Share

บทที่ 2

Author: ฝนพรำ
“ได้ เสิ่นชูอี๋ เธอแน่มาก”

ฉันขี้เกียจจะพูดอะไรต่อ จึงกดวางสายไปทันที

สาวใช้กำลังช่วยฉันเก็บสัมภาระอยู่

“คุณผู้หญิงคะ แน่ใจนะคะว่าจะไม่เอาของพวกนี้ไปเลย?”

ในห้องแต่งตัว สาวใช้มองบรรดาของแบรนด์เนมที่เรียงรายเต็มผนัง ก่อนถามฉัน

ของพวกนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ฟู่ถิงเซินตั้งใจซื้อให้ฉันโดยเฉพาะ เพื่อให้ฉันใส่ออกงานเลี้ยง

เขาเคยพูดว่า

“เสิ่นชูอี๋ ฉันไม่สนหรอกว่าเมื่อก่อนเธอจะเป็นยังไง”

“ในเมื่อแต่งเข้าตระกูลฟู่ของเราแล้ว ก็หัดปกปิดความจนติดตัวของเธอซะบ้าง อย่าทำให้ฉันขายหน้า”

ฉันส่ายหน้า ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆว่า

“ของแบรนด์เนมกับชุดราตรีพวกนี้ฉันไม่เอาสักอย่าง เธอแค่ช่วยเก็บของที่เหลือให้ฉันก็พอ”

สาวใช้มีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย

“คุณผู้หญิงคะ...นอกจากของพวกนี้แล้ว เหมือนคุณผู้หญิงจะไม่มีอะไรให้เก็บแล้วนะคะ...”

ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้

ก็จริง ตลอดเจ็ดปีที่แต่งงานกับฟู่ถิงเซิน ฉันแทบไม่เคยมีสิ่งของที่เป็นของตัวเองจริงๆเลย

ในคฤหาสน์หลังใหญ่โตแห่งนี้ พื้นที่ที่เป็นของฉันก็มีเพียงแค่เตียงนอนครึ่งฝั่งในห้องนอนเท่านั้น

คืนนั้นฟู่ถิงเซินไม่ได้กลับบ้าน ฉันจึงได้หลับสบายเต็มอิ่มหนึ่งคืน

วันรุ่งขึ้น ฉันหยิบกระเป๋าเดินทางที่เก็บเรียบร้อยแล้วเตรียมตัวจากไป

นอกจากลูกแก้วคริสตัลลูกเดียวแล้ว ฉันไม่ได้เหลือสิ่งใดไว้อีกเลย

มันเป็นของขวัญเพียงชิ้นเดียวที่ฟู่ถิงเซินมอบให้ฉัน ตั้งแต่เราคบกันจนกระทั่งแต่งงาน

ตอนนั้นฉันเพิ่งมาเรียนที่เมืองไห่ และตกหลุมรักฟู่ถิงเซินตั้งแต่แรกพบ

ตอนนั้นเขาทั้งตรงไปตรงมาและอบอุ่น ทุกวันจะมาดักรอฉันระหว่างทางกลับมหาวิทยาลัย เพียงเพื่อจะได้พูดกับฉันสักสองสามคำ

ลูกแก้วคริสตัลลูกนี้ก็เป็นของขวัญที่เขามอบให้ฉันในตอนนั้นเช่นกัน

เขาบอกว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ได้ขอเงินจากที่บ้านและยอมทำงานพาร์ตไทม์เองถึงสามวันกว่าจะซื้อของขวัญชิ้นนี้มาได้

เขาบอกว่าเกล็ดหิมะในลูกแก้วคริสตัลจะไม่มีวันละลาย เช่นเดียวกับความรักที่เขามีต่อฉันซึ่งจะไม่มีวันหายไป

แต่ความรักของเขา ฉันไม่ต้องการอีกแล้ว

หลังออกจากตระกูลฟู่ ฉันก็เปิดห้องพักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง

ยังไม่ทันข้ามวัน ฟู่ถิงเซินก็โทรหาฉัน

“เสิ่นชูอี๋ เธอหนีไปไหน?”

“รีบกลับมาเก็บข้าวของไร้ค่าของเธอไปให้หมดเดี๋ยวนี้!”

ฉันตอบกลับอย่างใจเย็นว่า

“ไม่เอาแล้ว คุณเอาไปทิ้งได้เลย”

ฟู่ถิงเซินชะงักไป ก่อนถามย้ำอยู่หลายครั้งว่า

“เสิ่นชูอี๋ เธอพูดจริงเหรอ?”

“ค่ะ”

น้ำเสียงของฉันฟังดูสบายๆ เพราะไม่ใส่ใจอีกแล้วจริงๆ

“ทิ้งไปเถอะ ยังไงก็ไม่ใช่ของสำคัญอะไรอยู่แล้ว”

แต่คำพูดนั้นกลับเหมือนไปสะกิดจุดของฟู่ถิงเซินเข้า

"ไม่สำคัญเหรอ? เธอไม่รู้หรือไงว่านี่มันคือสิ่งที่ฉันเคย..."

ฉันหัวเราะเยาะเบาๆ ก่อนตัดบทเขา

"สิ่งที่คุณเคยทำงานพาร์ตไทม์สามวันเพื่อหาเงินมาซื้อน่ะเหรอคะ? ลูกแก้วคริสตัลรุ่นนี้ราคาขายปลีกแค่สามร้อยยี่สิบห้าเองนะ"

“คุณฟู่ งานพาร์ตไทม์อะไรกันที่ทำตั้งสามวันแต่หาเงินได้แค่นิดเดียวขนาดนี้?"

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ฉันได้ยินมาจากปากของฟู่ถิงเซินเอง ในคืนหนึ่งหลังแต่งงานที่เขาเมาหนัก

เขาพูดว่า

"ฉันแค่สุ่มเลือกลูกแก้วคริสตัลข้างทางมาลูกหนึ่ง ก็ล่อลวงเธอมาครองได้แล้ว"

“เสิ่นชูอี๋ เธอนี่หลอกง่ายแถมยังราคาถูกด้วย”

ตอนนั้นเองฉันถึงได้รู้ว่า ที่แท้ฟู่ถิงเซินไม่ได้เปลี่ยนไป เพียงแต่เขาขี้เกียจเสแสร้งอีกต่อไปแล้ว

หลังวางสาย ฉันก็ไปยังสำนักงานทนายความที่นัดหมายไว้

ทนายที่รับเรื่องของฉันสอบถามรายละเอียดเหตุการณ์ต่างๆ ก่อนมีสีหน้าลำบากใจไม่น้อย

"คุณเสิ่นครับ ในใจของคุณเองก็คงจะทราบดี ด้วยอิทธิพลและฐานะของตระกูลฟู่ หากคิดจะหย่าร้างกันด้วยดีแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ"

ฉันรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ดังนั้นจึงยอมสละสิทธิ์ที่ตัวเองมีบ้าง

"ถ้าฉันไม่ขอรับทรัพย์สินใดๆเลยล่ะคะ? ฉันยอมเดินออกไปตัวเปล่าได้เลยค่ะ"

สีหน้าของทนายดูดีขึ้นมาก แต่ก็ยังคงลังเลอยู่อีก

“คุณฟู่เองก็ต้องการหย่าด้วยหรือครับ?”

ฉันส่ายหน้า ใบหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันคิดจะจากฟู่ถิงเซิน

เมื่อห้าปีก่อนฉันขอหย่าเป็นครั้งแรก ฟู่ถิงเซินไม่พูดอะไร เพียงแต่กักฉันไว้ในคฤหาสน์นานถึงหนึ่งเดือนเต็ม

หนึ่งเดือนต่อมา ฉันถึงได้รู้ว่าตัวเองตั้งท้อง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 10

    สีหน้าของฟู่ถิงเซินดูดีขึ้นเล็กน้อยเดิมทีบ้านหลังนี้ก็มีพื้นที่ไม่ถึงสี่สิบตารางเมตรอยู่แล้ว แถมฉันยังวางกองหนังสือไว้เต็มไปหมดจึงยิ่งดูคับแคบเข้าไปอีกฟู่ถิงเซินทำหน้าบึ้ง แล้วนั่งลงบนโซฟาตัวเล็กอย่างไม่เต็มใจนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสามสิบปีที่เขาต้องตกอยู่ในสภาพกระอักกระอ่วนเช่นนี้เขายื่นมือไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาดูผ่านตา ก่อนจะชะงักไปแวบหนึ่ง“ฉันนึกว่าเธอไม่สนใจเรื่องพวกนี้ไปนานแล้วเสียอีก”ฉันหยิบนมขวดหนึ่งออกจากตู้เย็น นำไปอุ่นแล้วส่งให้เหนียนเหนียน"เอาล่ะ ได้พบหน้ากันแล้ว หากไม่มีอะไรแล้วคุณก็พาเหนียนเหนียนกลับไปเถอะค่ะ" เหนียนเหนียนกอดขวดนมไว้ในอ้อมแขนและมองฟู่ถิงเซินอย่างทำอะไรไม่ถูกฟู่ถิงเซินอุ้มเหนียนเหนียนขึ้นมานั่งบนตัก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง“เสิ่นชูอี๋ เรากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้จริงๆเหรอ?”“เหมือนเมื่อก่อนแบบไหน?”ฉันเอนตัวพิงโซฟาด้วยสีหน้าดูผ่อนคลาย“ให้ฉันเป็นคุณนายฟู่ที่มีเพียงชื่อแต่ไม่มีสถานะต่อไปน่ะเหรอ?”“ช่างเถอะ ฉันเบื่อแล้ว”เหนียนเหนียนเหมือนจะเข้าใจว่าพวกเรากำลังพูดเรื่องอะไรกัน“แม่ครับ ผมผิดเอง แม่กลับบ้านกับพ่อเถอ

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 9

    “เสิ่นชูอี๋! เธอจะเอาแต่ก่อเรื่องไม่เลิกหรือไง!”"เธอมีอะไรไม่พอใจก็พูดมาตรงๆสิ ฉันยอมปรับยอมแก้ให้แล้วยังไม่พอใจอีกหรือไง?"นี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่ถิงเซินยอมก้มหัวให้ เฉินฉีถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจแต่ภายในใจของฉันกลับไม่มีความรู้สึกใดๆหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยฉันขอทางจากเขาอย่างมีมารยาท และเตรียมตัวจะเดินจากไป แต่ฟู่ถิงเซินกลับคว้ามือฉันเอาไว้“เสิ่นชูอี๋ กลับบ้านกับฉัน”ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไร มือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากด้านหลังและดึงเขาออกจากตัวฉัน“คุณครับ กรุณาสำรวมกิริยาด้วย”เซี่ยอวิ๋นถือเสื้อคลุมไว้ในมือข้างหนึ่ง ก่อนจะแกะมือของฟู่ถิงเซินออกด้วยสีหน้าเย็นชา “แกเป็นใคร?”ดวงตาของฟู่ถิงเซินแดงก่ำด้วยความโกรธทันที เขาหันกลับเตรียมจะลงไม้ลงมือ ฉันถอนหายใจ แล้วก้าวไปขวางหน้าเซี่ยอวิ๋น“พอเถอะ”คำพูดแผ่วเบาเพียงประโยคเดียว ราวกับกดปุ่มหยุดทุกอย่างลงการเคลื่อนไหวของฟู่ถิงเซินชะงักค้าง เขามองฉันอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง“เสิ่นชูอี๋ เธอจะช่วยมันงั้นเหรอ? มันเป็นใคร?”ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยของเขาตรงๆ“สำคัญด้วยเหรอ? ฟู่ถิงเซิน เราเลิ

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 8

    “ทุกวันเอาแต่เดินตามพวกเธอต้อยๆ คอยถามนั่นถามนี่ไม่หยุด”“ตอนนั้นอาจารย์ก็คิดไว้เลยว่า เด็กสาวคนนี้ในอนาคตต้องประสบความสำเร็จแน่นอน”คำพูดหลังจากนั้นอาจารย์ไม่ได้เอ่ยต่อ ฉันหลุบสายตาลงนั่งดื่มเหล้าเงียบๆ หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จ ฉันไม่ได้รีบร้อนกลับรอจนกระทั่งผู้คนทยอยกลับกันไปจนเกือบหมด ฉันจึงหยิบสมุดบันทึกของตัวเองออกมาจากกระเป๋า “อาจารย์คะ ฉันอยากจะกลับมาเริ่มต้นเรียนรู้อีกครั้งค่ะ”อาจารย์ดูประหลาดใจมาก เขารับสมุดบันทึกของฉันไป ก่อนพลิกอ่านอย่างละเอียดอยู่นานเมื่อวางมันลงอีกครั้ง ใบหน้าของอาจารย์ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม“เสิ่นชูอี๋ อาจารย์มองเธอไม่ผิดจริงๆ”“อาจารย์อ่านบันทึกของเธอแล้ว มีวิสัยทัศน์และมองการณ์ไกลมาก”“คืนนี้กลับไปแล้วอาจารย์จะลองคิดดู แล้วจะแนะนำสถาบันวิจัยดีๆให้เธอสักสองสามแห่ง เธอลองไปสมัครและสัมภาษณ์ดูนะ”ขณะที่กำลังพูดกันอยู่ จู่ๆเซี่ยอวิ๋นก็พูดแทรกขึ้นมา“ขอพี่ดูหน่อยได้ไหม?”นี่เป็นครั้งแรกในคืนนี้ที่เขาพูดกับฉันฉันพยักหน้า ก่อนยื่นสมุดบันทึกให้เขาเซี่ยอวิ๋นดันแว่นกรอบทองบนสันจมูกขึ้นเล็กน้อย สีหน้าจริงจัง“เธอสนใจมาทำงานกับพี่ไหม?”ฉันช

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 7

    ฉันชะงักไป นึกถึงผู้ชายที่เย็นชาและมีเหตุผลคนนั้นในความทรงจำฉันเป็นเด็กกำพร้า เติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่เล็กตั้งแต่เด็กฉันก็เป็นคนที่ทะเยอทะยานและไม่ยอมแพ้ใครเพื่อให้ตัวเองมีความสามารถมากพอที่จะยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ฉันจึงตั้งใจเรียนอย่างสุดชีวิตจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเมืองไห่ได้สำเร็จและได้เรียนในสาขาที่ดีที่สุดในปีสองฉันก็ได้เข้าร่วมทีมวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษา แม้จะเป็นเพียงคนธรรมดาที่คอยช่วยทำงานจิปาถะก็ตามรุ่นพี่ที่อาจารย์พูดถึงก็คือเซี่ยอวิ๋น หนึ่งในกำลังหลักของทีมวิจัยนั้นและยังเป็นคนที่ฉันเคยแอบชอบอีกด้วยน่าเสียดายที่พอขึ้นปีสาม เขาก็ไปเรียนต่อต่างประเทศความรู้สึกของฉันยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา ก็จบลงเสียก่อนโดยไม่มีโอกาสได้เริ่มต้นเมื่อเห็นว่าฉันไม่พูดอะไร อาจารย์จึงพูดต่อ“ตอนนั้นคนที่อาจารย์มองว่ามีอนาคตที่สุดก็คือเธอกับเซี่ยอวิ๋น พวกเธอสองคนเป็นนักเรียนที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่อาจารย์เคยสอนมา”“แต่น่าเสียดายนะ พอเรียนจบเธอก็แต่งงานไปเสียแล้ว”เมื่อพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของอาจารย์ก็เต็มไปด้วยความเสียดายฉันเม้มริมฝีปาก รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 6

    มีเพียงวันนั้นที่มีแสงแดดสาดส่อง ท้องฟ้าสดใสเป็นประกาย สายลมพัดโชยเย็นสบาย ช่างเหมือนกับอารมณ์ความรู้สึกของฉัน ความยินดีและความตื่นเต้นเอ่อล้นอยู่ในใจจนไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ฉันมาถึงบ้านตระกูลตั้งแต่เช้าตรู่ และรออยู่นานถึงสามชั่วโมงเต็มกว่าจะมีคนออกมาเปิดประตูให้ในที่สุดเมื่อพ่อบ้านเห็นฉัน สีหน้าของเขาก็ดูไม่ค่อยต้อนรับนักแต่ฉันไม่ได้ใส่ใจเพราะในตอนนั้น ในหัวใจและสายตาของฉันมีเพียงลูกที่กำลังจะได้พบหน้าเท่านั้นเมื่อเข้าไปถึงห้องโถง ฉันก็ต้องรออีกนานเท่าไรก็ไม่รู้จนกระทั่งเสียงนาฬิกาบอกเวลาสิบสองนาฬิกาดังขึ้น แม่ของฟู่ถิงเซินถึงได้อุ้มเหนียนเหนียนวัยสามขวบออกมาเมื่อมองดูใบหน้าอันไร้เดียงสาของแก ขอบตาของฉันก็ร้อนผ่าวแดงกวาดขึ้นมาในทันที นี่คือลูกที่ฉันยอมถูกเหยียดหยามเพียงเพื่อให้เขาปลอดภัยลูกที่เพิ่งลืมตาดูโลกก็ถูกคนอื่นอุ้มตัวไปทันทีเมื่อแม่ของฟู่ถิงเซินเห็นฉัน ก็ยังคงพูดจาถากถางเหมือนเช่นเคย“ถ้าไม่ใช่เพราะถิงเซินเป็นคนเอ่ยปาก ฉันไม่มีทางยอมให้ผู้หญิงจนๆ อับโชคอย่างเธอมาเจอหลานชายของฉันหรอก”“จำเอาไว้ให้ดี เหนียนเหนียนเป็นลูกหลานของตระกูลฟู่”“ที่ยอม

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 5

    "เสิ่นชูอี๋! เปิดประตู!"เสียงเกรี้ยวกราดดุดันของฟู่ถิงเซินดังก้องขึ้นที่หน้าประตู ฉันสะดุ้งตกใจไปแวบหนึ่ง"เสิ่นชูอี๋! เธอเก่งนักก็ออกมาบอกเลิกกับฉันต่อหน้าสิ! เปิดประตู!"ฉันถอนหายใจ ไม่ได้รีบร้อนเดินไปเปิดประตูให้เขาแต่กลับเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ทั้งสบายและให้ความอบอุ่นก่อน เมื่อเปิดประตูออก ก็เห็นว่าฟู่ถิงเซินไม่ได้สวมเสื้อคลุม เดือนมีนาคมของเมืองไห่ยังคงมีไอหนาวเสียดกระดูกอยู่บ้าง แต่ฟู่ถิงเซินกลับราวกับไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย "เข้ามาสิคะ"ฉันเบี่ยงตัวหลบให้เล็กน้อย ก่อนนั่งลงบนโซฟาอย่างสงบนิ่ง ตลอดหลายปีที่แต่งงานกัน ฟู่ถิงเซินหล่อหลอมให้ฉันกลายเป็นคนที่ไม่หวั่นไหวต่อคำชมหรือคำดูถูกอีกต่อไป ฟู่ถิงเซินไม่ได้มานั่ง แต่ภายใต้แสงไฟ ร่างสูงใหญ่ของเขากลับดูราวกับเงามืดที่แผ่คลุมฉันเอาไว้ "“เสิ่นชูอี๋ ใครให้ความกล้าเธอมาขอหย่ากับฉัน?”ฟู่ถิงเซินจ้องฉันเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแต่กลับเป็นฉันที่มองเขาอย่างแปลกใจ รู้สึกพูดไม่ออกกับท่าทีของเขา“ฉันไม่ได้เพิ่งขอหย่ากับคุณเป็นครั้งแรกเสียหน่อย คุณพูดแบบนี้ไปมีประโยชน์อะไร?”“ฟู่ถิงเซิน คุณคงไม่ได้คิดจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status