Home / วสันต์ลวงใจ / Chapter 1 - Chapter 10

All Chapters of วสันต์ลวงใจ: Chapter 1 - Chapter 10

19 Chapters

บทที่ 1

เพราะเหตุนี้ ข้าจึงพิถีพิถันอย่างยิ่งในการเลือกสามีคุณชายจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงส่งเทียบมาไม่ขาดสาย ข้าเหลือบมองด้ายสีชมพูอ่อนบนข้อมือของพวกเขา ก็ปฏิเสธไปทั้งหมดในยามที่ข้าคิดว่าใต้หล้านี้คงไม่มีผู้ใดมีใจต่อข้าอย่างบริสุทธิ์หมดจด ข้าก็ได้พบกับเซียวเหิงเขาเป็นเจ้ากรมสอบสวนแห่งกององครักษ์เสื้อแพร มีพื้นเพจากกองทัพ และได้เลื่อนตำแหน่งตั้งแต่อายุยังน้อยทุกคนต่างกล่าวว่าเขาเย็นชาเฉียบขาดและเข้มงวด ทว่าตั้งแต่พบกันครั้งแรก ข้าก็สังเกตเห็นด้ายแดงบนข้อมือของเขาที่มีต่อข้า สีแดงชาดเข้มดุจโลหิตต่อมา เขามาหาถึงจวนทุกวัน คอยเอาใจใส่และตามเกี้ยวพา ข้าจึงตอบตกลงแต่งงานกันมาเจ็ดปี ด้ายเส้นนั้นยังคงแดงชาดเข้มดังแรกเริ่มเสมอมาเขาจำได้เสมอว่าข้าชอบกินขนมกุ้ยฮวา เมื่อถึงวันเกิดของข้า เขาจะปักดอกไม้ประดับผมให้ด้วยมือตนเอง ทุกครั้งที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ เขามักฝากคนให้นำของชิ้นเล็กๆ กลับมาให้ข้ากับอาจิ่น บ้างก็เป็นขนม บ้างก็เป็นของชิ้นเล็กๆ ที่แกะสลักจากไม้ข้าคิดว่าในที่สุดตนก็สมดังปรารถนา ได้พบคู่ครองที่ดีจนกระทั่งเมื่อครึ่งเดือนก่อน วันที่เขากลับจวน พอได้ยินเสียงฝีเท้า ข้าก็ออกไปรับเขาท
Read more

บทที่ 2

เซียวเหิงชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะขมวดคิ้วเอ่ยว่า“นี่เจ้าน้อยใจ จึงกำลังประชดข้าอยู่หรือ?”เขาพูดพลางยื่นมือจะมาดึงข้า ข้าเบี่ยงตัวหลบมือของเขาค้างอยู่กลางอากาศ แววตาเจือความจนใจอยู่บ้าง“หมิงยวน วันนี้ข้าผิดเองจริงๆ ข้าขอโทษเจ้า แต่เรื่องหย่าอย่าได้เอ่ยถึงอีกเลย ต่อจากนี้ข้าจะใช้เวลาอยู่กับเจ้าและอาจิ่นให้มากกว่านี้แน่นอน”คำพูดนี้คุ้นหูเสียจนน่าขันเมื่อก่อน ทุกครั้งที่เขาพูดอ่อนโยนเอาใจเพียงไม่กี่คำ ข้าก็กลับมาดีใจได้อีกครั้งแต่ตอนนี้ เมื่อเห็นด้ายแดงบนข้อมือเขาที่สีจางลงไปแล้ว ข้าก็ไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไปทว่าข้าไม่ได้โต้เถียงกับเขา เพียงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า“รู้แล้ว”เมื่อเซียวเหิงเห็นว่าข้าไม่เอะอะต่อแล้ว สีหน้าก็ผ่อนคลายลง เขาพูดปลอบเอาใจข้าอีกไม่กี่คำ ก่อนจะจากไปเมื่อในห้องกลับมาเงียบสงบ ข้าจึงตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดเสียทีในเมื่อเขาไม่ยอมหย่า เช่นนั้นข้าก็จะไปเองเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ข้าพาชุนซิ่งออกจากจวน มุ่งตรงไปยังท่าเรือริมคลองเดินเรือ ก่อนจะหากิจการเดินเรือแห่งหนึ่ง แล้วจองเรือโดยสารลำหนึ่งซึ่งจะล่องลงใต้ไปยังหลิ่งหนานในอีกเจ็ดวันที่หลิ่งหนานมีที่ดิ
Read more

บทที่ 3

ไม่นานนัก ฉินหลานแม่ลูกก็ถูกเซียวเหิงรับเข้ามาอยู่ในจวน บ่าวรับใช้จึงค่อยๆ เริ่มพูดถึงเรื่องนี้กัน“ท่านโหวช่างเอ็นดูหญิงม่ายคนนั้นเสียจริง ถึงกับส่งสาวใช้ประจำตัวไปคอยรับใช้ตั้งสองคน ทั้งยังจัดแม่นมให้ดูแลคุณชายฉินเป็นพิเศษ แม้แต่อาหาร เสื้อผ้า และค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ยังจัดให้ตามส่วนที่ฮูหยินได้รับ”“นั่นน่ะสิ ทุกวันหลังเสร็จงาน ท่านโหวต้องไปนั่งอยู่ที่เรือนแยกฝั่งตะวันตกครึ่งชั่วยาม แล้วถึงค่อยไปที่เรือนของฮูหยิน”เรื่องเหล่านี้ข้าก็เห็นอยู่กับตา เพียงแต่เงียบๆ นับวันรอเวลาที่จะจากไปวันนั้น อาจิ่นกำลังเล่นห่วงหยกเก้าห่วงที่เซียวเหิงมอบให้เขาอยู่ในลานเรือนมันเป็นของเล่นหายากที่เซียวเหิงเคยเสาะหามาให้ก่อนหน้านี้ เขาชอบมันมากากำลังเก็บข้าวของอยู่ในห้อง จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะวุ่นวายดังมาจากข้างนอก“เอามาให้ข้า!”เมื่อข้าออกไป ก็เห็นพอดีว่าฉินอวี้อันกำลังพยายามแย่งห่วงหยกของอาจิ่น ส่วนอาจิ่นก็ยึดเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ร้อนใจเสียจนดวงตาแดงขึ้น“นี่เป็นของที่ท่านพ่อมอบให้ข้า เจ้าคืนให้ข้านะ!”แต่ฉินอวี้อันกลับไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังกระชากอย่างแรงเสียงกระแทกดังขึ้น ห่วงหยกตกกระแทกลงบนพื้
Read more

บทที่ 4

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พอข้าผลักประตูห้องเปิดออก ก็เห็นเซียวเหิงเขายืนอยู่หน้าประตู สีหน้าดูเก้อกระดากอยู่บ้าง“หมิงยวน เรื่องเมื่อวาน ข้าคิดทบทวนอยู่นาน ข้าเป็นฝ่ายทำเกินไปเอง”ข้ามองเขา ในใจไม่ได้เกิดความหวั่นไหวอะไรนักดูเหมือนเซียวเหิงเองก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร สุดท้ายจึงเอ่ยเพียงว่า“วันนี้ข้าตั้งใจลางานครึ่งวัน จะพาเจ้ากับอาจิ่นไปเดินงานวัด ผ่อนคลายเสียหน่อย”อาจิ่นได้ยินดังนั้นก็จับแขนเสื้อข้าไว้ ก่อนเอ่ยเสียงเบา“ท่านแม่ ข้าอยากไปขอรับ”เมื่อเห็นแววคาดหวังบนใบหน้าของอาจิ่น สุดท้ายข้าก็ใจแข็งปฏิเสธไม่ลงเซียวเหิงถอนหายใจอย่างโล่งอก รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า“ข้าจะให้คนไปเตรียมรถม้าเดี๋ยวนี้”แต่พอออกจากจวนช่วงบ่าย กลับเห็นฉินหลานแม่ลูกยืนอยู่หน้าประตูจวนด้วยเซียวเหิงรีบอธิบาย“ข้าคิดว่าให้เด็กสองคนสนิทกันไว้หน่อยก็ดี อย่างไรเสียต่อไปก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนกันในจวน”ข้าไม่พูดอะไร เพียงจูงมืออาจิ่นขึ้นรถม้าในงานวัดผู้คนแน่นขนัด อาจิ่นจับมือข้าไว้แน่น ส่วนเซียวเหิงเดินอยู่ข้างๆ คอยหยอกให้เขาอารมณ์ดีเป็นระยะเมื่อเห็นอาจิ่นหัวเราะคิกคัก แววตาของข้าก็อ่อนลงชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว
Read more

บทที่ 5

หลังกลับจากงานวัด ใจข้ากลับยิ่งสงบลงกว่าเดิมวันที่ข้าจะออกจากเมืองหลวงก็ใกล้เข้ามาทุกที เหลืออีกเพียงสามวันข้าเริ่มจัดเก็บสินเดิม ของในหีบส่วนใหญ่ล้วนเป็นสิ่งที่มารดาทิ้งไว้ให้ข้าเมื่อครั้งยังมีชีวิตหลายปีมานี้ ของเหล่านั้นเก็บอยู่ในจวนสกุลเซียวมาโดยตลอด บัดนี้ข้าจะนำไปให้หมด ไม่ทิ้งไว้แม้แต่ชิ้นเดียวข้ากำลังนั่งยองๆ จัดของอยู่ในห้องเก็บของ พลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลังเมื่อหันกลับไป ก็เห็นฉินหลานยืนกอดอกอยู่ตรงประตู สีหน้าฉายแววลำพองใจอยู่บ้าง“ฮูหยินคงรู้แล้วสินะว่าในใจใต้เท้าเซียวไม่มีท่านอีกต่อไป ถึงได้เก็บสินเดิมเตรียมจะไป?”ข้าไม่สนใจนาง ยังคงจัดของในมือต่อไปนางเองก็ไม่ขุ่นเคือง สายตาหยุดลงที่หีบข้างๆ ก่อนหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยว่า“แต่ถึงท่านจะไป ของในจวนแห่งนี้ก็ล้วนเป็นของสกุลเซียวอยู่ดี ส่วนต่อไปใครจะเป็นนายหญิงของจวนนี้ ฮูหยินเองก็คงรู้ดีอยู่แล้วกระมัง?”ข้าชะงักมือ ก่อนจะเงยหน้ามองนาง“ของเหล่านี้ล้วนเป็นสินเดิมของมารดาข้า ไม่เกี่ยวอะไรกับสกุลเซียว”ฉินหลานแค่นหัวเราะ ก่อนเดินเข้ามาเอื้อมมือหมายจะหยิบกล่องในมือข้า“ก็จะไปอยู่แล้ว ยังจะเอาของไปมากมายข
Read more

บทที่ 6

แผลตรงเอวปวดอยู่ตลอดทั้งคืน ข้าแทบไม่ได้นอนเลยฟ้าเพิ่งเริ่มสว่าง ข้าก็ลุกจากที่นอนเรื่องเมื่อวานวนซ้ำอยู่ในความคิดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ข้ากลับแทบไม่เหลือความรู้สึกอะไรกับมันแล้วเป็นสามีภรรยากันมาเจ็ดปี ท้ายที่สุดก็เดินมาถึงจุดสิ้นสุดจนได้ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจะเชื่อใคร จะปกป้องใคร ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าอีกแล้วข้านั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เพิ่งหวีผมเสร็จ ประตูก็ถูกใครบางคนผลักเปิดเซียวเหิงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง คำแรกที่เอ่ยก็คือ“หมิงยวน ไปเรือนแยกฝั่งตะวันตกแล้วขอขมาฉินหลานเสีย”ข้าไม่หันกลับไป เพียงมองตัวเองในกระจกเขายืนอยู่ด้านหลังข้า เอ่ยด้วยเสียงต่ำ“เมื่อคืนนี้นางตกใจเสียขวัญ ทั้งยังจับไข้สูง หมอบอกว่าหากช้ากว่านี้อีกเพียงนิด นางคงไข้ขึ้นจนเพ้อไปแล้ว ที่เจ้าผลักนางเมื่อวานนั้น แทบเอาชีวิตนางไปแล้ว”“ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป แล้วคนเขาพูดกันว่าเจ้าในฐานะนายหญิงกลับใจแคบถึงเพียงนี้ เจ้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”ข้าฟังจนจบแล้วกลับรู้สึกเพียงว่าน่าขันนางเป็นฝ่ายล้มลงเอง เขาไม่ถามต้นสายปลายเหตุสักคำก็ปักใจว่าเป็นข้าผลัก บัดนี้ยังจะให้ข้าไปขอขมาอีกหากเป็นเมื่อก่อ
Read more

บทที่ 7

เซียวเหิงรออยู่ที่เรือนแยกฝั่งตะวันตกเต็มหนึ่งชั่วยาม แต่เสิ่นหมิงยวนก็ไม่ปรากฏตัวเลยฉินหลานนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียว และไอแผ่วๆ เป็นระยะ ครั้งละสองที “ใต้เท้า” นางเอ่ยเสียงเบา “ฮูหยินนาง…ยังโกรธอยู่หรือเจ้าคะ?”เซียวเหิงนั่งอยู่ข้างๆ คิ้วขมวดเล็กน้อย“นางจะมา”ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม ในที่สุดเซียวเหิงก็อดทนต่อไม่ไหว จึงลุกขึ้นเดินไปยังเรือนหลักประตูเรือนเปิดกว้างอยู่ แต่ภายในกลับว่างเปล่า ไม่มีผู้ใดอยู่เลยเขาขมวดคิ้ว พลางเรียกบ่าวรับใช้เข้ามา “ฮูหยินเล่า?”“เรียนใต้เท้า ฮูหยินพาคุณชายน้อยออกไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้วเจ้าค่ะ”“ไปไหน?”“พวกบ่าวก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ เห็นเพียงว่าฮูหยินให้ชุนซิ่งเก็บของบางส่วน แล้วพาคุณชายน้อยออกไปทางประตูข้าง”สีหน้าของเซียวเหิงพลันเคร่งลง เขาหันตัวกลับไปยังเรือนแยกฝั่งตะวันตกฉินหลานเห็นสีหน้าเขาไม่สู้ดี จึงเอ่ยอย่างระมัดระวัง“ใต้เท้า ฮูหยินนาง…”“นางกำลังงอนอยู่”เซียวเหิงตัดบทนาง น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดอยู่บ้าง “อีกสองวันก็คงกลับมาเอง”แววตาของฉินหลานพลันวูบไหวด้วยประกายหม่น ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำว่า“เป็นความผิดของข้าทั้งหมด หากข้าไม่ได้เข้
Read more

บทที่ 8

วันรุ่งขึ้น เซียวเหิงพาฉินหลานแม่ลูกออกไปนอกเมืองดอกบัวริมทะเลสาบกำลังบานเต็มที่ อวี้อันวิ่งไปวิ่งมาอย่างดีใจริมทะเลสาบ จนนกน้ำสองสามตัวตกใจบินขึ้นเป็นระยะ ฉินหลานยืนอยู่ข้างกายเซียวเหิง มองบุตรชายวิ่งเล่นด้วยรอยยิ้ม จู่ๆ ก็เอ่ยเสียงเบาว่า“ใต้เท้าดีกับพวกเราแม่ลูกจริงๆ”เซียวเหิงมิได้รับคำเขามองผิวน้ำในทะเลสาบ แต่ในห้วงความคิดกลับผุดภาพของเสิ่นหมิงยวนขึ้นมานางเองก็ชอบดอกบัว ทุกฤดูร้อนก็มักรบเร้าว่าอยากมาดูช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เสิ่นหมิงยวนคล้องแขนเขาไว้ ส่วนอาจิ่นก็ขี่คอเขาอยู่ ครอบครัวสามคนใช้เวลาอยู่ริมทะเลสาบด้วยกันตลอดทั้งวันแต่ปีนี้ คนที่ยืนอยู่ข้างกายเขากลับเป็นฉินหลานจู่ๆ เซียวเหิงก็รู้สึกว่างเปล่าเหมือนขาดบางสิ่งขึ้นมาในใจ“ใต้เท้า ท่านกำลังนึกถึงฮูหยินอีกแล้วหรือเจ้าคะ?”เสียงของฉินหลานขัดจังหวะห้วงความคิดของเขาเซียวเหิงมิได้ปฏิเสธ เพียงเอ่ยเรียบๆ ว่า “สายแล้ว กลับกันเถอะ”ฉินหลานกัดริมฝีปากเบาๆ แววไม่ยินยอมวาบผ่านสีหน้าเพียงชั่วครู่ แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ยังพยักหน้าอย่างว่าง่ายเมื่อกลับถึงจวน เซียวเหิงก็ตรงไปยังเรือนหลักทันทีลานเรือนยังคงว่างเปล่า
Read more

บทที่ 9

เสิ่นหมิงยวนเคยพูดอยู่หลายครั้งว่า เมื่อครั้งมารดายังมีชีวิต นางชอบหลิ่งหนานที่สุด ทั้งยังบอกว่าที่นั่นขุนเขางดงาม สายน้ำใส ผู้คนมีวิถีเรียบง่ายซื่อตรง หากสักวันได้กลับไปอยู่ที่นั่นก็คงดีตอนนั้นเขาเพียงคิดว่านางพูดขึ้นมาลอยๆ ไม่เคยเก็บมาใส่ใจเลยที่แท้นางก็ไปที่นั่นแต่เขากลับรู้สึกอยู่เสมอว่า นางดูเหมือนไม่ได้แค่งอน ไม่ได้หนีออกจากบ้าน นางดูเหมือนกำลังจะจากไปจริงๆขณะคิดเช่นนั้น เซียวเหิงก็ห้ามตัวเองไม่อยู่ เดินมุ่งไปยังเรือนหลักในลานเรือน หญิงรับใช้สูงวัยหลายคนกำลังทำความสะอาดห้องของเสิ่นหมิงยวนเมื่อพวกนางเห็นเซียวเหิง ก็รีบคำนับเซียวเหิงไม่ได้สนใจพวกนาง เดินตรงเข้าไปยังห้องด้านในตอนนี้เองเขาจึงสังเกตเห็นว่า โต๊ะเครื่องแป้งที่เสิ่นหมิงยวนใช้เป็นประจำว่างไปกว่าครึ่ง เสื้อผ้าในตู้ก็หายไปมากเช่นกันเขายืนอยู่กลางห้อง จู่ๆ ก็รู้สึกแน่นอึดอัดขึ้นมาที่อกหญิงรับใช้สูงวัยคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง“ใต้เท้า บ่าวพบสิ่งนี้ในช่องลับของโต๊ะเครื่องแป้งฮูหยิน ไม่ทราบว่าควรจัดการอย่างไรเจ้าค่ะ”นางยื่นเอกสารปึกหนึ่งให้เขาเซียวเหิงรับมา พลิกดูคร่าวๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก ล้วนเป็น
Read more

บทที่ 10

หลิ่งหนานร้อนกว่าเมืองหลวงมากตอนที่ข้าพาอาจิ่นลงจากเรือ เป็นช่วงบ่ายพอดี แสงแดดแผดจ้าจนแทบลืมตาไม่ขึ้นชุนซิ่งกางร่มให้ข้า ส่วนอาจิ่นจับมือข้าไว้แน่น พลางมองสำรวจรอบด้านด้วยความอยากรู้อยากเห็นท่าเรือคึกคักด้วยเสียงผู้คนเซ็งแซ่ ลูกหาบและพ่อค้าแม่ค้าสัญจรไปมาขวักไขว่ ในอากาศอบอวลด้วยไอชื้น เคล้ากลิ่นดอกไม้จางๆ“ท่านแม่ ที่นี่ร้อนมากเลย” ใบหน้าเล็กๆ ของอาจิ่นแดงระเรื่อข้าลูบศีรษะเขาเบาๆ “พอชินแล้วก็จะดีขึ้นเอง”ที่ดินพร้อมเรือนที่ท่านแม่ทิ้งไว้ในหลิ่งหนานอยู่นอกเมือง เป็นเรือนพักสามช่วงลานต่อเนื่องกัน แม้จะโอ่อ่าไม่เท่าจวนโหวในเมืองหลวง แต่ก็เงียบสงบและงดงามอย่างมีรสนิยมผู้ดูแลเคยเป็นคนของมารดาเมื่อครั้งท่านยังมีชีวิต พอได้ข่าวว่าข้ามา นางก็มารออยู่หน้าประตูแต่เนิ่นๆ“คุณหนู!”พอเห็นข้า ขอบตาของนางก็แดงขึ้นทันทีข้าบอกนางว่าไม่ต้องมากพิธี แล้วพาอาจิ่นเข้าไปในลานเรือนภายในลานเรือนเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด ด้านหลังเรือนยังมีแปลงผักอีกแปลง ทุกอย่างได้รับการดูแลไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย“หลายปีมานี้ ต้องขอบใจเจ้ามาก”ข้ากล่าวกับผู้ดูแล“นี่เป็นสิ่งที่บ่าวควรทำอยู
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status