Compartilhar

บทที่ 4

Autor: เข้านอนไว
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พอข้าผลักประตูห้องเปิดออก ก็เห็นเซียวเหิง

เขายืนอยู่หน้าประตู สีหน้าดูเก้อกระดากอยู่บ้าง

“หมิงยวน เรื่องเมื่อวาน ข้าคิดทบทวนอยู่นาน ข้าเป็นฝ่ายทำเกินไปเอง”

ข้ามองเขา ในใจไม่ได้เกิดความหวั่นไหวอะไรนัก

ดูเหมือนเซียวเหิงเองก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร สุดท้ายจึงเอ่ยเพียงว่า

“วันนี้ข้าตั้งใจลางานครึ่งวัน จะพาเจ้ากับอาจิ่นไปเดินงานวัด ผ่อนคลายเสียหน่อย”

อาจิ่นได้ยินดังนั้นก็จับแขนเสื้อข้าไว้ ก่อนเอ่ยเสียงเบา

“ท่านแม่ ข้าอยากไปขอรับ”

เมื่อเห็นแววคาดหวังบนใบหน้าของอาจิ่น สุดท้ายข้าก็ใจแข็งปฏิเสธไม่ลง

เซียวเหิงถอนหายใจอย่างโล่งอก รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า

“ข้าจะให้คนไปเตรียมรถม้าเดี๋ยวนี้”

แต่พอออกจากจวนช่วงบ่าย กลับเห็นฉินหลานแม่ลูกยืนอยู่หน้าประตูจวนด้วย

เซียวเหิงรีบอธิบาย

“ข้าคิดว่าให้เด็กสองคนสนิทกันไว้หน่อยก็ดี อย่างไรเสียต่อไปก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนกันในจวน”

ข้าไม่พูดอะไร เพียงจูงมืออาจิ่นขึ้นรถม้า

ในงานวัดผู้คนแน่นขนัด อาจิ่นจับมือข้าไว้แน่น ส่วนเซียวเหิงเดินอยู่ข้างๆ คอยหยอกให้เขาอารมณ์ดีเป็นระยะ

เมื่อเห็นอาจิ่นหัวเราะคิกคัก แววตาของข้าก็อ่อนลงชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว

ทันใดนั้น ไม่รู้ว่าด้านหน้าเกิดอะไรขึ้น ฝูงชนระลอกหนึ่งก็กรูกันเข้ามา

ข้ารีบปกป้องอาจิ่น แต่กลับถูกฝูงชนเบียดเข้าไปในตรอกด้านข้างอันเปลี่ยวร้าง

ยังไม่ทันที่ข้าจะตั้งสติได้ นักเลงหัวไม้หลายคนก็เดินเอ้อระเหยเข้ามาล้อม พลางกวาดตามองข้าตั้งแต่หัวจรดเท้า

“โอ้ แม่นางหน้าตาสะสวยสดใสไม่เบา เหตุใดถึงพาเด็กมาคนเดียวเล่า?”

หนึ่งในนั้นพูดพลางยื่นมือมาหมายจะดึงแขนเสื้อข้า

อาจิ่นหวาดกลัวอย่างยิ่ง แต่กลับกางแขนทั้งสองข้างขวางอยู่ตรงหน้าข้า

“พวกเจ้าห้ามรังแกท่านแม่ของข้านะ!”

ข้ารีบอุ้มเขาขึ้นแล้วถอยหลัง พลางเงยหน้ามองหาเซียวเหิงท่ามกลางฝูงชนโดยไม่รู้ตัว

มองผ่านศีรษะผู้คนที่เบียดเสียดขยับไปมา ข้าก็เห็นเขา

แต่กลับเห็นเขากำลังโอบฉินหลานแม่ลูกไว้แน่นในอ้อมแขนเพื่อปกป้อง พลางก้มหน้าพูดอะไรบางอย่าง ราวกับกำลังปลอบพวกเขา

พวกนักเลงยิ่งขยับเข้ามาประชิด ข้าสูดหายใจลึก ก่อนพูดเสียงกร้าว

“ข้าคือบุตรีของเสนาบดีกรมพิธีการ พวกเจ้ากล้าแตะต้องข้าหรือ?”

พอคนเหล่านั้นได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที พวกเขาสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนรีบถอยออกไป

พอพวกเขาเดินไปไกล ขาของข้าก็อ่อนยวบ แทบยืนไม่อยู่

ไม่นานนัก ในที่สุดเซียวเหิงก็พาฉินหลานแม่ลูกตามหาพวกเราจนพบ

“หมิงยวน!”

เขารีบสาวเท้าเข้ามาตรงหน้าข้า แล้วก้มลงมองอาจิ่น เมื่อแน่ใจว่าพวกเราไม่เป็นอะไร จึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก

ข้ามองเขาอย่างเย็นชา เล่าเหตุการณ์เมื่อครู่ให้ฟัง แล้วคาดคั้นว่าเขาไปไหนมา

เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า

“ต้องโทษข้าเอง เมื่อครู่ฝูงชนกรูกันเข้ามากะทันหันเกินไป ฉินหลานถูกใครบางคนผลักอย่างแรง ข้าจึงดึงนางไว้ พอหันกลับมาอีกที พวกเจ้าก็ถูกฝูงชนเบียดจนพลัดหายไปแล้ว…”

ฉินหลานที่ยืนอยู่ข้างๆ ขอบตาแดงเรื่อ ห่อตัวลงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเบา

“เป็นความผิดของข้าทั้งหมด หากไม่ต้องคอยดูแลข้ากับอวี้อัน ใต้เท้าเซียวก็คงไม่พลัดกับฮูหยิน…ฮูหยินก็คงไม่ต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้”

พอเซียวเหิงได้ยิน ก็รีบปลอบนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“หมิงยวนเป็นคนรู้เหตุรู้ผล นางไม่โทษเจ้าหรอก โชคดีที่วันนี้คนที่ต้องอยู่ตามลำพังมิใช่เจ้า เจ้าไม่มีแม้แต่ชาติตระกูลคอยหนุนหลัง หากต้องเจอกับคนชั่วเช่นนี้เข้า เกรงว่าคงไม่รู้จริงๆ ว่าจะลงเอยอย่างไร”

ข้าฟังคำพูดเหล่านั้นของเขาแล้ว รู้สึกทั้งเหลวไหลทั้งน่าขัน

โชคดีที่คนที่เจอเรื่องนั้นไม่ใช่นางอย่างนั้นหรือ?

ปีที่ผ่านๆ มา เวลาไปเที่ยวงานวัด เขามักอุ้มอาจิ่นไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง อีกมือก็กุมมือข้าแน่น ไม่ยอมให้พวกเราคลาดจากสายตาแม้เพียงครึ่งก้าว เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับพวกเรา

แต่บัดนี้เขากลับคิดว่า ข้ามีชาติตระกูลสูง ต่อให้เผชิญหน้ากับพวกนักเลงก็ยังรับมือได้อย่างคล่องแคล่วและปกป้องตนเองได้ ส่วนฉินหลานน่าสงสาร จึงยิ่งต้องการการปกป้องจากเขา

แรงกระตุ้นที่ข้าอยากร้องเรียกเขาโดยไม่รู้ตัวเมื่อครู่ตรงปากตรอก ก็พลันติดค้างอยู่ในลำคอเสียอย่างนั้น

ข้าก้มมองข้อมือของเขา

สีของด้ายแดงเส้นนั้นจางลงจนแทบมองไม่เห็นแล้ว

จู่ๆ ข้าก็รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน

“กลับจวนเถอะ”

เซียวเหิงชะงักไปครู่หนึ่ง เผยอริมฝีปาก ดูเหมือนยังอยากอธิบายอะไรบางอย่าง

แต่สุดท้าย เขาก็ไม่ได้พูดอะไรเลย

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 19

    ครึ่งปีต่อมา กิจการที่หลิ่งหนานก็มั่นคงเต็มที่แล้วร้านหลายแห่งที่มารดาทิ้งไว้ดำเนินกิจการได้ดี ข้าตรวจบัญชีและรับสินค้าเข้าร้านทุกวัน บางครั้งยังต้องไปดูผลผลิตตรงที่ดินไร่นาด้วยแม้แต่ละวันจะยุ่ง แต่กลับเป็นอิสระและสบายใจกว่าเมื่อก่อนมากวันนั้น ข้าเพิ่งออกจากร้านผ้า อาจิ่นก็วิ่งมาจากปลายถนนอีกด้าน“ท่านแม่!”เขาโผเข้ามาในอ้อมแขนข้า ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น“ท่านอาเผยสอนข้ายิงธนูแล้ว วันนี้ข้ายิงโดนกลางเป้าด้วยขอรับ!”ข้าก้มมองเขา แล้วกล่าวพลางยิ้ม “เก่งถึงขนาดนี้เลยหรือ?”“แน่นอนสิขอรับ!”อาจิ่นเงยใบหน้าเล็กๆ ขึ้น ท่าทางภูมิอกภูมิใจเผยฉางยวนเดินตามอยู่ด้านหลัง ในมือยังถือคันธนูของเขาไว้“วันนี้เขารบเร้าข้าอยู่ตลอดทั้งเช้า ยืนกรานว่าจะต้องยิงโดนให้ได้ถึงจะยอมกลับมา”ข้าบีบแก้มอาจิ่นเบาๆ “ได้เชื่อฟังท่านอาเผยหรือเปล่า?”อาจิ่นรีบพยักหน้า “เชื่อฟังขอรับ!”เผยฉางยวนยิ้มอยู่ข้างๆ แล้วพูดว่า “เขาบอกว่าต่อไปจะเก่งเหมือนข้า”“ถ้าอย่างนั้นท่านก็ต้องสอนเขาให้ดีล่ะ”“วางใจเถอะ”พวกเราสามคนพูดคุยหัวเราะกันไปตลอดทางขณะเดินกลับเรือนพักเมื่อมาถึงหน้าประตู กลับพบคนผู้หนึ่งที่

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 18

    วันรุ่งขึ้น ข้าไปที่โรงหมออีกครั้งตอนที่ข้าผลักประตูเข้าไป เซียวเหิงกำลังพิงหัวเตียงดื่มยาอยู่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็เงยหน้าขึ้น พอเห็นว่าเป็นข้า มือที่ถือชามยาก็ชะงักไปเล็กน้อย“เจ้ามาแล้ว”ข้าเดินไปข้างเตียง สายตาหยุดอยู่ที่บาดแผลตรงหน้าอกของเขาซึ่งพันไว้เรียบร้อยแล้ว“แผลของท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”เซียวเหิงวางชามยาลง แล้วเอนกลับไปพิงหัวเตียง ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “หมอบอกว่าพักฟื้นอีกสักระยะก็จะดีขึ้น”ข้าพยักหน้า แล้ววางสมุนไพรในมือลงบนโต๊ะ“ของพวกนี้เอาไว้ให้ท่านบำรุงร่างกาย”เซียวเหิงมองของบนโต๊ะ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขื่นจางๆ“หมิงยวน เจ้าจำเป็นต้องแบ่งแยกให้ชัดเจนถึงเพียงนี้เลยหรือ?”ข้านั่งลงข้างเตียง พลางเงยหน้ามองเขา“บางเรื่อง แยกให้ชัดกลับจะดีกว่า”เซียวเหิงเงียบไปครู่หนึ่ง นิ้วมือไล้ขอบชามยาเบาๆ“วันนี้เจ้ามา ก็เพื่อเอาของพวกนี้มาให้เท่านั้นหรือ?”“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง”ข้ามองเขา น้ำเสียงสงบ“เรื่องของฉินหลานส่งให้ทางการจัดการแล้ว ท่านไม่ต้องจัดการอีก”ในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจึงค่อยมองข้าอีกครั้ง“หมิงยวน เจ้าไม่เคยคิดจะหวนกลับมาเลยใช่ไหม?”“ไม่เค

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 17

    หลายวันต่อจากนั้น เซียวเหิงมาทุกวันเขาไม่ได้บุกเข้ามาในเรือนพักอีก เพียงแต่พอฟ้าสางก็มายืนอยู่หน้าประตู และอยู่จนมืดจึงค่อยจากไปคนในละแวกนั้นค่อยๆ รู้เรื่องนี้กันทั่ว บางครั้งเมื่อมีคนเดินผ่าน ก็อดมองไปทางหน้าประตูสักแวบมิได้แต่ข้าไม่ได้เปลี่ยนการใช้ชีวิตของตนเพราะเรื่องนี้ถึงเวลาตรวจบัญชีก็ตรวจ ถึงเวลาต้องไปร้านก็ไป พอว่างก็เดินเล่นตามถนนเป็นเพื่อนอาจิ่นบางครั้งเมื่อเห็นเซียวเหิงอยู่ไกลๆ ข้าก็เพียงอ้อมหลบไปเสียหน่อย ไม่เคยเป็นฝ่ายเดินเข้าไปพูดกับเขาก่อนเขาเต็มใจจะรอ ก็เป็นเรื่องของเขาข้าออกมาจากชีวิตสมรสนั้นแล้ว ย่อมไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมเพียงเพราะเขามายืนอยู่หน้าประตูไม่กี่วันเย็นวันนั้น ข้าออกจากร้านผ้า พอนึกขึ้นได้ว่าอาจิ่นชอบกินขนมถั่วเขียว จึงแวะร้านขนมระหว่างทางซื้อกลับไปหนึ่งห่อเพิ่งเดินออกจากร้าน จู่ๆ เสียงร้อนรนของเผยฉางยวนก็ดังมาจากด้านหลัง“หมิงยวน ระวัง!”ข้าเพ่งมองไป เห็นฉินหลานผมเผ้ายุ่งเหยิง และนึกไม่ถึงว่าในมือของนางจะกำกรรไกรอยู่“เป็นเพราะเจ้าทั้งนั้น!”ดวงตาทั้งสองของนางแดงก่ำ จ้องข้าเขม็งไม่วางตา“ถ้ามิใช่เพราะเจ้า ใต้เท้าจะไล่ข้าไปได้อย่างไ

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 16

    ช่วงยามเย็น เผยฉางยวนก็มาถึงพอเขาได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นตอนกลางวัน สีหน้าก็ดูไม่ดีนัก “หากเซียวเหิงควบคุมคนข้างกายของตนไม่ได้ ข้าจะจัดการแทนเขาเอง”ข้าส่ายหน้า “ฉินหลานก่อเรื่องถึงขนาดนี้ เซียวเหิงคงไม่ให้นางอยู่ข้างกายอีกแล้ว”เผยฉางยวนนั่งอยู่ตรงข้ามข้า ฟังข้าพูดจนจบ แล้วเงียบไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า“หากเจ้าไม่อยากให้เขาอยู่ที่หลิ่งหนานต่อ ข้าสามารถส่งคนพาเขากลับเมืองหลวงได้”“ไม่ต้องหรอก”ข้าปิดสมุดบัญชีในมือ พลางเงยหน้ามองเขา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบ“เขาอยากอยู่ก็อยู่ อยากไปก็ไป ล้วนไม่เกี่ยวกับข้า”เผยฉางยวนมองข้าอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าข้าไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจจริงๆ เขาก็ไม่ถามต่ออีกเมื่อตกค่ำ ข้านั่งตรวจบัญชีของร้านอยู่ใต้แสงตะเกียง จู่ๆ ชุนซิ่งก็เดินเข้ามาอย่างรีบร้อน“ฮูหยิน ใต้เท้าเซียวคุกเข่าอยู่หน้าประตูเจ้าค่ะ คนในละแวกต่างพากันมาดู เขาบอกว่าหากไม่ได้พบท่านก็จะไม่ยอมลุก”ปลายพู่กันของข้าชะงักไปชั่วขณะ จากนั้นข้าก็วางพู่กันไว้ข้างแท่นฝนหมึกข้าลุกขึ้นเดินไปยังหน้าประตูลาน แล้วก็เห็นเซียวเหิงคุกเข่าอยู่ตรงนั้นจริงๆเขาสวมเพียงเสื้อคลุมบางๆ อยู่ตัวหนึ่ง เมื

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 15

    เช้าวันรุ่งขึ้น ข้ากำลังรดน้ำดอกไม้อยู่ในลานเรือน จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะดังมาจากด้านนอกชุนซิ่งวิ่งเข้ามาอย่างลนลาน “ฮูหยิน เกิดเรื่องแล้วเจ้าค่ะ ฉินหลานมาแล้ว!”มือข้าชะงักลงฉับพลัน ก่อนหันตัวเดินออกไปตรงหน้าประตูลาน ฉินหลานอุ้มอวี้อันอยู่ รอบดวงตาแดงบวม พอเห็นข้าก็โผเข้ามาหา“ฮูหยิน ขอร้องท่านล่ะ ปล่อยใต้เท้าไปเถอะเจ้าค่ะ!”นางร่ำไห้จนน้ำตานองหน้า “ใต้เท้าตามท่านมาถึงหลิ่งหนาน ถึงกับละทิ้งหน้าที่ในที่ว่าการ หากฝ่าบาททรงเอาผิดขึ้นมา อนาคตในราชการของใต้เท้าคงพังหมด!”ข้ามองนางอย่างเย็นชา “นี่เป็นสิ่งที่เขาเลือกเอง เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?”ฉินหลานเม้มริมฝีปาก แววเคียดแค้นอาฆาตวาบผ่านดวงตาเพียงเสี้ยวหนึ่ง ก่อนจะร้องไห้พลางพูดว่า “ในใจใต้เท้ามีแต่ท่าน ช่วงหลายวันนี้เขาไม่เป็นอันกินอันดื่ม เฝ้าอยู่นอกจวนของท่านทั้งวันทั้งคืน ข้าขอร้องท่าน เห็นแก่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสามีภรรยากัน ช่วยเกลี้ยกล่อมให้เขากลับเมืองหลวงเถอะเจ้าค่ะ”ข้ามองนางเงียบๆ แล้วก็เข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาฉินหลานมาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อเซียวเหิง แต่เพื่อตัวนางเองเมื่อเซียวเหิงมาหลิ่งหนาน นางที่อยู่เมืองหลวงก็ขาดที่พึ่งน

  • วสันต์ลวงใจ   บทที่ 14

    เผยฉางยวนก้าวยาวๆ เข้ามา แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชาเซียวเหิงมองเผยฉางยวน คิ้วขมวดแน่น “เจ้าเป็นผู้ใด?”“เผยฉางยวน แม่ทัพแห่งกองทหารรักษาการณ์หลิ่งหนาน”เผยฉางยวนมายืนข้างข้า น้ำเสียงเย็นชาและแข็งกร้าว “ใต้เท้าเซียว ฮูหยินเสิ่นพูดชัดเจนแล้ว ขอท่านอย่าได้ตามตอแยนางอีก”เซียวเหิงจ้องเผยฉางยวน แล้วมองข้าอีกครั้ง ก่อนกัดฟันพูดว่า “หมิงยวน เจ้าออกจากเมืองหลวงมาเพียงกว่าครึ่งเดือน ก็หาคนรักใหม่ได้แล้วหรือ?”คำพูดนั้นของเขาทำเอาข้าโกรธจนหัวเราะออกมา“ใต้เท้าเซียว ตอนที่ท่านรับฉินหลานแม่ลูกเข้าจวน และคอยอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาทุกวัน ท่านเคยคิดถึงความรู้สึกของข้าบ้างหรือไม่? แล้วตอนนี้กลับมาตำหนิข้าหรือ?”เซียวเหิงหน้าซีดลงฉับพลัน เขาอ้าปากหมายจะแก้ต่าง แต่ข้าไม่อยากฟังอีกแล้ว“เผยฉางยวนเป็นสหายเก่าที่เติบโตมาด้วยกันกับข้าตั้งแต่วัยเยาว์ ระหว่างเขากับข้าไม่มีอะไรเกินเลยต่อกัน ว่าแต่ใต้เท้าเซียวเถอะ ตอนนี้ฉินหลานที่อยู่ในจวนยังสบายดีหรือไม่?”สีหน้าของเซียวเหิงแข็งค้าง “ข้าให้นางย้ายออกไปแล้ว หมิงยวน ข้าขอรับรองกับเจ้า ต่อจากนี้จะไม่มีฉินหลานคนที่สองอีกเด็ดขาด”“คำรับรองของใต้เท้าเซียว ข้า

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status