บททั้งหมดของ ใต้หล้าแปดทิศ ข้าฆ่าคนได้ทั้งสิ้น…เว้นเพียงนาง: บทที่ 21 - บทที่ 30

48

บทที่ 20

บทที่ 20ฤดูหนาวลึกขึ้นอีกขั้นในชั่วคืนเดียว หิมะตกหนักจนกลบเสียงฝีเท้าบนถนนกลบเสียงล้อเกวียนกลบแม้แต่เสียงลมที่ควรได้ยินในคืนเช่นนี้เมืองหลวงขาวโพลน ขาวเสียจนทุกสิ่งดูสะอาด บริสุทธิ์ และไร้มลทินจากระยะไกล แต่ใต้ชั้นหิมะที่เย็นเฉียบใต้ความขาวที่ดูสงบนั้นบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว เคลื่อนไหวอย่างเงียบงันและไม่ทิ้งร่องรอยให้ผู้ใดเห็น“พระชายา”นางกำนัลรีบเข้ามาในห้องด้วยก้าวที่เร็วกว่าปกติ สีหน้ากังวลอย่างคนที่ไม่แน่ใจว่าข่าวในมือควรถูกพูดออกมาหรือไม่หลี่อี้ถงวางพู่กันลงบนจานหมึกช้าๆ ไม่รีบไม่แสดงความรู้สึกท่าทางเหมือนคนที่กำลังอ่านความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนจะตอบกลับ“ผู้ใด”นางกำนัลลังเลเพียงเสี้ยววินาที“บอกว่า…เป็นคนจากจวนสกุลหลี่เจ้าค่ะ”คำว่าจวนสกุลหลี่เพียงสามพยางค์สำหรับคนอื่น มันอาจไม่มีความหมายอะไร แต่สำหรับหลี่อี้ถงบรรยากาศทั้งห้องเปลี่ยนไปทันที เรือนแห่งนั้นคือสถานที่ที่นางเคยใช้ชีวิตก่อนเข้าวัง เรือนที่มีเพียงไม่กี่คนในโลกนี้ที่รู้จักนางในชื่อเดิมไม่ใช่ในฐานะพระชายาไม่ใช่ในฐานะหมากตัวหนึ่งบนกระดานอำนาจ“ให้เข้ามา”น้ำเสียงยังคงเรียบสงบแต่สายตาไม่เหมือนเดิมอีกแล
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 21

บทที่ 21หิมะตกหนักจนกลบทุกเสียงทุกฝีเท้าและทุกการฆ่า มันร่วงหล่นลงมาไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ปกคลุมถนน ปกคลุมหลังคา ปกคลุมแม้แต่รอยเลือดที่ยังไม่ทันแห้งบนพื้นหินโลกทั้งใบดูขาวสะอาดจากภายนอกแต่ภายในของทุกสิ่งยังมืดสนิทเช่นเดิมคุกหลวงตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมือง สร้างจากหินสีเทาที่ดูดซับความเย็นไว้จนไม่เคยคืนกลับ กำแพงสูงทอดเงาทาบถนนตั้งแต่บ่ายยังไม่คล้อย ประตูเหล็กหนาหนักราวกับถูกสร้างมาเพื่อขังสิ่งที่อยู่ข้างใน มิใช่กันคนจากภายนอกและคืนนี้…เวรยามแน่นหนาเกินกว่าคืนปกติแน่นหนาพอจะบอกได้ว่า มีผู้รออยู่ก่อนแล้วหลี่อี้ถงยืนอยู่หน้าประตูคุก ใบหน้าถูกคลุมไว้ครึ่งหนึ่งด้วยผ้าสีเข้ม เหลือเพียงดวงตาคู่เย็นที่กวาดมองทุกสิ่งในพริบตาเดียวนับจำนวนทหารนับระยะห่างนับทางหนีทีไล่“หยุด!”ทหารผู้หนึ่งตวาด พลางก้าวออกมาจากเงามืด มือจับด้ามดาบแน่น“ผู้ใด”คำพูดยังไม่ทันจบฉึกเข็มเงินพุ่งออกจากปลายนิ้วของนางอย่างแม่นยำ ร่างนั้นชะงัก ก่อนทรุดลงในหิมะโดยแทบไม่มีเสียง ราวกับเพียงเอนกายลงนอนในความฝันหลี่อี้ถงมิได้หยุดฝีเท้านางก้าวผ่านเข้าไปอย่างเงียบงัน ราวกับรู้เส้นทางนี้ดีเสียยิ่งกว่าคนเฝ้าคุกด้านใน แ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 22

บทที่ 22กลิ่นยาลอยอวลอยู่ในอากาศหนักขมและเย็นที่ยาจีนเป็น มันผสมเข้ากับกลิ่นไม้จันทน์จากตะเกียงทองเหลือง และกลิ่นผ้าสะอาดที่เพิ่งถูกเปลี่ยนใหม่ ทุกสิ่งภายในห้องถูกจัดวางอย่างระมัดระวังเสียจนเสียงที่ดังที่สุด กลับกลายเป็นเพียงลมหายใจของคนบนเตียง กับเสียงลมแผ่วเบานอกหน้าต่างหลี่อี้ถงลืมตาขึ้นช้าๆ แสงเช้าสาดผ่านม่านสีครามเข้ามาอย่างบางเบา กรองเป็นสีเงินเจือทองอ่อนๆ แต่สำหรับคนที่เพิ่งกลับขึ้นมาจากความมืด มันสว่างเกินไปนางหรี่ตาลงเล็กน้อย รอให้โลกค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นทีละชั้นร่างกายหนักอึ้ง หนักที่บอกได้ว่าร่างกายกำลังซ่อมแซมตัวเอง เจ็บตามแนวกระดูกเจ็บตรงหัวไหล่ซ้ายและเจ็บลึกตรงสีข้างในทุกครั้งที่หายใจแต่ยังมีชีวิต นางขยับตัวเพียงนิด เพื่อลองดูว่าร่างกายตอบสนองได้แค่ไหนทันใดนั้น มือหนึ่งจับมือนางไว้เบาระมัดระวังราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากเกินไป บางสิ่งจะพังทลายลงตรงหน้า“อย่าขยับ”เสียงต่ำและแผ่วดังขึ้นข้างเตียงน้ำเสียงนั้นไม่ได้ออกคำสั่งแต่กลับทำให้อยากเชื่อฟังอย่างประหลาดหลี่อี้ถงหันไปมอง มู่หรงชิงอี้นั่งอยู่ตรงนั้น เก้าอี้ถูกดึงเข้ามาชิดเตียงจนแทบไม่เหลือระยะห่างระหว่างทั้งสองดวงตา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 23

บทที่ 23หิมะเริ่มละลายแล้วหยดน้ำเย็นใสไหลลงจากชายคาทีละหยด สองหยด เป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอราวกับฤดูหนาวกำลังค่อย ๆ ถอนลมหายใจเฮือกสุดท้ายออกจากเมืองหลวงพื้นดินที่เคยขาวสะอาดมาตลอดทั้งฤดูเริ่มเผยสีน้ำตาลหม่นใต้ผืนหิมะที่บางลงทุกวัน ทุกสิ่งดูคล้ายกำลังเริ่มต้นใหม่แต่ความหนาวยังไม่จางหายมันยังคงค้างอยู่ในอากาศ ในกระดูก และในมุมห้องที่แสงอาทิตย์ส่องไม่ถึง ราวกับฤดูหนาวไม่ยอมจากไปง่าย ๆ และตั้งใจจะทิ้งเศษเสี้ยวของตัวเองไว้ในที่ที่ไม่มีใครมองเห็น จนกว่าจะถึงฤดูร้อนจริง ๆพระราชโองการมาถึงจวนอ๋องในยามเช้า ตราประทับสีทองสะท้อนแสงอ่อนผ่านม่านบาง หนัก แน่น และไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใดปฏิเสธขันทีคลี่ผ้าแพรสีเหลืองออก ก่อนอ่านด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามแบบพิธีการ“รับสั่งให้พระชายาหลี่อี้ถง เข้าพำนัก ณ ตำหนักสงบจิต เป็นเวลาหนึ่งเดือน”ทุกพยางค์ชัดเจน ชัดจนเหมือนตั้งใจให้คนทั้งห้องได้ยินความหมายที่ซ่อนอยู่หลังถ้อยคำงดงามเหล่านั้น“เพื่อชำระจิตใจ และหลีกเลี่ยงการแทรกแซงราชกิจ”ตำหนักสงบจิตทุกคนในห้องต่างรู้ดีว่าชื่อนั้นหมายถึงอะไรไม่ใช่ที่พัก ไม่ใช่สถานที่สงบใจดังชื่อแต่คือคุกคุกที่ถูกเรียกด้วยถ้อยคำ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 24

บทที่ 24ตำหนักสงบจิตเงียบเสียจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเองความเงียบเช่นนี้ ไม่มีในตลาดยามรุ่งอรุณ ไม่มีแม้แต่ในป่าลึกที่หลี่อี้ถงเคยเดินทางผ่านแต่มันไม่ใช่ความสงบมันคือความเงียบที่เกิดจากการกดทับการขังทุกเสียงเอาไว้ภายในกำแพงสูงและประตูหนักจนท้ายที่สุด เหลือเพียงเสียงของผู้ถูกจองจำเองหลี่อี้ถงถูกจัดให้อยู่ในเรือนด้านในสุดของตำหนักหน้าต่างแคบจนแสงแดดส่องเข้ามาได้เพียงแถบบางในยามเที่ยงประตูหนาหนัก เมื่อปิดลงแล้ว เสียงจากภายนอกแทบเล็ดลอดเข้ามาไม่ได้ไม่ต่างจากคุกเพียงแต่เป็นคุกที่งดงามกว่า มีผ้าม่านลายดอกมีเตียงนุ่มมีโต๊ะน้ำชาที่จัดวางไว้อย่างประณีตทว่า ความงดงามเหล่านั้นไม่อาจปิดบังความจริงได้เลยว่า ที่นี่คือกรงขังสตรีชั้นสูง“พระชายา ตื่นแล้วหรือ”เสียงเย็นดังขึ้นตั้งแต่เช้า ท่านหญิงซูเหยียนยืนอยู่หน้าประตู รอยยิ้มบางเฉียบแตะอยู่บนริมฝีปาก รอยยิ้มที่ไม่เคยไปถึงดวงตา ซึ่งหลี่อี้ถงจำได้ดีตั้งแต่วันแรกที่พบกันในหลังจากที่นางส่งคนมาสังหารนางตอนนั้น คมของมันยังถูกซ่อนไว้แต่ตอนนี้ นางไม่คิดจะซ่อนอีกแล้ว“ที่นี่ไม่เหมือนจวนอ๋อง” ซูเหยียนเอ่ยอย่างสบายอารมณ์ ราวกับกำลังกล่าวกฎของบ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 25

บทที่ 25คืนนั้นไร้เสียงระฆัง ไร้ลมแม้แต่เงายังนิ่งผิดปกติ ราวกับโลกทั้งใบกำลังกลั้นหายใจ รอดูบางสิ่งที่จะเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาลดวงดาวเหนือฟ้าสว่างกว่าทุกคืน หากแสงนั้นไม่ได้ให้ความอบอุ่นมันเย็น เย็นราวกับมาจากสถานที่อันห่างไกลเกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการถึงตำหนักสงบจิตเงียบงันโคมไฟตามระเบียงดับลงไปกว่าครึ่งทีละดวงทีละดวงห่างกันพอดีจนไม่มีใครทันสังเกตว่า มีใครบางคนกำลังทำให้ความมืดค่อย ๆ กลืนกินตำหนักแห่งนี้ทางเดินมืดเกินจริงมืดเกินกว่าสถานที่ซึ่งยังมีผู้คนอาศัยอยู่จะควรเป็นและสำหรับคนที่คุ้นเคยกับเสียงของวังหลวงในยามค่ำคืน จะรู้ทันทีว่า…มีบางอย่างหายไปจากความเงียบนี้หลี่อี้ถงยืนอยู่ริมหน้าต่างนางไม่ได้นอนและไม่ใช่ครั้งแรกในหลายวันที่ผ่านมาแต่คืนนี้ต่างออกไปคืนนี้ นางไม่นอน เพราะนางรู้รู้ว่าในไม่ช้า…เลือดจะหลั่งนองวังหลวงตั้งแต่ยามบ่าย ทุกอย่างเริ่มผิดปกติทีละน้อยยามที่ควรเดินตรวจตราในเวลาประจำกลับหายไปนางกำนัลที่เคยส่งน้ำชาตอนค่ำไม่ปรากฏตัวแม้แต่เสียงฝีเท้าจากระเบียงด้านนอกก็เบาลงจนน่าขนลุกมันไม่ใช่ความสงบแต่มันคือความเงียบก่อนการสังหาร หลี่อี้ถงหลุบตาลงเล็กน้อย“เริ่มแล้วสิ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 26

บทที่ 26เสียงระฆังยังคงดังสั่นสะเทือนผ่านกำแพงวังทุกสิบลมหายใจ ราวกับพยายามปลุกระเบียบเดิมให้ฟื้นคืนมาอีกครั้งแต่ไม่มีใครฟังแล้วไม่มีใครวิ่งกลับไปประจำตำแหน่งไม่มีใครจำได้ด้วยซ้ำว่าหน้าที่ของตนคืออะไรเพราะระเบียบเดิมตายไปแล้วในคืนนี้และเสียงระฆัง…เป็นเพียงเสียงสุดท้ายของซากอำนาจที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองล่มสลายลงแล้วโถงใหญ่กลางวังหลวงเงียบงันสถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางของใต้หล้าที่ที่ขุนนางยืนเรียงแถวทุกยามเช้าเพื่อรอฟังพระราชโองการที่ที่บัลลังก์สูงสุดตั้งตระหง่านเหนือศีรษะผู้คนคืนนี้กลับเหลือเพียงกลิ่นเลือดประตูตำหนักถูกผลักเปิดอย่างหยาบกระด้างไร้ขันทีประกาศชื่อไร้พิธีการไร้แม้แต่คำว่าถวายบังคมเลือดจากทางเดินด้านนอกลากยาวเข้ามาบนพื้นหินเย็นติดตามปลายรองเท้าของผู้ก้าวเข้ามาราวกับเขาพาสงครามเดินเข้ามาด้วยตนเองมู่หรงชิงอี้ก้าวเข้ามาช้าๆทุกฝีก้าวหนักแน่นมั่นคงในจังหวะของตนเองจังหวะของคนที่ไม่คิดถอยหลังอีกแล้วมือข้างหนึ่งยังจับมือหลี่อี้ถงไว้แน่นไม่ปล่อยไม่คลายแม้เพียงเสี้ยวแรง ราวกับคืนนี้ หากเขาคลายมือจากนางแม้เพียงชั่วครู่ โลกทั้งใบอาจพังลงตรงหน้าขุนนางจำนวนหนึ่งยังอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 27

บทที่ 27เสียงเกราะกระทบกันดังก้องไปทั่วทั้งวังหลวง เสียงโลหะฟาดใส่โลหะเสียงฝีเท้าทหารที่วิ่งเป็นระลอกบนพื้นหินเสียงตะโกนสั่งการที่ตัดผ่านความโกลาหลและใต้เสียงทั้งหมดนั้นคือเสียงของคนที่กำลังตายเสียงที่เบากว่าทุกเสียงแต่กลับติดอยู่ในใจของผู้รอดชีวิตมากที่สุดประตูทิศตะวันตกถูกพังลงในจังหวะเดียวไม้หนาแตกกระจายบานพับเหล็กที่หนาเท่าข้อมือผู้ใหญ่หักลงราวกับกิ่งไม้แห้งกองกำลังตระกูลจ้าวทะลักเข้ามาเหมือนสายน้ำที่พบรอยร้าวของเขื่อนเป็นแถวเป็นแนวเป็นระเบียบระเบียบที่บอกชัดว่า กำลังนี้ไม่ได้ถูกระดมขึ้นในคืนเดียวแต่ถูกฝึกมาเนิ่นนานเพื่อรอวันนี้โดยเฉพาะโถงใหญ่กลางวังหลวงกลายเป็นสนามรบในพริบตาขุนนางแตกตื่น วิ่งหนีไปทางประตูด้านข้างที่ยังไม่ถูกปิดทหารฟาดฟันกันในระยะประชิด จนดาบยาวแทบไม่มีพื้นที่ให้ใช้งานเลือดสาดลงบนพื้นหินที่ถูกขัดเงามาหลายชั่วอายุคนเปื้อนคราบที่ไม่มีวันลบออกได้อีกไม่ว่ากี่ปีจะผ่านไปมู่หรงชิงอี้ยืนอยู่กลางความโกลาหล ไม่ถอยไม่หลบไม่แม้แต่จะขยับตำแหน่งเท้าจากที่ยืนอยู่แต่แรก เลือดไหลลงมาตามคมดาบจนถึงด้ามจับแต่มือที่กำดาบยังนิ่งและมั่นคงหลี่อี้ถงอยู่ด้านหลังเขาแต่ไม่ใช่ในฐ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 28

บทที่ 28เสียงโลหะกระทบกันดังไม่ขาดสาย สะท้อนก้องไปทั่วโถงใหญ่ของวังหลวง ราวกับกำแพงหินทั้งสี่ด้านกำลังสั่นสะเทือนอยู่ในสงครามเดียวกัเลือดสาดคนล้มเสียงกรีดร้องดังแทรกอยู่ใต้เสียงดาบปะทะทหารของตระกูลจ้าวและทหารหลวงปะปนกันอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ บางคนยังดิ้นรนหายใจ บางคนแน่นิ่งไปแล้ว วังหลวงที่เคยสูงส่งไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไปไม่มีศักดิ์ศรีไม่มีระเบียบไม่มีความงดงามของสถาปัตยกรรมที่ใช้เวลาหลายร้อยปีสร้างขึ้นเหลือเพียงสถานที่แห่งหนึ่งที่มนุษย์กำลังฆ่ากันเองมู่หรงชิงอี้ยืนอยู่กลางวงล้อมดาบในมือเปื้อนเลือดจนแทบมองไม่เห็นคม แต่ใบหน้าของเขายังคงเย็นชา เย็นเสียจนคล้ายไม่ใช่มนุษย์ไม่เหนื่อยไม่หอบไม่แสดงแม้แต่น้อยว่าเพิ่งผ่านการฆ่าฟันมาทั้งคืนหลี่อี้ถงยืนอยู่ด้านหลังเขา ลมหายใจของนางเริ่มหนักขึ้น แผลเก่าที่ยังไม่สมานดีซึมเลือดออกมาใต้ชั้นอาภรณ์ แต่สายตาของนางยังคงนิ่ง แน่วแน่ และไม่สั่นไหว“ซ้าย”เสียงของนางดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหลฉับศัตรูตรงหน้าล้มลงทันทีแต่จำนวนคนไม่ได้ลดลงเลยเพราะนี่ไม่ใช่การต่อสู้ธรรมดา หากเป็นการล้างบาง กำลังใหม่ยังคงทะลักเข้ามาแทนที่ศพที่เพิ่งล้มลงไม่หยุด และทั้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 29

บทที่ 29ฤดูใบไม้ผลิมาถึงโดยไม่เคยถามผู้ใดก่อน หิมะละลายลงทีละชั้น เผยผืนดินที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความขาวเย็นมาตลอดฤดูหนาว สายฝนต้นฤดูตกลงมาเงียบงัน ชะคราบเลือดบนพื้นหินของวังหลวงให้จางหายไปช้า ๆ ราวกับกาลเวลากำลังลบความทรงจำของคืนนั้นออกจากแผ่นดินทีละน้อยประตูที่พังถูกซ่อมขึ้นใหม่ กำแพงที่แตกร้าวถูกฉาบทับ รอยเลือดบนเสาหินถูกลงสีปิดเสียจนมองไม่เห็น ผู้คนกลับมาเดินผ่านระเบียงวังเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ราวกับคืนแห่งการนองเลือดเป็นเพียงฝันร้ายที่ทั้งเมืองหลวง ฝันร่วมกัน แล้วตื่นขึ้นมาพร้อมกันในเช้าวันเดียวทว่า…ทุกคนต่างรู้ดี บางอย่างไม่เหมือนเดิมอีกแล้วตำหนักกลางยังคงตั้งตระหง่านเช่นเดิมบัลลังก์มังกรยังอยู่ ณ ตำแหน่งเดิม แสงอาทิตย์ยามเช้าตกกระทบทองประดับจนสะท้อนวาว พื้นที่รอบแท่นสูงยังถูกสงวนไว้ดุจเดิม ไม่มีผู้ใดกล้าก้าวล้ำเข้าไปโดยพลการเพียงแต่…คนที่ยืนอยู่ข้างบัลลังก์ มิใช่ฮ่องเต้น้อยอีกต่อไปมู่หรงชิงอี้ยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ เพียงยืนเคียงข้างมัน มือข้างหนึ่งวางพาดบนพนักอย่างไม่ใส่ใจ ท่วงท่าสงบนิ่งของเขา คล้ายบุรุษผู้ยืนอยู่ในสถานที่ซึ่งเป็นของตนมาแต่แรก โดยไม่จำ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
12345
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status