้เชียวเหรอว่าเรื่องพวกนี้มันไม่ถูกต้อง แต่เธอก็ยังเลือกที่จะทำ ถ้าเสวี่ยเสวี่ยร้ายกาจจริงๆ หล่อนก็ควรจะแฉเรื่องพวกนี้ออกไปให้หมดแล้ว ไม่ใช่มัวแต่มาทะเลาะกับเธอเรื่องหยุมหยิมพวกนี้หรอกนะ”“หลิวม่าน ก่อนจะไปตัดสินคนอื่น สู้เอาเวลามาดูตัวเองก่อนดีกว่าไหมว่าตัวเองเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้รอยด่างพร้อยจริงๆ หรือเปล่า ก่อนจะไปเรียกร้องให้คนอื่นขอโทษ ถามใจตัวเองดูให้ดีก่อนเถอะว่าไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆ”หลิวม่านถูกตอกหน้าหงายจนเถียงไม่ออก อึกอักอยู่นานกว่าจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงร้อนตัว“คนที่ไม่ถูกรักต่างหากล่ะที่เป็นเมียน้อย ซุนเสวี่ยเสวี่ยก็แค่เสียสิทธิ์การหมั้นกับมรดกของตระกูลซุนไปก็เท่านั้น แต่ฉันเกือบจะสูญเสียความรักไปเลยนะ”ข้อความป๊อปอัปและบรรดาไทยมุงรอบข้างต่างก็หลุดขำพรืดออกมาพร้อมกันแม้แต่จางเหว่ยกับพ่อแม่ ก็ยังรับไม่ได้กับตรรกะวิบัติแถสีข้างถลอกของหลิวม่านอยากจะแก้ตัวแทนก็ยังอ้าปากไม่ออก“อ้อ จริงสิ เมื่อกี้เสวี่ยเสวี่ยบอกว่าแก้แค้นเธอได้ แต่ผมขอแนะนำว่าอย่าดีกว่านะ แน่นอน ถ้าใครไม่กลัวตายก็ลองดูได้ ขอให้ทุกคนสนุกกับงานเลี้ยงวันนี้นะครับ ขออภัยด้วยที่กระโปรงของเ

  • กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย   บทที่ 10

    “พี่จาง คุณ… คุณคือสามีของซุนเสวี่ยเสวี่ยเหรอ?”หลิวม่านยืนขึ้นอย่างทุลักทุเล มองฉันสลับกับจางเสวี่ยเฟิงด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ[มาแล้วๆ ฉากโป๊ะแตกในตำนานกำลังจะมาแล้ว ก่อนหน้านี้หลิวม่านไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของจางเสวี่ยเฟิงมาตลอด คอยทำตัวเป็นพระอาทิตย์ดวงน้อยมอบความอบอุ่นให้พระรองตั้งเยอะ ในใจพระรองหล่อนอาจจะสำคัญไม่แพ้นางรองก็ได้นะ][เมนต์บน ที่แกบอกว่ามอบความอบอุ่นน่ะ คงไม่ได้หมายถึงตอนที่หลิวม่านเข้าใจผิดคิดว่าจางเสวี่ยเฟิงเป็นคนยากไร้ เลยซื้อนมอุ่นมาให้แล้วทำหกใส่ตัวพระรองจนหมดแก้วหรอกนะ โอเค อบอุ่นจริงๆ นั่นแหละ อบอุ่นทางกายภาพอะนะ][บางทีก็รู้สึกว่านางเอกแม่งโคตรแอ๊บใสเลยว่ะ ดูของแบรนด์เนมทั้งตัวที่พระรองใส่สิ ดูยังไงถึงเหมือนคนไม่มีข้าวจะกินวะ? แต่น่าแปลกที่พวกผู้ชายในเรื่องดันซื่อบื้อหลงกลหล่อนกันหมด เฮ้อ]จางเหว่ยทำหน้าสงสัย “อาม่าน เธอรู้จักจางเสวี่ยเฟิงด้วยเหรอ?”หลิวม่านพยักหน้า สีหน้ายิ่งดูน่าสงสารน่าเวทนาขึ้นไปอีก“คิดไม่ถึงเลยว่าคนดีๆ อย่างพี่จาง จะมาคบกับ…”“จะมาคบกับผู้หญิงอย่างฉัน ใช่ไหมล่ะ” ฉันช่วยต่อประโยคครึ่งหลังให้หลิวม่านด้วยน้ำเสียงเย็นชาหลิวม่านยัง

  • กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย   บทที่ 9

    หลิวม่านที่ปกติชอบโชว์หน้าสดท้าฟ้าดิน คราวนี้กลับเปลี่ยนมาใส่ชุดราตรีกับรองเท้าส้นสูง แต่ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ของหล่อนมันช่างดูขัดหูขัดตากับบรรยากาศรอบข้างเสียเหลือเกินแม่กำลังจัดหน้าม้าให้หล่อนอย่างเอ็นดูพอเห็นฉัน หลิวม่านก็ยิ่งพุ่งเข้าไปควงแขนแม่หน้าตาเฉย“แม่คะ ดูสิ น้องเสวี่ยเสวี่ยก็มาด้วย”ฉันสงสัยว่าตัวเองคงหูฝาดไป “เธอเรียกแม่ฉันว่าอะไรนะ?”“ใช่จ้ะ เสวี่ยเสวี่ย เธอยังไม่รู้ล่ะสิ ฉันฝากตัวเป็นลูกบุญธรรมของคุณป้าแล้วนะ เมื่อก่อนเราอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดหรือไม่พอใจกันบ้าง แต่ไม่เป็นไรหรอก ต่อไปนี้เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”พ่อทำหน้าปลาบปลื้มใจ “หลิวม่านนี่เป็นเด็กใจกว้างจริงๆ รู้จักรักใคร่ปรองดอง ไม่เหมือนเสวี่ยเสวี่ย โตมากับปู่กับย่า นิสัยก็เลยดื้อด้านหัวรั้น ไม่เคยสนิทสนมกับพวกเราเลย”“น้องเสวี่ยเสวี่ย นี่การ์ดเชิญงานหมั้นของฉันกับจางเหว่ยนะ คิดไปคิดมา เอามาให้เธอด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า”“ใครเป็นน้องเธอไม่ทราบ” ฉันรับการ์ดเชิญมา แล้วก็โยนทิ้งลงถังขยะไปอย่างไม่ไยดี“ซุนเสวี่ยเสวี่ย จะทำเกินไปแล้วนะ” พ่อปั้นหน้าขรึมใส่ฉัน “ขอโทษม่านม่านเดี๋ยวนี้”“แค่นี้มันยังน้อยไป” ฉัน

  • กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย   บบที่ 8

    ภาพตรงหน้าค่อยๆ เลือนรางลงเรื่อยๆ ชายหนุ่มจูบซับหยาดน้ำตาที่หางตาฉันอย่างอ่อนโยน แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงโทษตัวเอง“ขอโทษนะ สุดท้ายผมก็ทำให้คุณแปดเปื้อนจนได้…”ฉันออกแรงผลักแผงอกของคนตรงหน้าอย่างอ่อนระโหยโรยแรง ต้องเป็นฝ่ายรองรับครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่อาจขัดขืน“จางเสวี่ยเฟิง หยุดนะ มันร้อน… ตรงนั้น ตรงนั้นไม่ได้นะ…”“เสวี่ยเสวี่ยคนเก่ง เรียกผมอีกหน่อยสิ อีกแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว”ฉันยอมทำตามอย่างว่าง่าย เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ่อนระทวย “จางเสวี่ยเฟิง ที่รัก… พี่เสวี่ยเฟิง…”“เด็กดี…”คนโกหก ไอ้คนตอแหลไอ้คำว่า ‘อีกแป๊บเดียว’ บ้าบออะไรปาเข้าไปตั้งสามชั่วโมง!ข้อความป๊อปอัป[ฉันอุตส่าห์เปย์เติมวีไอพีให้นิยายกากๆ เรื่องนี้แล้วนะ มีฉากไหนที่เมมเบอร์ผู้ทรงเกียรติอย่างฉันดูไม่ได้อีก][แม่งเอ๊ย คู่พระนางประสาทแดกห้องข้างๆ ดราม่าจะเป็นจะตาย ฉันดันไม่รู้สึกรู้สาอะไรแถมยังแอบอยากขำ แต่คู่รักวายร้ายคู่นี้แค่จุ๊บปากกันเบาๆ ทำเอาฉันฟินจนน้ำตาไหลเลย][ใครเข้าใจบ้าง โคตรได้ฟีลเลยโว้ย ความต่ำต้อยที่ฝังอยู่ในสายเลือดของจางเสวี่ยเฟิงทำให้เขารู้สึกว่าการทำแบบนี้คือการทำให้รักแรกของตัวเองต้องแปดเป

  • กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย   บทที่ 7

    คำพูดทำนองนี้ไม่ได้เพิ่งโผล่มาเป็นครั้งแรก ฉันใจหายวาบ หมดอารมณ์จะดูรายการต่อเลยโชคดีที่ปลาเปรี้ยวหวานของจางเสวี่ยเฟิงทำเสร็จพอดีฉันกินอย่างเอร็ดอร่อยไปหลายคำใหญ่ๆ แล้วหันไปมองผู้ชายที่นั่งตัวตรงแหน่วอยู่ข้างๆ“คราวก่อนที่ฉันกับหลิวม่านตกทะเลไปด้วยกันจนไข้ขึ้นตั้งสี่สิบองศา ปลาเปรี้ยวหวานชามนั้นที่คุณป้ายกมาให้ จริงๆ แล้วคุณเป็นคนทำใช่ไหม?”“ไม่ใช่” จางเสวี่ยเฟิงเตือน “เวลากินข้าวห้ามพูด”น่าเสียดายที่ในพจนานุกรมของคนอย่างฉันไม่มีคำว่า ‘เชื่อฟัง’ ซะด้วยสิ ฉันเลยถามเซ้าซี้ต่อ“คอมเมนต์ด่าพวกนั้นคุณก็เป็นคนสั่งให้คนไปลบเหรอ มีคนบอกว่าฉันเป็นรักแรกของคุณ ตกลงคุณเริ่มชอบฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ก่อนหน้านี้เราเคยรู้จักกันด้วยเหรอ?”“เสวี่ยเสวี่ย…”นี่เป็นครั้งแรกที่จางเสวี่ยเฟิงเรียกชื่อฉันฉันเบะปาก “โอเคๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ฉันอิ่มแล้วล่ะ จะไปโทรหาจางเหว่ยสักหน่อย ถามดูว่าเขาถึงบ้านหรือยัง”ฉันลุกจากโต๊ะอาหาร แกล้งทำเป็นหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์ทันใดนั้นก็มีเสียงมีดหล่นกระทบพื้นฉันหันขวับไปมอง จางเสวี่ยเฟิงกำลังบีบปลายนิ้วที่มีเลือดซึมออกมา สายตามองไปทางอื่น ขนตาหนางอนสั่นไหวเบา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status