All Chapters of การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่1

งานแต่งงานของเพื่อนใช้แผนงานและคอนเซปต์งานแต่งที่ฉันเคยออกแบบไว้ในตอนนั้นฉันใช้เวลาครึ่งปีวางแผนทุกขั้นตอนของงานอย่างละเอียด แต่ฟู่ถิงเซินกลับใช้เวลาเพียงหนึ่งนาทีเพื่อปฏิเสธมันหลังจากพิธีแต่งงานอันแสนเรียบง่ายและส่งเดชผ่านพ้นไป ฟู่ถิงเซินก็รับปากกับฉันไม่ว่าเขาจะไปเที่ยวเล่นกับผู้หญิงข้างนอกอย่างไร ฉันก็ยังเป็นคุณนายฟู่จนกระทั่งวันนี้ เขากลับพากิ๊กตัวน้อยของตัวเองมาร่วมงานแต่งครั้งนี้ด้วยทันทีที่เดินเข้าไปในงาน สายตาหลากหลายคู่จากรอบข้างก็หันมาจับจ้องฉันทั้งสายตาที่รอดูเรื่องสนุก สายตาที่อยากรู้อยากเห็น และสายตาที่เห็นอกเห็นใจมีเพียงฟู่ถิงเซินที่ยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“มาแล้วเหรอ”ฉันมองหญิงสาวที่คล้องแขนเขาอย่างสนิทสนม ก่อนพยักหน้าอย่างสงบนิ่งตลอดเจ็ดปีที่แต่งงานกัน ฟู่ถิงเซินนอกใจก็ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งเจ้าบ่าวดูอึดอัดไม่น้อย เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น“พี่สะใภ้มาแล้วเหรอครับ รีบนั่งเลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ”ฉันยิ้มให้เขาอย่างสุภาพ รู้สึกขอบคุณที่เขาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้ที่นั่งของฉันตามเดิมมีคนจับจองไปแล้ว
Read more

บทที่ 2

“ได้ เสิ่นชูอี๋ เธอแน่มาก”ฉันขี้เกียจจะพูดอะไรต่อ จึงกดวางสายไปทันทีสาวใช้กำลังช่วยฉันเก็บสัมภาระอยู่“คุณผู้หญิงคะ แน่ใจนะคะว่าจะไม่เอาของพวกนี้ไปเลย?”ในห้องแต่งตัว สาวใช้มองบรรดาของแบรนด์เนมที่เรียงรายเต็มผนัง ก่อนถามฉันของพวกนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ฟู่ถิงเซินตั้งใจซื้อให้ฉันโดยเฉพาะ เพื่อให้ฉันใส่ออกงานเลี้ยงเขาเคยพูดว่า“เสิ่นชูอี๋ ฉันไม่สนหรอกว่าเมื่อก่อนเธอจะเป็นยังไง”“ในเมื่อแต่งเข้าตระกูลฟู่ของเราแล้ว ก็หัดปกปิดความจนติดตัวของเธอซะบ้าง อย่าทำให้ฉันขายหน้า”ฉันส่ายหน้า ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆว่า“ของแบรนด์เนมกับชุดราตรีพวกนี้ฉันไม่เอาสักอย่าง เธอแค่ช่วยเก็บของที่เหลือให้ฉันก็พอ”สาวใช้มีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย“คุณผู้หญิงคะ...นอกจากของพวกนี้แล้ว เหมือนคุณผู้หญิงจะไม่มีอะไรให้เก็บแล้วนะคะ...”ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้ก็จริง ตลอดเจ็ดปีที่แต่งงานกับฟู่ถิงเซิน ฉันแทบไม่เคยมีสิ่งของที่เป็นของตัวเองจริงๆเลยในคฤหาสน์หลังใหญ่โตแห่งนี้ พื้นที่ที่เป็นของฉันก็มีเพียงแค่เตียงนอนครึ่งฝั่งในห้องนอนเท่านั้น คืนนั้นฟู่ถิงเซินไม่ได้กลับบ้าน ฉันจึงได้หลับสบาย
Read more

บทที่ 3

เมื่อสามปีก่อนตอนที่ฉันขอหย่าเป็นครั้งที่สอง ฟู่ถิงเซินก็กลับบ้านตระกูลในคืนนั้นทันทีหลังจากนั้น ฉันก็ได้รับสิทธิ์ให้พบลูกได้เพียงสัปดาห์ละครั้งตลอดเจ็ดปีที่แต่งงานกัน ฟู่ถิงเซินมักจับจุดอ่อนของฉันได้อย่างแม่นยำ ทำให้ฉันไม่อาจจากเขาไปและไม่สามารถเดินออกมาได้เสียทีและวันนี้คือครั้งที่สามบางทีอาจเป็นเพราะความเห็นใจ ทนายจึงยังคงรับว่าความให้ฉันเมื่อรับทะเบียนสมรสที่ฉันยื่นให้ เขาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ“คุณเสิ่นครับ ทะเบียนสมรสใบนี้...เป็นของปลอมครับ”“จริงๆ แล้วคุณกับคุณฟู่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันครับ”“อะไรนะ?”ฉันลุกขึ้นทันที คิดว่าตัวเองคงฟังผิดไป“ทะเบียนสมรสจะเป็นของปลอมได้ยังไง? คุณลองตรวจดูให้ละเอียดอีกทีสิ!”ทนายดันแว่นขึ้น ก่อนก้มลงตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง“ขอโทษด้วยครับคุณเสิ่น ทะเบียนสมรสใบนี้เป็นของปลอมจริงๆครับ”“หึ...”ฉันหัวเราะออกมา แต่น้ำตากลับไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่เจ็ดปีสองพันห้าร้อยห้าสิบห้าวัน ทุกวันฉันถามตัวเองซ้ำๆนับร้อยครั้งทำไมฉันถึงต้องเชื่อฟู่ถิงเซิน?ทำไมฉันถึงตอบตกลงแต่งงานกับเขา?ถึงขั้นแต่งเข้าตระกูลฟู่ที่เย็นชาไร้หัวใจราวกับขุมน
Read more

บทที่ 4

“เหนียนเหนียน เมื่อไหร่จะกลับมา? แม่คิดถึงลูกนะ”เสียงจากปลายสายค่อนข้างเสียงดังครึกโครม คล้ายกับกำลังอยู่ในสวนสนุกแต่ฉันยังคงจับเสียงของเหนียนเหนียนได้อย่างแม่นยำ“แต่ผมไม่อยากเจอแม่”น้ำตาที่เอ่อคลออยู่ในดวงตาชะงักค้าง ฉันถามกลับอย่างไม่อยากเชื่อว่า“เหนียนเหนียน ลูกพูดว่าอะไรนะ?”เสียงของเหนียนเหนียนยังคงสดใสเหมือนเช่นเคย แต่กลับกระแทกลงกลางใจฉันอย่างรุนแรง“ผมบอกว่า ผมไม่อยากเจอแม่”มือที่ถือโทรศัพท์เกร็งแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ “แม่รู้ว่าตอนนี้ลูกกำลังสนุกมาก ลูกเล่นให้เต็มที่ก่อนนะ แล้วพอเล่นเสร็จค่อยมาหาแม่ดีไหม?”“ไม่ว่าจะต้องรอนานแค่ไหน แม่ก็รอลูกได้”เหนียนเหนียนไม่ลังเลแม้แต่น้อย ความเย็นชานั้นช่างเหมือนฟู่ถิงเซินผู้เป็นพ่อไม่มีผิด“ไม่เอา พ่อบอกว่าแม่ทำให้พ่อโกรธ แม่เป็นแม่ที่ไม่ดี!”“เหนียนเหนียนไม่อยากเจอแม่ แล้วแม่ก็ไม่ต้องมาหาเหนียนเหนียนอีกนะ”“เหนียนเหนียนไม่ชอบแม่คนนี้!”สายถูกตัดไป และหัวใจของฉันก็แหลกสลายจนไม่เหลือความหวังอีกต่อไปที่แท้ลูกของฉันก็เหมือนพ่อของเขา ไม่ได้รักฉันเลยก็ดีเหมือนกัน ในที่สุดฉันก็สามารถจากไปได้โดยไม่ต้องม
Read more

บทที่ 5

"เสิ่นชูอี๋! เปิดประตู!"เสียงเกรี้ยวกราดดุดันของฟู่ถิงเซินดังก้องขึ้นที่หน้าประตู ฉันสะดุ้งตกใจไปแวบหนึ่ง"เสิ่นชูอี๋! เธอเก่งนักก็ออกมาบอกเลิกกับฉันต่อหน้าสิ! เปิดประตู!"ฉันถอนหายใจ ไม่ได้รีบร้อนเดินไปเปิดประตูให้เขาแต่กลับเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ทั้งสบายและให้ความอบอุ่นก่อน เมื่อเปิดประตูออก ก็เห็นว่าฟู่ถิงเซินไม่ได้สวมเสื้อคลุม เดือนมีนาคมของเมืองไห่ยังคงมีไอหนาวเสียดกระดูกอยู่บ้าง แต่ฟู่ถิงเซินกลับราวกับไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย "เข้ามาสิคะ"ฉันเบี่ยงตัวหลบให้เล็กน้อย ก่อนนั่งลงบนโซฟาอย่างสงบนิ่ง ตลอดหลายปีที่แต่งงานกัน ฟู่ถิงเซินหล่อหลอมให้ฉันกลายเป็นคนที่ไม่หวั่นไหวต่อคำชมหรือคำดูถูกอีกต่อไป ฟู่ถิงเซินไม่ได้มานั่ง แต่ภายใต้แสงไฟ ร่างสูงใหญ่ของเขากลับดูราวกับเงามืดที่แผ่คลุมฉันเอาไว้ "“เสิ่นชูอี๋ ใครให้ความกล้าเธอมาขอหย่ากับฉัน?”ฟู่ถิงเซินจ้องฉันเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแต่กลับเป็นฉันที่มองเขาอย่างแปลกใจ รู้สึกพูดไม่ออกกับท่าทีของเขา“ฉันไม่ได้เพิ่งขอหย่ากับคุณเป็นครั้งแรกเสียหน่อย คุณพูดแบบนี้ไปมีประโยชน์อะไร?”“ฟู่ถิงเซิน คุณคงไม่ได้คิดจ
Read more

บทที่ 6

มีเพียงวันนั้นที่มีแสงแดดสาดส่อง ท้องฟ้าสดใสเป็นประกาย สายลมพัดโชยเย็นสบาย ช่างเหมือนกับอารมณ์ความรู้สึกของฉัน ความยินดีและความตื่นเต้นเอ่อล้นอยู่ในใจจนไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ฉันมาถึงบ้านตระกูลตั้งแต่เช้าตรู่ และรออยู่นานถึงสามชั่วโมงเต็มกว่าจะมีคนออกมาเปิดประตูให้ในที่สุดเมื่อพ่อบ้านเห็นฉัน สีหน้าของเขาก็ดูไม่ค่อยต้อนรับนักแต่ฉันไม่ได้ใส่ใจเพราะในตอนนั้น ในหัวใจและสายตาของฉันมีเพียงลูกที่กำลังจะได้พบหน้าเท่านั้นเมื่อเข้าไปถึงห้องโถง ฉันก็ต้องรออีกนานเท่าไรก็ไม่รู้จนกระทั่งเสียงนาฬิกาบอกเวลาสิบสองนาฬิกาดังขึ้น แม่ของฟู่ถิงเซินถึงได้อุ้มเหนียนเหนียนวัยสามขวบออกมาเมื่อมองดูใบหน้าอันไร้เดียงสาของแก ขอบตาของฉันก็ร้อนผ่าวแดงกวาดขึ้นมาในทันที นี่คือลูกที่ฉันยอมถูกเหยียดหยามเพียงเพื่อให้เขาปลอดภัยลูกที่เพิ่งลืมตาดูโลกก็ถูกคนอื่นอุ้มตัวไปทันทีเมื่อแม่ของฟู่ถิงเซินเห็นฉัน ก็ยังคงพูดจาถากถางเหมือนเช่นเคย“ถ้าไม่ใช่เพราะถิงเซินเป็นคนเอ่ยปาก ฉันไม่มีทางยอมให้ผู้หญิงจนๆ อับโชคอย่างเธอมาเจอหลานชายของฉันหรอก”“จำเอาไว้ให้ดี เหนียนเหนียนเป็นลูกหลานของตระกูลฟู่”“ที่ยอม
Read more

บทที่ 7

ฉันชะงักไป นึกถึงผู้ชายที่เย็นชาและมีเหตุผลคนนั้นในความทรงจำฉันเป็นเด็กกำพร้า เติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่เล็กตั้งแต่เด็กฉันก็เป็นคนที่ทะเยอทะยานและไม่ยอมแพ้ใครเพื่อให้ตัวเองมีความสามารถมากพอที่จะยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ฉันจึงตั้งใจเรียนอย่างสุดชีวิตจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเมืองไห่ได้สำเร็จและได้เรียนในสาขาที่ดีที่สุดในปีสองฉันก็ได้เข้าร่วมทีมวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษา แม้จะเป็นเพียงคนธรรมดาที่คอยช่วยทำงานจิปาถะก็ตามรุ่นพี่ที่อาจารย์พูดถึงก็คือเซี่ยอวิ๋น หนึ่งในกำลังหลักของทีมวิจัยนั้นและยังเป็นคนที่ฉันเคยแอบชอบอีกด้วยน่าเสียดายที่พอขึ้นปีสาม เขาก็ไปเรียนต่อต่างประเทศความรู้สึกของฉันยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา ก็จบลงเสียก่อนโดยไม่มีโอกาสได้เริ่มต้นเมื่อเห็นว่าฉันไม่พูดอะไร อาจารย์จึงพูดต่อ“ตอนนั้นคนที่อาจารย์มองว่ามีอนาคตที่สุดก็คือเธอกับเซี่ยอวิ๋น พวกเธอสองคนเป็นนักเรียนที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่อาจารย์เคยสอนมา”“แต่น่าเสียดายนะ พอเรียนจบเธอก็แต่งงานไปเสียแล้ว”เมื่อพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของอาจารย์ก็เต็มไปด้วยความเสียดายฉันเม้มริมฝีปาก รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล
Read more

บทที่ 8

“ทุกวันเอาแต่เดินตามพวกเธอต้อยๆ คอยถามนั่นถามนี่ไม่หยุด”“ตอนนั้นอาจารย์ก็คิดไว้เลยว่า เด็กสาวคนนี้ในอนาคตต้องประสบความสำเร็จแน่นอน”คำพูดหลังจากนั้นอาจารย์ไม่ได้เอ่ยต่อ ฉันหลุบสายตาลงนั่งดื่มเหล้าเงียบๆ หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จ ฉันไม่ได้รีบร้อนกลับรอจนกระทั่งผู้คนทยอยกลับกันไปจนเกือบหมด ฉันจึงหยิบสมุดบันทึกของตัวเองออกมาจากกระเป๋า “อาจารย์คะ ฉันอยากจะกลับมาเริ่มต้นเรียนรู้อีกครั้งค่ะ”อาจารย์ดูประหลาดใจมาก เขารับสมุดบันทึกของฉันไป ก่อนพลิกอ่านอย่างละเอียดอยู่นานเมื่อวางมันลงอีกครั้ง ใบหน้าของอาจารย์ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม“เสิ่นชูอี๋ อาจารย์มองเธอไม่ผิดจริงๆ”“อาจารย์อ่านบันทึกของเธอแล้ว มีวิสัยทัศน์และมองการณ์ไกลมาก”“คืนนี้กลับไปแล้วอาจารย์จะลองคิดดู แล้วจะแนะนำสถาบันวิจัยดีๆให้เธอสักสองสามแห่ง เธอลองไปสมัครและสัมภาษณ์ดูนะ”ขณะที่กำลังพูดกันอยู่ จู่ๆเซี่ยอวิ๋นก็พูดแทรกขึ้นมา“ขอพี่ดูหน่อยได้ไหม?”นี่เป็นครั้งแรกในคืนนี้ที่เขาพูดกับฉันฉันพยักหน้า ก่อนยื่นสมุดบันทึกให้เขาเซี่ยอวิ๋นดันแว่นกรอบทองบนสันจมูกขึ้นเล็กน้อย สีหน้าจริงจัง“เธอสนใจมาทำงานกับพี่ไหม?”ฉันช
Read more

บทที่ 9

“เสิ่นชูอี๋! เธอจะเอาแต่ก่อเรื่องไม่เลิกหรือไง!”"เธอมีอะไรไม่พอใจก็พูดมาตรงๆสิ ฉันยอมปรับยอมแก้ให้แล้วยังไม่พอใจอีกหรือไง?"นี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่ถิงเซินยอมก้มหัวให้ เฉินฉีถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจแต่ภายในใจของฉันกลับไม่มีความรู้สึกใดๆหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยฉันขอทางจากเขาอย่างมีมารยาท และเตรียมตัวจะเดินจากไป แต่ฟู่ถิงเซินกลับคว้ามือฉันเอาไว้“เสิ่นชูอี๋ กลับบ้านกับฉัน”ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไร มือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากด้านหลังและดึงเขาออกจากตัวฉัน“คุณครับ กรุณาสำรวมกิริยาด้วย”เซี่ยอวิ๋นถือเสื้อคลุมไว้ในมือข้างหนึ่ง ก่อนจะแกะมือของฟู่ถิงเซินออกด้วยสีหน้าเย็นชา “แกเป็นใคร?”ดวงตาของฟู่ถิงเซินแดงก่ำด้วยความโกรธทันที เขาหันกลับเตรียมจะลงไม้ลงมือ ฉันถอนหายใจ แล้วก้าวไปขวางหน้าเซี่ยอวิ๋น“พอเถอะ”คำพูดแผ่วเบาเพียงประโยคเดียว ราวกับกดปุ่มหยุดทุกอย่างลงการเคลื่อนไหวของฟู่ถิงเซินชะงักค้าง เขามองฉันอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง“เสิ่นชูอี๋ เธอจะช่วยมันงั้นเหรอ? มันเป็นใคร?”ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยของเขาตรงๆ“สำคัญด้วยเหรอ? ฟู่ถิงเซิน เราเลิ
Read more

บทที่ 10

สีหน้าของฟู่ถิงเซินดูดีขึ้นเล็กน้อยเดิมทีบ้านหลังนี้ก็มีพื้นที่ไม่ถึงสี่สิบตารางเมตรอยู่แล้ว แถมฉันยังวางกองหนังสือไว้เต็มไปหมดจึงยิ่งดูคับแคบเข้าไปอีกฟู่ถิงเซินทำหน้าบึ้ง แล้วนั่งลงบนโซฟาตัวเล็กอย่างไม่เต็มใจนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสามสิบปีที่เขาต้องตกอยู่ในสภาพกระอักกระอ่วนเช่นนี้เขายื่นมือไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาดูผ่านตา ก่อนจะชะงักไปแวบหนึ่ง“ฉันนึกว่าเธอไม่สนใจเรื่องพวกนี้ไปนานแล้วเสียอีก”ฉันหยิบนมขวดหนึ่งออกจากตู้เย็น นำไปอุ่นแล้วส่งให้เหนียนเหนียน"เอาล่ะ ได้พบหน้ากันแล้ว หากไม่มีอะไรแล้วคุณก็พาเหนียนเหนียนกลับไปเถอะค่ะ" เหนียนเหนียนกอดขวดนมไว้ในอ้อมแขนและมองฟู่ถิงเซินอย่างทำอะไรไม่ถูกฟู่ถิงเซินอุ้มเหนียนเหนียนขึ้นมานั่งบนตัก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง“เสิ่นชูอี๋ เรากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้จริงๆเหรอ?”“เหมือนเมื่อก่อนแบบไหน?”ฉันเอนตัวพิงโซฟาด้วยสีหน้าดูผ่อนคลาย“ให้ฉันเป็นคุณนายฟู่ที่มีเพียงชื่อแต่ไม่มีสถานะต่อไปน่ะเหรอ?”“ช่างเถอะ ฉันเบื่อแล้ว”เหนียนเหนียนเหมือนจะเข้าใจว่าพวกเรากำลังพูดเรื่องอะไรกัน“แม่ครับ ผมผิดเอง แม่กลับบ้านกับพ่อเถอ
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status