All Chapters of ทายาทคนโปรดแห่งบัญชีโลหิต: Chapter 1 - Chapter 10

17 Chapters

บทที่ 1

ฉันเพิ่งเข้าใจว่าน้องสาวเกลียดฉันมากแค่ไหน ก็ตอนที่เธอฆ่าฉันตายไปแล้ว ลิเดีย เวลไม่ได้เกลียดฉันเพราะฉันไปแย่งชิงอะไรจากเธอมาเลยตอนพวกเราอายุสิบหก บัญชีโลหิตปรากฏตัวต่อหน้าเราในคืนพระจันทร์สีเลือด ลิเดียจ้องมองแสงสีชาดนั้นก่อนใคร รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าชายคนนั้น"“พรเสน่ห์” เขาเอ่ยขึ้น "ความงามที่สามารถสยบผู้คนทั้งห้องได้ก่อนที่เธอจะเอ่ยปาก ความปรารถนา ความสนใจ คำเชิญชวน และความเคารพเทิดทูน" จากนั้นเขาก็มองไปยังแสงสีเงิน"“พรนักปราชญ์ สติปัญญาเฉียบคมพอจะอ่านอักษรโลหิตต้องห้าม ไขสูตรโบราณ และก้าวขึ้นสู่จุดที่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของเธอไม่อาจพาไปถึงได้" ลิเดียแทบจะไม่รอให้เขาพูดจบ “ฉันเลือกพรเสน่ห์” และในช่วงแรกเธอก็คิดถูก แต่ความงามไม่ใช่เรื่องหายากในแวดวงสังคมชั้นสูง โดยเฉพาะสำหรับพวกแวมไพร์"จนกระทั่งจุดจบมาถึง ลิเดียไม่ได้เป็นความงามแห่งราชสำนักอีกต่อไป เธอกลายเป็นแวมไพร์ที่หิวโหยในย่านสลัมชั้นล่าง คอยหลบซ่อนใบหน้าอยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าฉันเลือกพรนักปราชญ์ มันไม่ได้ทำให้ชีวิตง่ายดายหรือมอบชื่อเสียงให้ฉัน สิ่งที่มันมอบคือค่ำคืนที่ไม่ได้นอน ดวงตาที่หลั่งเลือด และจิตใจซึ่งอัดแน่นด้วยความจริ
Read more

บทที่ 2

ลิเดียเริ่มเพลิดเพลินกับพรนักปราชญ์แทบจะทันที ในช่วงแรก บัญชีโลหิตนั้นใจดี พรของมันมักจะเป็นเช่นนั้นเสมอพรนักปราชญ์ทำให้ความจำของเธอเฉียบคม และทำให้บทเรียนต่างๆ ง่ายดายเกินกว่าที่ควรจะเป็น อักษรโลหิตโบราณซึ่งครั้งหนึ่งเคยทำให้เธอหาวหวอด กลับเรียงตัวเป็นระเบียบในความคิดของเธอ ลิเดียหลงรักมัน ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังหลงใหลการเป็นจุดสนใจเมื่อมีมัน ทั้งห้องเรียนตกอยู่ในความเงียบงัน ก่อนที่เสียงกระซิบจะดังขึ้น“ลิเดีย เวลเก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...”“ฉันอยากมีสมองแบบเธอบ้างจัง”ลิเดียหลุบตาลงราวกับกำลังเขินอาย แต่รอยยิ้มตรงมุมปากกลับเผยความจริงจนหมดเมื่อสายตาเธอเหลือบมามองที่ฉัน เธอก็ยกมือปิดปากแล้วหัวเราะเบาๆ “เอเลนอร์ก็ขยันอ่านหนังสือที่บ้านเหมือนกันนะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหวานราวน้ำผึ้งอาบยาพิษ “พี่เขาก็พยายามจริงๆ นะ เพียงแต่บางคนต้องใช้เวลามากกว่าคนอื่นหน่อย”เด็กหนุ่มโต๊ะข้างๆ ซึ่งกำลังรอขอให้ลิเดียช่วย รีบคล้อยตามเธอทันที “เธอใจดีจัง ลิเดีย แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสอนกันได้หรอกนะ เธอกับเอเลนอร์มาจากครอบครัวเดียวกันแท้ๆ แต่เห็นชัดว่าเธอต่างหากคือคนฉลาด” นักเรียนหลายคนหัวเราะออกมาฉั
Read more

บทที่ 3

ลิเดียกลายเป็นนักเรียนแถวหน้าของชั้นปีเร็วกว่าที่ใครคาดคิด ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ชื่อของเธอขจรขจายไปทั่วเซนต์ออร์เฟียลิเดียรักการได้อยู่ท่ามกลางผู้คนที่ฉลาดล้ำ มันทำให้เธอรู้สึกทรงพลัง แต่มีเรื่องหนึ่งกวนใจเธอ คือ ฉันไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวตอนนี้ฉันมีพรเสน่ห์ ชื่อของฉันปรากฏบนกระดานซุบซิบของสถาบันถึงสามครั้ง มีคนวาดภาพเหมือนของฉันในโถงกระจก พร้อมเขียนใต้ภาพว่า สายเลือดใหม่ผู้เลอโฉมที่สุดแห่งเซนต์ออร์เฟีย ถึงอย่างนั้น พวกเด็กสาวก็ยังพูดคุยกับฉันตามปกติ“เอเลนอร์ เวล หลังเลิกเรียนฉันจะพาเธอไปห้องใต้ดินสีชาด ห้องส่วนตัว มีดนตรี มีเลือดสดๆ เธอจะไปกับฉันไหม...”เสียงเนิบๆ ดังมาจากประตูห้องเรียน แล้วทั้งห้องก็เงียบลงแทบจะทันที แคสเซียน วอสส์ยืนอยู่นอกห้อง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าไม่มีใครในเซนต์ออร์เฟียอยากมีเรื่องกับตระกูลวอสส์ พ่อของแคสเซียนเป็นเจ้าของไนต์คลับ เลานจ์เลือด บ่อนพนัน และสังเวียนเถื่อนกว่าครึ่งในเขตชั้นล่าง พวกอาจารย์แสร้งทำเหมือนแคสเซียนเป็นเพียงนักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ทุกคนรู้ดีว่าไม่ใช่ เขามองตรงมาที่ฉันในชาติที่แล้ว แคสเซียนตามจีบลิเดียด้วยความคลั่งไคล้และบ้าบิ่นแบ
Read more

บทที่ 4

หลังออกจากห้องเรียน ฉันไม่ได้กลับบ้านทันที เพราะแคสเซียนต้องการเวลาตั้งสติจากความอับอาย ส่วนลิเดียก็คงต้องการเวลาตัดสินใจว่าเธอควรจะโกรธหรือหวาดกลัวดี ซึ่งฉันไม่จำเป็นต้องแคร์ทั้งสองอย่างนั้นด้านหลังห้องฝึกฟันดาบมีห้องเก็บของเก่าห้องหนึ่งอยู่ ฉันแอบเข้าไปแล้วลงล็อคประตู สมบูรณ์แบบเลย ไม่มีแคสเซียน ไม่มีลิเดีย และไม่มีผู้ชมเด็กสาวหน้าตาซีดเซียวในชุดเครื่องแบบสถาบันสีเข้ม นั่งอยู่คนเดียวในห้องที่ผู้คนหลงลืม ท่องจำภาษาลาตินเงียบๆ ใต้แสงยามบ่ายที่หนาวเย็น ภาพแบบนี้แหละที่ชาวเน็ตชอบนักบัญชีสำหรับการเรียนของฉันเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงแรกฉันลงแค่คลิปสั้นๆ ของโต๊ะทำงาน สมุดบันทึก และกิจวัตรการทบทวนบทเรียนในแต่ละวัน จากนั้นใบหน้าของฉันก็เริ่มปรากฏให้เห็นบ่อยขึ้น ทั้งสองสามวินาทีที่ฉันกำลังพลิกหน้ากระดาษ รอยยิ้มเงียบๆ ให้กล้อง และการกะพริบตาอย่างเหนื่อยล้าท่ามกลางกองหนังสือ ตอนนี้ฉันมีผู้ติดตามมากกว่าหกแสนคนแล้ว และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเป็นไปตามที่ฉันคาดไว้ พรเสน่ห์ไม่สนใจว่าความรักใคร่มาจากไหน มันไม่จำเป็นต้องมีความรักแบบหนุ่มสาว และแน่นอนว่ามันไม่ต้องการผู้ชาย การชื่นชมก็นับ ความเอ
Read more

บทที่ 5

ลิเดียเอาเรื่องของแคสเซียน วอสส์ไปฟ้องพ่อกับแม่ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา แม่คอยจับตาดูฉันราวกับฉันเป็นวัตถุโบราณที่ถูกขโมยมาและรอวันสร้างความเสื่อมเสียให้ตระกูล"อย่าทำให้บ้านหลังนี้ต้องอับอาย" แม่กล่าว "เด็กผู้หญิงที่ถูกเห็นว่าเดินตามผู้ชายตระกูลวอสส์ไปยามวิกาลไม่มีสิทธิ์แก้ตัวอะไรทั้งนั้น ไม่ใช่ในโลกของเราหรอกนะ"ฉันเกือบจะหัวเราะออกมา ในความคิดของฉัน คำบ่นของแม่กลายเป็นเสียงประกอบฉากหลังไปเสียแล้ว เธอฟังดูไม่เหมือนพ่อแม่ แต่เหมือนตัวประกอบใจร้ายในนิยายโรแมนติกเกรดต่ำมากกว่า ฉันจึงเลือกที่จะเมินเฉยเสียหลังเลิกเรียน ฉันไม่ได้กลับบ้านทันที ไม่ใช่เพราะฉันอยากหาเรื่อง แต่เป็นเพราะเรื่องยุ่งยากมารออยู่หน้าประตูสถาบันต่างหากแคสเซียน วอสส์ยืนอยู่ใต้ซุ้มเหล็กดำ สีหน้ามืดครึ้ม เมื่อเห็นฉัน เขาก็ผละออกจากกำแพง“เอเลนอร์” เขาเรียก “น้องสาวเธอเล่าเรื่องน่าสนใจให้ฉันฟัง”แคสเซียนก้าวเข้ามาใกล้ "เธอบอกว่าที่เธอปฏิเสธฉันซ้ำๆ เพราะเธอคิดว่าฉันมันต่ำต้อยกว่าเธอสินะ" แคสเซียนเดินมาขวางทางเดินไปประตูใหญ่ของฉัน“ไม่ใช่ที่นี่” เขาพูด “เธอกับฉัน เราต้องคุยกันหน่อย"เด็กหนุ่มสองคนจากกลุ่มของเขายืนอยู่
Read more

บทที่ 6

ภาพที่เห็นข้างในห้องคลังอาวุธนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่ลิเดียจินตนาการไว้เลยแม้แต่น้อย ฉันไม่ได้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกับแคสเซียน วอสส์ และเขาก็ไม่ได้แตะต้องตัวฉันเลยสักนิดโต๊ะไม้ตัวยาวตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ฉันนั่งอยู่ฝั่งหนึ่ง ส่วนแคสเซียนนั่งอยู่อีกฝั่งด้วยสีหน้าหงุดหงิดแต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย ระหว่างเราคือศาสตราจารย์เฮเลนา วอสส์ พี่สาวของแคสเซียนและอาจารย์ฝ่ายปกครองแห่งเซนต์ออร์เฟีย ยืนถือกระดาษข้อสอบที่มีรอยตรวจแก้มาในมือข้างหนึ่งบนโต๊ะมีสมุดเปิดอยู่สองเล่ม ตำราไวยากรณ์ และชุดคำถามทบทวนกฎหมายโลหิต ศาสตราจารย์วอสส์มองฝูงชนที่รวมตัวอยู่นอกประตูแล้วขมวดคิ้ว “นี่มันเรื่องอะไรกัน...” เธอเหลือบมองพ่อแม่ฉัน “พวกคุณเป็นผู้ปกครองของคุณเวลหรือ...” สีหน้าพ่อแข็งทื่อไปแล้ว “ใช่ครับ พวกเราเอง”"งั้นช่วยอธิบายหน่อยสิคะว่า ทำไมลูกสาวคนเล็กของคุณถึงบุกเข้ามาในห้องเรียนของฉันพร้อมกับตะโกนกล่าวหาคนอื่น โดยที่ยังไม่ทันดูเลยด้วยซ้ำว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น"แม่อ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา พ่อดูราวกับกลืนอะไรบางอย่างที่ยังมีชีวิตลงไปศาสตราจารย์วอสส์วางข้อสอบของฉันบนโต๊ะ “เอเลนอร์มาขอความช่วยเหล
Read more

บทที่ 7

หลังจากที่ศาสตราจารย์วอสส์ส่งแคสเซียนกลับบ้านด้วยสายตาที่เย็นชาจนแทบจะทำให้เลือดกลายเป็นน้ำแข็ง เธอก็ขับรถพาฉันมาส่งด้วยตัวเองศาสตราจารย์เฮเลนา วอสส์วางมือทั้งสองบนพวงมาลัยอยู่ตลอด ในตอนแรกไม่มีใครพูดอะไรเลยจากนั้นเธอก็ถาม “เธอรู้ได้อย่างไรว่าลิเดียจะพาคนไปห้องคลังอาวุธ...” ฉันยิ้มบางๆ “ฉันเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันที่เธอไปหาแคสเซียนค่ะ” เฮเลนาเหลือบมองฉันจากหางตา “พูดต่อสิ”“ลิเดียคิดว่าฉันเอาแต่ปฏิเสธแคสเซียน เพราะไม่อยากข้องเกี่ยวกับเขา” ฉันพูด “นั่นเป็นความจริงแค่ครึ่งเดียว”แคสเซียนเป็นคนชี้นำได้ง่าย ตราบใดที่เขาคิดว่านั่นคือการตัดสินใจของเขาเองด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะสังเกตเห็นว่าตอนไหนที่ลิเดียเข้าไปหาเขา เพราะแคสเซียนเป็นคนเก็บอาการหงุดหงิดไม่อยู่เลย คำตอบของเขาเปลี่ยนไปทันทีหลังจากที่ได้คุยกับเธอ มันห้วนขึ้น แหลมคมขึ้น และเต็มไปด้วยความถือดีที่ถูกทำร้ายเด็กสาวแสนสวย เด็กหนุ่มอันตราย เรื่องอื้อฉาว และกรงขัง มันช่างน่าเบื่อเสียจริงดังนั้นเมื่อวันนี้ฉันเห็นแคสเซียนรออยู่ที่ประตูสถาบัน ฉันจึงโทรหาเฮเลนา วอสส์ ตอนแคสเซียนพาฉันมาถึงห้องคลังอาวุธ เฮเลนาก็กำลังเดิ
Read more

บทที่ 8

เมื่อฉันกลับถึงบ้าน ดวงตาของลิเดียยังแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเธอร้องไห้มาเป็นเวลานานพ่อกับแม่นั่งอยู่ในห้องรับแขกด้วยสีหน้ามืดมน แต่ไม่มีใครดุด่าฉันอย่างที่ต้องการได้ ศาสตราจารย์วอสส์อยู่ที่นั่น เอเดรียน แบล็กธอร์นก็อยู่ เพื่อนร่วมชั้นหลายคนก็อยู่ ไม่ว่าพวกเขาอยากโยนความผิดให้ฉันเพียงใด ข้อเท็จจริงก็ไม่อำนวยให้ทำเช่นนั้นเลยแม่เม้มปากอยู่นานก่อนพูด “เอเลนอร์ ลูกไม่ใช่เด็กแล้ว ลูกต้องรู้จักเว้นระยะห่างจากนักเรียนชายบ้าง"น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นจนเกือบจะฟังดูอดทน ราวกับกำลังพยายามจูงใจฉันให้กลับไปสู่เส้นทางอันน่าเคารพที่เธอขีดเอาไว้ในหัว "แคสเซียน วอสส์เป็นตัวปัญหา การเข้าไปใกล้ชิดกับผู้ชายแบบนั้นจะทำให้ชื่อเสียงของลูกเสียหาย" ฉันหลุบตาลงแล้วพยักหน้า "แม่พูดถูกค่ะ" เธอชะงักไป ดูประหลาดใจไม่น้อยที่ฉันยอมรับง่ายดายขนาดนี้“หนูก็ไม่อยากสนิทกับแคสเซียนหรอกค่ะ” ฉันพูดต่อ “แต่เวลาศาสตราจารย์วอสส์สอนหนูเป็นการส่วนตัว เธอมักพาเขามาด้วย แม่ก็รู้ว่าเธอเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่เก่งที่สุดของเซนต์ออร์เฟีย นักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีทางได้เวลาจากเธอแม้แต่สิบนาทีด้วยซ้ำ”แม่ขมวดคิ้ว แต่ความโกรธบนใบหน้าจางลงบ
Read more

บทที่ 9

หลังเหตุการณ์ในห้องคลังอาวุธ ชีวิตของลิเดียที่เซนต์ออร์เฟียก็ไม่น่ารื่นรมย์เอาเสียเลยความอิจฉาริษยาเป็นเรื่องง่ายที่จะเชื่อ ความโหดร้ายก็เช่นกัน พอถึงเช้าวันถัดมา เรื่องราวก็แพร่สะพัดไปทั่วสถาบันแล้ว: ลิเดีย เวล อิจฉาพี่สาวคนสวยของตัวเอง พยายามจะทำลายชื่อเสียงของเอเลนอร์ และพาพยาน พ่อแม่ รวมถึงเอเดรียน แบล็กธอร์นไปที่ห้องคลังอาวุธ สุดท้ายกลับกลายเป็นฝ่ายแฉตัวเองเสียอย่างนั้นเสียงซุบซิบตามทางเดินดังไล่หลังเธอ "ฉันว่าอยู่ห่างจากลิเดียไว้จะดีกว่า" "เธอถึงกับวางแผนเล่นงานพี่สาวแท้ๆ ของตัวเอง ลองคิดดูสิว่าเธอจะทำอะไรกับเพื่อนร่วมชั้นบ้าง" "เด็กหัวกะทินี่น่ากลัวจริงๆ แม้แต่ความอิจฉายังวางแผนมาอย่างดีเลย" แคสเซียนเอาเครื่องดื่มมาวางตรงหน้าฉัน "ฉันไปซื้อมาให้เธอแก้วนึง" ฉันมองที่แก้วนั้น "นายโดดเรียนคาบเช้าเพื่อไปต่อแถวเนี่ยนะ..." เขายิ้มแผล่ "คนต่อแถวยาวเป็นบ้าเลยล่ะ" ตอนนี้อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยอมฟังฉันบ้างแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้เชื่อฟังดีเลิศอะไรนัก แต่ก็ดีพอใช้ได้"ขอบคุณนะ" ฉันพูดพร้อมกับหยิบแก้วขึ้นมา "แต่นายไม่ควรโดดเรียนบ่อยๆ หรอกนะ"แคสเซียนยักไหล่ "ไม่เห็นเป็นไรเลย ฉันเรียนไม่เอาไหน
Read more

บทที่ 10

ฉันผลักดันให้แคสเซียนเข้าสู่วงการเกมอาชีพ เพราะเมื่อเฮเลนากุมอำนาจเหนือตระกูลวอสส์ได้เบ็ดเสร็จ หุ้นส่วนหนึ่งในครอบครัวที่เธอเคยสัญญาไว้ก็จะตกเป็นของฉัน และด้วยเงินทุนเหล่านั้น ฉันจะสามารถนำไปลงทุนในโปรเจกต์ต่างๆ ที่ยังไม่ทันเกิดขึ้นในชาตินี้ได้นี่คือข้อได้เปรียบของการเกิดใหม่ ฉันไม่ต้องเดินย่ำซ้ำรอยเดิม แต่ฉันสามารถวาดแผนที่ขึ้นมาใหม่ได้ตามใจชอบพรเสน่ห์เต้นตุบๆ อยู่ใต้ผิวหนังอย่างอบอุ่น จากนั้นเสียงของบัญชีโลหิตก็ดังขึ้นในห้วงความคิด“ค่าความรักความเอ็นดูของเจ้าอยู่ในระดับสูง” มันกล่าว “แต่ความรักจากผู้ติดตามกระจัดกระจาย ไม่มั่นคง และไม่ได้มีเป้าหมายเดียว”“ฉันรู้” ฉันพึมพำเมื่อจำนวนผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดผู้คนในสถาบันก็เริ่มสังเกตเห็นบัญชีออนไลน์ของฉัน ช่วงแรกเริ่มจากเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่ง จากนั้นเพิ่มเป็นสามคน แล้วลามไปถึงครึ่งชั้นปี“พระเจ้า เอเลนอร์ เธอดังใหญ่แล้วนะเนี่ย...”“ผู้ติดตามเกินหนึ่งล้านคนแล้ว...”“ฉันถ่ายรูปกับเธอได้ไหม... เดี๋ยวจะแท็กหาเธอให้นะ” ฉันยิ้มตอบ “ได้สิ”ภาพลักษณ์ของฉันสะอาด นุ่มนวล และสร้างรายได้ หลังจากนั้น การเติบโตของช่องก็ยิ่งพุ่งทะย
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status