Partager

วสันต์ลวงใจ
วสันต์ลวงใจ
Auteur: เข้านอนไว

บทที่ 1

Auteur: เข้านอนไว
เพราะเหตุนี้ ข้าจึงพิถีพิถันอย่างยิ่งในการเลือกสามี

คุณชายจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงส่งเทียบมาไม่ขาดสาย ข้าเหลือบมองด้ายสีชมพูอ่อนบนข้อมือของพวกเขา ก็ปฏิเสธไปทั้งหมด

ในยามที่ข้าคิดว่าใต้หล้านี้คงไม่มีผู้ใดมีใจต่อข้าอย่างบริสุทธิ์หมดจด ข้าก็ได้พบกับเซียวเหิง

เขาเป็นเจ้ากรมสอบสวนแห่งกององครักษ์เสื้อแพร มีพื้นเพจากกองทัพ และได้เลื่อนตำแหน่งตั้งแต่อายุยังน้อย

ทุกคนต่างกล่าวว่าเขาเย็นชาเฉียบขาดและเข้มงวด ทว่าตั้งแต่พบกันครั้งแรก ข้าก็สังเกตเห็นด้ายแดงบนข้อมือของเขาที่มีต่อข้า สีแดงชาดเข้มดุจโลหิต

ต่อมา เขามาหาถึงจวนทุกวัน คอยเอาใจใส่และตามเกี้ยวพา ข้าจึงตอบตกลง

แต่งงานกันมาเจ็ดปี ด้ายเส้นนั้นยังคงแดงชาดเข้มดังแรกเริ่มเสมอมา

เขาจำได้เสมอว่าข้าชอบกินขนมกุ้ยฮวา เมื่อถึงวันเกิดของข้า เขาจะปักดอกไม้ประดับผมให้ด้วยมือตนเอง ทุกครั้งที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ เขามักฝากคนให้นำของชิ้นเล็กๆ กลับมาให้ข้ากับอาจิ่น บ้างก็เป็นขนม บ้างก็เป็นของชิ้นเล็กๆ ที่แกะสลักจากไม้

ข้าคิดว่าในที่สุดตนก็สมดังปรารถนา ได้พบคู่ครองที่ดี

จนกระทั่งเมื่อครึ่งเดือนก่อน วันที่เขากลับจวน พอได้ยินเสียงฝีเท้า ข้าก็ออกไปรับเขาที่หน้าประตู แล้วปลดเสื้อคลุมให้

ยามก้มศีรษะลง กลิ่นกุหลาบหวานเลี่ยนระลอกหนึ่งก็โชยปะทะใบหน้า

ข้าชะงักไปเล็กน้อย

แต่ไหนแต่ไรข้าใช้เพียงแป้งหอมกลิ่นกุ้ยฮวา ไม่เคยแต้มชาดกุหลาบเลย

ครั้นเพ่งดูอีกครั้ง ที่ด้านในปกคอชุดขุนนางของเขา กลับมีรอยชาดจางๆ ติดอยู่ครึ่งรอย

“นี่มัน…”

ปลายนิ้วข้าเย็นขึ้นเล็กน้อย แต่น้ำเสียงยังถือว่าสงบนิ่ง

“วันนี้ที่ว่าการมีเจ้าหน้าที่หญิงฝ่ายจับกุมย้ายมาประจำใหม่ คงบังเอิญชนกันเข้าโดยไม่ทันระวัง”

เซียวเหิงอธิบายว่า “นางเป็นหญิงม่าย มีลูกติดมาด้วย ก็นับว่าลำบากไม่น้อย”

ข้าเงยหน้าขึ้นมองเขา

สีหน้าเขายังคงเป็นปกติ ก่อนยื่นมือมาลูบผมข้าเบาๆ

“ช่วงนี้มีคดีเข้ามามาก ข้าไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ทำให้เจ้าต้องลำบากแล้ว อีกไม่กี่วันก็ถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ข้าจะพยายามกลับมาให้เร็วหน่อย แล้วพาเจ้ากับอาจิ่นไปชมโคมไฟที่ถนนเทียนเจีย ดีหรือไม่?”

เทศกาลไหว้พระจันทร์ยังเป็นวันครบรอบที่ข้ากับเซียวเหิงแต่งงานกันครบเจ็ดปีพอดี

ข้าพยักหน้า พลันรู้สึกหวานละมุนขึ้นมาในใจอยู่บ้าง แล้วก็เผลอมองไปยังข้อมือของเขาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว

ด้ายแดง…ดูเหมือนจะจางลงเล็กน้อย

ข้ากะพริบตาแล้วมองอีกครั้ง กลับรู้สึกว่าสียังคงเข้มเท่าเดิม

คงเป็นเพราะแสงเทียนไหววูบจนทำให้ตาข้าพร่า

เมื่อครู่เขายังอ่อนโยนถึงเพียงนั้น ยังหนักแน่นถึงเพียงนั้น จะเปลี่ยนใจได้อย่างไรกัน?

ข้าปลอบใจตนเองเช่นนั้น ตลอดครึ่งเดือนต่อจากนั้น เซียวเหิงยิ่งยุ่งขึ้นเรื่อยๆ

เขาออกเช้ากลับค่ำ แต่ยังคงห่วงใยข้ากับอาจิ่นดังเดิม นานๆ ครั้งเขาก็ฝากคนส่งของเล็กๆ น้อยๆ หลากหลายอย่างกลับมาให้

ข้ามองของเหล่านั้นแล้ว ก็ได้แต่คิดว่าคืนนั้นคงเป็นข้าที่คิดมากไปเอง

ไม่นานก็ถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์

ตอนที่ข้าตื่นขึ้น เซียวเหิงก็ออกจากจวนไปแล้ว บ่าวรับใช้บอกข้าว่า ก่อนออกไปเขายังกำชับไว้เป็นพิเศษว่า คืนนี้จะกลับมาให้เร็วหน่อยเพื่ออยู่กับพวกเรา ทั้งยังลงมือแกะโคมกระต่ายไม้ให้อาจิ่นด้วยตนเอง

อาจิ่นดีใจเป็นที่สุด กอดโคมกระต่ายไม้ไว้ เจอใครก็อวด

ข้ายืนมองอาจิ่นที่ดีใจจนวิ่งเล่นไปทั่วลานอยู่ข้างๆ ความเคลือบแคลงเล็กน้อยในใจก็ค่อยๆ จางหายไป

เขาจำได้จริงๆ

เขายังคงเป็นเซียวเหิงคนเดิม ผู้รักษาคำมั่นเสมอ

ครั้นตกค่ำ ถนนเทียนเจียสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน

อาจิ่นเฝ้ารออยู่ตรงประตูลาน ใบหน้าเล็กๆ เปี่ยมด้วยความคาดหวัง

หนึ่งเค่อ ครึ่งชั่วยาม…จนผ่านไปหนึ่งชั่วยาม

จากที่เคยตื่นเต้น อาจิ่นเริ่มฉงน ก่อนขอบตาจะแดงเรื่อ

ในที่สุดก็มีคนมา ทว่าผู้ที่มาคือผู้ติดตามของเซียวเหิง

เขารีบกล่าวว่า “ฮูหยิน ในวังเกิดคดีเร่งด่วนขึ้น ใต้เท้าปลีกตัวมาไม่ได้จริงๆ จึงให้ข้ามาบอกท่านว่าไม่ต้องรอแล้วขอรับ”

ดวงตาของอาจิ่นพลันแดงขึ้น

“ท่านพ่อหลอกข้าอีกแล้ว…”

เขาสะอื้น น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงลงมาไม่ขาดสาย

ข้าย่อตัวลง เช็ดน้ำตาให้เขา

“อาจิ่นเด็กดีนะ ท่านพ่อมีธุระสำคัญ แม่ไปกับเจ้าเอง ดีหรือไม่?”

ข้าจูงมืออาจิ่นออกจากบ้าน เด็กน้อยยังสะอื้นมาตลอดทาง มือกำโคมไม้ดวงนั้นไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

บนถนนเทียนเจีย ผู้คนหลั่งไหลเบียดเสียด แสงโคมสว่างพร่างพราย

จู่ๆ อาจิ่นก็ชี้ไปข้างหน้า “ท่านแม่ดูสิ โคมดวงนั้นสวยมากเลย!”

ข้ามองตามทิศที่อาจิ่นชี้ แล้วทั้งร่างก็แข็งค้างอยู่กับที่

เซียวเหิงยืนอยู่หน้าร้านขายโคมแห่งหนึ่ง ข้างกายเขามีสตรีผู้หนึ่งอุ้มเด็กอยู่

สตรีผู้นั้นกำลังพูดอะไรบางอย่างเสียงเบา เขาโน้มเข้าไปฟัง ท่าทีของทั้งคู่ดูสนิทสนม จากนั้นเขาหยิบโคมดอกบัวขึ้นมาดวงหนึ่ง แล้วยื่นให้เด็กในอ้อมแขนของนาง

เด็กยิ้ม หญิงคนนั้นกับเซียวเหิงก็ยิ้มเช่นกัน

ตอนนั้นอาจิ่นก็เห็นเขาเช่นกัน จึงร้องเรียกขึ้นว่า “ท่านพ่อ!”

เซียวเหิงหันมา รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปในทันที

เขารีบสาวเท้าเข้ามาหาเรา

“หมิงยวน ข้า...”

ข้ามองเขานิ่งๆ ปลายนิ้วเย็นเฉียบ

“ไหนว่าในวังมีคดีเร่งด่วนมิใช่หรือ?”

เซียวเหิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำว่า “คดีจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ข้าบังเอิญเจอฉินหลานเข้า นางเป็นหญิงม่าย ต้องพาลูกมาฉลองเทศกาลกันตามลำพัง ดูแล้วน่าสงสารจริงๆ ข้าจึงคิดว่าจะอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาสักพัก”

ข้าไม่ตอบ

ฉินหลานที่เขาเพิ่งเอ่ยถึงอุ้มเด็กเดินเข้ามา แววตาเจือความหวาดหวั่นอยู่เล็กน้อย

พอนางเข้ามาใกล้ กลิ่นกุหลาบแบบเดียวกับที่ติดอยู่บนชุดขุนนางของเซียวเหิงเมื่อครึ่งเดือนก่อนก็ลอยมาแตะจมูกข้าอีกครั้ง

ข้าหลุบตาลง จ้องข้อมือของเซียวเหิง

ด้ายสีแดงชาดเข้มเส้นนั้นที่พันอยู่มานานเจ็ดปี บัดนี้สีซีดจางจนเหลือเพียงชมพูอ่อน

จู่ๆ ข้าก็เข้าใจทุกอย่าง

ด้ายแดงไม่เคยโกหก ที่แท้คืนนั้นไม่ใช่แสงเทียนทำให้ข้าตาฝาด แต่เป็นเซียวเหิงที่ใจเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

ข้าไม่สนใจเซียวเหิงที่รีบตามมาจากด้านหลัง จูงอาจิ่นหันหลังเดินจากไป

เมื่อกลับถึงจวนและกล่อมอาจิ่นจนหลับแล้ว ข้าก็มองเซียวเหิง ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างสงบ

“เซียวเหิง เราหย่ากันเถอะ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 19

    ครึ่งปีต่อมา กิจการที่หลิ่งหนานก็มั่นคงเต็มที่แล้วร้านหลายแห่งที่มารดาทิ้งไว้ดำเนินกิจการได้ดี ข้าตรวจบัญชีและรับสินค้าเข้าร้านทุกวัน บางครั้งยังต้องไปดูผลผลิตตรงที่ดินไร่นาด้วยแม้แต่ละวันจะยุ่ง แต่กลับเป็นอิสระและสบายใจกว่าเมื่อก่อนมากวันนั้น ข้าเพิ่งออกจากร้านผ้า อาจิ่นก็วิ่งมาจากปลายถนนอีกด้าน“ท่านแม่!”เขาโผเข้ามาในอ้อมแขนข้า ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น“ท่านอาเผยสอนข้ายิงธนูแล้ว วันนี้ข้ายิงโดนกลางเป้าด้วยขอรับ!”ข้าก้มมองเขา แล้วกล่าวพลางยิ้ม “เก่งถึงขนาดนี้เลยหรือ?”“แน่นอนสิขอรับ!”อาจิ่นเงยใบหน้าเล็กๆ ขึ้น ท่าทางภูมิอกภูมิใจเผยฉางยวนเดินตามอยู่ด้านหลัง ในมือยังถือคันธนูของเขาไว้“วันนี้เขารบเร้าข้าอยู่ตลอดทั้งเช้า ยืนกรานว่าจะต้องยิงโดนให้ได้ถึงจะยอมกลับมา”ข้าบีบแก้มอาจิ่นเบาๆ “ได้เชื่อฟังท่านอาเผยหรือเปล่า?”อาจิ่นรีบพยักหน้า “เชื่อฟังขอรับ!”เผยฉางยวนยิ้มอยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า “เขาบอกว่าต่อไปจะเก่งเหมือนข้า”“ถ้าอย่างนั้นท่านก็ต้องสอนเขาให้ดีล่ะ”“วางใจเถอะ”พวกเราสามคนพูดคุยหัวเราะกันไปตลอดทางขณะเดินกลับเรือนพักเมื่อมาถึงหน้าประตู กลับพบคนผู้หนึ่งที่

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 18

    วันรุ่งขึ้น ข้าไปที่โรงหมออีกครั้งตอนที่ข้าผลักประตูเข้าไป เซียวเหิงกำลังพิงหัวเตียงดื่มยาอยู่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็เงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นข้า มือที่ถือชามยาก็ชะงักไปเล็กน้อย“เจ้ามาแล้ว”ข้าเดินไปข้างเตียง สายตาหยุดอยู่ที่บาดแผลตรงหน้าอกของเขาซึ่งพันไว้เรียบร้อยแล้ว“แผลของท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”เซียวเหิงวางชามยาลง แล้วเอนกลับไปพิงหัวเตียง ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “หมอบอกว่าพักฟื้นอีกสักระยะก็จะดีขึ้น”ข้าพยักหน้า แล้ววางสมุนไพรในมือลงบนโต๊ะ“ของพวกนี้เอาไว้ให้ท่านบำรุงร่างกาย”เซียวเหิงมองของบนโต๊ะ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขื่นจางๆ“หมิงยวน เจ้าจำเป็นต้องแบ่งแยกให้ชัดเจนถึงเพียงนี้เลยหรือ?”ข้านั่งลงข้างเตียง พลางเงยหน้ามองเขา“บางเรื่อง แยกให้ชัดกลับจะดีกว่า”เซียวเหิงเงียบไปครู่หนึ่ง นิ้วมือไล้ขอบชามยาเบาๆ“วันนี้เจ้ามา ก็เพื่อเอาของพวกนี้มาให้เท่านั้นหรือ?”“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”ข้ามองเขา น้ำเสียงสงบ“เรื่องของฉินหลานส่งให้ทางการจัดการแล้ว ท่านไม่ต้องจัดการอีก”ในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจึงค่อยมองข้าอีกครั้ง“หมิงยวน เจ้าไม่เคยคิดจะหวนกลับมาเลยใช่ไหม?”“ไม่เค

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 17

    หลายวันต่อจากนั้น เซียวเหิงมาทุกวันเขาไม่ได้บุกเข้ามาในเรือนพักอีก เพียงแต่พอฟ้าสางก็มายืนอยู่หน้าประตู และอยู่จนมืดจึงค่อยจากไปคนในละแวกนั้นค่อยๆ รู้เรื่องนี้กันทั่ว บางครั้งเมื่อมีคนเดินผ่าน ก็อดมองไปทางหน้าประตูสักแวบมิได้แต่ข้าไม่ได้เปลี่ยนการใช้ชีวิตของตนเพราะเรื่องนี้ถึงเวลาตรวจบัญชีก็ตรวจ ถึงเวลาต้องไปร้านก็ไป พอว่างก็เดินเล่นตามถนนเป็นเพื่อนอาจิ่นบางครั้งเมื่อเห็นเซียวเหิงอยู่ไกลๆ ข้าก็เพียงอ้อมหลบไปเสียหน่อย ไม่เคยเป็นฝ่ายเดินเข้าไปพูดกับเขาก่อนเขาเต็มใจจะรอ ก็เป็นเรื่องของเขาข้าออกมาจากชีวิตสมรสนั้นแล้ว ย่อมไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมเพียงเพราะเขามายืนอยู่หน้าประตูไม่กี่วันเย็นวันนั้น ข้าออกจากร้านผ้า พอนึกขึ้นได้ว่าอาจิ่นชอบกินขนมถั่วเขียว จึงแวะร้านขนมระหว่างทางซื้อกลับไปหนึ่งห่อเพิ่งเดินออกจากร้าน จู่ๆ เสียงร้อนรนของเผยฉางยวนก็ดังมาจากด้านหลัง“หมิงยวน ระวัง!”ข้าเพ่งมองไป เห็นฉินหลานผมเผ้ายุ่งเหยิง และนึกไม่ถึงว่าในมือของนางจะกำกรรไกรอยู่“เป็นเพราะเจ้าทั้งนั้น!”ดวงตาทั้งสองของนางแดงก่ำ จ้องข้าเขม็งไม่วางตา“ถ้ามิใช่เพราะเจ้า ใต้เท้าจะไล่ข้าไปได้อย่างไ

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 16

    ช่วงยามเย็น เผยฉางยวนก็มาถึงพอเขาได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นตอนกลางวัน สีหน้าก็ดูไม่ดีนัก “หากเซียวเหิงควบคุมคนข้างกายของตนไม่ได้ ข้าจะจัดการแทนเขาเอง”ข้าส่ายหน้า “ฉินหลานก่อเรื่องถึงขนาดนี้ เซียวเหิงคงไม่ให้นางอยู่ข้างกายอีกแล้ว”เผยฉางยวนนั่งอยู่ตรงข้ามข้า ฟังข้าพูดจนจบ แล้วเงียบไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า“หากเจ้าไม่อยากให้เขาอยู่ที่หลิ่งหนานต่อ ข้าสามารถส่งคนพาเขากลับเมืองหลวงได้”“ไม่ต้องหรอก”ข้าปิดสมุดบัญชีในมือ พลางเงยหน้ามองเขา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ“เขาอยากอยู่ก็อยู่ อยากไปก็ไป ล้วนไม่เกี่ยวกับข้า”เผยฉางยวนมองข้าอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าข้าไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจจริงๆ เขาก็ไม่ถามต่ออีกเมื่อตกค่ำ ข้านั่งตรวจบัญชีของร้านอยู่ใต้แสงตะเกียง จู่ๆ ชุนซิ่งก็เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน“ฮูหยิน ใต้เท้าเซียวคุกเข่าอยู่หน้าประตูเจ้าค่ะ คนในละแวกต่างพากันมาดู เขาบอกว่าหากไม่ได้พบท่านก็จะไม่ยอมลุก”ปลายพู่กันของข้าชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นข้าก็วางพู่กันไว้ข้างแท่นฝนหมึกข้าลุกขึ้นเดินไปยังหน้าประตูลาน แล้วก็เห็นเซียวเหิงคุกเข่าอยู่ตรงนั้นจริงๆเขาสวมเพียงเสื้อคลุมบางๆ อยู่ตัวหนึ่ง เมื

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 15

    เช้าวันรุ่งขึ้น ข้ากำลังรดน้ำดอกไม้อยู่ในลานเรือน จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะดังมาจากด้านนอกชุนซิ่งวิ่งเข้ามาอย่างลนลาน “ฮูหยิน เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ ฉินหลานมาแล้ว!”มือข้าชะงักลงฉับพลัน ก่อนหันตัวเดินออกไปตรงหน้าประตูลาน ฉินหลานอุ้มอวี้อันอยู่ รอบดวงตาแดงบวม พอเห็นข้าก็โผเข้ามาหา“ฮูหยิน ขอร้องท่านล่ะ ปล่อยใต้เท้าไปเถอะเจ้าค่ะ!”นางร่ำไห้จนน้ำตานองหน้า “ใต้เท้าตามท่านมาถึงหลิ่งหนาน ถึงกับละทิ้งหน้าที่ในที่ว่าการ หากฝ่าบาททรงเอาผิดขึ้นมา อนาคตในราชการของใต้เท้าคงพังหมด!”ข้ามองนางอย่างเย็นชา “นี่เป็นสิ่งที่เขาเลือกเอง เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?”ฉินหลานเม้มริมฝีปาก แววเคียดแค้นอาฆาตวาบผ่านดวงตาเพียงเสี้ยวหนึ่ง ก่อนจะร้องไห้พลางพูดว่า “ในใจใต้เท้ามีแต่ท่าน ช่วงหลายวันนี้เขาไม่เป็นอันกินอันดื่ม เฝ้าอยู่นอกจวนของท่านทั้งวันทั้งคืน ข้าขอร้องท่าน เห็นแก่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสามีภรรยากัน ช่วยเกลี้ยกล่อมให้เขากลับเมืองหลวงเถอะเจ้าค่ะ”ข้ามองนางเงียบๆ แล้วก็เข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาฉินหลานมาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อเซียวเหิง แต่เพื่อตัวนางเองเมื่อเซียวเหิงมาหลิ่งหนาน นางที่อยู่เมืองหลวงก็ขาดที่พึ่งน

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 14

    เผยฉางยวนก้าวยาวๆ เข้ามา แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชาเซียวเหิงมองเผยฉางยวน คิ้วขมวดแน่น “เจ้าเป็นผู้ใด?”“เผยฉางยวน แม่ทัพแห่งกองทหารรักษาการณ์หลิ่งหนาน”เผยฉางยวนมายืนข้างข้า น้ำเสียงเย็นชาและแข็งกร้าว “ใต้เท้าเซียว ฮูหยินเสิ่นพูดชัดเจนแล้ว ขอท่านอย่าได้ตามตอแยนางอีก”เซียวเหิงจ้องเผยฉางยวน แล้วมองข้าอีกครั้ง ก่อนกัดฟันพูดว่า “หมิงยวน เจ้าออกจากเมืองหลวงมาเพียงกว่าครึ่งเดือน ก็หาคนรักใหม่ได้แล้วหรือ?”คำพูดนั้นของเขาทำเอาข้าโกรธจนหัวเราะออกมา“ใต้เท้าเซียว ตอนที่ท่านรับฉินหลานแม่ลูกเข้าจวน และคอยอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาทุกวัน ท่านเคยคิดถึงความรู้สึกของข้าบ้างหรือไม่? แล้วตอนนี้กลับมาตำหนิข้าหรือ?”เซียวเหิงหน้าซีดลงฉับพลัน เขาอ้าปากหมายจะแก้ต่าง แต่ข้าไม่อยากฟังอีกแล้ว“เผยฉางยวนเป็นสหายเก่าที่เติบโตมาด้วยกันกับข้าตั้งแต่วัยเยาว์ ระหว่างเขากับข้าไม่มีอะไรเกินเลยต่อกัน ว่าแต่ใต้เท้าเซียวเถอะ ตอนนี้ฉินหลานที่อยู่ในจวนยังสบายดีหรือไม่?”สีหน้าของเซียวเหิงแข็งค้าง “ข้าให้นางย้ายออกไปแล้ว หมิงยวน ข้าขอรับรองกับเจ้า ต่อจากนี้จะไม่มีฉินหลานคนที่สองอีกเด็ดขาด”“คำรับรองของใต้เท้าเซียว ข้า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status