Share

บทที่ 3

Penulis: มู่หือ
แต่ก่อนทำไมไม่เคยสังเกตเลยนะ ว่าเวลาผู้ชายคนนี้เขินก็น่ารักดีเหมือนกัน

ฉันสังเกตเห็นว่าปกเสื้อของจางเสวี่ยเฟิงมันเบี้ยว เลยเอื้อมมือไปกะจะจัดให้เข้าที่สักหน่อย

“อย่าแตะ” เสียงห้ามปรามเย็นเยียบดังข่มลงมา

ดุชะมัด

ฉันชะงักไปทันที นึกถึงข้อความป๊อปอัปที่เพิ่งเถียงกันเมื่อกี้

ก็จริงอย่างว่า สามปีมานี้ฉันไม่เคยทำดีกับจางเสวี่ยเฟิงเลยสักครั้ง ตรงข้ามกับหลิวม่านที่ทำตัวเป็นพระอาทิตย์ดวงน้อยคอยให้กำลังใจเขาให้ออกจากเงามืดอย่างอบอุ่น

จางเสวี่ยเฟิงจะเกลียดฉันก็เป็นเรื่องปกติแหละ

ฉันหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ แล้วชักมือที่ค้างอยู่กลางอากาศกลับมา “ตอนคุณออกไปก็อย่าลืมปิดประตูด้วยล่ะ ฉันจะนอนแล้ว”

ชายหนุ่มปิดประตู แต่กลับไม่ยอมออกไป แถมยังก้าวเข้ามาหาฉันทีละก้าว

เสียงหอบหายใจร้อนแรงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ขอบตาแดงก่ำน่ากลัวเพราะพยายามอดกลั้น

ในที่สุดฉันก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ “จางเสวี่ยเฟิง คุณเป็นอะไรไปน่ะ เป็นไข้เหรอ?”

ข้อความป๊อปอัป

[พูดให้ถูกคือ… อาการรัทกำเริบจ้า ไม่ใช่นะพระรอง แกจะคลั่งรักเกินไปไหม นางรองก็แค่วางท่าอ่อยเล่นแก้เบื่อ แกดันฟินจัดจนทำเอาช่วงรัทมาถึงก่อนกำหนดเลยรึไง]

“ช่วงรัทเนี่ยนะ?” ฉันพึมพำกับตัวเอง

แต่งงานกันมาสามปี ทำไมฉันถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจางเสวี่ยเฟิงมีอาการรัทด้วย

ข้อความป๊อปอัป [นางรองนี่ก็ซื่อบื้อจริงๆ ดันคิดมาตลอดว่าพระรองเป็นพวกไร้อารมณ์ทางเพศ โธ่เอ๊ย เขาเป็นอินคิวบัสนะยะ! อีกอย่าง หุ่นหล่อนก็ออกจะแซ่บ หน้าตาก็สวยสุดในเรื่อง ที่เขาไม่ทำอะไรก็แค่ไม่อยากบังคับฝืนใจหล่อนเท่านั้นแหละ]

[เมื่อก่อนตอนช่วงรัท จางเสวี่ยเฟิงจะแอบฉกชุดชั้นในของหล่อนไปตัวนึงแล้วหนีออกไปอยู่ข้างนอกก่อน เพื่อไม่ให้หล่อนเห็น]

[เมนต์บนทำเอาฉันนึกขึ้นได้ เสื้อผ้าพวกนั้นก็น่าสงสารเนอะ แทบจะเปื่อยยุ่ยเพราะโดนพระรองที่สวรรค์ประทานพรสวรรค์มาให้อย่างหนักหน่วงถูไถจนขาดกระจุย…]

ฉันมองดูข้อความป๊อปอัปที่เลื่อนไหลไปมาอย่างเหม่อลอย ราวกับกำลังดูภาพเซ็นเซอร์โมเสกเต็มหน้าจอ

นี่อย่าบอกนะว่าที่เขาไม่ยอมให้ฉันแตะต้องตัวเมื่อกี้ ก็เพราะกำลังอยู่ในช่วงรัท?

จางเสวี่ยเฟิงซุกหน้าลงกับซอกคอของฉันอย่างทนไม่ไหวแล้วถูไถไปมา

ผิวสีขาวซีดของเขาตอนนี้แดงระเรื่อ ซึมซาบไปด้วยแรงปรารถนา ทำลายความรู้สึกห่างเหินเย็นชาแบบที่เคยเป็นในยามปกติจนหมดสิ้น

ก่อนหน้านี้ฉันเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการจัดการหลิวม่าน พยายามแย่งเพื่อนสมัยเด็กอย่างจางเหว่ยกลับมา เลยไม่เคยแม้แต่จะชายตามองจางเสวี่ยเฟิงตรงๆ

เพิ่งจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้หล่อลากไส้ได้ขนาดนี้

หน้าตาหล่อเป๊ะยิ่งกว่าดาราในทีวีซะอีก

“ในลิ้นชักห้องทำงาน… มีตลับยาตลับเข็มฉีดยาอยู่ ไปเอามา…” เสียงของจางเสวี่ยเฟิงขาดห้วง เขาพยายามปกปิดลวดลายและเกล็ดที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนร่างกายอย่างลนลาน

ฉันมองดูผู้ชายที่อดกลั้นจนถึงขีดสุด ริมฝีปากถูกกัดจนเลือดซิบ และเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแนบชิดไปกับลำตัว เผยให้เห็นเส้นสายกล้ามหน้าท้องที่ทำเอาเลือดลมสูบฉีด…

จู่ๆ ฉันก็เปลี่ยนใจ

นอนเหงาเฝ้าห้องมาตั้งสามปี ถึงฉันจะไม่ได้มีความต้องการพุ่งพล่านแบบอินคิวบัส

แต่ยังไงซะฉันก็เป็นคนปกติคนนึงนะ

ถึงแม้กฎข้อแรกในสัญญาแต่งงานที่ฉันเป็นคนเขียนเองจะระบุไว้ว่า

ห้ามมีความรัก คุยกันแค่เรื่องเงิน และห้ามฉวยโอกาสตอนที่อีกฝ่ายกำลังลำบากเด็ดขาด

แต่ฉันเป็นนางร้ายที่ศีลธรรมต่ำตมนี่นา จะไปสนเรื่องสัจจะทำไมกันล่ะ…

พอคิดตก ฉันก็ตบแก้มชายหนุ่มเบาๆ แล้วกระซิบ “จางเสวี่ยเฟิง อย่าลืมเบามือหน่อยนะ”

“อย่าแตะตัวฉัน มันสกปรก…” จางเสวี่ยเฟิงตัวสั่นเทิ้มเพราะสัมผัสของฉัน แต่ก็ยังพยายามรักษาสติเฮือกสุดท้ายเอาไว้

“แต่ฉันต้องการนี่นา…”

ฉันถอดเสื้อคลุมอาบน้ำออก ใช้นิ้วโป้งเช็ดคราบเลือดบนริมฝีปากของเขา แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นประกบจูบ

ข้อความป๊อปอัป

[เกิดอะไรขึ้นเนี่ย นางรองเป็นฝ่ายรุกเข้าใส่ก่อนเลยเว้ย]

[ช็อตตบแก้มนั่น กรี๊ดดดดด โคตรยั่ว ฉันตายสงบศพสีชมพูแล้ว! พี่สาวคะ พี่ขาดหมาสักตัวไหม?]

[ความรักที่ปะปนด้วยความแค้นมันห่วยแตก แต่ความรักที่ก่อเกิดจากความแค้นนี่สิ ของโคตรเทพ!]

[ใจเต้นตึกตัก มือสั่นระริก ในที่สุดคู่รักวายร้ายของเราก็กำลังจะร่วมรักด้วยความแค้นแล้วใช่ไหม!]

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย   บทที่ 12

    “เอาสิ ถามมาเลย”จางเสวี่ยเฟิงช่วยนวดข้อเท้าที่เมื่อยล้าจากการใส่ส้นสูงมาทั้งวันให้ฉัน รอยยิ้มบางๆ ประดับบนใบหน้า“ฉันเป็นรักแรกของคุณเหรอ?”“อืม”“รักฉันตั้งแต่เมื่อไหร่?”“ตอนอายุสิบสาม หรืออาจจะเร็วกว่านั้น ตอนนั้นผมเผลอเผยร่างจริงของอินคิวบัสที่เหมือนกับแม่ออกมาจนที่บ้านจับได้ พวกเขาบังคับให้ผมกินยา ช็อตไฟฟ้า แล้วก็จับใส่ชุดประหลาดๆ เพื่อปกปิดมันไว้ ตอนอยู่ที่โรงเรียน มีแค่คุณคนเดียวที่ยอมเข้าหาผม…”ฉันแอบตกใจ“ฉันนึกออกแล้ว คุณคือเด็กผู้ชายห้องสิบห้องข้างๆ นี่เอง! คุณไม่เคยพูดเลย ฉันยังนึกว่าคุณเป็นคนใบ้ที่ชอบคอสเพลย์ซะอีก ในฐานะกรรมการคุมกฎ ฉันก็ต้องดูแลคุณเป็นพิเศษอยู่แล้วล่ะ แต่ว่านะ ในเมื่อชอบ แล้วทำไมถึงไม่จีบล่ะ?”“รอบตัวคุณมีแต่คนเก่งๆ ผมไม่อยากเป็นตัวถ่วงคุณ…”ฉัน “คำถามต่อไป โกหกครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?”“เมื่อกี้”จางเสวี่ยเฟิงไล่มือจากข้อเท้าขึ้นมาด้านบน ลูบไล้ผิวของฉันอย่างหลงใหล ไม่ยอมปล่อยผ่านไปแม้แต่ตารางนิ้วเดียว“คำตอบจริงๆ ของคำถามนั้นก็คือ ผมอยากให้คุณเป็นของผมคนเดียว ในสายตาคุณมีแค่ผมคนเดียว ทั้งความสุข ความเศร้า ความรัก หรือความเกลียดชังของคุณ ทั้งหมด

  • กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย   บทที่ 11

    “เธอจะไม่รู้เชียวเหรอว่าเรื่องพวกนี้มันไม่ถูกต้อง แต่เธอก็ยังเลือกที่จะทำ ถ้าเสวี่ยเสวี่ยร้ายกาจจริงๆ หล่อนก็ควรจะแฉเรื่องพวกนี้ออกไปให้หมดแล้ว ไม่ใช่มัวแต่มาทะเลาะกับเธอเรื่องหยุมหยิมพวกนี้หรอกนะ”“หลิวม่าน ก่อนจะไปตัดสินคนอื่น สู้เอาเวลามาดูตัวเองก่อนดีกว่าไหมว่าตัวเองเป็นผ้าขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้รอยด่างพร้อยจริงๆ หรือเปล่า ก่อนจะไปเรียกร้องให้คนอื่นขอโทษ ถามใจตัวเองดูให้ดีก่อนเถอะว่าไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆ”หลิวม่านถูกตอกหน้าหงายจนเถียงไม่ออก อึกอักอยู่นานกว่าจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงร้อนตัว“คนที่ไม่ถูกรักต่างหากล่ะที่เป็นเมียน้อย ซุนเสวี่ยเสวี่ยก็แค่เสียสิทธิ์การหมั้นกับมรดกของตระกูลซุนไปก็เท่านั้น แต่ฉันเกือบจะสูญเสียความรักไปเลยนะ”ข้อความป๊อปอัปและบรรดาไทยมุงรอบข้างต่างก็หลุดขำพรืดออกมาพร้อมกันแม้แต่จางเหว่ยกับพ่อแม่ ก็ยังรับไม่ได้กับตรรกะวิบัติแถสีข้างถลอกของหลิวม่านอยากจะแก้ตัวแทนก็ยังอ้าปากไม่ออก“อ้อ จริงสิ เมื่อกี้เสวี่ยเสวี่ยบอกว่าแก้แค้นเธอได้ แต่ผมขอแนะนำว่าอย่าดีกว่านะ แน่นอน ถ้าใครไม่กลัวตายก็ลองดูได้ ขอให้ทุกคนสนุกกับงานเลี้ยงวันนี้นะครับ ขออภัยด้วยที่กระโปรงของเ

  • กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย   บทที่ 10

    “พี่จาง คุณ… คุณคือสามีของซุนเสวี่ยเสวี่ยเหรอ?”หลิวม่านยืนขึ้นอย่างทุลักทุเล มองฉันสลับกับจางเสวี่ยเฟิงด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ[มาแล้วๆ ฉากโป๊ะแตกในตำนานกำลังจะมาแล้ว ก่อนหน้านี้หลิวม่านไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของจางเสวี่ยเฟิงมาตลอด คอยทำตัวเป็นพระอาทิตย์ดวงน้อยมอบความอบอุ่นให้พระรองตั้งเยอะ ในใจพระรองหล่อนอาจจะสำคัญไม่แพ้นางรองก็ได้นะ][เมนต์บน ที่แกบอกว่ามอบความอบอุ่นน่ะ คงไม่ได้หมายถึงตอนที่หลิวม่านเข้าใจผิดคิดว่าจางเสวี่ยเฟิงเป็นคนยากไร้ เลยซื้อนมอุ่นมาให้แล้วทำหกใส่ตัวพระรองจนหมดแก้วหรอกนะ โอเค อบอุ่นจริงๆ นั่นแหละ อบอุ่นทางกายภาพอะนะ][บางทีก็รู้สึกว่านางเอกแม่งโคตรแอ๊บใสเลยว่ะ ดูของแบรนด์เนมทั้งตัวที่พระรองใส่สิ ดูยังไงถึงเหมือนคนไม่มีข้าวจะกินวะ? แต่น่าแปลกที่พวกผู้ชายในเรื่องดันซื่อบื้อหลงกลหล่อนกันหมด เฮ้อ]จางเหว่ยทำหน้าสงสัย “อาม่าน เธอรู้จักจางเสวี่ยเฟิงด้วยเหรอ?”หลิวม่านพยักหน้า สีหน้ายิ่งดูน่าสงสารน่าเวทนาขึ้นไปอีก“คิดไม่ถึงเลยว่าคนดีๆ อย่างพี่จาง จะมาคบกับ…”“จะมาคบกับผู้หญิงอย่างฉัน ใช่ไหมล่ะ” ฉันช่วยต่อประโยคครึ่งหลังให้หลิวม่านด้วยน้ำเสียงเย็นชาหลิวม่านยัง

  • กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย   บทที่ 9

    หลิวม่านที่ปกติชอบโชว์หน้าสดท้าฟ้าดิน คราวนี้กลับเปลี่ยนมาใส่ชุดราตรีกับรองเท้าส้นสูง แต่ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ ของหล่อนมันช่างดูขัดหูขัดตากับบรรยากาศรอบข้างเสียเหลือเกินแม่กำลังจัดหน้าม้าให้หล่อนอย่างเอ็นดูพอเห็นฉัน หลิวม่านก็ยิ่งพุ่งเข้าไปควงแขนแม่หน้าตาเฉย“แม่คะ ดูสิ น้องเสวี่ยเสวี่ยก็มาด้วย”ฉันสงสัยว่าตัวเองคงหูฝาดไป “เธอเรียกแม่ฉันว่าอะไรนะ?”“ใช่จ้ะ เสวี่ยเสวี่ย เธอยังไม่รู้ล่ะสิ ฉันฝากตัวเป็นลูกบุญธรรมของคุณป้าแล้วนะ เมื่อก่อนเราอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดหรือไม่พอใจกันบ้าง แต่ไม่เป็นไรหรอก ต่อไปนี้เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”พ่อทำหน้าปลาบปลื้มใจ “หลิวม่านนี่เป็นเด็กใจกว้างจริงๆ รู้จักรักใคร่ปรองดอง ไม่เหมือนเสวี่ยเสวี่ย โตมากับปู่กับย่า นิสัยก็เลยดื้อด้านหัวรั้น ไม่เคยสนิทสนมกับพวกเราเลย”“น้องเสวี่ยเสวี่ย นี่การ์ดเชิญงานหมั้นของฉันกับจางเหว่ยนะ คิดไปคิดมา เอามาให้เธอด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า”“ใครเป็นน้องเธอไม่ทราบ” ฉันรับการ์ดเชิญมา แล้วก็โยนทิ้งลงถังขยะไปอย่างไม่ไยดี“ซุนเสวี่ยเสวี่ย จะทำเกินไปแล้วนะ” พ่อปั้นหน้าขรึมใส่ฉัน “ขอโทษม่านม่านเดี๋ยวนี้”“แค่นี้มันยังน้อยไป” ฉัน

  • กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย   บบที่ 8

    ภาพตรงหน้าค่อยๆ เลือนรางลงเรื่อยๆ ชายหนุ่มจูบซับหยาดน้ำตาที่หางตาฉันอย่างอ่อนโยน แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงโทษตัวเอง“ขอโทษนะ สุดท้ายผมก็ทำให้คุณแปดเปื้อนจนได้…”ฉันออกแรงผลักแผงอกของคนตรงหน้าอย่างอ่อนระโหยโรยแรง ต้องเป็นฝ่ายรองรับครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่อาจขัดขืน“จางเสวี่ยเฟิง หยุดนะ มันร้อน… ตรงนั้น ตรงนั้นไม่ได้นะ…”“เสวี่ยเสวี่ยคนเก่ง เรียกผมอีกหน่อยสิ อีกแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว”ฉันยอมทำตามอย่างว่าง่าย เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ่อนระทวย “จางเสวี่ยเฟิง ที่รัก… พี่เสวี่ยเฟิง…”“เด็กดี…”คนโกหก ไอ้คนตอแหลไอ้คำว่า ‘อีกแป๊บเดียว’ บ้าบออะไรปาเข้าไปตั้งสามชั่วโมง!ข้อความป๊อปอัป[ฉันอุตส่าห์เปย์เติมวีไอพีให้นิยายกากๆ เรื่องนี้แล้วนะ มีฉากไหนที่เมมเบอร์ผู้ทรงเกียรติอย่างฉันดูไม่ได้อีก][แม่งเอ๊ย คู่พระนางประสาทแดกห้องข้างๆ ดราม่าจะเป็นจะตาย ฉันดันไม่รู้สึกรู้สาอะไรแถมยังแอบอยากขำ แต่คู่รักวายร้ายคู่นี้แค่จุ๊บปากกันเบาๆ ทำเอาฉันฟินจนน้ำตาไหลเลย][ใครเข้าใจบ้าง โคตรได้ฟีลเลยโว้ย ความต่ำต้อยที่ฝังอยู่ในสายเลือดของจางเสวี่ยเฟิงทำให้เขารู้สึกว่าการทำแบบนี้คือการทำให้รักแรกของตัวเองต้องแปดเป

  • กลยุทธ์ฉีกกฎของนางร้าย   บทที่ 7

    คำพูดทำนองนี้ไม่ได้เพิ่งโผล่มาเป็นครั้งแรก ฉันใจหายวาบ หมดอารมณ์จะดูรายการต่อเลยโชคดีที่ปลาเปรี้ยวหวานของจางเสวี่ยเฟิงทำเสร็จพอดีฉันกินอย่างเอร็ดอร่อยไปหลายคำใหญ่ๆ แล้วหันไปมองผู้ชายที่นั่งตัวตรงแหน่วอยู่ข้างๆ“คราวก่อนที่ฉันกับหลิวม่านตกทะเลไปด้วยกันจนไข้ขึ้นตั้งสี่สิบองศา ปลาเปรี้ยวหวานชามนั้นที่คุณป้ายกมาให้ จริงๆ แล้วคุณเป็นคนทำใช่ไหม?”“ไม่ใช่” จางเสวี่ยเฟิงเตือน “เวลากินข้าวห้ามพูด”น่าเสียดายที่ในพจนานุกรมของคนอย่างฉันไม่มีคำว่า ‘เชื่อฟัง’ ซะด้วยสิ ฉันเลยถามเซ้าซี้ต่อ“คอมเมนต์ด่าพวกนั้นคุณก็เป็นคนสั่งให้คนไปลบเหรอ มีคนบอกว่าฉันเป็นรักแรกของคุณ ตกลงคุณเริ่มชอบฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ก่อนหน้านี้เราเคยรู้จักกันด้วยเหรอ?”“เสวี่ยเสวี่ย…”นี่เป็นครั้งแรกที่จางเสวี่ยเฟิงเรียกชื่อฉันฉันเบะปาก “โอเคๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ฉันอิ่มแล้วล่ะ จะไปโทรหาจางเหว่ยสักหน่อย ถามดูว่าเขาถึงบ้านหรือยัง”ฉันลุกจากโต๊ะอาหาร แกล้งทำเป็นหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์ทันใดนั้นก็มีเสียงมีดหล่นกระทบพื้นฉันหันขวับไปมอง จางเสวี่ยเฟิงกำลังบีบปลายนิ้วที่มีเลือดซึมออกมา สายตามองไปทางอื่น ขนตาหนางอนสั่นไหวเบา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status