Share

การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า
การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า
Author: ฝนพรำ

บทที่1

Author: ฝนพรำ
งานแต่งงานของเพื่อนใช้แผนงานและคอนเซปต์งานแต่งที่ฉันเคยออกแบบไว้ในตอนนั้น

ฉันใช้เวลาครึ่งปีวางแผนทุกขั้นตอนของงานอย่างละเอียด แต่ฟู่ถิงเซินกลับใช้เวลาเพียงหนึ่งนาทีเพื่อปฏิเสธมัน

หลังจากพิธีแต่งงานอันแสนเรียบง่ายและส่งเดชผ่านพ้นไป ฟู่ถิงเซินก็รับปากกับฉัน

ไม่ว่าเขาจะไปเที่ยวเล่นกับผู้หญิงข้างนอกอย่างไร ฉันก็ยังเป็นคุณนายฟู่

จนกระทั่งวันนี้ เขากลับพากิ๊กตัวน้อยของตัวเองมาร่วมงานแต่งครั้งนี้ด้วย

ทันทีที่เดินเข้าไปในงาน สายตาหลากหลายคู่จากรอบข้างก็หันมาจับจ้องฉัน

ทั้งสายตาที่รอดูเรื่องสนุก สายตาที่อยากรู้อยากเห็น และสายตาที่เห็นอกเห็นใจ

มีเพียงฟู่ถิงเซินที่ยังคงมีท่าทีสงบนิ่ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“มาแล้วเหรอ”

ฉันมองหญิงสาวที่คล้องแขนเขาอย่างสนิทสนม ก่อนพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง

ตลอดเจ็ดปีที่แต่งงานกัน ฟู่ถิงเซินนอกใจก็ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง

เจ้าบ่าวดูอึดอัดไม่น้อย เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น

“พี่สะใภ้มาแล้วเหรอครับ รีบนั่งเลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ”

ฉันยิ้มให้เขาอย่างสุภาพ รู้สึกขอบคุณที่เขาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้

ที่นั่งของฉันตามเดิมมีคนจับจองไปแล้ว และแขกไม่ได้รับเชิญที่มานั่งแทนก็มีฟู่ถิงเซินคอยปกป้องอยู่

ฟู่ถิงเซินมองฉันแวบหนึ่ง แล้วพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจว่า

“ที่ของเธอมีคนนั่งแล้ว เปลี่ยนที่นั่งเถอะ”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันยอมรับทุกอย่างโดยไม่เคยขัดขืน ความว่านอนสอนง่ายนั้นฝังลึกอยู่ในนิสัยของฉันไปแล้ว

"ค่ะ"

ทันทีที่ฉันนั่งลง ก็สัมผัสได้ว่าสายตารอบข้างยิ่งจับจ้องมาที่ฉันอย่างไม่คิดจะปิดบัง

เจ้าบ่าวรู้สึกผิดมาก ก่อนจากไปยังฝากให้คนในครอบครัวช่วยดูแลฉัน

เมื่อเทียบกับฟู่ถิงเซินแล้ว เขายังใส่ใจความรู้สึกของฉันมากกว่าเสียอีก

งานแต่งเริ่มขึ้นตามกำหนด เจ้าสาวสวมชุดแต่งงานที่ฉันเป็นคนออกแบบ และเดินอยู่บนพรมแดงที่ฉันเลือกเอง

กำลังแต่งงานกับความสุขที่ฉันไม่เคยได้ครอบครอง

ทุกอย่างเหมือนกับความฝันของฉันไม่มีผิด

หญิงสาวที่คล้องแขนฟู่ถิงเซินยังวัยรุ่น สีหน้าดูไร้เดียงสาและร่าเริง

“ได้ยินถิงเซินบอกว่าพี่ชูอี๋มีความรู้เรื่องการจัดดอกไม้มาก พี่ช่วยจัดช่อให้ฉันสักช่อได้ไหมคะ เอาแบบเดียวกับที่เจ้าสาวถืออยู่เลย”

บรรยากาศเงียบกริบในทันที คนอื่นๆ บนโต๊ะต่างมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครกล้าพูดแทรก

ฉันวางตะเกียบลง แล้วหันไปมองฟู่ถิงเซินโดยไม่รู้ตัว

ฟู่ถิงเซินลูบศีรษะหญิงสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะเชิดคางใส่ฉันและออกคำสั่งว่า

“มัวทำอะไรอยู่? ยังไม่รีบไปอีก!”

เเมื่อสบสายตาหยอกล้อของเขา ฉันก็ยิ้มออกมาอย่างปล่อยวาง

ฉันเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วลุกขึ้นยืน จากนั้นก็หันหลังเดินออกจากห้องโถง

“ทำอะไรให้มันไวๆ หน่อย"

ฟู่ถิงเซินพูดเสริมขึ้นมา

ฉันไม่ตอบอะไร และก้าวเท้าเดินต่อไปโดยไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว

ก้าวเดินจากภายในงานเลี้ยงจนถึงประตูใหญ่ของโรงแรม จากประตูโรงแรมก้าวออกสู่ถนนใหญ่

โดยไม่หันกลับไปมองแม้แต่ครั้งเดียว

เมื่อคนขับรถที่บ้านไม่อยู่ ฉันจึงเดินต่อไปตามถนนเรื่อยๆ

เมื่อเดินผ่านถังขยะ ฉันถอดรองเท้าส้นสูงพื้นแดงออกจากเท้า แล้วโยนมันทิ้งลงไป

ในวินาทีที่เท้าเปล่าเหยียบลงบนพื้น ราวกับพันธนาการที่ผูกมัดฉันมาตลอดก็หลุดออกจนหมดสิ้น

แต่งงานมานานเจ็ดปี ในที่สุดฉันก็ได้รู้สึกถึงความมั่นคงอย่างแท้จริงเสียที

ทันทีที่กลับถึงบ้าน โทรศัพท์จากฟู่ถิงเซินก็โทรเข้ามา

“ช่อดอกไม้ช่อเดียวเธอจะทำถึงเมื่อไหร่? รู้ไหมว่ามีคนกำลังรอเธออยู่?”

ฉันรู้สึกขำ จึงตอบกลับไปอย่างเรียบง่ายว่า

“ฉันไม่ได้รับปากว่าจะทำช่อดอกไม้ให้คุณ”

“แล้วก็ ฉันกลับถึงบ้านแล้ว”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฟู่ถิงเซินก็หัวเราะเยาะออกมา

“เสิ่นชูอี๋ เธอชักจะกล้าขึ้นแล้วนะ?”

“ค่ะ”

เกินความคาดหมายของเขา ฉันตอบรับคำพูดของเขาตรงๆ

ปลายสายเงียบไปสองวินาทีก่อนลมหายใจของฟู่ถิงเซินจะหนักขึ้น และเขาก็หัวเราะออกมาด้วยความโมโห

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 10

    สีหน้าของฟู่ถิงเซินดูดีขึ้นเล็กน้อยเดิมทีบ้านหลังนี้ก็มีพื้นที่ไม่ถึงสี่สิบตารางเมตรอยู่แล้ว แถมฉันยังวางกองหนังสือไว้เต็มไปหมดจึงยิ่งดูคับแคบเข้าไปอีกฟู่ถิงเซินทำหน้าบึ้ง แล้วนั่งลงบนโซฟาตัวเล็กอย่างไม่เต็มใจนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสามสิบปีที่เขาต้องตกอยู่ในสภาพกระอักกระอ่วนเช่นนี้เขายื่นมือไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาดูผ่านตา ก่อนจะชะงักไปแวบหนึ่ง“ฉันนึกว่าเธอไม่สนใจเรื่องพวกนี้ไปนานแล้วเสียอีก”ฉันหยิบนมขวดหนึ่งออกจากตู้เย็น นำไปอุ่นแล้วส่งให้เหนียนเหนียน"เอาล่ะ ได้พบหน้ากันแล้ว หากไม่มีอะไรแล้วคุณก็พาเหนียนเหนียนกลับไปเถอะค่ะ" เหนียนเหนียนกอดขวดนมไว้ในอ้อมแขนและมองฟู่ถิงเซินอย่างทำอะไรไม่ถูกฟู่ถิงเซินอุ้มเหนียนเหนียนขึ้นมานั่งบนตัก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง“เสิ่นชูอี๋ เรากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้จริงๆเหรอ?”“เหมือนเมื่อก่อนแบบไหน?”ฉันเอนตัวพิงโซฟาด้วยสีหน้าดูผ่อนคลาย“ให้ฉันเป็นคุณนายฟู่ที่มีเพียงชื่อแต่ไม่มีสถานะต่อไปน่ะเหรอ?”“ช่างเถอะ ฉันเบื่อแล้ว”เหนียนเหนียนเหมือนจะเข้าใจว่าพวกเรากำลังพูดเรื่องอะไรกัน“แม่ครับ ผมผิดเอง แม่กลับบ้านกับพ่อเถอ

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 9

    “เสิ่นชูอี๋! เธอจะเอาแต่ก่อเรื่องไม่เลิกหรือไง!”"เธอมีอะไรไม่พอใจก็พูดมาตรงๆสิ ฉันยอมปรับยอมแก้ให้แล้วยังไม่พอใจอีกหรือไง?"นี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่ถิงเซินยอมก้มหัวให้ เฉินฉีถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจแต่ภายในใจของฉันกลับไม่มีความรู้สึกใดๆหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยฉันขอทางจากเขาอย่างมีมารยาท และเตรียมตัวจะเดินจากไป แต่ฟู่ถิงเซินกลับคว้ามือฉันเอาไว้“เสิ่นชูอี๋ กลับบ้านกับฉัน”ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไร มือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากด้านหลังและดึงเขาออกจากตัวฉัน“คุณครับ กรุณาสำรวมกิริยาด้วย”เซี่ยอวิ๋นถือเสื้อคลุมไว้ในมือข้างหนึ่ง ก่อนจะแกะมือของฟู่ถิงเซินออกด้วยสีหน้าเย็นชา “แกเป็นใคร?”ดวงตาของฟู่ถิงเซินแดงก่ำด้วยความโกรธทันที เขาหันกลับเตรียมจะลงไม้ลงมือ ฉันถอนหายใจ แล้วก้าวไปขวางหน้าเซี่ยอวิ๋น“พอเถอะ”คำพูดแผ่วเบาเพียงประโยคเดียว ราวกับกดปุ่มหยุดทุกอย่างลงการเคลื่อนไหวของฟู่ถิงเซินชะงักค้าง เขามองฉันอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง“เสิ่นชูอี๋ เธอจะช่วยมันงั้นเหรอ? มันเป็นใคร?”ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยของเขาตรงๆ“สำคัญด้วยเหรอ? ฟู่ถิงเซิน เราเลิ

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 8

    “ทุกวันเอาแต่เดินตามพวกเธอต้อยๆ คอยถามนั่นถามนี่ไม่หยุด”“ตอนนั้นอาจารย์ก็คิดไว้เลยว่า เด็กสาวคนนี้ในอนาคตต้องประสบความสำเร็จแน่นอน”คำพูดหลังจากนั้นอาจารย์ไม่ได้เอ่ยต่อ ฉันหลุบสายตาลงนั่งดื่มเหล้าเงียบๆ หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จ ฉันไม่ได้รีบร้อนกลับรอจนกระทั่งผู้คนทยอยกลับกันไปจนเกือบหมด ฉันจึงหยิบสมุดบันทึกของตัวเองออกมาจากกระเป๋า “อาจารย์คะ ฉันอยากจะกลับมาเริ่มต้นเรียนรู้อีกครั้งค่ะ”อาจารย์ดูประหลาดใจมาก เขารับสมุดบันทึกของฉันไป ก่อนพลิกอ่านอย่างละเอียดอยู่นานเมื่อวางมันลงอีกครั้ง ใบหน้าของอาจารย์ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม“เสิ่นชูอี๋ อาจารย์มองเธอไม่ผิดจริงๆ”“อาจารย์อ่านบันทึกของเธอแล้ว มีวิสัยทัศน์และมองการณ์ไกลมาก”“คืนนี้กลับไปแล้วอาจารย์จะลองคิดดู แล้วจะแนะนำสถาบันวิจัยดีๆให้เธอสักสองสามแห่ง เธอลองไปสมัครและสัมภาษณ์ดูนะ”ขณะที่กำลังพูดกันอยู่ จู่ๆเซี่ยอวิ๋นก็พูดแทรกขึ้นมา“ขอพี่ดูหน่อยได้ไหม?”นี่เป็นครั้งแรกในคืนนี้ที่เขาพูดกับฉันฉันพยักหน้า ก่อนยื่นสมุดบันทึกให้เขาเซี่ยอวิ๋นดันแว่นกรอบทองบนสันจมูกขึ้นเล็กน้อย สีหน้าจริงจัง“เธอสนใจมาทำงานกับพี่ไหม?”ฉันช

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 7

    ฉันชะงักไป นึกถึงผู้ชายที่เย็นชาและมีเหตุผลคนนั้นในความทรงจำฉันเป็นเด็กกำพร้า เติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่เล็กตั้งแต่เด็กฉันก็เป็นคนที่ทะเยอทะยานและไม่ยอมแพ้ใครเพื่อให้ตัวเองมีความสามารถมากพอที่จะยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ฉันจึงตั้งใจเรียนอย่างสุดชีวิตจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเมืองไห่ได้สำเร็จและได้เรียนในสาขาที่ดีที่สุดในปีสองฉันก็ได้เข้าร่วมทีมวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษา แม้จะเป็นเพียงคนธรรมดาที่คอยช่วยทำงานจิปาถะก็ตามรุ่นพี่ที่อาจารย์พูดถึงก็คือเซี่ยอวิ๋น หนึ่งในกำลังหลักของทีมวิจัยนั้นและยังเป็นคนที่ฉันเคยแอบชอบอีกด้วยน่าเสียดายที่พอขึ้นปีสาม เขาก็ไปเรียนต่อต่างประเทศความรู้สึกของฉันยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา ก็จบลงเสียก่อนโดยไม่มีโอกาสได้เริ่มต้นเมื่อเห็นว่าฉันไม่พูดอะไร อาจารย์จึงพูดต่อ“ตอนนั้นคนที่อาจารย์มองว่ามีอนาคตที่สุดก็คือเธอกับเซี่ยอวิ๋น พวกเธอสองคนเป็นนักเรียนที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่อาจารย์เคยสอนมา”“แต่น่าเสียดายนะ พอเรียนจบเธอก็แต่งงานไปเสียแล้ว”เมื่อพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของอาจารย์ก็เต็มไปด้วยความเสียดายฉันเม้มริมฝีปาก รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 6

    มีเพียงวันนั้นที่มีแสงแดดสาดส่อง ท้องฟ้าสดใสเป็นประกาย สายลมพัดโชยเย็นสบาย ช่างเหมือนกับอารมณ์ความรู้สึกของฉัน ความยินดีและความตื่นเต้นเอ่อล้นอยู่ในใจจนไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ฉันมาถึงบ้านตระกูลตั้งแต่เช้าตรู่ และรออยู่นานถึงสามชั่วโมงเต็มกว่าจะมีคนออกมาเปิดประตูให้ในที่สุดเมื่อพ่อบ้านเห็นฉัน สีหน้าของเขาก็ดูไม่ค่อยต้อนรับนักแต่ฉันไม่ได้ใส่ใจเพราะในตอนนั้น ในหัวใจและสายตาของฉันมีเพียงลูกที่กำลังจะได้พบหน้าเท่านั้นเมื่อเข้าไปถึงห้องโถง ฉันก็ต้องรออีกนานเท่าไรก็ไม่รู้จนกระทั่งเสียงนาฬิกาบอกเวลาสิบสองนาฬิกาดังขึ้น แม่ของฟู่ถิงเซินถึงได้อุ้มเหนียนเหนียนวัยสามขวบออกมาเมื่อมองดูใบหน้าอันไร้เดียงสาของแก ขอบตาของฉันก็ร้อนผ่าวแดงกวาดขึ้นมาในทันที นี่คือลูกที่ฉันยอมถูกเหยียดหยามเพียงเพื่อให้เขาปลอดภัยลูกที่เพิ่งลืมตาดูโลกก็ถูกคนอื่นอุ้มตัวไปทันทีเมื่อแม่ของฟู่ถิงเซินเห็นฉัน ก็ยังคงพูดจาถากถางเหมือนเช่นเคย“ถ้าไม่ใช่เพราะถิงเซินเป็นคนเอ่ยปาก ฉันไม่มีทางยอมให้ผู้หญิงจนๆ อับโชคอย่างเธอมาเจอหลานชายของฉันหรอก”“จำเอาไว้ให้ดี เหนียนเหนียนเป็นลูกหลานของตระกูลฟู่”“ที่ยอม

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 5

    "เสิ่นชูอี๋! เปิดประตู!"เสียงเกรี้ยวกราดดุดันของฟู่ถิงเซินดังก้องขึ้นที่หน้าประตู ฉันสะดุ้งตกใจไปแวบหนึ่ง"เสิ่นชูอี๋! เธอเก่งนักก็ออกมาบอกเลิกกับฉันต่อหน้าสิ! เปิดประตู!"ฉันถอนหายใจ ไม่ได้รีบร้อนเดินไปเปิดประตูให้เขาแต่กลับเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ทั้งสบายและให้ความอบอุ่นก่อน เมื่อเปิดประตูออก ก็เห็นว่าฟู่ถิงเซินไม่ได้สวมเสื้อคลุม เดือนมีนาคมของเมืองไห่ยังคงมีไอหนาวเสียดกระดูกอยู่บ้าง แต่ฟู่ถิงเซินกลับราวกับไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย "เข้ามาสิคะ"ฉันเบี่ยงตัวหลบให้เล็กน้อย ก่อนนั่งลงบนโซฟาอย่างสงบนิ่ง ตลอดหลายปีที่แต่งงานกัน ฟู่ถิงเซินหล่อหลอมให้ฉันกลายเป็นคนที่ไม่หวั่นไหวต่อคำชมหรือคำดูถูกอีกต่อไป ฟู่ถิงเซินไม่ได้มานั่ง แต่ภายใต้แสงไฟ ร่างสูงใหญ่ของเขากลับดูราวกับเงามืดที่แผ่คลุมฉันเอาไว้ "“เสิ่นชูอี๋ ใครให้ความกล้าเธอมาขอหย่ากับฉัน?”ฟู่ถิงเซินจ้องฉันเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแต่กลับเป็นฉันที่มองเขาอย่างแปลกใจ รู้สึกพูดไม่ออกกับท่าทีของเขา“ฉันไม่ได้เพิ่งขอหย่ากับคุณเป็นครั้งแรกเสียหน่อย คุณพูดแบบนี้ไปมีประโยชน์อะไร?”“ฟู่ถิงเซิน คุณคงไม่ได้คิดจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status