บททั้งหมดของ ใต้หล้าแปดทิศ ข้าฆ่าคนได้ทั้งสิ้น…เว้นเพียงนาง: บทที่ 31 - บทที่ 40

48

บทที่ 30

บทที่ 30ยามเช้าเคลื่อนมาถึงอย่างเงียบงันแสงแดดอ่อนทอดผ่านชายคาเรือน เป็นริ้วสีทองจางบนพื้นไม้ ลมจากสวนด้านนอกพัดเอากลิ่นดอกเหมยเข้ามา กลิ่นบางเบาที่หลี่อี้ถงเริ่มคุ้นชินโดยไม่ทันรู้ตัวคุ้นชินเสียจนเช้าที่ไร้กลิ่นนี้ คงไม่เหมือนเช้าอีกต่อไปนางตื่นก่อนเช่นเดิมไม่ใช่เพราะมีสิ่งใดปลุก หากเป็นร่างกายที่ถูกฝึกให้ตื่นตัวมานานเกินกว่าจะหลับลึกได้จริง ต่อให้สถานที่แห่งนี้ปลอดภัยเพียงใดก็ตามหลี่อี้ถงนั่งอยู่ริมเตียง เงียบงัน มองบุรุษที่ยังหลับใหลอยู่ข้างกายคนผู้ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยหลับสนิทอย่างแท้จริงทุกครั้งที่นางขยับ ทุกครั้งที่สายลมพัดกระทบหน้าต่าง หรือแม้เพียงเสียงผิดปกติแผ่วเบา เขาจะลืมตาขึ้นก่อนทุกสิ่งเสมอ ก่อนจะทำราวกับไม่เคยตื่นทว่ายามนี้ เขากลับนอนนิ่งลมหายใจสม่ำเสมอ ใบหน้าที่ปกติเยียบเย็นจนแทบไร้อารมณ์อ่อนคลายลงเล็กน้อย รอยขมวดระหว่างคิ้วที่เหมือนสลักติดอยู่ตลอดเวลา จางหายไปในห้วงนิทรา ราวกับไม่มีสิ่งใดในโลกที่ต้องระวังอีกแล้วหลี่อี้ถงยกมือขึ้นช้า ๆ ปลายนิ้วแตะข้างแก้มของเขาแผ่วเบา ราวกลัวว่าหากแรงกว่านี้ ภาพตรงหน้าจะสลายไป“ท่านไร้การป้องกันตัวลงจริง ๆ หรือ”นางพึ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 31

บทที่ 31แสงแดดยามบ่ายทอดอาบลานสวนหลังจวนอ๋องเป็นสีทองอ่อนลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านกิ่งเหมยที่เพิ่งแตกใบใหม่ หลังดอกสีขาวร่วงโรยไปตามกาลเวลา เงาใบไม้ไหวระริกอยู่บนพื้นดินที่เริ่มคืนความนุ่มชื้นหลังฤดูหนาวยาวนานเสียงน้ำจากสระเล็กดังสม่ำเสมอเป็นเสียงเดียวที่มีชีวิตอยู่ในความเงียบของบ่ายวันนั้นหลี่อี้ถงนั่งอยู่ใต้ต้นเหมยตำราเล่มหนึ่งคลี่อยู่ในมือ อาภรณ์สีอ่อนขับให้ผิวของนางดูขาวยิ่งกว่าเดิม เส้นผมถูกมัดไว้อย่างหลวม ๆ ปลายผมบางส่วนพลิ้วไหวตามแรงลมที่พัดมาเป็นครั้งคราวภาพตรงหน้านิ่งสงบเกินไปสงบเสียจนผู้ใดก็ตามที่พบเห็น อาจคิดว่านางเป็นเพียงสตรีธรรมดาผู้หนึ่ง ที่ไม่เคยผ่านเลือด ไม่เคยผ่านสงคราม และไม่เคยยืนอยู่ท่ามกลางคืนที่ทั้งวังหลวงเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องทั้งที่ความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่“พระชายา”เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างสุภาพไม่ดังเกินไป ไม่ใกล้เกินไป เป็นระยะที่พอดีสำหรับผู้รู้มารยาทในจวนอ๋องหลี่อี้ถงเงยหน้าขึ้นช้า ๆเว่ยจื่อหานยืนอยู่ใต้เงาไม้ ถือม้วนเอกสารไว้ในมือทั้งสองข้าง ท่าทางสำรวมดังเช่นทุกครั้ง“มีอะไรหรือ”นางถามเสียงเรียบ“ข้าน้อยนำเอกสารจากราชสำนักมาให้ท่านตรวจดู”เขาก้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 32

บทที่ 32ฝนโปรยบางเบา ไม่ใช่ฝนหนักของฤดูร้อน และไม่ใช่หิมะปลายหนาวที่กำลังละลาย หากเป็นฝนแรกของฤดูกาลที่ทุกสิ่งกำลังแปรเปลี่ยนหยาดน้ำตกลงจากชายคาทีละหยด สม่ำเสมอ ราวกับจังหวะลมหายใจ หากฟังนานพอ คนฟังคงเผลอหายใจตามเสียงนั้นโดยไม่รู้ตัวค่ำคืนนี้ จวนอ๋องเงียบผิดปกติปกติของที่แห่งนี้ คือการมีคนรับใช้เคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลัง มีองครักษ์ซ่อนตัวตามจุดต่าง ๆ ในระยะที่ผู้คนมองไม่เห็น ทุกอย่างเงียบ…แต่ไม่เคยว่างเปล่าทว่าคืนนี้ ความเงียบนั้นลึกกว่าเดิมราวกับทั้งจวนกำลังกลั้นหายใจ รอคอยบางสิ่งอยู่หลี่อี้ถงยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือในห้องสมุดส่วนตัวแสงตะเกียงไม่กี่ดวงทอดลงบนสันตำราเก่า เงาตัวอักษรจมอยู่ในแสงสีอำพัน นางใช้นิ้วไล้ผ่านสันหนังสืออย่างเชื่องช้า คล้ายกำลังค้นหาอะไรบางอย่างแต่แท้จริงแล้ว นางไม่ได้หาเพียงกำลังคิดเพราะการค้นหา คือการรู้ล่วงหน้าว่าต้องการอะไรแต่การคิด…คือการปล่อยให้นิ้วเลือกแทนหัวใจ ในขณะที่จิตใจยังล่องลอยอยู่กับเรื่องอื่น“ดึกแล้ว”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังไม่มีเสียงเปิดประตูไม่มีเสียงฝีเท้าแต่หลี่อี้ถงรู้ตั้งแต่ก่อนหันกลับว่าเป็นใคร นางไม่หันไปมองทันที“ยังไม่ง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 33

บทที่ 33แสงแดดยามเช้าทาบเฉียงผ่านยอดไม้เหนือกำแพงจวนอ๋อง ลานฝึกด้านหลังเริ่มมีชีวิตตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ เสียงดาบกระทบกันดังเป็นจังหวะ หนักเบาสลับกันไปตามคำสั่งของครูฝึก เสียงฝีเท้ากระทบพื้นทรายอัดแน่น เสียงลมหายใจหอบต่ำของเหล่าทหารที่ฝึกมาตั้งแต่รุ่งสาง หลอมรวมกันเป็นบรรยากาศคุ้นเคยของผู้คนที่อยู่กับคมอาวุธมาทั้งชีวิตหลี่อี้ถงยืนอยู่ข้างสนาม แขนกอดอก อาภรณ์เรียบง่ายไม่ใช่ชุดทางการ เส้นผมถูกรวบหลวมไว้ด้านหลัง นางมิได้มองลานฝึกด้วยสายตาของผู้ชม หากแต่มองอย่างคนที่เข้าใจดาบเข้าใจจังหวะเข้าใจระยะและเข้าใจว่าชั่วพริบตาเพียงหนึ่งครั้งที่ลังเล อาจหมายถึงความเป็นความตายสายตาของนางไล่ตามการเคลื่อนไหวของเหล่าทหารอย่างเงียบงัน มองเห็นข้อผิดพลาดเล็กๆ ที่คนทั่วไปไม่มีวันสังเกตเห็น เหงื่อไหลผ่านขมับของบุรุษหลายคน ผ้าโพกศีรษะเริ่มชื้น ลมหายใจหนักขึ้นตามระยะเวลาของการฝึก“พระชายาอยากลองหรือไม่ขอรับ”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านข้างองครักษ์หนุ่มผู้หนึ่งก้าวออกมาจากกลุ่มคนพักดื่มน้ำ อาภรณ์ฝึกเปียกเหงื่อ ใบหน้ายังมีความคมคายและทะนงแบบคนหนุ่มที่ไม่เคยถูกโลกบดขยี้จนหมดความมั่นใจหลี่อี้ถงเลิกคิ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 34

บทที่ 34แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านฉากไม้ฉลุข้างหน้าต่าง เงาลวดลายของดอกไม้และเถาวัลย์ทาบลงบนพื้นหินเย็นอย่างอ่อนโยน งดงามราวภาพวาดที่ถูกวางไว้ใต้แสงสีทองของฤดูใบไม้ผลิลมพัดเอื่อยผ่านชายม่าน กลิ่นดอกเหมยจากลานด้านนอกลอยเข้ามาเจือจางในอากาศ ผสมกับกลิ่นชาอุ่นที่เพิ่งชงใหม่ กลายเป็นกลิ่นเฉพาะของเรือนพระชายาในยามบ่ายเช่นนี้เงียบสงบไร้เสียงดาบไร้แผนการไร้การคำนวณทางการเมืองเป็นเพียงช่วงเวลาหายากที่คนสองคนเลือกนั่งอยู่ด้วยกัน โดยไม่มีเหตุผลจำเป็นอื่นใดและสำหรับชีวิตของทั้งคู่ความธรรมดาเช่นนี้กลับหาได้ยากยิ่งกว่าทองคำเสียอีกหลี่อี้ถงนั่งอยู่ข้างโต๊ะเตี้ย มือเรียวรินชาลงถ้วยอย่างเชื่องช้า ทุกการเคลื่อนไหวสงบนิ่งราวสายน้ำนางเรียนรู้พิธีชงชามาตั้งแต่วัยเยาว์ฝึกจนกลายเป็นสัญชาตญาณไม่จำเป็นต้องคิดร่างกายก็จดจำได้เองตรงข้ามกัน มู่หรงชิงอี้นั่งเงียบอยู่ในอาภรณ์สีเข้ม เขาไม่ได้มองถ้วยชาไม่ได้มองกาน้ำชาไม่ได้มองแสงแดดหรือเงาไม้ฉลุบนพื้นเขามองเพียงนางมองนิ่งมองนานนานเกินกว่าที่คนทั่วไปจะมองกัน“ท่านมองหม่อมฉันมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว”หลี่อี้ถงเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า น้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังพูดถึงเร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 35

บทที่ 35แสงตะเกียงไหวเอนตามแรงลมอ่อน เปลวไฟสั่นเพียงนิด ก่อนทอดเงาบางลงบนผนังห้อง เงานั้นเคลื่อนไหวช้าๆ ราวกับมีชีวิตของตนเองจวนอ๋องในคืนนี้สงบนิ่งเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของผู้คนด้านนอกเรือนทุกคนอยู่ในที่ที่ควรอยู่ทุกเรื่องที่ต้องจัดการจบลงแล้วชั่วคราวและเป็นคืนหายาก… ที่ไม่มีใครต้องถือดาบหลี่อี้ถงนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง กระจกเงินสะท้อนภาพนางในแสงสลัวอุ่น นางค่อยๆ ถอดปิ่นออกจากเรือนผมทีละเล่มอย่างไม่รีบร้อนเส้นผมสีดำยาวสลวยคลี่ตัวลงช้าๆ ดุจสายน้ำยามราตรี ไหลทาบแผ่นหลังในจังหวะอ่อนนุ่มภาพในกระจกจึงดูต่างจากกลางวันเล็กน้อยนุ่มลง เงียบลง และอ่อนโยนขึ้นอย่างประหลาดเสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลังเบามากแต่หลี่อี้ถงรู้จักเสียงนั้นดีแล้ว รู้จักทุกจังหวะทุกน้ำหนักแม้กระทั่งระยะห่างจากประตู โดยไม่ต้องหันกลับไปมอง นางก็รู้ว่าเป็นผู้ใดมู่หรงชิงอี้ยืนอยู่ไม่ไกล สายตาคมทอดผ่านเงาสะท้อนในกระจก มองนางนิ่งๆ อย่างคนที่คิดว่าผู้ถูกมองไม่ทันสังเกต“เมื่อไรเราจะมีทายาทเสียที”น้ำเสียงของเขายังคงขรึม เรียบ และเย็นเฉียบเช่นเดิม ไม่ต่างจากเวลาสั่งการในท้องพระโรง ไม่ต่างจากเวลาตัดสินชีวิตคน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 36

บทที่ 36แม้เขาจะบอกว่ารอแม้จะเอ่ยออกมาเองว่าไม่บังคับแต่มู่หรงชิงอี้ไม่ใช่คนที่จะรอใครได้จริงนักเขาเป็นคนประเภท คว้าไว้มากกว่าปล่อยผ่านหากตัดสินใจแล้วว่าต้องการสิ่งใด เขาย่อมหาทางไปให้ถึงสิ่งนั้น ไม่ว่าวิธีการจะถูกเรียกว่าอะไร ไม่ว่าผู้ใดจะคัดค้าน หลี่อี้ถงรู้เรื่องนี้ดีที่สุดนางมองออกตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่จวนอ๋องบุรุษผู้นี้ไม่เหมือนคำร่ำลือที่ผู้คนใช้เตือนนางเขาอันตรายกว่านั้นซับซ้อนกว่านั้น และในเวลาเดียวกัน…ก็ไม่เหมือนที่นางคิดไว้เลยแม้แต่น้อยสายตาของเขาการกระทำของเขาล้วนไม่ใช่ของคนที่จะยอมปล่อยสิ่งสำคัญหลุดมือไปง่าย ๆโดยเฉพาะสิ่งที่เขาเลือกแล้วว่าเป็นของตนยิ่งวันเวลาผ่านไป นางยิ่งเข้าใจชัดว่า ความรู้สึกของเขาไม่ใช่เพียงหน้าที่ ไม่ใช่เพียงความครอบครองของคนมีอำนาจ ไม่ใช่การสะสมสิ่งล้ำค่าไว้ข้างกายแต่มันลึกกว่านั้น ลึกจนบางครั้ง…นางเองก็ไม่กล้ามองตรง ๆเช่นเดียวกับความรู้สึกของนางเพียงแต่ หลี่อี้ถงยังคงเป็นหลี่อี้ถงหญิงสาวที่ไม่ยอมให้ใครครอบครองทั้งหมดของตนไม่ยอมให้ชีวิตถูกผูกไว้กับคำว่าจำเป็นไม่ว่าจะเป็นฐานะ หน้าที่ หรือคำสาบานใด หากวันหนึ่งนางคิดจะไปนางย่อมหาทางไปได้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 37

บทที่ 37ยามค่ำ จวนอ๋องควรจะเงียบควรเงียบที่ทุกสิ่งอยู่ในตำแหน่งของมันเมื่อคนรับใช้กลับเข้าที่พักเมื่อยามผลัดเปลี่ยนเข้าประจำจุดเมื่อแสงตะเกียงตามระเบียงถูกหรี่ลงตามเวลามันควรเป็นอีกคืนที่สงบนิ่งเหมือนทุกคืนก่อนหน้าในจวนแห่งนี้แต่คืนนี้ไม่ใช่เสียงหนึ่งดังลอดออกมาจากห้องนอน ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเดินถึงประตูเสียอีก“พ่อบอกแล้วให้นอน… หลับตาลงเดี๋ยวนี้ ได้เวลานอนแล้ว”น้ำเสียงขรึมคุ้นหูดังขึ้นอย่างจริงจังเป็นเสียงที่ทั้งจวนได้ยินแล้วรู้ว่าควรหยุดทุกอย่างที่กำลังทำอยู่เสียงที่ใช้สั่งการทหาร ใช้ตัดสินความเป็นความตาย ใช้ทำให้ผู้คนยอมก้มหัวโดยไม่ต้องเอ่ยซ้ำแต่ตอนนี้ กลับถูกใช้กับทารกแรกเกิดมู่หรงชิงอี้ยืนอยู่ข้างเตียงอุ้มร่างเล็กจ้อยไว้ในอ้อมแขนแขนคู่นั้นแข็งแรงพอจะถือดาบหนักพอจะหักกระดูกคนได้โดยไม่ต้องออกแรงมาก แต่ในตอนนี้กลับประคองสิ่งที่เปราะบางที่สุดในชีวิตอย่างระมัดระวังที่สุดทารกน้อยมู่หยงฟู่ ดวงตากลมใสยังคงเบิกกว้างมองโลกด้วยความสนใจที่ยังไม่เข้าใจว่าโลกคืออะไรและแน่นอนไม่สนใจคำสั่งของบิดาแม้แต่น้อยราวกับรู้ตั้งแต่แรกเกิดแล้วว่าอำนาจของคนผู้นี้ไม่ครอบคลุมถึงตนทั้งสองจ้องหน้ากันน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 38

บทที่ 38“แง… แง ฮึก… แง…”เสียงร้องไห้ของทารกน้อยดังขึ้นไม่หยุดดังลั่นไปทั่วทั้งเรือนน่าแปลกใจเสมอ ว่าสิ่งมีชีวิตที่เล็กเพียงนั้น จะส่งเสียงได้ดังถึงเพียงนี้เสียงเล็ก ๆ ที่ตัดผ่านกำแพง ผ่านม่านผ้า ผ่านทุกความเงียบที่เคยมีอยู่ในจวนอ๋องมู่หยงฟู่ บุตรชายตัวน้อยของอ๋องมู่ กำลังหลับตาร้องไห้สุดเสียงปากเล็กอ้าออกกว้างจนเห็นลำคอแดงเรื่อ น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ลมหายใจสะอื้นจนไม่เป็นจังหวะราวกับโลกทั้งใบกำลังไม่เป็นไปตามที่เขาต้องการ และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเพราะอะไรมู่หรงชิงอี้ยืนอยู่ข้างเตียง อุ้มร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนที่เคยถือดาบสังหารคนมาทั้งชีวิตแต่ท่าทางของเขากลับแข็งยิ่งกว่าตอนถือดาบเสียอีก เพราะดาบนั้น เขาฝึกมารู้ว่าควรถืออย่างไร ควรออกแรงเท่าใด ควรเคลื่อนไหวแบบไหน ดาบมีกฎและกฎคือสิ่งที่เรียนรู้ได้แต่สิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนตอนนี้ไม่มีกฎใดที่เขารู้จักเลยทารกน้อยยังคงร้องไห้ไม่หยุดมู่หรงชิงอี้ขมวดคิ้ว “หยุดร้อง”เสียงต่ำเอ่ยออกมาในน้ำเสียงเดียวกับที่เขาใช้สั่งทหารน้ำเสียงที่เคยทำให้คนหลายสิบคนหยุดทุกการเคลื่อนไหวพร้อมกันโดยไม่กล้าชักช้าไม่มีผลเสียงร้องกลับดังขึ้นก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 39

บทที่ 39สุดท้ายแล้ว อ๋องมู่หรงชิงอี้ก็สั่งให้คนออกไปสรรหาแม่นมที่ดีที่สุดให้บุตรชายคำสั่งของเขาเรียบง่ายเสมอและเพราะเรียบง่าย จึงยิ่งไม่มีใครกล้าตีความผิด“ต้องดีที่สุด”เพียงสี่คำเท่านั้นแต่คนทั้งจวนต่างรู้ดีว่า ดีพอ กับ ดีที่สุด ในสายตาของมู่หรงชิงอี้ เป็นคนละความหมายโดยสิ้นเชิงไม่มีผู้ใดกล้านำสิ่งที่เป็นเพียง พอใช้ มาถวายให้เขาเลือกเพราะทุกคนรู้ว่า หากเขาเอ่ยว่าต้องการสิ่งใด เขาย่อมหมายถึงสิ่งที่เหนือกว่าสิ่งอื่นทั้งหมดและเมื่อมู่หรงชิงอี้ตัดสินใจแล้วว่าเรื่องใดควรเกิดเรื่องนั้นก็มักเกิดขึ้นอย่างราบรื่นเสมอไม่นานนัก แม่นมผู้มีประสบการณ์ก็ถูกคัดเลือกเข้ามาในจวน ทุกอย่างเป็นระเบียบเป็นระบบและเป็นไปตามที่ควรจะเป็น ทั้งที่ในความจริง หลี่อี้ถงเลี้ยงมู่หยงฟู่ได้ดี ดียิ่งกว่าที่ใครคาดเสียอีกนางรู้ว่าเมื่อใดเด็กจะหิวเมื่อใดง่วงเมื่อใดเพียงอยากถูกอุ้มเอาไว้แนบอก โดยไม่ต้องการสิ่งใดมากกว่าความอบอุ่นของร่างกายนางรู้แม่ย่อมรู้ไม่ต้องมีผู้ใดสอนไม่ต้องเปิดตำราเล่มใดเพราะบางสิ่งอยู่ลึกกว่าตรรกะลึกกว่าความเข้าใจที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดได้แม้แต่มู่หรงชิงอี้เอง ก็เริ่มอุ้มบุตรชายได้คล่องขึ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-23
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
12345
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status