Compartilhar

บทที่ 5

Autor: เข้านอนไว
หลังกลับจากงานวัด ใจข้ากลับยิ่งสงบลงกว่าเดิม

วันที่ข้าจะออกจากเมืองหลวงก็ใกล้เข้ามาทุกที เหลืออีกเพียงสามวัน

ข้าเริ่มจัดเก็บสินเดิม ของในหีบส่วนใหญ่ล้วนเป็นสิ่งที่มารดาทิ้งไว้ให้ข้าเมื่อครั้งยังมีชีวิต

หลายปีมานี้ ของเหล่านั้นเก็บอยู่ในจวนสกุลเซียวมาโดยตลอด บัดนี้ข้าจะนำไปให้หมด ไม่ทิ้งไว้แม้แต่ชิ้นเดียว

ข้ากำลังนั่งยองๆ จัดของอยู่ในห้องเก็บของ พลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง

เมื่อหันกลับไป ก็เห็นฉินหลานยืนกอดอกอยู่ตรงประตู สีหน้าฉายแววลำพองใจอยู่บ้าง

“ฮูหยินคงรู้แล้วสินะว่าในใจใต้เท้าเซียวไม่มีท่านอีกต่อไป ถึงได้เก็บสินเดิมเตรียมจะไป?”

ข้าไม่สนใจนาง ยังคงจัดของในมือต่อไป

นางเองก็ไม่ขุ่นเคือง สายตาหยุดลงที่หีบข้างๆ ก่อนหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยว่า

“แต่ถึงท่านจะไป ของในจวนแห่งนี้ก็ล้วนเป็นของสกุลเซียวอยู่ดี ส่วนต่อไปใครจะเป็นนายหญิงของจวนนี้ ฮูหยินเองก็คงรู้ดีอยู่แล้วกระมัง?”

ข้าชะงักมือ ก่อนจะเงยหน้ามองนาง

“ของเหล่านี้ล้วนเป็นสินเดิมของมารดาข้า ไม่เกี่ยวอะไรกับสกุลเซียว”

ฉินหลานแค่นหัวเราะ ก่อนเดินเข้ามาเอื้อมมือหมายจะหยิบกล่องในมือข้า

“ก็จะไปอยู่แล้ว ยังจะเอาของไปมากมายขนาดนี้ทำไมกัน?”

ข้าเบี่ยงตัวหลบ แล้วกอดกล่องนั้นไว้แนบอก

“ของของข้า ข้าย่อมต้องเอาไปด้วย”

ระหว่างที่ยื้อยุดกันอยู่ เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากด้านหลังข้า

การเคลื่อนไหวของฉินหลานชะงักไป แววผิดปกติวาบผ่านดวงตานาง

ครู่ต่อมา นางพลันปล่อยมือ ทั้งร่างล้มไปด้านหลัง

เสียง “ปึง” ดังขึ้น นางล้มก้นกระแทกพื้น มือกุมแขนเอาไว้ สีหน้าซีดเผือดในทันที

เซียวเหิงรีบเดินเข้ามา เขาพลันผลักข้าออกไป ก่อนย่อตัวลงประคองฉินหลาน

“ฉินหลาน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

ข้าถูกผลักจนเซถอยไปหลายก้าว ข้างเอวกระแทกเข้ากับเหลี่ยมโต๊ะบูชาด้านหลังอย่างแรง

ความเจ็บรุนแรงแล่นวาบขึ้นมา ข้าก้มตัวลงโดยไม่รู้ตัว

ยังไม่ทันที่ข้าจะตั้งตัวจากความเจ็บได้ ฉินหลานก็เอ่ยขึ้นทั้งขอบตาแดงเรื่อ

“ใต้เท้า ข้าเพียงเห็นฮูหยินกำลังเก็บของ จึงคิดจะเข้ามาช่วย ไม่คิดเลยว่านางจะไม่ยอมให้ข้าแตะต้อง ทั้งยังผลักข้าอีก…”

เซียวเหิงเงยหน้ามองข้า แววเย็นชาในดวงตาเขาทำให้ข้ารู้สึกว่าเขาช่างแปลกหน้า

“หมิงยวน เจ้าเป็นถึงนายหญิงของจวน จะทำเช่นนี้ได้อย่างไร?”

ข้ายังไม่ทันตั้งตัวจากความเจ็บ พอได้ยินคำพูดของเขาก็อดชะงักมิได้

เขาตัดสินว่าข้าเป็นฝ่ายผิดเพียงเท่านี้เลยหรือ?

เขาพูดต่อ น้ำเสียงยิ่งเจือความผิดหวังชัดขึ้น

“นางเป็นหญิงม่าย พาลูกมาอาศัยอยู่ในจวน เจ้าไม่ช่วยเหลือนางก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังถึงกับทำให้นางบาดเจ็บอีก มิน่าเล่าทุกวันนี้อาจิ่นถึงถูกเจ้าเลี้ยงดูเสียจนเอาแต่ใจและดื้อรั้น ทั้งยังยอมรับอวี้อันไม่ได้อีก เจ้าทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ!”

จู่ๆ ฉินหลานก็สะอื้นเบาๆ ขึ้นมา “ใต้เท้า ข้าเจ็บ…”

เซียวเหิงละสายตาจากข้าทันที ก่อนก้มลงอุ้มนางขึ้นมา

“ไม่ต้องกลัวนะ ข้าจะพาเจ้าไปหาหมอ”

ข้ามองเซียวเหิงอยู่เงียบๆ เขาอุ้มฉินหลานรีบเดินจากไป โดยไม่แม้แต่จะมองข้าอีกสักครั้ง

เขาไม่ถามสาเหตุ ไม่แยกแยะจริงเท็จ เพียงเพราะฉินหลานหลั่งน้ำตาหยดเดียว ก็เลือกเข้าข้างนางโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

น่าขันเหลือเกิน

จนกระทั่งร่างของพวกเขาลับตาไป ข้าจึงรู้สึกถึงความอุ่นระลอกหนึ่งที่ข้างเอว

เมื่อก้มลงมอง ก็เห็นว่าเนื้อผ้าถูกเหลี่ยมโต๊ะบูชาครูดจนขาด เลือดสดกำลังค่อยๆ ซึมออกมา

ข้ายื่นมือไปแตะดู ปลายนิ้วก็เปื้อนรอยแดงสด

สีแดงเช่นนั้นบาดตาจนข้าเหม่อลอยไปชั่วขณะ

ช่างเหมือนด้ายแดงสีชาดเข้มราวโลหิตที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่บนข้อมือของเซียวเหิงเสียเหลือเกิน

จู่ๆ ข้าก็นึกถึงเมื่อก่อน ตอนนั้นเขาทะนุถนอมข้าจริงๆ

ข้าเผลอทำของมีคมบาดนิ้ว เป็นแค่แผลเล็กๆ รอยหนึ่ง เขาก็ร้อนใจเสียยกใหญ่ รีบทายาให้ข้า ทั้งยังขมวดคิ้วพร่ำบ่นอยู่นาน

แต่บัดนี้ แผลตรงข้างเอวของข้ามีเลือดออกแล้ว เขากลับไม่แม้แต่จะมองสักครั้ง

ข้าค่อยๆ หุบนิ้วเข้าหากัน กำรอยเลือดนั้นไว้ในอุ้งมือ ความขมขื่นยังคงผุดขึ้นในใจอยู่บ้าง

ข้าหลับตาลงครู่หนึ่ง กดความคิดทั้งหลายเก็บกลับไว้ในส่วนลึกของใจ แล้วใช้มือยันขอบโต๊ะลุกขึ้น ก่อนจะกลับเข้าห้องและเรียกชุนซิ่งมาหา

“ยกหีบสัมภาระใบสุดท้ายขึ้นรถม้า”

ชุนซิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง “ฮูหยิน พรุ่งนี้จะไปเลยหรือเจ้าคะ?”

“อืม” ข้ามองกล่องบนโต๊ะที่มารดาทิ้งไว้ให้ โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

“พรุ่งนี้จะไปเลย”

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 19

    ครึ่งปีต่อมา กิจการที่หลิ่งหนานก็มั่นคงเต็มที่แล้วร้านหลายแห่งที่มารดาทิ้งไว้ดำเนินกิจการได้ดี ข้าตรวจบัญชีและรับสินค้าเข้าร้านทุกวัน บางครั้งยังต้องไปดูผลผลิตตรงที่ดินไร่นาด้วยแม้แต่ละวันจะยุ่ง แต่กลับเป็นอิสระและสบายใจกว่าเมื่อก่อนมากวันนั้น ข้าเพิ่งออกจากร้านผ้า อาจิ่นก็วิ่งมาจากปลายถนนอีกด้าน“ท่านแม่!”เขาโผเข้ามาในอ้อมแขนข้า ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น“ท่านอาเผยสอนข้ายิงธนูแล้ว วันนี้ข้ายิงโดนกลางเป้าด้วยขอรับ!”ข้าก้มมองเขา แล้วกล่าวพลางยิ้ม “เก่งถึงขนาดนี้เลยหรือ?”“แน่นอนสิขอรับ!”อาจิ่นเงยใบหน้าเล็กๆ ขึ้น ท่าทางภูมิอกภูมิใจเผยฉางยวนเดินตามอยู่ด้านหลัง ในมือยังถือคันธนูของเขาไว้“วันนี้เขารบเร้าข้าอยู่ตลอดทั้งเช้า ยืนกรานว่าจะต้องยิงโดนให้ได้ถึงจะยอมกลับมา”ข้าบีบแก้มอาจิ่นเบาๆ “ได้เชื่อฟังท่านอาเผยหรือเปล่า?”อาจิ่นรีบพยักหน้า “เชื่อฟังขอรับ!”เผยฉางยวนยิ้มอยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า “เขาบอกว่าต่อไปจะเก่งเหมือนข้า”“ถ้าอย่างนั้นท่านก็ต้องสอนเขาให้ดีล่ะ”“วางใจเถอะ”พวกเราสามคนพูดคุยหัวเราะกันไปตลอดทางขณะเดินกลับเรือนพักเมื่อมาถึงหน้าประตู กลับพบคนผู้หนึ่งที่

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 18

    วันรุ่งขึ้น ข้าไปที่โรงหมออีกครั้งตอนที่ข้าผลักประตูเข้าไป เซียวเหิงกำลังพิงหัวเตียงดื่มยาอยู่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็เงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นข้า มือที่ถือชามยาก็ชะงักไปเล็กน้อย“เจ้ามาแล้ว”ข้าเดินไปข้างเตียง สายตาหยุดอยู่ที่บาดแผลตรงหน้าอกของเขาซึ่งพันไว้เรียบร้อยแล้ว“แผลของท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”เซียวเหิงวางชามยาลง แล้วเอนกลับไปพิงหัวเตียง ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “หมอบอกว่าพักฟื้นอีกสักระยะก็จะดีขึ้น”ข้าพยักหน้า แล้ววางสมุนไพรในมือลงบนโต๊ะ“ของพวกนี้เอาไว้ให้ท่านบำรุงร่างกาย”เซียวเหิงมองของบนโต๊ะ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขื่นจางๆ“หมิงยวน เจ้าจำเป็นต้องแบ่งแยกให้ชัดเจนถึงเพียงนี้เลยหรือ?”ข้านั่งลงข้างเตียง พลางเงยหน้ามองเขา“บางเรื่อง แยกให้ชัดกลับจะดีกว่า”เซียวเหิงเงียบไปครู่หนึ่ง นิ้วมือไล้ขอบชามยาเบาๆ“วันนี้เจ้ามา ก็เพื่อเอาของพวกนี้มาให้เท่านั้นหรือ?”“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”ข้ามองเขา น้ำเสียงสงบ“เรื่องของฉินหลานส่งให้ทางการจัดการแล้ว ท่านไม่ต้องจัดการอีก”ในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจึงค่อยมองข้าอีกครั้ง“หมิงยวน เจ้าไม่เคยคิดจะหวนกลับมาเลยใช่ไหม?”“ไม่เค

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 17

    หลายวันต่อจากนั้น เซียวเหิงมาทุกวันเขาไม่ได้บุกเข้ามาในเรือนพักอีก เพียงแต่พอฟ้าสางก็มายืนอยู่หน้าประตู และอยู่จนมืดจึงค่อยจากไปคนในละแวกนั้นค่อยๆ รู้เรื่องนี้กันทั่ว บางครั้งเมื่อมีคนเดินผ่าน ก็อดมองไปทางหน้าประตูสักแวบมิได้แต่ข้าไม่ได้เปลี่ยนการใช้ชีวิตของตนเพราะเรื่องนี้ถึงเวลาตรวจบัญชีก็ตรวจ ถึงเวลาต้องไปร้านก็ไป พอว่างก็เดินเล่นตามถนนเป็นเพื่อนอาจิ่นบางครั้งเมื่อเห็นเซียวเหิงอยู่ไกลๆ ข้าก็เพียงอ้อมหลบไปเสียหน่อย ไม่เคยเป็นฝ่ายเดินเข้าไปพูดกับเขาก่อนเขาเต็มใจจะรอ ก็เป็นเรื่องของเขาข้าออกมาจากชีวิตสมรสนั้นแล้ว ย่อมไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมเพียงเพราะเขามายืนอยู่หน้าประตูไม่กี่วันเย็นวันนั้น ข้าออกจากร้านผ้า พอนึกขึ้นได้ว่าอาจิ่นชอบกินขนมถั่วเขียว จึงแวะร้านขนมระหว่างทางซื้อกลับไปหนึ่งห่อเพิ่งเดินออกจากร้าน จู่ๆ เสียงร้อนรนของเผยฉางยวนก็ดังมาจากด้านหลัง“หมิงยวน ระวัง!”ข้าเพ่งมองไป เห็นฉินหลานผมเผ้ายุ่งเหยิง และนึกไม่ถึงว่าในมือของนางจะกำกรรไกรอยู่“เป็นเพราะเจ้าทั้งนั้น!”ดวงตาทั้งสองของนางแดงก่ำ จ้องข้าเขม็งไม่วางตา“ถ้ามิใช่เพราะเจ้า ใต้เท้าจะไล่ข้าไปได้อย่างไ

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 16

    ช่วงยามเย็น เผยฉางยวนก็มาถึงพอเขาได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นตอนกลางวัน สีหน้าก็ดูไม่ดีนัก “หากเซียวเหิงควบคุมคนข้างกายของตนไม่ได้ ข้าจะจัดการแทนเขาเอง”ข้าส่ายหน้า “ฉินหลานก่อเรื่องถึงขนาดนี้ เซียวเหิงคงไม่ให้นางอยู่ข้างกายอีกแล้ว”เผยฉางยวนนั่งอยู่ตรงข้ามข้า ฟังข้าพูดจนจบ แล้วเงียบไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า“หากเจ้าไม่อยากให้เขาอยู่ที่หลิ่งหนานต่อ ข้าสามารถส่งคนพาเขากลับเมืองหลวงได้”“ไม่ต้องหรอก”ข้าปิดสมุดบัญชีในมือ พลางเงยหน้ามองเขา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ“เขาอยากอยู่ก็อยู่ อยากไปก็ไป ล้วนไม่เกี่ยวกับข้า”เผยฉางยวนมองข้าอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าข้าไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจจริงๆ เขาก็ไม่ถามต่ออีกเมื่อตกค่ำ ข้านั่งตรวจบัญชีของร้านอยู่ใต้แสงตะเกียง จู่ๆ ชุนซิ่งก็เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน“ฮูหยิน ใต้เท้าเซียวคุกเข่าอยู่หน้าประตูเจ้าค่ะ คนในละแวกต่างพากันมาดู เขาบอกว่าหากไม่ได้พบท่านก็จะไม่ยอมลุก”ปลายพู่กันของข้าชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นข้าก็วางพู่กันไว้ข้างแท่นฝนหมึกข้าลุกขึ้นเดินไปยังหน้าประตูลาน แล้วก็เห็นเซียวเหิงคุกเข่าอยู่ตรงนั้นจริงๆเขาสวมเพียงเสื้อคลุมบางๆ อยู่ตัวหนึ่ง เมื

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 15

    เช้าวันรุ่งขึ้น ข้ากำลังรดน้ำดอกไม้อยู่ในลานเรือน จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะดังมาจากด้านนอกชุนซิ่งวิ่งเข้ามาอย่างลนลาน “ฮูหยิน เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ ฉินหลานมาแล้ว!”มือข้าชะงักลงฉับพลัน ก่อนหันตัวเดินออกไปตรงหน้าประตูลาน ฉินหลานอุ้มอวี้อันอยู่ รอบดวงตาแดงบวม พอเห็นข้าก็โผเข้ามาหา“ฮูหยิน ขอร้องท่านล่ะ ปล่อยใต้เท้าไปเถอะเจ้าค่ะ!”นางร่ำไห้จนน้ำตานองหน้า “ใต้เท้าตามท่านมาถึงหลิ่งหนาน ถึงกับละทิ้งหน้าที่ในที่ว่าการ หากฝ่าบาททรงเอาผิดขึ้นมา อนาคตในราชการของใต้เท้าคงพังหมด!”ข้ามองนางอย่างเย็นชา “นี่เป็นสิ่งที่เขาเลือกเอง เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?”ฉินหลานเม้มริมฝีปาก แววเคียดแค้นอาฆาตวาบผ่านดวงตาเพียงเสี้ยวหนึ่ง ก่อนจะร้องไห้พลางพูดว่า “ในใจใต้เท้ามีแต่ท่าน ช่วงหลายวันนี้เขาไม่เป็นอันกินอันดื่ม เฝ้าอยู่นอกจวนของท่านทั้งวันทั้งคืน ข้าขอร้องท่าน เห็นแก่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสามีภรรยากัน ช่วยเกลี้ยกล่อมให้เขากลับเมืองหลวงเถอะเจ้าค่ะ”ข้ามองนางเงียบๆ แล้วก็เข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาฉินหลานมาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อเซียวเหิง แต่เพื่อตัวนางเองเมื่อเซียวเหิงมาหลิ่งหนาน นางที่อยู่เมืองหลวงก็ขาดที่พึ่งน

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 14

    เผยฉางยวนก้าวยาวๆ เข้ามา แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชาเซียวเหิงมองเผยฉางยวน คิ้วขมวดแน่น “เจ้าเป็นผู้ใด?”“เผยฉางยวน แม่ทัพแห่งกองทหารรักษาการณ์หลิ่งหนาน”เผยฉางยวนมายืนข้างข้า น้ำเสียงเย็นชาและแข็งกร้าว “ใต้เท้าเซียว ฮูหยินเสิ่นพูดชัดเจนแล้ว ขอท่านอย่าได้ตามตอแยนางอีก”เซียวเหิงจ้องเผยฉางยวน แล้วมองข้าอีกครั้ง ก่อนกัดฟันพูดว่า “หมิงยวน เจ้าออกจากเมืองหลวงมาเพียงกว่าครึ่งเดือน ก็หาคนรักใหม่ได้แล้วหรือ?”คำพูดนั้นของเขาทำเอาข้าโกรธจนหัวเราะออกมา“ใต้เท้าเซียว ตอนที่ท่านรับฉินหลานแม่ลูกเข้าจวน และคอยอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาทุกวัน ท่านเคยคิดถึงความรู้สึกของข้าบ้างหรือไม่? แล้วตอนนี้กลับมาตำหนิข้าหรือ?”เซียวเหิงหน้าซีดลงฉับพลัน เขาอ้าปากหมายจะแก้ต่าง แต่ข้าไม่อยากฟังอีกแล้ว“เผยฉางยวนเป็นสหายเก่าที่เติบโตมาด้วยกันกับข้าตั้งแต่วัยเยาว์ ระหว่างเขากับข้าไม่มีอะไรเกินเลยต่อกัน ว่าแต่ใต้เท้าเซียวเถอะ ตอนนี้ฉินหลานที่อยู่ในจวนยังสบายดีหรือไม่?”สีหน้าของเซียวเหิงแข็งค้าง “ข้าให้นางย้ายออกไปแล้ว หมิงยวน ข้าขอรับรองกับเจ้า ต่อจากนี้จะไม่มีฉินหลานคนที่สองอีกเด็ดขาด”“คำรับรองของใต้เท้าเซียว ข้า

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status