Compartilhar

บทที่ 2

Autor: เข้านอนไว
เซียวเหิงชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะขมวดคิ้วเอ่ยว่า

“นี่เจ้าน้อยใจ จึงกำลังประชดข้าอยู่หรือ?”

เขาพูดพลางยื่นมือจะมาดึงข้า ข้าเบี่ยงตัวหลบ

มือของเขาค้างอยู่กลางอากาศ แววตาเจือความจนใจอยู่บ้าง

“หมิงยวน วันนี้ข้าผิดเองจริงๆ ข้าขอโทษเจ้า แต่เรื่องหย่าอย่าได้เอ่ยถึงอีกเลย ต่อจากนี้ข้าจะใช้เวลาอยู่กับเจ้าและอาจิ่นให้มากกว่านี้แน่นอน”

คำพูดนี้คุ้นหูเสียจนน่าขัน

เมื่อก่อน ทุกครั้งที่เขาพูดอ่อนโยนเอาใจเพียงไม่กี่คำ ข้าก็กลับมาดีใจได้อีกครั้ง

แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นด้ายแดงบนข้อมือเขาที่สีจางลงไปแล้ว ข้าก็ไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไป

ทว่าข้าไม่ได้โต้เถียงกับเขา เพียงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า

“รู้แล้ว”

เมื่อเซียวเหิงเห็นว่าข้าไม่เอะอะต่อแล้ว สีหน้าก็ผ่อนคลายลง เขาพูดปลอบเอาใจข้าอีกไม่กี่คำ ก่อนจะจากไป

เมื่อในห้องกลับมาเงียบสงบ ข้าจึงตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดเสียที

ในเมื่อเขาไม่ยอมหย่า เช่นนั้นข้าก็จะไปเอง

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ข้าพาชุนซิ่งออกจากจวน มุ่งตรงไปยังท่าเรือริมคลองเดินเรือ ก่อนจะหากิจการเดินเรือแห่งหนึ่ง แล้วจองเรือโดยสารลำหนึ่งซึ่งจะล่องลงใต้ไปยังหลิ่งหนานในอีกเจ็ดวัน

ที่หลิ่งหนานมีที่ดินพร้อมเรือนและร้านค้าที่ท่านแม่ทิ้งไว้ก่อนจากไป แม้จะไม่รุ่งเรืองเท่าเมืองหลวง แต่ก็มากพอให้ข้ากับอาจิ่นใช้ชีวิตได้อย่างสงบมั่นคง

ชุนซิ่งอดถามขึ้นมามิได้

“ฮูหยิน ท่านจะไปจริงๆ หรือเจ้าคะ? เท่าที่บ่าวเห็น ปกติใต้เท้าก็ดีกับท่านมากนะเจ้าคะ”

ข้าไม่ได้ตอบ

นางมองไม่เห็นด้ายแดง ย่อมไม่รู้ว่าใจของเซียวเหิงเปลี่ยนไปแล้ว

ด้ายแดงเส้นนั้นซีดจางจากสีแดงชาดเข้มเป็นสีชมพูอ่อน ใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนเท่านั้น

หากข้ายังอยู่ต่อ สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงมองดูเขาค่อยๆ เย็นชาลงต่อหน้าต่อตา แล้วปล่อยให้ตัวเองเดินซ้ำรอยเดิมของมารดา

ข้าหาได้ต้องการเช่นนั้นไม่

เมื่อกลับถึงจวน กลับพบว่าเซียวเหิงยืนรออยู่ตรงหน้าประตูลานเรือนแล้ว

ยามนี้เขาควรอยู่ปฏิบัติหน้าที่ในที่ว่าการ ข้ายังไม่ทันได้เอ่ยถาม เขาก็สาวเท้าตรงเข้ามา ก่อนจะคว้าข้อมือข้าไว้แน่น “เจ้าไปไหนมา?”

เขาจับแรงไปหน่อย ข้าขมวดคิ้วเอ่ยว่า

“ออกไปทำธุระนิดหน่อย”

สีหน้าของเซียวเหิงเคร่งลงในทันที

“ฉินหลานแม่ลูกหายตัวไป วันนี้ที่ว่าการรอนางมารายงานตัวตามเวลาแต่ก็ไม่มา ข้าจึงส่งคนไปที่พักของนาง ถึงได้รู้ว่าพวกเขาถูกคนจับตัวไป”

น้ำเสียงของเขาต่ำลงอีกเล็กน้อย

“หมิงยวน เมื่อวานเป็นวันไหว้พระจันทร์ เจ้ายังมีความขุ่นเคืองอยู่ ข้าเข้าใจได้ แต่ฉินหลานเองก็ลำบากไม่น้อย เจ้าอย่าเอาความโกรธไปลงที่นาง”

ข้ามองเขาอยู่ครู่ใหญ่ กว่าจะเอ่ยถามออกไป

“เพราะอย่างนั้น ท่านจึงสงสัยว่าเป็นฝีมือข้าหรือ?”

เซียวเหิงไม่ตอบ

แต่ความเงียบของเขาก็บอกทุกอย่างแล้ว

จู่ๆ ข้าก็นึกถึงเรื่องเมื่อสามปีก่อน ข้าเคยถูกใส่ร้ายว่าลักลอบมีสัมพันธ์กับบุรุษอื่น

ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมือง ต่อให้ข้ามีร้อยปากก็ยากจะแก้ต่าง เป็นเซียวเหิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าข้า คอยกันคำครหาจากผู้คนเหล่านั้นไว้แทนข้า

เขาพูดว่า “ข้าเชื่อฮูหยินของข้า”

ข้าเคยคิดว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็จะยืนอยู่ข้างข้าเสมอ

แต่บัดนี้ เพื่อฉินหลาน ทั้งที่ไม่มีแม้แต่หลักฐาน เขากลับคาดคั้นข้าเช่นนี้ได้

ข้ากำลังจะเอ่ยปาก จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากนอกลาน

องครักษ์เสื้อแพรนายหนึ่งรีบก้าวเข้ามา “ใต้เท้า พบตัวแล้วขอรับ!”

เซียวเหิงหันไปทันที “อยู่ที่ไหน?”

“เจ้าพนักงานฉินกับบุตรชายของนางถูกมัดไว้ในวัดร้างแห่งหนึ่งนอกเมือง ฝีมือเจ้าหนี้ของสามีผู้ล่วงลับของนางขอรับ ช่วยคนออกมาได้แล้ว ไม่เป็นอะไรทั้งคู่”

เห็นได้ชัดว่าเซียวเหิงถอนใจอย่างโล่งอก ถึงตอนนั้นจึงหันกลับมามองข้าอีกครั้ง แววตาเจือความละอายขึ้นอีกเล็กน้อย

“หมิงยวน เมื่อครู่ข้าร้อนใจเกินไป”

“ไม่เป็นไร”

ข้าขยับมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหันตัวเตรียมกลับห้อง แต่จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมาอีก

“ฉินหลานแม่ลูกไม่มีผู้ใดให้พึ่งพิง บัดนี้ยังมาเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก ข้าอยากรับพวกนางไปพักที่เรือนแยกฝั่งตะวันตกเป็นการชั่วคราว”

ข้าชะงักฝีเท้า

คิดไม่ถึงว่าเขาจะเอ่ยเรื่องรับแม่ลูกคู่นั้นเข้ามาอยู่ในจวนได้อย่างสงบนิ่งเช่นนี้

ข้าเงียบไปครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดจึงเอ่ยเพียงว่า

“ในเมื่อท่านตัดสินใจแล้ว ก็รับมาเถอะ”

เซียวเหิงดูเหมือนจะไม่คิดว่าข้าจะตกลง จึงชะงักไปเล็กน้อย

ข้าพูดต่อ แล้วเสริมอีกประโยคว่า

“แต่ข้าขอที่ดินพร้อมเรือนทางตะวันตกของเมืองแห่งนั้น ถือเสียว่าเป็นการชดเชยให้ข้ากับอาจิ่นสำหรับคืนเทศกาลไหว้พระจันทร์”

พอเอ่ยถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ สีหน้าที่เจือความละอายของเซียวเหิงก็ชัดขึ้นอีกเล็กน้อย

เขาไม่ได้คิดให้มาก เพียงพยักหน้ารับทันที “ได้”

ข้ากลับเข้าห้อง หยิบเอกสารออกมายื่นให้เขา

เซียวเหิงรับไปโดยไม่ได้อ่านให้ละเอียด ก็หยิบตราประทับส่วนตัวขึ้นมา ประทับลงบนเอกสารทีละแผ่นต่อเนื่องกัน

จนเมื่อประทับตราลงบนเอกสารแผ่นสุดท้ายเรียบร้อย เขาจึงเงยหน้าขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “หมิงยวน เจ้าอยากได้สิ่งใด ข้าก็ให้เจ้าได้ทั้งนั้น”

ข้ารับเอกสารปึกนั้นมา แล้วส่งยิ้มให้เขาเล็กน้อย

“เช่นนั้นข้าก็ขอรับไว้”

สีหน้าของเขาผ่อนคลายลงอย่างสิ้นเชิง

“ฉินหลานแม่ลูกเพิ่งผ่านเรื่องที่ทำให้ขวัญเสียมา ข้าต้องไปดูสักหน่อย เจ้าพักผ่อนเสียแต่เนิ่นๆ เถอะ”

ข้ายังคงยืนอยู่ที่เดิม มองเอกสารในมือ รอจนเสียงฝีเท้าของเขาค่อยๆ ห่างออกไป จึงก้มลงพลิกดูทีละแผ่น

แล้วดึงกระดาษบางๆ แผ่นหนึ่งออกมาจากกลางปึก

หนังสือหย่า

ข้ามองตราประทับส่วนตัวสีแดงสดบนกระดาษแผ่นนั้นอยู่นาน โดยไม่เอ่ยสิ่งใด

เซียวเหิงคงไม่มีทางคาดคิดว่า สิ่งที่เขาเพิ่งประทับตราลงไปด้วยมือตนเองนั้น หาได้มีเพียงเอกสารสิทธิในที่นาและร้านค้าเหล่านั้น หากยังรวมถึงชีวิตสมรสเจ็ดปีของเราด้วย

ข้าเก็บหนังสือหย่าไว้ให้เรียบร้อย แล้วมองออกไปยังท้องฟ้านอกหน้าต่างซึ่งค่อยๆ มืดลง

เจ็ดวัน

อีกเจ็ดวัน ข้าก็จะพาอาจิ่นออกไปจากที่นี่ได้แล้ว

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 19

    ครึ่งปีต่อมา กิจการที่หลิ่งหนานก็มั่นคงเต็มที่แล้วร้านหลายแห่งที่มารดาทิ้งไว้ดำเนินกิจการได้ดี ข้าตรวจบัญชีและรับสินค้าเข้าร้านทุกวัน บางครั้งยังต้องไปดูผลผลิตตรงที่ดินไร่นาด้วยแม้แต่ละวันจะยุ่ง แต่กลับเป็นอิสระและสบายใจกว่าเมื่อก่อนมากวันนั้น ข้าเพิ่งออกจากร้านผ้า อาจิ่นก็วิ่งมาจากปลายถนนอีกด้าน“ท่านแม่!”เขาโผเข้ามาในอ้อมแขนข้า ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น“ท่านอาเผยสอนข้ายิงธนูแล้ว วันนี้ข้ายิงโดนกลางเป้าด้วยขอรับ!”ข้าก้มมองเขา แล้วกล่าวพลางยิ้ม “เก่งถึงขนาดนี้เลยหรือ?”“แน่นอนสิขอรับ!”อาจิ่นเงยใบหน้าเล็กๆ ขึ้น ท่าทางภูมิอกภูมิใจเผยฉางยวนเดินตามอยู่ด้านหลัง ในมือยังถือคันธนูของเขาไว้“วันนี้เขารบเร้าข้าอยู่ตลอดทั้งเช้า ยืนกรานว่าจะต้องยิงโดนให้ได้ถึงจะยอมกลับมา”ข้าบีบแก้มอาจิ่นเบาๆ “ได้เชื่อฟังท่านอาเผยหรือเปล่า?”อาจิ่นรีบพยักหน้า “เชื่อฟังขอรับ!”เผยฉางยวนยิ้มอยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า “เขาบอกว่าต่อไปจะเก่งเหมือนข้า”“ถ้าอย่างนั้นท่านก็ต้องสอนเขาให้ดีล่ะ”“วางใจเถอะ”พวกเราสามคนพูดคุยหัวเราะกันไปตลอดทางขณะเดินกลับเรือนพักเมื่อมาถึงหน้าประตู กลับพบคนผู้หนึ่งที่

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 18

    วันรุ่งขึ้น ข้าไปที่โรงหมออีกครั้งตอนที่ข้าผลักประตูเข้าไป เซียวเหิงกำลังพิงหัวเตียงดื่มยาอยู่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็เงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นข้า มือที่ถือชามยาก็ชะงักไปเล็กน้อย“เจ้ามาแล้ว”ข้าเดินไปข้างเตียง สายตาหยุดอยู่ที่บาดแผลตรงหน้าอกของเขาซึ่งพันไว้เรียบร้อยแล้ว“แผลของท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”เซียวเหิงวางชามยาลง แล้วเอนกลับไปพิงหัวเตียง ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “หมอบอกว่าพักฟื้นอีกสักระยะก็จะดีขึ้น”ข้าพยักหน้า แล้ววางสมุนไพรในมือลงบนโต๊ะ“ของพวกนี้เอาไว้ให้ท่านบำรุงร่างกาย”เซียวเหิงมองของบนโต๊ะ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขื่นจางๆ“หมิงยวน เจ้าจำเป็นต้องแบ่งแยกให้ชัดเจนถึงเพียงนี้เลยหรือ?”ข้านั่งลงข้างเตียง พลางเงยหน้ามองเขา“บางเรื่อง แยกให้ชัดกลับจะดีกว่า”เซียวเหิงเงียบไปครู่หนึ่ง นิ้วมือไล้ขอบชามยาเบาๆ“วันนี้เจ้ามา ก็เพื่อเอาของพวกนี้มาให้เท่านั้นหรือ?”“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”ข้ามองเขา น้ำเสียงสงบ“เรื่องของฉินหลานส่งให้ทางการจัดการแล้ว ท่านไม่ต้องจัดการอีก”ในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจึงค่อยมองข้าอีกครั้ง“หมิงยวน เจ้าไม่เคยคิดจะหวนกลับมาเลยใช่ไหม?”“ไม่เค

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 17

    หลายวันต่อจากนั้น เซียวเหิงมาทุกวันเขาไม่ได้บุกเข้ามาในเรือนพักอีก เพียงแต่พอฟ้าสางก็มายืนอยู่หน้าประตู และอยู่จนมืดจึงค่อยจากไปคนในละแวกนั้นค่อยๆ รู้เรื่องนี้กันทั่ว บางครั้งเมื่อมีคนเดินผ่าน ก็อดมองไปทางหน้าประตูสักแวบมิได้แต่ข้าไม่ได้เปลี่ยนการใช้ชีวิตของตนเพราะเรื่องนี้ถึงเวลาตรวจบัญชีก็ตรวจ ถึงเวลาต้องไปร้านก็ไป พอว่างก็เดินเล่นตามถนนเป็นเพื่อนอาจิ่นบางครั้งเมื่อเห็นเซียวเหิงอยู่ไกลๆ ข้าก็เพียงอ้อมหลบไปเสียหน่อย ไม่เคยเป็นฝ่ายเดินเข้าไปพูดกับเขาก่อนเขาเต็มใจจะรอ ก็เป็นเรื่องของเขาข้าออกมาจากชีวิตสมรสนั้นแล้ว ย่อมไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมเพียงเพราะเขามายืนอยู่หน้าประตูไม่กี่วันเย็นวันนั้น ข้าออกจากร้านผ้า พอนึกขึ้นได้ว่าอาจิ่นชอบกินขนมถั่วเขียว จึงแวะร้านขนมระหว่างทางซื้อกลับไปหนึ่งห่อเพิ่งเดินออกจากร้าน จู่ๆ เสียงร้อนรนของเผยฉางยวนก็ดังมาจากด้านหลัง“หมิงยวน ระวัง!”ข้าเพ่งมองไป เห็นฉินหลานผมเผ้ายุ่งเหยิง และนึกไม่ถึงว่าในมือของนางจะกำกรรไกรอยู่“เป็นเพราะเจ้าทั้งนั้น!”ดวงตาทั้งสองของนางแดงก่ำ จ้องข้าเขม็งไม่วางตา“ถ้ามิใช่เพราะเจ้า ใต้เท้าจะไล่ข้าไปได้อย่างไ

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 16

    ช่วงยามเย็น เผยฉางยวนก็มาถึงพอเขาได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นตอนกลางวัน สีหน้าก็ดูไม่ดีนัก “หากเซียวเหิงควบคุมคนข้างกายของตนไม่ได้ ข้าจะจัดการแทนเขาเอง”ข้าส่ายหน้า “ฉินหลานก่อเรื่องถึงขนาดนี้ เซียวเหิงคงไม่ให้นางอยู่ข้างกายอีกแล้ว”เผยฉางยวนนั่งอยู่ตรงข้ามข้า ฟังข้าพูดจนจบ แล้วเงียบไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า“หากเจ้าไม่อยากให้เขาอยู่ที่หลิ่งหนานต่อ ข้าสามารถส่งคนพาเขากลับเมืองหลวงได้”“ไม่ต้องหรอก”ข้าปิดสมุดบัญชีในมือ พลางเงยหน้ามองเขา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ“เขาอยากอยู่ก็อยู่ อยากไปก็ไป ล้วนไม่เกี่ยวกับข้า”เผยฉางยวนมองข้าอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าข้าไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจจริงๆ เขาก็ไม่ถามต่ออีกเมื่อตกค่ำ ข้านั่งตรวจบัญชีของร้านอยู่ใต้แสงตะเกียง จู่ๆ ชุนซิ่งก็เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน“ฮูหยิน ใต้เท้าเซียวคุกเข่าอยู่หน้าประตูเจ้าค่ะ คนในละแวกต่างพากันมาดู เขาบอกว่าหากไม่ได้พบท่านก็จะไม่ยอมลุก”ปลายพู่กันของข้าชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นข้าก็วางพู่กันไว้ข้างแท่นฝนหมึกข้าลุกขึ้นเดินไปยังหน้าประตูลาน แล้วก็เห็นเซียวเหิงคุกเข่าอยู่ตรงนั้นจริงๆเขาสวมเพียงเสื้อคลุมบางๆ อยู่ตัวหนึ่ง เมื

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 15

    เช้าวันรุ่งขึ้น ข้ากำลังรดน้ำดอกไม้อยู่ในลานเรือน จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะดังมาจากด้านนอกชุนซิ่งวิ่งเข้ามาอย่างลนลาน “ฮูหยิน เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ ฉินหลานมาแล้ว!”มือข้าชะงักลงฉับพลัน ก่อนหันตัวเดินออกไปตรงหน้าประตูลาน ฉินหลานอุ้มอวี้อันอยู่ รอบดวงตาแดงบวม พอเห็นข้าก็โผเข้ามาหา“ฮูหยิน ขอร้องท่านล่ะ ปล่อยใต้เท้าไปเถอะเจ้าค่ะ!”นางร่ำไห้จนน้ำตานองหน้า “ใต้เท้าตามท่านมาถึงหลิ่งหนาน ถึงกับละทิ้งหน้าที่ในที่ว่าการ หากฝ่าบาททรงเอาผิดขึ้นมา อนาคตในราชการของใต้เท้าคงพังหมด!”ข้ามองนางอย่างเย็นชา “นี่เป็นสิ่งที่เขาเลือกเอง เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?”ฉินหลานเม้มริมฝีปาก แววเคียดแค้นอาฆาตวาบผ่านดวงตาเพียงเสี้ยวหนึ่ง ก่อนจะร้องไห้พลางพูดว่า “ในใจใต้เท้ามีแต่ท่าน ช่วงหลายวันนี้เขาไม่เป็นอันกินอันดื่ม เฝ้าอยู่นอกจวนของท่านทั้งวันทั้งคืน ข้าขอร้องท่าน เห็นแก่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสามีภรรยากัน ช่วยเกลี้ยกล่อมให้เขากลับเมืองหลวงเถอะเจ้าค่ะ”ข้ามองนางเงียบๆ แล้วก็เข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาฉินหลานมาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อเซียวเหิง แต่เพื่อตัวนางเองเมื่อเซียวเหิงมาหลิ่งหนาน นางที่อยู่เมืองหลวงก็ขาดที่พึ่งน

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 14

    เผยฉางยวนก้าวยาวๆ เข้ามา แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชาเซียวเหิงมองเผยฉางยวน คิ้วขมวดแน่น “เจ้าเป็นผู้ใด?”“เผยฉางยวน แม่ทัพแห่งกองทหารรักษาการณ์หลิ่งหนาน”เผยฉางยวนมายืนข้างข้า น้ำเสียงเย็นชาและแข็งกร้าว “ใต้เท้าเซียว ฮูหยินเสิ่นพูดชัดเจนแล้ว ขอท่านอย่าได้ตามตอแยนางอีก”เซียวเหิงจ้องเผยฉางยวน แล้วมองข้าอีกครั้ง ก่อนกัดฟันพูดว่า “หมิงยวน เจ้าออกจากเมืองหลวงมาเพียงกว่าครึ่งเดือน ก็หาคนรักใหม่ได้แล้วหรือ?”คำพูดนั้นของเขาทำเอาข้าโกรธจนหัวเราะออกมา“ใต้เท้าเซียว ตอนที่ท่านรับฉินหลานแม่ลูกเข้าจวน และคอยอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาทุกวัน ท่านเคยคิดถึงความรู้สึกของข้าบ้างหรือไม่? แล้วตอนนี้กลับมาตำหนิข้าหรือ?”เซียวเหิงหน้าซีดลงฉับพลัน เขาอ้าปากหมายจะแก้ต่าง แต่ข้าไม่อยากฟังอีกแล้ว“เผยฉางยวนเป็นสหายเก่าที่เติบโตมาด้วยกันกับข้าตั้งแต่วัยเยาว์ ระหว่างเขากับข้าไม่มีอะไรเกินเลยต่อกัน ว่าแต่ใต้เท้าเซียวเถอะ ตอนนี้ฉินหลานที่อยู่ในจวนยังสบายดีหรือไม่?”สีหน้าของเซียวเหิงแข็งค้าง “ข้าให้นางย้ายออกไปแล้ว หมิงยวน ข้าขอรับรองกับเจ้า ต่อจากนี้จะไม่มีฉินหลานคนที่สองอีกเด็ดขาด”“คำรับรองของใต้เท้าเซียว ข้า

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status