Share

บทที่ 4

Author: ฝนพรำ
“เหนียนเหนียน เมื่อไหร่จะกลับมา? แม่คิดถึงลูกนะ”

เสียงจากปลายสายค่อนข้างเสียงดังครึกโครม คล้ายกับกำลังอยู่ในสวนสนุก

แต่ฉันยังคงจับเสียงของเหนียนเหนียนได้อย่างแม่นยำ

“แต่ผมไม่อยากเจอแม่”

น้ำตาที่เอ่อคลออยู่ในดวงตาชะงักค้าง ฉันถามกลับอย่างไม่อยากเชื่อว่า

“เหนียนเหนียน ลูกพูดว่าอะไรนะ?”

เสียงของเหนียนเหนียนยังคงสดใสเหมือนเช่นเคย แต่กลับกระแทกลงกลางใจฉันอย่างรุนแรง

“ผมบอกว่า ผมไม่อยากเจอแม่”

มือที่ถือโทรศัพท์เกร็งแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ

“แม่รู้ว่าตอนนี้ลูกกำลังสนุกมาก ลูกเล่นให้เต็มที่ก่อนนะ แล้วพอเล่นเสร็จค่อยมาหาแม่ดีไหม?”

“ไม่ว่าจะต้องรอนานแค่ไหน แม่ก็รอลูกได้”

เหนียนเหนียนไม่ลังเลแม้แต่น้อย ความเย็นชานั้นช่างเหมือนฟู่ถิงเซินผู้เป็นพ่อไม่มีผิด

“ไม่เอา พ่อบอกว่าแม่ทำให้พ่อโกรธ แม่เป็นแม่ที่ไม่ดี!”

“เหนียนเหนียนไม่อยากเจอแม่ แล้วแม่ก็ไม่ต้องมาหาเหนียนเหนียนอีกนะ”

“เหนียนเหนียนไม่ชอบแม่คนนี้!”

สายถูกตัดไป และหัวใจของฉันก็แหลกสลายจนไม่เหลือความหวังอีกต่อไป

ที่แท้ลูกของฉันก็เหมือนพ่อของเขา ไม่ได้รักฉันเลย

ก็ดีเหมือนกัน ในที่สุดฉันก็สามารถจากไปได้โดยไม่ต้องมีอะไรให้ห่วงอีก

หลังกลับถึงโรงแรม ฉันจองตั๋วเครื่องบินกลับบ้านเกิดสำหรับวันรุ่งขึ้น

ก่อนเข้านอน ฉันเลื่อนดูโซเชียลแล้วเห็นโพสต์ของฟู่ถิงเซิน

เป็นรูปถ่ายสามคนที่สวนสนุก โดยหญิงสาวในภาพก็คือคนที่มาร่วมงานแต่งในวันนั้น

ลูกชายอย่างเหนียนเหนียนกำลังแอบอิงอยู่ในอ้อมแขนของฟู่ถิงเซินอย่างสนิทสนม และกำลังแบ่งไอศกรีมสามสีกินกับหญิงสาวคนนั้น

พร้อมข้อความว่า 【ลูกชายอยากได้แม่คนใหม่แล้ว】

เมื่อเห็นว่าโพสต์นี้ไม่มีแม้แต่คนเดียวมากดถูกใจ ฉันก็เข้าใจได้ทันที

ฟู่ถิงเซินตั้งใจโพสต์ให้ฉันเห็นโดยเฉพาะ และตั้งค่าให้มีเพียงฉันเท่านั้นที่มองเห็น

ทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน เขามักจะโพสต์เรื่องที่เกี่ยวกับลูกลงในโซเชียลแบบนี้

เพื่อเตือนให้ฉันยอมก้มหัวเพื่อลูก

และทุกครั้งฉันก็มักทำตามที่เขาต้องการ ยอมวางศักดิ์ศรีของตัวเองลงแทบเท้าเขา ปล่อยให้เขาเหยียบย่ำตามใจ

พอมาคิดดูตอนนี้ ตั้งแต่วินาทีที่ฉันเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อคลอดลูก ฟู่ถิงเซินก็ควบคุมจุดอ่อนของฉันไว้ได้อย่างอยู่หมัดแล้ว

น่าเสียดายที่ครั้งนี้ฉันจะไม่หลงกลเขาอีกแล้ว

ฉันกดถูกใจโพสต์นั้น วางโทรศัพท์ลงแล้วเข้านอนทันที

กลางดึก โทรศัพท์ของฟู่ถิงเซินปลุกฉันให้ตื่น

“เสิ่นชูอี๋ เธอเป็นแม่ประสาอะไร?”

“เธอรู้ไหมว่าเหนียนเหนียนรอเธอมานานแค่ไหน?”

“ตอนนี้ยังร้องไห้อยู่เลย!”

ฉันขยี้ตาและตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจว่า

“อ้อ งั้นฝากขอโทษเขาแทนฉันด้วยแล้วกัน”

ปลายสายเงียบไปสองวินาที ก่อนฟู่ถิงเซินจะหัวเราะอย่างเย็นชา

“เสิ่นชูอี๋ เชื่อไหมว่าฉันทำให้เธอไม่มีวันได้เจอเหนียนเหนียนอีกเลย?”

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยคำข่มขู่อย่างเห็นได้ชัด

แต่ฉันไม่ใช่เสิ่นชูอี๋คนเดิมที่ยอมก้มหัวครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อลูกอีกต่อไปแล้ว

“ได้”

ฉันมองเพดาน ตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาไร้ความรู้สึก

ฟู่ถิงเซินกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว แล้วถามกลับอย่างไม่อยากเชื่อ

“เสิ่นชูอี๋ เธอพูดว่าอะไรนะ?”

ฉันลุกขึ้นนั่ง เส้นผมสยายลงบนผ้าห่มของโรงแรม

“ได้ คุณเป็นพ่อของเหนียนเหนียน อยากจะทำอะไรก็แล้วแต่คุณ”

แม้จะอยู่ปลายสาย ฉันก็ยังได้ยินเสียงเครื่องถ้วยชามกระเบื้องแตกกระจายดังมาจากฝั่งนั้น

“เสิ่นชูอี๋ ฉันจะให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย ถอนคำพูดเมื่อกี้ของเธอซะ”

“ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ฉันจะพาเหนียนเหนียนไปต่างประเทศ แล้วเธอจะไม่มีวันได้เจอเขาอีก”

ฉันกดออกจากหน้าจอสนทนา แล้วเปิดเข้าไปในอัลบั้มรูป

วิดีโอ 213 คลิป และรูปถ่ายอีกกว่าพันรูป

ทุกคลิปล้วนเป็นสิ่งที่ฉันเปิดดูซ้ำแล้วซ้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วน

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ ลบทุกอย่างในอัลบั้มจนหมดและจู่ๆก็ไม่อยากรอถึงวันพรุ่งนี้อีกแล้ว

“ฟู่ถิงเซิน จริงๆแล้วเราไม่ได้แต่งงานกันใช่ไหมคะ?”

เสียงจากปลายสายเงียบลงทันที

ฉันหลุบตาลง แล้วพูดต่อไปโดยไม่รอคำตอบ

“ในเมื่อเราไม่ได้แต่งงานกัน ก็ไม่จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการหย่าแล้ว”

“เราเลิกกันเถอะ”

เมื่อกดตัดสาย วินาทีถัดมา ประตูห้องพักของฉันก็ถูกเคาะอย่างรุนแรง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 10

    สีหน้าของฟู่ถิงเซินดูดีขึ้นเล็กน้อยเดิมทีบ้านหลังนี้ก็มีพื้นที่ไม่ถึงสี่สิบตารางเมตรอยู่แล้ว แถมฉันยังวางกองหนังสือไว้เต็มไปหมดจึงยิ่งดูคับแคบเข้าไปอีกฟู่ถิงเซินทำหน้าบึ้ง แล้วนั่งลงบนโซฟาตัวเล็กอย่างไม่เต็มใจนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสามสิบปีที่เขาต้องตกอยู่ในสภาพกระอักกระอ่วนเช่นนี้เขายื่นมือไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาดูผ่านตา ก่อนจะชะงักไปแวบหนึ่ง“ฉันนึกว่าเธอไม่สนใจเรื่องพวกนี้ไปนานแล้วเสียอีก”ฉันหยิบนมขวดหนึ่งออกจากตู้เย็น นำไปอุ่นแล้วส่งให้เหนียนเหนียน"เอาล่ะ ได้พบหน้ากันแล้ว หากไม่มีอะไรแล้วคุณก็พาเหนียนเหนียนกลับไปเถอะค่ะ" เหนียนเหนียนกอดขวดนมไว้ในอ้อมแขนและมองฟู่ถิงเซินอย่างทำอะไรไม่ถูกฟู่ถิงเซินอุ้มเหนียนเหนียนขึ้นมานั่งบนตัก แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง“เสิ่นชูอี๋ เรากลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้จริงๆเหรอ?”“เหมือนเมื่อก่อนแบบไหน?”ฉันเอนตัวพิงโซฟาด้วยสีหน้าดูผ่อนคลาย“ให้ฉันเป็นคุณนายฟู่ที่มีเพียงชื่อแต่ไม่มีสถานะต่อไปน่ะเหรอ?”“ช่างเถอะ ฉันเบื่อแล้ว”เหนียนเหนียนเหมือนจะเข้าใจว่าพวกเรากำลังพูดเรื่องอะไรกัน“แม่ครับ ผมผิดเอง แม่กลับบ้านกับพ่อเถอ

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 9

    “เสิ่นชูอี๋! เธอจะเอาแต่ก่อเรื่องไม่เลิกหรือไง!”"เธอมีอะไรไม่พอใจก็พูดมาตรงๆสิ ฉันยอมปรับยอมแก้ให้แล้วยังไม่พอใจอีกหรือไง?"นี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่ถิงเซินยอมก้มหัวให้ เฉินฉีถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจแต่ภายในใจของฉันกลับไม่มีความรู้สึกใดๆหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยฉันขอทางจากเขาอย่างมีมารยาท และเตรียมตัวจะเดินจากไป แต่ฟู่ถิงเซินกลับคว้ามือฉันเอาไว้“เสิ่นชูอี๋ กลับบ้านกับฉัน”ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไร มือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาจากด้านหลังและดึงเขาออกจากตัวฉัน“คุณครับ กรุณาสำรวมกิริยาด้วย”เซี่ยอวิ๋นถือเสื้อคลุมไว้ในมือข้างหนึ่ง ก่อนจะแกะมือของฟู่ถิงเซินออกด้วยสีหน้าเย็นชา “แกเป็นใคร?”ดวงตาของฟู่ถิงเซินแดงก่ำด้วยความโกรธทันที เขาหันกลับเตรียมจะลงไม้ลงมือ ฉันถอนหายใจ แล้วก้าวไปขวางหน้าเซี่ยอวิ๋น“พอเถอะ”คำพูดแผ่วเบาเพียงประโยคเดียว ราวกับกดปุ่มหยุดทุกอย่างลงการเคลื่อนไหวของฟู่ถิงเซินชะงักค้าง เขามองฉันอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง“เสิ่นชูอี๋ เธอจะช่วยมันงั้นเหรอ? มันเป็นใคร?”ฉันเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยของเขาตรงๆ“สำคัญด้วยเหรอ? ฟู่ถิงเซิน เราเลิ

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 8

    “ทุกวันเอาแต่เดินตามพวกเธอต้อยๆ คอยถามนั่นถามนี่ไม่หยุด”“ตอนนั้นอาจารย์ก็คิดไว้เลยว่า เด็กสาวคนนี้ในอนาคตต้องประสบความสำเร็จแน่นอน”คำพูดหลังจากนั้นอาจารย์ไม่ได้เอ่ยต่อ ฉันหลุบสายตาลงนั่งดื่มเหล้าเงียบๆ หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จ ฉันไม่ได้รีบร้อนกลับรอจนกระทั่งผู้คนทยอยกลับกันไปจนเกือบหมด ฉันจึงหยิบสมุดบันทึกของตัวเองออกมาจากกระเป๋า “อาจารย์คะ ฉันอยากจะกลับมาเริ่มต้นเรียนรู้อีกครั้งค่ะ”อาจารย์ดูประหลาดใจมาก เขารับสมุดบันทึกของฉันไป ก่อนพลิกอ่านอย่างละเอียดอยู่นานเมื่อวางมันลงอีกครั้ง ใบหน้าของอาจารย์ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม“เสิ่นชูอี๋ อาจารย์มองเธอไม่ผิดจริงๆ”“อาจารย์อ่านบันทึกของเธอแล้ว มีวิสัยทัศน์และมองการณ์ไกลมาก”“คืนนี้กลับไปแล้วอาจารย์จะลองคิดดู แล้วจะแนะนำสถาบันวิจัยดีๆให้เธอสักสองสามแห่ง เธอลองไปสมัครและสัมภาษณ์ดูนะ”ขณะที่กำลังพูดกันอยู่ จู่ๆเซี่ยอวิ๋นก็พูดแทรกขึ้นมา“ขอพี่ดูหน่อยได้ไหม?”นี่เป็นครั้งแรกในคืนนี้ที่เขาพูดกับฉันฉันพยักหน้า ก่อนยื่นสมุดบันทึกให้เขาเซี่ยอวิ๋นดันแว่นกรอบทองบนสันจมูกขึ้นเล็กน้อย สีหน้าจริงจัง“เธอสนใจมาทำงานกับพี่ไหม?”ฉันช

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 7

    ฉันชะงักไป นึกถึงผู้ชายที่เย็นชาและมีเหตุผลคนนั้นในความทรงจำฉันเป็นเด็กกำพร้า เติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่เล็กตั้งแต่เด็กฉันก็เป็นคนที่ทะเยอทะยานและไม่ยอมแพ้ใครเพื่อให้ตัวเองมีความสามารถมากพอที่จะยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ฉันจึงตั้งใจเรียนอย่างสุดชีวิตจนสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเมืองไห่ได้สำเร็จและได้เรียนในสาขาที่ดีที่สุดในปีสองฉันก็ได้เข้าร่วมทีมวิจัยของอาจารย์ที่ปรึกษา แม้จะเป็นเพียงคนธรรมดาที่คอยช่วยทำงานจิปาถะก็ตามรุ่นพี่ที่อาจารย์พูดถึงก็คือเซี่ยอวิ๋น หนึ่งในกำลังหลักของทีมวิจัยนั้นและยังเป็นคนที่ฉันเคยแอบชอบอีกด้วยน่าเสียดายที่พอขึ้นปีสาม เขาก็ไปเรียนต่อต่างประเทศความรู้สึกของฉันยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา ก็จบลงเสียก่อนโดยไม่มีโอกาสได้เริ่มต้นเมื่อเห็นว่าฉันไม่พูดอะไร อาจารย์จึงพูดต่อ“ตอนนั้นคนที่อาจารย์มองว่ามีอนาคตที่สุดก็คือเธอกับเซี่ยอวิ๋น พวกเธอสองคนเป็นนักเรียนที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่อาจารย์เคยสอนมา”“แต่น่าเสียดายนะ พอเรียนจบเธอก็แต่งงานไปเสียแล้ว”เมื่อพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของอาจารย์ก็เต็มไปด้วยความเสียดายฉันเม้มริมฝีปาก รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 6

    มีเพียงวันนั้นที่มีแสงแดดสาดส่อง ท้องฟ้าสดใสเป็นประกาย สายลมพัดโชยเย็นสบาย ช่างเหมือนกับอารมณ์ความรู้สึกของฉัน ความยินดีและความตื่นเต้นเอ่อล้นอยู่ในใจจนไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ฉันมาถึงบ้านตระกูลตั้งแต่เช้าตรู่ และรออยู่นานถึงสามชั่วโมงเต็มกว่าจะมีคนออกมาเปิดประตูให้ในที่สุดเมื่อพ่อบ้านเห็นฉัน สีหน้าของเขาก็ดูไม่ค่อยต้อนรับนักแต่ฉันไม่ได้ใส่ใจเพราะในตอนนั้น ในหัวใจและสายตาของฉันมีเพียงลูกที่กำลังจะได้พบหน้าเท่านั้นเมื่อเข้าไปถึงห้องโถง ฉันก็ต้องรออีกนานเท่าไรก็ไม่รู้จนกระทั่งเสียงนาฬิกาบอกเวลาสิบสองนาฬิกาดังขึ้น แม่ของฟู่ถิงเซินถึงได้อุ้มเหนียนเหนียนวัยสามขวบออกมาเมื่อมองดูใบหน้าอันไร้เดียงสาของแก ขอบตาของฉันก็ร้อนผ่าวแดงกวาดขึ้นมาในทันที นี่คือลูกที่ฉันยอมถูกเหยียดหยามเพียงเพื่อให้เขาปลอดภัยลูกที่เพิ่งลืมตาดูโลกก็ถูกคนอื่นอุ้มตัวไปทันทีเมื่อแม่ของฟู่ถิงเซินเห็นฉัน ก็ยังคงพูดจาถากถางเหมือนเช่นเคย“ถ้าไม่ใช่เพราะถิงเซินเป็นคนเอ่ยปาก ฉันไม่มีทางยอมให้ผู้หญิงจนๆ อับโชคอย่างเธอมาเจอหลานชายของฉันหรอก”“จำเอาไว้ให้ดี เหนียนเหนียนเป็นลูกหลานของตระกูลฟู่”“ที่ยอม

  • การแต่งงานที่ไม่ต้องหย่า   บทที่ 5

    "เสิ่นชูอี๋! เปิดประตู!"เสียงเกรี้ยวกราดดุดันของฟู่ถิงเซินดังก้องขึ้นที่หน้าประตู ฉันสะดุ้งตกใจไปแวบหนึ่ง"เสิ่นชูอี๋! เธอเก่งนักก็ออกมาบอกเลิกกับฉันต่อหน้าสิ! เปิดประตู!"ฉันถอนหายใจ ไม่ได้รีบร้อนเดินไปเปิดประตูให้เขาแต่กลับเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ทั้งสบายและให้ความอบอุ่นก่อน เมื่อเปิดประตูออก ก็เห็นว่าฟู่ถิงเซินไม่ได้สวมเสื้อคลุม เดือนมีนาคมของเมืองไห่ยังคงมีไอหนาวเสียดกระดูกอยู่บ้าง แต่ฟู่ถิงเซินกลับราวกับไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย "เข้ามาสิคะ"ฉันเบี่ยงตัวหลบให้เล็กน้อย ก่อนนั่งลงบนโซฟาอย่างสงบนิ่ง ตลอดหลายปีที่แต่งงานกัน ฟู่ถิงเซินหล่อหลอมให้ฉันกลายเป็นคนที่ไม่หวั่นไหวต่อคำชมหรือคำดูถูกอีกต่อไป ฟู่ถิงเซินไม่ได้มานั่ง แต่ภายใต้แสงไฟ ร่างสูงใหญ่ของเขากลับดูราวกับเงามืดที่แผ่คลุมฉันเอาไว้ "“เสิ่นชูอี๋ ใครให้ความกล้าเธอมาขอหย่ากับฉัน?”ฟู่ถิงเซินจ้องฉันเขม็ง แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแต่กลับเป็นฉันที่มองเขาอย่างแปลกใจ รู้สึกพูดไม่ออกกับท่าทีของเขา“ฉันไม่ได้เพิ่งขอหย่ากับคุณเป็นครั้งแรกเสียหน่อย คุณพูดแบบนี้ไปมีประโยชน์อะไร?”“ฟู่ถิงเซิน คุณคงไม่ได้คิดจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status