Share

บทที่ 3

Author: ฝนพรำ
เมื่อสามปีก่อนตอนที่ฉันขอหย่าเป็นครั้งที่สอง ฟู่ถิงเซินก็กลับบ้านตระกูลในคืนนั้นทันที

หลังจากนั้น ฉันก็ได้รับสิทธิ์ให้พบลูกได้เพียงสัปดาห์ละครั้ง

ตลอดเจ็ดปีที่แต่งงานกัน ฟู่ถิงเซินมักจับจุดอ่อนของฉันได้อย่างแม่นยำ ทำให้ฉันไม่อาจจากเขาไปและไม่สามารถเดินออกมาได้เสียที

และวันนี้คือครั้งที่สาม

บางทีอาจเป็นเพราะความเห็นใจ ทนายจึงยังคงรับว่าความให้ฉัน

เมื่อรับทะเบียนสมรสที่ฉันยื่นให้ เขาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“คุณเสิ่นครับ ทะเบียนสมรสใบนี้...เป็นของปลอมครับ”

“จริงๆ แล้วคุณกับคุณฟู่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันครับ”

“อะไรนะ?”

ฉันลุกขึ้นทันที คิดว่าตัวเองคงฟังผิดไป

“ทะเบียนสมรสจะเป็นของปลอมได้ยังไง? คุณลองตรวจดูให้ละเอียดอีกทีสิ!”

ทนายดันแว่นขึ้น ก่อนก้มลงตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

“ขอโทษด้วยครับคุณเสิ่น ทะเบียนสมรสใบนี้เป็นของปลอมจริงๆครับ”

“หึ...”

ฉันหัวเราะออกมา แต่น้ำตากลับไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่

เจ็ดปีสองพันห้าร้อยห้าสิบห้าวัน ทุกวันฉันถามตัวเองซ้ำๆนับร้อยครั้ง

ทำไมฉันถึงต้องเชื่อฟู่ถิงเซิน?

ทำไมฉันถึงตอบตกลงแต่งงานกับเขา?

ถึงขั้นแต่งเข้าตระกูลฟู่ที่เย็นชาไร้หัวใจราวกับขุมนรกที่กลืนกินผู้คน

ฉันใช้เวลาถึงเจ็ดปีกว่าจะยอมรับความจริง และใช้เวลาถึงหกปีรวบรวมความกล้าที่จะหย่ากับเขา

แต่ตอนนี้ ทนายกลับมาบอกฉันว่า...

ที่จริงแล้วฉันกับฟู่ถิงเซินไม่เคยแต่งงานกันเลย

มิน่าล่ะคนตระกูลฟู่ถึงเรียกฉันว่า “ผู้หญิงบ้านนอกไร้หัวนอนปลายเท้า” ที่แท้...

ฉันเองก็ไม่ต่างอะไรจากผู้หญิงที่อยู่ข้างนอกเหล่านั้นจริงๆ...

ฉันเช็ดน้ำตา แล้วกล่าวขอบคุณทนายใจดีคนนี้

ในเมื่อเราไม่ได้แต่งงานกัน การแยกทางก็ง่ายขึ้นมาก

เพียงแต่ฉันยังตัดใจจากเหนียนเหนียนไม่ได้

เหนียนเหนียนเป็นลูกของฉันกับฟู่ถิงเซิน ปีนี้อายุห้าขวบแล้ว

ตอนคลอดเขา ฉันคลอดยากและเสียเลือดมากจนเกือบตายบนเตียงผ่าตัด

ในช่วงที่สติเลือนราง ฉันได้ยินหมอถามฟู่ถิงเซินว่าจะเลือกช่วยแม่หรือช่วยเด็ก

ฟู่ถิงเซินไม่ลังเลแม้แต่น้อย

“ช่วยเด็ก”

คำพูดเย็นชาเหล่านั้นปลุกฉันให้หลุดจากห้วงสติเลือนราง ฉันพร่ำบอกตัวเองซ้ำๆ

เสิ่นชูอี๋ เธอตายไม่ได้ เหนียนเหนียนจะไม่มีแม่ไม่ได้

เพราะความคิดนี้ ฉันจึงดิ้นรนกลับมาจากปากเหวแห่งความตายได้สำเร็จ

พูดได้ว่า เหนียนเหนียนคือเหตุผลที่ทำให้ฉันยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้

และเป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุด

แต่หลังจากคลอดลูกได้ไม่ถึงสองวัน แม่ของฟู่ถิงเซินก็บังคับพาตัวเขาไปทันที

เธอพูดว่า

“เสิ่นชูอี๋ ที่ฉันไม่ให้เธอเลี้ยงลูกก็เพราะหวังดีกับเขา”

“อย่าลืมว่าเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงบ้านนอกที่มาจากถิ่นทุรกันดาร”

“ถ้าเด็กอยู่กับเธอ เขาก็มีแต่จะถูกคนอื่นดูถูกเหมือนเธอ”

แม้จะอาลัยอาวรณ์ลูกมากเพียงใด เพื่อให้เหนียนเหนียนมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ฉันก็ยังต้องอดทนยอมรับมัน

แต่ไม่รู้กี่ครั้งที่ฉันสะดุ้งตื่นจากความฝัน ก่อนกอดเสื้อผ้าและของเล่นที่ตั้งใจเตรียมไว้ให้เหนียนเหนียนแล้วร้องไห้จนกลั้นไม่อยู่

บางครั้งฟู่ถิงเซินถูกเสียงร้องไห้ของฉันปลุกจนตื่น เขาก็จะส่งคลิปวิดีโอของเหนียนเหนียนมาให้ฉันดู

ฉันประคองตัวเองผ่านช่วงเวลาสามปีมาได้ด้วยคลิปวิดีโอเหล่านั้น

จนกระทั่งครั้งนั้นที่ฉันรวบรวมความกล้าขอหย่า แม่ของฟู่ถิงเซินถึงยอมให้ฉันพบเหนียนเหนียนได้สัปดาห์ละครั้ง

และวันนี้ก็คือวันที่เรานัดหมายกันว่าจะได้พบกัน

เมื่อมาถึงบ้านตระกูล ภายในกลับเงียบสงัด

ฉันยืนเรียกอยู่หน้าประตูนานกว่าสิบนาที แต่กลับไม่มีใครออกมาเปิดประตูให้

ใช่แล้ว ตลอดเจ็ดปีที่เป็นคุณนายฟู่ จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่มีสิทธิ์เข้าออกบ้านตระกูลฟู่ได้ตามใจ

สาวใช้คนหนึ่งที่เดินผ่านมาทนเห็นฉันยืนรอไม่ได้ จึงบอกว่าเหนียนเหนียนถูกฟู่ถิงเซินพาตัวออกไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว

ฉันหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ ในใจกระจ่างดีว่านี่คือบทลงโทษที่ฟู่ถิงเซินมอบให้ฉัน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาขอเพียงฉันไม่เชื่อฟังเขาแม้แต่นิดเดียว เขาก็จะไม่ยอมให้ฉันพบเหนียนเหนียน

ส่วนฉันก็ต้องก้มหน้ายอมทุกครั้ง เอาศักดิ์ศรีของตัวเองไปแลกกับสิทธิ์ที่จะได้พบลูกเพียงครั้งเดียว

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนโทรหาฟู่ถิงเซินอีกครั้งเพื่อเหนียนเหนียน

“ฮัลโหล? แม่ครับ!”

เสียงเด็กที่คุ้นเคยดังมาตามสาย เป็นเสียงของเหนียนเหนียน

ดวงตาของฉันแดงก่ำ หัวใจอ่อนยวบลงในทันที

นี่คือลูกของฉัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 10

    สีหน้าของฟู่ถิงเซินดูดีขึ้นเล็กน้อยเดิมทีบ้านหลังนี้ก็มีพื้นที่ไม่ถึงสี่สิบตารางเมตรอยู่แล้ว แถมฉันยังวางกองหนังสือไว้เต็มไปหมดจึงยิ่งดูคับแคบเข้าไปอีกฟู่ถิงเซินทำหน้าบึ้ง แล้วนั่งลงบนโซฟาตัวเล็กอย่างไม่เต็มใจนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสามสิบปีที่เขาต้องตกอยู่ในสภาพกระอักกระอ่วนเช่นนี้เขายื่นมือไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาดูผ่านตา ก่อนจะชะงักไปแวบหนึ่ง“ฉันนึกว่าเธอไม่สนใจเรื่องพวกนี้ไปนานแล้วเสียอีก”ฉันหยิบนมขวดหนึ่งออกจากตู้เย็น นำไปอุ่นแล้วส่งให้เหนียนเหนียน"เอาล่ะ ได้พบหน้ากันแล้ว หากไม่มีอะไรแล้วคุณก็พาเหนียนเหนียนกลับไปเถอะค่ะ" เหนียนเหนียนกอดขวดนมไว้ในอ้อมแขนและมองฟู่ถิงเซินอย่างทำอะไรไม่ถูกฟู่ถิงเซินอุ้มเหนียนเหนียนขึ้นมานั่งบนตัก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง“เสิ่นชูอี๋ เรากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้จริงๆเหรอ?”“เหมือนเมื่อก่อนแบบไหน?”ฉันเอนตัวพิงโซฟาด้วยสีหน้าดูผ่อนคลาย“ให้ฉันเป็นคุณนายฟู่ที่มีเพียงชื่อแต่ไม่มีสถานะต่อไปน่ะเหรอ?”“ช่างเถอะ ฉันเบื่อแล้ว”เหนียนเหนียนเหมือนจะเข้าใจว่าพวกเรากำลังพูดเรื่องอะไรกัน“แม่ครับ ผมผิดเอง แม่กลับบ้านกับพ่อเถอ

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 9

    “เสิ่นชูอี๋! เธอจะเอาแต่ก่อเรื่องไม่เลิกหรือไง!”"เธอมีอะไรไม่พอใจก็พูดมาตรงๆสิ ฉันยอมปรับยอมแก้ให้แล้วยังไม่พอใจอีกหรือไง?"นี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่ถิงเซินยอมก้มหัวให้ เฉินฉีถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจแต่ภายในใจของฉันกลับไม่มีความรู้สึกใดๆหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยฉันขอทางจากเขาอย่างมีมารยาท และเตรียมตัวจะเดินจากไป แต่ฟู่ถิงเซินกลับคว้ามือฉันเอาไว้“เสิ่นชูอี๋ กลับบ้านกับฉัน”ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไร มือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากด้านหลังและดึงเขาออกจากตัวฉัน“คุณครับ กรุณาสำรวมกิริยาด้วย”เซี่ยอวิ๋นถือเสื้อคลุมไว้ในมือข้างหนึ่ง ก่อนจะแกะมือของฟู่ถิงเซินออกด้วยสีหน้าเย็นชา “แกเป็นใคร?”ดวงตาของฟู่ถิงเซินแดงก่ำด้วยความโกรธทันที เขาหันกลับเตรียมจะลงไม้ลงมือ ฉันถอนหายใจ แล้วก้าวไปขวางหน้าเซี่ยอวิ๋น“พอเถอะ”คำพูดแผ่วเบาเพียงประโยคเดียว ราวกับกดปุ่มหยุดทุกอย่างลงการเคลื่อนไหวของฟู่ถิงเซินชะงักค้าง เขามองฉันอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง“เสิ่นชูอี๋ เธอจะช่วยมันงั้นเหรอ? มันเป็นใคร?”ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยของเขาตรงๆ“สำคัญด้วยเหรอ? ฟู่ถิงเซิน เราเลิ

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 8

    “ทุกวันเอาแต่เดินตามพวกเธอต้อยๆ คอยถามนั่นถามนี่ไม่หยุด”“ตอนนั้นอาจารย์ก็คิดไว้เลยว่า เด็กสาวคนนี้ในอนาคตต้องประสบความสำเร็จแน่นอน”คำพูดหลังจากนั้นอาจารย์ไม่ได้เอ่ยต่อ ฉันหลุบสายตาลงนั่งดื่มเหล้าเงียบๆ หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จ ฉันไม่ได้รีบร้อนกลับรอจนกระทั่งผู้คนทยอยกลับกันไปจนเกือบหมด ฉันจึงหยิบสมุดบันทึกของตัวเองออกมาจากกระเป๋า “อาจารย์คะ ฉันอยากจะกลับมาเริ่มต้นเรียนรู้อีกครั้งค่ะ”อาจารย์ดูประหลาดใจมาก เขารับสมุดบันทึกของฉันไป ก่อนพลิกอ่านอย่างละเอียดอยู่นานเมื่อวางมันลงอีกครั้ง ใบหน้าของอาจารย์ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม“เสิ่นชูอี๋ อาจารย์มองเธอไม่ผิดจริงๆ”“อาจารย์อ่านบันทึกของเธอแล้ว มีวิสัยทัศน์และมองการณ์ไกลมาก”“คืนนี้กลับไปแล้วอาจารย์จะลองคิดดู แล้วจะแนะนำสถาบันวิจัยดีๆให้เธอสักสองสามแห่ง เธอลองไปสมัครและสัมภาษณ์ดูนะ”ขณะที่กำลังพูดกันอยู่ จู่ๆเซี่ยอวิ๋นก็พูดแทรกขึ้นมา“ขอพี่ดูหน่อยได้ไหม?”นี่เป็นครั้งแรกในคืนนี้ที่เขาพูดกับฉันฉันพยักหน้า ก่อนยื่นสมุดบันทึกให้เขาเซี่ยอวิ๋นดันแว่นกรอบทองบนสันจมูกขึ้นเล็กน้อย สีหน้าจริงจัง“เธอสนใจมาทำงานกับพี่ไหม?”ฉันช

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 7

    ฉันชะงักไป นึกถึงผู้ชายที่เย็นชาและมีเหตุผลคนนั้นในความทรงจำฉันเป็นเด็กกำพร้า เติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่เล็กตั้งแต่เด็กฉันก็เป็นคนที่ทะเยอทะยานและไม่ยอมแพ้ใครเพื่อให้ตัวเองมีความสามารถมากพอที่จะยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ฉันจึงตั้งใจเรียนอย่างสุดชีวิตจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเมืองไห่ได้สำเร็จและได้เรียนในสาขาที่ดีที่สุดในปีสองฉันก็ได้เข้าร่วมทีมวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษา แม้จะเป็นเพียงคนธรรมดาที่คอยช่วยทำงานจิปาถะก็ตามรุ่นพี่ที่อาจารย์พูดถึงก็คือเซี่ยอวิ๋น หนึ่งในกำลังหลักของทีมวิจัยนั้นและยังเป็นคนที่ฉันเคยแอบชอบอีกด้วยน่าเสียดายที่พอขึ้นปีสาม เขาก็ไปเรียนต่อต่างประเทศความรู้สึกของฉันยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา ก็จบลงเสียก่อนโดยไม่มีโอกาสได้เริ่มต้นเมื่อเห็นว่าฉันไม่พูดอะไร อาจารย์จึงพูดต่อ“ตอนนั้นคนที่อาจารย์มองว่ามีอนาคตที่สุดก็คือเธอกับเซี่ยอวิ๋น พวกเธอสองคนเป็นนักเรียนที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่อาจารย์เคยสอนมา”“แต่น่าเสียดายนะ พอเรียนจบเธอก็แต่งงานไปเสียแล้ว”เมื่อพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของอาจารย์ก็เต็มไปด้วยความเสียดายฉันเม้มริมฝีปาก รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 6

    มีเพียงวันนั้นที่มีแสงแดดสาดส่อง ท้องฟ้าสดใสเป็นประกาย สายลมพัดโชยเย็นสบาย ช่างเหมือนกับอารมณ์ความรู้สึกของฉัน ความยินดีและความตื่นเต้นเอ่อล้นอยู่ในใจจนไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ฉันมาถึงบ้านตระกูลตั้งแต่เช้าตรู่ และรออยู่นานถึงสามชั่วโมงเต็มกว่าจะมีคนออกมาเปิดประตูให้ในที่สุดเมื่อพ่อบ้านเห็นฉัน สีหน้าของเขาก็ดูไม่ค่อยต้อนรับนักแต่ฉันไม่ได้ใส่ใจเพราะในตอนนั้น ในหัวใจและสายตาของฉันมีเพียงลูกที่กำลังจะได้พบหน้าเท่านั้นเมื่อเข้าไปถึงห้องโถง ฉันก็ต้องรออีกนานเท่าไรก็ไม่รู้จนกระทั่งเสียงนาฬิกาบอกเวลาสิบสองนาฬิกาดังขึ้น แม่ของฟู่ถิงเซินถึงได้อุ้มเหนียนเหนียนวัยสามขวบออกมาเมื่อมองดูใบหน้าอันไร้เดียงสาของแก ขอบตาของฉันก็ร้อนผ่าวแดงกวาดขึ้นมาในทันที นี่คือลูกที่ฉันยอมถูกเหยียดหยามเพียงเพื่อให้เขาปลอดภัยลูกที่เพิ่งลืมตาดูโลกก็ถูกคนอื่นอุ้มตัวไปทันทีเมื่อแม่ของฟู่ถิงเซินเห็นฉัน ก็ยังคงพูดจาถากถางเหมือนเช่นเคย“ถ้าไม่ใช่เพราะถิงเซินเป็นคนเอ่ยปาก ฉันไม่มีทางยอมให้ผู้หญิงจนๆ อับโชคอย่างเธอมาเจอหลานชายของฉันหรอก”“จำเอาไว้ให้ดี เหนียนเหนียนเป็นลูกหลานของตระกูลฟู่”“ที่ยอม

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 5

    "เสิ่นชูอี๋! เปิดประตู!"เสียงเกรี้ยวกราดดุดันของฟู่ถิงเซินดังก้องขึ้นที่หน้าประตู ฉันสะดุ้งตกใจไปแวบหนึ่ง"เสิ่นชูอี๋! เธอเก่งนักก็ออกมาบอกเลิกกับฉันต่อหน้าสิ! เปิดประตู!"ฉันถอนหายใจ ไม่ได้รีบร้อนเดินไปเปิดประตูให้เขาแต่กลับเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ทั้งสบายและให้ความอบอุ่นก่อน เมื่อเปิดประตูออก ก็เห็นว่าฟู่ถิงเซินไม่ได้สวมเสื้อคลุม เดือนมีนาคมของเมืองไห่ยังคงมีไอหนาวเสียดกระดูกอยู่บ้าง แต่ฟู่ถิงเซินกลับราวกับไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย "เข้ามาสิคะ"ฉันเบี่ยงตัวหลบให้เล็กน้อย ก่อนนั่งลงบนโซฟาอย่างสงบนิ่ง ตลอดหลายปีที่แต่งงานกัน ฟู่ถิงเซินหล่อหลอมให้ฉันกลายเป็นคนที่ไม่หวั่นไหวต่อคำชมหรือคำดูถูกอีกต่อไป ฟู่ถิงเซินไม่ได้มานั่ง แต่ภายใต้แสงไฟ ร่างสูงใหญ่ของเขากลับดูราวกับเงามืดที่แผ่คลุมฉันเอาไว้ "“เสิ่นชูอี๋ ใครให้ความกล้าเธอมาขอหย่ากับฉัน?”ฟู่ถิงเซินจ้องฉันเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแต่กลับเป็นฉันที่มองเขาอย่างแปลกใจ รู้สึกพูดไม่ออกกับท่าทีของเขา“ฉันไม่ได้เพิ่งขอหย่ากับคุณเป็นครั้งแรกเสียหน่อย คุณพูดแบบนี้ไปมีประโยชน์อะไร?”“ฟู่ถิงเซิน คุณคงไม่ได้คิดจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status