Todos os capítulos de คนที่ไม่ควรเผลอใจ ดันจีบฉันไม่หยุด!: Capítulo 11 - Capítulo 20

30 Capítulos

บทที่ 11

เย็นวันนั้นหลังเลิกเรียน ฉันไม่ได้รอเว่ยชิงเฟิง และต่อไปก็จะไม่รอเขาอีก พอเดินมาได้ครึ่งทาง เสียงฝีเท้าก็ดังตามมาจากข้างหลัง ฉันรู้ว่าเป็นเขา แต่ไม่ได้หันกลับไปมองฉันยังคงชอบเขาอยู่ เพียงแต่ต่อจากนี้จะเก็บความรู้สึกนี้ไว้ลึกๆ ในใจ ให้มันเป็นเรื่องของฉันคนเดียว แล้วปล่อยให้วันเวลาค่อยๆ ทำให้ความรู้สึกนี้จางลง จนเขาหายไปจากโลกของฉันอย่างสิ้นเชิงนับจากนั้น ฉันกับเขาก็ไม่เคยนัดกันไปโรงเรียนด้วยกันอีก แม้ส่วนใหญ่เราจะบังเอิญเจอกันตามที่ต่างๆ ฉันก็เพียงพยักหน้าทักทายตามมารยาท และไม่เคยเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดกับเขาอีกแม้แต่คำเดียวหลายครั้งเขาหยุดอยู่ข้างทาง ดูเหมือนจงใจรอฉัน ริมฝีปากขยับอย่างลังเล คล้ายมีอะไรอยากพูดกับฉัน แต่ฉันก็แสร้งทำเป็นไม่สังเกตเห็น แล้วเดินผ่านเขาไปทุกครั้งเพื่อนๆ ต่างไม่เชื่อสิ่งที่ฉันพูดหน้าชั้นในวันนั้น ก็สิบกว่าปีมาแล้วที่ฉันกับเขาตัวติดกันแทบตลอด ชิงชิงเล่าว่า ลับหลังฉันทุกคนถึงกับตั้งวงคุยเรื่องนี้กันหลายครั้ง สุดท้ายก็ลงความเห็นตรงกันว่าฉันแค่โกรธเว่ยชิงเฟิงอยู่ พอหายโกรธก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมเองเรื่องนี้ฉันไม่คิดจะยืนยันหรือปฏิเสธอะไร ไม่เชื่อก็ช่างเถอะ ฉ
Ler mais

บทที่ 12

การที่ฉันเดินจากไปทำให้ทุกคนคาดไม่ถึง พอฉันเดินออกมา พวกเขาก็เริ่มพูดคุยกันอย่างออกรสทันที ต่างคนต่างพูดกันไปสารพัด ฉันทำเหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ไม่หยุดเดิน และไม่หันกลับไปมองอีกวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแวบเดียวก็ผ่านจากวันนั้นมากว่าครึ่งเดือนแล้ว ช่วงนี้ฉันใช้ชีวิตอย่างเหงาๆ อยู่บ้าง แต่ก็รู้สึกสบายใจเป็นอิสระอยู่บ้างเหมือนกันใบหน้าของเว่ยชิงเฟิงยังคงผุดขึ้นมาในหัวฉันอยู่บ่อยๆ ทุกครั้งที่นึกถึงเขา ฉันก็พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ บังคับตัวเองไม่ให้คิดถึงเขาอีก ถ้าทนห้ามตัวเองไม่ไหวจริงๆ ฉันก็จะหยิบโจทย์คณิตศาสตร์ทั้งเล่มออกมา แล้วค่อยๆ ทำไปทีละหน้าคืนนั้นพระจันทร์ดวงโต มีแสงดาวกระจายอยู่ประปรายหลังเลิกเรียนภาคค่ำ ฉันกอดหนังสือและเอกสารทบทวนกองใหญ่ไว้ในอ้อมแขน บอกลาชิงชิงกับเสี่ยวจื่อ แล้วกลับบ้านตามลำพังบางทีอาจเป็นเพราะบรรยากาศยามค่ำคืนสวยงามมาก ฉันจึงค่อนข้างอารมณ์ดี ถึงกับฮัมเพลงหนึ่งที่จำไม่ได้ว่าเคยได้ยินมาจากไหนและตั้งแต่เมื่อไหร่อย่างเพลิดเพลินระหว่างที่ฉันกำลังนึกว่าท่อนต่อไปของเพลงร้องว่าอะไร เขาก็เดินออกมาจากอีกด้านของหัวมุม แล้วหยุดยืนตรงหน้าฉันเว่ยชิงเฟิ
Ler mais

บทที่ 13

วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ความสัมพันธ์ของสองครอบครัวกลับมาเป็นปกติแทบทั้งหมด เพียงแต่ไม่ได้สนิทสนมกันเหมือนเมื่อก่อน ส่วนระหว่างฉันกับเว่ยชิงเฟิงก็ยังคงมีกำแพงบางอย่างกั้นอยู่เสมอฉันไม่เคยเข้าไปในห้องของเขาอีกเลย แม้แต่บ้านของเขาฉันก็แทบไม่ไป เวลาสองครอบครัวนัดกินข้าวด้วยกัน ฉันก็พยายามปฏิเสธเท่าที่ทำได้ ส่วนในสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้และต้องอยู่กับเว่ยชิงเฟิงตามลำพัง ฉันก็พยายามอยู่ห่างจากเขาและไม่พูดอะไรวันขึ้นปีใหม่ปีนั้น เดิมทีแม่ตั้งใจว่าจะฉลองกันที่บ้านของเราเอง แต่คุณน้ากับคุณอาเว่ยมาชวนแล้วชวนอีก พ่อกับแม่พยายามบอกปัดสารพัด สุดท้ายก็ทัดทานพวกเขาไม่ไหวเดิมทีฉันก็ไม่ได้คิดจะไปอยู่แล้ว เหตุผลหนึ่งคือกว่าจะได้หยุดสักวัน ฉันก็อยากพักผ่อนให้เต็มที่ แต่เหตุผลสำคัญกว่านั้นคือฉันไม่อยากอยู่ใกล้เขา เพราะแค่เข้าใกล้ ภาพใบหน้าเย็นชาของเขากับคำพูดไร้เยื่อใยเหล่านั้นก็จะผุดขึ้นมาในหัว ทำให้หัวใจของฉันเย็นยิ่งกว่าเหล็กที่เย็นจัดเสียอีกฉันไม่คิดเลยว่าเว่ยชิงเฟิงจะมาหาฉันเดิมทีฉันนอนแผ่อยู่บนโซฟา ใส่หูฟังฟังเพลงอยู่ ส่วนเขาก็ยืนเงียบๆ อยู่ข้างฉันจริงๆ แล้วฉันรู้ว่า
Ler mais

บทที่ 14

ความรู้สึกอันงดงามราวบทกวีในวัยสาวของฉัน ทั้งความชื่นชมที่มีต่อเขาและความใฝ่ฝันถึงอนาคต ล้วนถูกรวบรวมไว้ในไดอารี่เหล่านี้ทั้งหมดไดอารี่ไม่กี่เล่มนี้ ก็คือช่วงวัยเยาว์ทั้งหมดของฉันเสียงหัวเราะหึเบาๆ ดึงความสนใจของฉัน พอฉันหันกลับไป ก็เห็นเขากำลังพิงกรอบประตูห้องนอน มองมาด้วยสีหน้าขี้แกล้งถึงในใจฉันจะลนลาน แต่มือกลับนิ่งขณะเก็บไดอารี่ใส่ลิ้นชักแล้วล็อกไว้ ก่อนจะยิ้มให้เขาเล็กน้อย “เว่ยชิงเฟิง นายมาแล้วเหรอ”“โอ้ เทพขี้เซาของเรา ในที่สุดก็ตื่นแล้วเหรอ?” เขาขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนโต๊ะเขียนหนังสือของฉัน มือใหญ่ขยี้หัวฉันเบาๆ น้ำเสียงเจือแววหยอกล้ออยู่เล็กน้อยนานแค่ไหนแล้วนะ ที่ฉันกับเขาเอาแต่ห่างเหินเย็นชาต่อกันแบบนี้การที่จู่ๆ เขาเข้ามาใกล้ทำให้ฉันรู้สึกไม่คุ้นชิน จึงขยับตัวหลบไปด้านข้างด้วยความอึดอัด “อืม”เมื่อก่อน แค่เขาเข้ามาใกล้ ฉันก็ใจเต้นแรงแล้วแต่ตอนนี้ แค่เขาเข้ามาใกล้ ฉันก็อยากหลบไปให้ห่าง“หลานเยว่ สอบเป็นยังไงบ้าง?” เขามองฉันด้วยสายตาเป็นประกาย แฝงความตื่นเต้นบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ “ฉันมาหาตั้งหลายครั้ง เธอก็เอาแต่นอนทุกที นอนได้เก่งจริงๆ”“ก็โอเค” ฉั
Ler mais

บทที่ 15

ห้องข้างๆ มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อฮวาหรุ่ย ย้ายโรงเรียนมาจากต่างถิ่น ตัวเล็กกะทัดรัด ใบหน้ากลม ผมสั้นเสมอหู เวลายิ้มจะมีลักยิ้มเล็กๆ ขึ้นที่ข้างริมฝีปากทั้งสองข้าง หน้าตาน่ารักมากเลยหลายครั้งที่ฉันเห็นเว่ยชิงเฟิงเดินไปกับเธอ มือของทั้งสองที่จับกันไว้ทำให้หัวใจฉันเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าวันที่กลับไปโรงเรียนเพื่อเช็กคำตอบหลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย ฉันเห็นกับตาว่าเว่ยชิงเฟิงพาฮวาหรุ่ยไปหลบคุยกันตรงมุมหนึ่ง แล้วบอกว่าอยากสมัครมหาวิทยาลัยเดียวกับเธอ เพราะเขาอยากเป็นอัศวินของเธอ คอยปกป้องเธอตลอดไปตอนนั้นฉันเจ็บปวดใจจนแทบตายคนเรามีเรี่ยวแรงและเวลาอยู่จำกัด ในเมื่อเขาเลือกจะเป็นอัศวินของเธอแล้ว จะมาคอยปกป้องฉันได้ดีอีกได้ยังไง ที่ทำไปก็แค่เพื่อชดเชยความรู้สึกผิดของตัวเอง จะได้ไม่ต้องโทษตัวเองมากนักเท่านั้นหัวใจของฉันก็มีความรู้สึก ฉันไม่อยากถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยิ่งไม่อยากปล่อยให้ตัวเองเจ็บปวดอยู่อย่างนี้ไปนานๆ ต้องมองดูพวกเขาหวานใส่กันทุกวัน แบบนั้นก็เท่ากับฉันทรมานตัวเอง ฉันไม่เอาอีกแล้วความรู้สึกทั้งหมดตลอดสิบแปดปีที่ผ่านมา ฉันมอบให้เว่ยชิงเฟิงไปหมดแล้ว ต่อจากนี้ ฉันอยากใช้ชีวิตเป็น
Ler mais

บทที่ 16

ในนาทีสุดท้ายก่อนกดยืนยัน ฉันเปลี่ยนมหาวิทยาลัยที่เลือกไว้จากมหาวิทยาลัยจิงเป็นมหาวิทยาลัยหลิน มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ สาขาจิตรกรรมจีนของที่นั่นมีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ ได้ยินมาว่าเคยมีศิลปินระดับปรมาจารย์จบออกมาแล้วหลายคนในเมื่อฉันไม่อยากไปมหาวิทยาลัยจิง มหาวิทยาลัยหลินจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับฉันคุณน้ากับคุณอาเว่ยต่างก็เคยถามว่าฉันเลือกมหาวิทยาลัยจิงใช่ไหม ซึ่งฉันล้วนตอบเลี่ยงไปแบบคลุมเครือวันที่หนังสือแจ้งรับเข้าศึกษามาถึง ฉันเหม่อลอยอยู่เนิ่นนานท้ายที่สุดแล้วฉันกับเขาก็ไม่ใช่คนโลกเดียวกัน การเรียนมหาวิทยาลัยจึงเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายในการขีดเส้นแบ่งระหว่างฉันกับเขาให้ชัดเจนเขาถือหนังสือแจ้งรับเข้าศึกษาของตัวเองวิ่งมาที่บ้านฉัน ส่งเสียงโวยวายจะดูของฉันให้ได้ “หลานเยว่ เอาหนังสือของเธอมาให้ฉันดูหน่อยสิ นี่ของฉัน เธอก็ดูด้วยนะ”เขายิ้มได้ดูดีมาก เหมือนกับรอยยิ้มที่ฝังอยู่ในความทรงจำซึ่งเคยทำให้ฉันนอนไม่หลับตลอดทั้งคืนไม่มีผิดฉันส่งหนังสือแจ้งรับเข้าศึกษาให้เขาด้วยท่าทีสงบนิ่ง เขาจ้องมองชื่อมหาวิทยาลัย ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเขาทั้งตกตะลึงและคา
Ler mais

บทที่ 17

แม่คือคนที่เข้าใจความในใจของลูกสาวมากที่สุดในโลก ท่านใช้ชายเสื้อของฉันเช็ดดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้ พลางพึมพำว่า “แม่หาข้อมูลในเน็ตแล้ว มหาวิทยาลัยหลินดีมากเลยนะ สาขาจิตรกรรมจีนมีชื่อเสียงยิ่งกว่ามหาวิทยาลัยจิงเสียอีก ลูกไปที่นั่นก็ตั้งใจเรียนให้ดี พยายามสอบเรียนต่อปริญญาโทควบเอกให้ได้ อีกไม่กี่ปีแม่กับพ่อก็เกษียณแล้ว ถ้าลูกอยากอยู่ที่นั่นต่อ พ่อกับแม่จะย้ายไปอยู่เป็นเพื่อน ให้พ่อได้สัมผัสสี่ฤดูที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับหิมะขาวโพลนทางเหนือดูบ้าง“จะร้องไห้ทำไม ชิงเฉินก็อยู่ที่นั่นไม่ใช่รึ? ผมว่าชิงเฉินพึ่งพาได้มากกว่าชิงเฟิงนะ แล้วเขาก็คอยดูแลเสี่ยวเยว่มาตลอด มีเขาอยู่ ลูกสาวเราไม่ได้รับความลำบากใจหรอก”ความใส่ใจและความรักของพ่อแม่ ช่วยปัดเป่าความเศร้าหมองและความอาลัยอาวรณ์ที่ฝังอยู่ในใจฉันออกไปได้อย่างเห็นผลยิ่งตอนนั้นฉันเอาแต่มุ่งมั่นที่จะหนีไปให้พ้นจากข้างกายเว่ยชิงเฟิง ตอนยื่นเลือกอันดับมหาวิทยาลัยก็ยึดตามความคิดของตัวเองล้วนๆ จนลืมไปเสียสนิทว่าความจริงแล้วบ้านคุณอาเว่ยยังมีลูกชายอีกคน และเขากำลังเรียนปริญญาโทอยู่ที่มหาวิทยาลัยหลิน มหาวิทยาลัยที่ฉันเลือกพอดีเรื่องบางเรื่อง อา
Ler mais

บทที่ 18

ต่อมา เราก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันแล้ว บ่อยครั้งที่ผ่านไปสิบวันครึ่งเดือนก็ยังไม่ได้คุยกันสักประโยคเขามีผู้หญิงที่ชอบคอยอยู่เคียงข้าง ฉันไม่อยากทำให้เกิดความเข้าใจผิด และไม่อยากให้ความรู้สึกส่วนตัวของฉันไปกระทบกับชีวิตของเขาดังนั้น ไม่ว่าฉันจะคิดถึงเขามากแค่ไหน ก็ต้องอดทนไว้ ไม่เคยเป็นฝ่ายทักหาเขาก่อนเลยสักคำเดียวการลดการติดต่อ สำหรับฉันแล้วมันยากมาก แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ฉันสาบานเลยว่า ฉันจะเลิกเสพติดเขาให้ได้!ตอนที่ใกล้จะปิดเทอมฤดูหนาว เขาทักมาหาฉันครั้งหนึ่ง ถามฉันว่าจะกลับไปเมื่อไหร่ฉันถือโทรศัพท์จ้องมองตัวอักษรเรียบง่ายไม่กี่คำนั้น ความรู้สึกเศร้าและดีใจปะปนกันไปฉันนึกว่าการไม่ไปคิด ไม่ไปมอง จะทำให้ลืมเลือนได้จริงๆทว่าเมื่อรูปโปรไฟล์ที่คุ้นเคยของเขาเด้งแจ้งเตือนข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน ความคิดถึงของฉันก็พรั่งพรูราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากจนไม่อาจควบคุมได้ฉันกำโทรศัพท์ไว้แน่น มองดูหน้าจอแชตที่คุยกับเขา แล้วร้องไห้ออกมาเหมือนคนโง่ที่แท้ ฉันก็ยังคงชอบเขามากขนาดนั้น ไม่เคยลืมเลือนได้เลยใช่สิ สิบแปดปี จะลืมง่ายๆ ขนาดนั้นได้ยังไง!แต่ต่อให้ไม่ลืมแล้วจะทำไมล่ะ? เราไม่ใช่คนโลกเดีย
Ler mais

บทที่ 19

หัวใจฉันเจ็บแปลบขึ้นมาในทันที แตงโมหวานกรอบที่กินอยู่พลันจืดชืดไร้รสชาติฉันเก็บสีหน้าไว้ ไม่ส่งเสียงสักคำ ก่อนโยนเปลือกแตงโมในมือลงจานผลไม้ แล้วก้มเช็ดคราบเลอะเทอะตามเนื้อตัวเงียบๆเว่ยชิงเฟิง ที่นายพูดแซวฉันเมื่อครู่ นายไม่ได้คิดอะไรจริงๆ หรือจงใจดูถูกฉันกันแน่?นายดีขนาดนั้น แล้วฉันที่เคยชอบนาย จะต้องพยายามแค่ไหนถึงจะกลับไปชอบคนอื่นได้อีก?ฉันไม่รู้ว่าชั่วชีวิตนี้ ฉันจะต้องเก็บความรู้สึกเมื่อครั้งวัยเยาว์ไว้เงียบๆ แบบนี้ แล้วอยู่ตัวคนเดียวอย่างเดียวดายไปจนชั่วฟ้าดินสลายหรือเปล่าเว่ยชิงเฟิง จะทำร้ายกันก็อย่าทำร้ายถึงใจขนาดนี้เลย นายอย่าใจร้ายนักได้ไหม?แค่ไม่ให้ฉันได้ชอบนายก็มากพอแล้ว อย่าพรากความสบายใจในการใช้ชีวิตคนเดียวไปจากฉันอีกเลยอยู่ห่างๆ จากฉันหน่อยเถอะ ฉันขอร้อง!สุดท้ายตรุษจีนปีนี้ สองครอบครัวก็ยังมารวมตัวฉลองด้วยกันอยู่ดีครอบครัวเราสามคนถูกคุณอาเว่ยลากไปบ้านเขาตั้งแต่เช้าตรู่ แม่กับคุณน้าช่วยกันคิดเมนูสำหรับมื้อค่ำส่งท้ายปี ส่วนพ่อกับคุณอาก็เล่นหมากรุกจีนกันพลางส่งเสียงเอะอะบนหน้าต่างติดกระดาษฉลุลาย ระเบียงแขวนไฟประดับหลากสีดวงเล็กๆ ด้านนอกมีเสียงประทัดดังขึ้
Ler mais

บทที่ 20

เขายกมือขึ้นแล้วโยนโทรศัพท์มาให้ ฉันรีบรับแทบไม่ทัน และหางตาก็เหลือบเห็นความจนใจบนใบหน้าบึ้งตึงของเขาฉันชักปวดหัวขึ้นมานิดๆ จู่ๆ ก็ไม่รู้ว่าควรวางตัวยังไงกับเขาดีพอฉันอยู่ใกล้เขา เขาก็รังเกียจ พอฉันอยู่ห่าง เขาก็หาว่าฉันรับมุกไม่ได้อีกไม่ว่าฉันจะทำยังไง เขาก็จับผิดฉันได้ตลอดพอได้โทรศัพท์คืนมา ฉันกลับไม่มีอารมณ์ดูซีรีส์ต่อ เอาแต่ขบคิดถึงประโยคที่เขาเพิ่งพูดไปพวกเธอสาวๆ นี่นะ คิดมากกันจริงๆคำว่าพวกเธอหมายถึงฉันกับใครกัน? ตั้งแต่เด็กเขาก็มีนิสัยเฉพาะตัว ไม่ชอบสุงสิงกับผู้หญิง ฉันแทบเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ใกล้เขา ส่วนอีกคนไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็นฮวาหรุ่ยเขาไม่เคยเป็นของฉัน ไม่เคยเป็นของฉันแม้แต่วันเดียว ส่วนความรู้สึกทั้งหมดที่ฉันทุ่มให้เขา ก็เป็นเรื่องของฉันฝ่ายเดียวเท่านั้นพอคิดเรื่องทั้งหมดจนเข้าใจแล้ว ฉันก็เปิดอัลบั้มในโทรศัพท์ แล้วลบรูปที่สะสมมานานทีละรูปตอนทำแบบนั้น ฉันรู้สึกเหมือนกำลังตัดสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวเองออก ทั้งเจ็บปวด ทั้งตัดใจไม่ลง แต่ก็สงบมากลบให้หมดก็ดีแล้ว ต่อไปก็จะไม่มีอะไรคอยรั้งไว้อีกเกือบสามทุ่ม พี่ใหญ่โทรวิดีโอคอลมา พวกเราคุยกันอย่างคึกคั
Ler mais
ANTERIOR
123
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status