Short
วสันต์ลวงใจ

วสันต์ลวงใจ

By:  เข้านอนไวCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
19Chapters
1views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ข้ามองเห็นด้ายแดงแห่งวาสนาคู่ครองมาตั้งแต่เด็ก สีของด้ายเข้มหรือจางเพียงใด ก็สะท้อนความรักความผูกพันที่คนผู้นั้นมีต่อคู่ครองมากน้อยเพียงนั้น สีแดงชาดเข้ม หมายถึงรักลึกซึ้งและมั่นคงจริงใจ สีชมพูอ่อน หมายถึงใจยังมีสิ่งอื่นให้ไขว้เขว สีเทาขาว หมายถึงเยื่อใยที่มีต่อกันหมดสิ้นแล้ว เมื่อด้ายขาด ก็หมายถึงหัวใจมอดดับดุจเถ้าถ่าน ปีที่ข้าอายุเจ็ดขวบ ท่านพ่อพาสตรีผู้หนึ่งกลับจวน นับแต่นั้น ด้ายแดงระหว่างท่านพ่อกับท่านแม่ก็ยิ่งวันยิ่งหม่นลง วันที่ท่านแม่สิ้นใจท่ามกลางความทุกข์ตรม ด้ายเส้นนั้นก็ขาดลง เมื่อโตขึ้น พี่ชายแต่งงาน ทว่าที่ข้อมือกลับมีเพียงสีชมพูจืดจาง ข้าเคยเตือนพี่ชายว่าอย่าทำให้พี่สะใภ้ต้องเสียเวลา เขาบอกว่าข้าคิดมากไปเอง พี่สะใภ้อ่อนโยนและเพียบพร้อม เขาย่อมจะปฏิบัติต่อนางเป็นอย่างดี ทว่าแต่งงานกันได้ไม่ถึงครึ่งปี พี่ชายก็รับอนุภรรยา แล้วหมางเมินพี่สะใภ้ หลังจากได้เห็นด้ายแดงหลากหลายรูปแบบรอบกายมาจนทั่ว ข้าก็มั่นใจแล้วว่า ด้ายแดงไม่เคยหลอกใคร ส่วนสิ่งที่ข้าต้องการ คือมีเพียงสองคนเคียงคู่กันไปชั่วชีวิต

View More

Chapter 1

บทที่ 1

เพราะเหตุนี้ ข้าจึงพิถีพิถันอย่างยิ่งในการเลือกสามี

คุณชายจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงส่งเทียบมาไม่ขาดสาย ข้าเหลือบมองด้ายสีชมพูอ่อนบนข้อมือของพวกเขา ก็ปฏิเสธไปทั้งหมด

ในยามที่ข้าคิดว่าใต้หล้านี้คงไม่มีผู้ใดมีใจต่อข้าอย่างบริสุทธิ์หมดจด ข้าก็ได้พบกับเซียวเหิง

เขาเป็นเจ้ากรมสอบสวนแห่งกององครักษ์เสื้อแพร มีพื้นเพจากกองทัพ และได้เลื่อนตำแหน่งตั้งแต่อายุยังน้อย

ทุกคนต่างกล่าวว่าเขาเย็นชาเฉียบขาดและเข้มงวด ทว่าตั้งแต่พบกันครั้งแรก ข้าก็สังเกตเห็นด้ายแดงบนข้อมือของเขาที่มีต่อข้า สีแดงชาดเข้มดุจโลหิต

ต่อมา เขามาหาถึงจวนทุกวัน คอยเอาใจใส่และตามเกี้ยวพา ข้าจึงตอบตกลง

แต่งงานกันมาเจ็ดปี ด้ายเส้นนั้นยังคงแดงชาดเข้มดังแรกเริ่มเสมอมา

เขาจำได้เสมอว่าข้าชอบกินขนมกุ้ยฮวา เมื่อถึงวันเกิดของข้า เขาจะปักดอกไม้ประดับผมให้ด้วยมือตนเอง ทุกครั้งที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ เขามักฝากคนให้นำของชิ้นเล็กๆ กลับมาให้ข้ากับอาจิ่น บ้างก็เป็นขนม บ้างก็เป็นของชิ้นเล็กๆ ที่แกะสลักจากไม้

ข้าคิดว่าในที่สุดตนก็สมดังปรารถนา ได้พบคู่ครองที่ดี

จนกระทั่งเมื่อครึ่งเดือนก่อน วันที่เขากลับจวน พอได้ยินเสียงฝีเท้า ข้าก็ออกไปรับเขาที่หน้าประตู แล้วปลดเสื้อคลุมให้

ยามก้มศีรษะลง กลิ่นกุหลาบหวานเลี่ยนระลอกหนึ่งก็โชยปะทะใบหน้า

ข้าชะงักไปเล็กน้อย

แต่ไหนแต่ไรข้าใช้เพียงแป้งหอมกลิ่นกุ้ยฮวา ไม่เคยแต้มชาดกุหลาบเลย

ครั้นเพ่งดูอีกครั้ง ที่ด้านในปกคอชุดขุนนางของเขา กลับมีรอยชาดจางๆ ติดอยู่ครึ่งรอย

“นี่มัน…”

ปลายนิ้วข้าเย็นขึ้นเล็กน้อย แต่น้ำเสียงยังถือว่าสงบนิ่ง

“วันนี้ที่ว่าการมีเจ้าหน้าที่หญิงฝ่ายจับกุมย้ายมาประจำใหม่ คงบังเอิญชนกันเข้าโดยไม่ทันระวัง”

เซียวเหิงอธิบายว่า “นางเป็นหญิงม่าย มีลูกติดมาด้วย ก็นับว่าลำบากไม่น้อย”

ข้าเงยหน้าขึ้นมองเขา

สีหน้าเขายังคงเป็นปกติ ก่อนยื่นมือมาลูบผมข้าเบาๆ

“ช่วงนี้มีคดีเข้ามามาก ข้าไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ทำให้เจ้าต้องลำบากแล้ว อีกไม่กี่วันก็ถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ข้าจะพยายามกลับมาให้เร็วหน่อย แล้วพาเจ้ากับอาจิ่นไปชมโคมไฟที่ถนนเทียนเจีย ดีหรือไม่?”

เทศกาลไหว้พระจันทร์ยังเป็นวันครบรอบที่ข้ากับเซียวเหิงแต่งงานกันครบเจ็ดปีพอดี

ข้าพยักหน้า พลันรู้สึกหวานละมุนขึ้นมาในใจอยู่บ้าง แล้วก็เผลอมองไปยังข้อมือของเขาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว

ด้ายแดง…ดูเหมือนจะจางลงเล็กน้อย

ข้ากะพริบตาแล้วมองอีกครั้ง กลับรู้สึกว่าสียังคงเข้มเท่าเดิม

คงเป็นเพราะแสงเทียนไหววูบจนทำให้ตาข้าพร่า

เมื่อครู่เขายังอ่อนโยนถึงเพียงนั้น ยังหนักแน่นถึงเพียงนั้น จะเปลี่ยนใจได้อย่างไรกัน?

ข้าปลอบใจตนเองเช่นนั้น ตลอดครึ่งเดือนต่อจากนั้น เซียวเหิงยิ่งยุ่งขึ้นเรื่อยๆ

เขาออกเช้ากลับค่ำ แต่ยังคงห่วงใยข้ากับอาจิ่นดังเดิม นานๆ ครั้งเขาก็ฝากคนส่งของเล็กๆ น้อยๆ หลากหลายอย่างกลับมาให้

ข้ามองของเหล่านั้นแล้ว ก็ได้แต่คิดว่าคืนนั้นคงเป็นข้าที่คิดมากไปเอง

ไม่นานก็ถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์

ตอนที่ข้าตื่นขึ้น เซียวเหิงก็ออกจากจวนไปแล้ว บ่าวรับใช้บอกข้าว่า ก่อนออกไปเขายังกำชับไว้เป็นพิเศษว่า คืนนี้จะกลับมาให้เร็วหน่อยเพื่ออยู่กับพวกเรา ทั้งยังลงมือแกะโคมกระต่ายไม้ให้อาจิ่นด้วยตนเอง

อาจิ่นดีใจเป็นที่สุด กอดโคมกระต่ายไม้ไว้ เจอใครก็อวด

ข้ายืนมองอาจิ่นที่ดีใจจนวิ่งเล่นไปทั่วลานอยู่ข้างๆ ความเคลือบแคลงเล็กน้อยในใจก็ค่อยๆ จางหายไป

เขาจำได้จริงๆ

เขายังคงเป็นเซียวเหิงคนเดิม ผู้รักษาคำมั่นเสมอ

ครั้นตกค่ำ ถนนเทียนเจียสว่างไสวราวกับตอนกลางวัน

อาจิ่นเฝ้ารออยู่ตรงประตูลาน ใบหน้าเล็กๆ เปี่ยมด้วยความคาดหวัง

หนึ่งเค่อ ครึ่งชั่วยาม…จนผ่านไปหนึ่งชั่วยาม

จากที่เคยตื่นเต้น อาจิ่นเริ่มฉงน ก่อนขอบตาจะแดงเรื่อ

ในที่สุดก็มีคนมา ทว่าผู้ที่มาคือผู้ติดตามของเซียวเหิง

เขารีบกล่าวว่า “ฮูหยิน ในวังเกิดคดีเร่งด่วนขึ้น ใต้เท้าปลีกตัวมาไม่ได้จริงๆ จึงให้ข้ามาบอกท่านว่าไม่ต้องรอแล้วขอรับ”

ดวงตาของอาจิ่นพลันแดงขึ้น

“ท่านพ่อหลอกข้าอีกแล้ว…”

เขาสะอื้น น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงลงมาไม่ขาดสาย

ข้าย่อตัวลง เช็ดน้ำตาให้เขา

“อาจิ่นเด็กดีนะ ท่านพ่อมีธุระสำคัญ แม่ไปกับเจ้าเอง ดีหรือไม่?”

ข้าจูงมืออาจิ่นออกจากบ้าน เด็กน้อยยังสะอื้นมาตลอดทาง มือกำโคมไม้ดวงนั้นไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

บนถนนเทียนเจีย ผู้คนหลั่งไหลเบียดเสียด แสงโคมสว่างพร่างพราย

จู่ๆ อาจิ่นก็ชี้ไปข้างหน้า “ท่านแม่ดูสิ โคมดวงนั้นสวยมากเลย!”

ข้ามองตามทิศที่อาจิ่นชี้ แล้วทั้งร่างก็แข็งค้างอยู่กับที่

เซียวเหิงยืนอยู่หน้าร้านขายโคมแห่งหนึ่ง ข้างกายเขามีสตรีผู้หนึ่งอุ้มเด็กอยู่

สตรีผู้นั้นกำลังพูดอะไรบางอย่างเสียงเบา เขาโน้มเข้าไปฟัง ท่าทีของทั้งคู่ดูสนิทสนม จากนั้นเขาหยิบโคมดอกบัวขึ้นมาดวงหนึ่ง แล้วยื่นให้เด็กในอ้อมแขนของนาง

เด็กยิ้ม หญิงคนนั้นกับเซียวเหิงก็ยิ้มเช่นกัน

ตอนนั้นอาจิ่นก็เห็นเขาเช่นกัน จึงร้องเรียกขึ้นว่า “ท่านพ่อ!”

เซียวเหิงหันมา รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปในทันที

เขารีบสาวเท้าเข้ามาหาเรา

“หมิงยวน ข้า...”

ข้ามองเขานิ่งๆ ปลายนิ้วเย็นเฉียบ

“ไหนว่าในวังมีคดีเร่งด่วนมิใช่หรือ?”

เซียวเหิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำว่า “คดีจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ข้าบังเอิญเจอฉินหลานเข้า นางเป็นหญิงม่าย ต้องพาลูกมาฉลองเทศกาลกันตามลำพัง ดูแล้วน่าสงสารจริงๆ ข้าจึงคิดว่าจะอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาสักพัก”

ข้าไม่ตอบ

ฉินหลานที่เขาเพิ่งเอ่ยถึงอุ้มเด็กเดินเข้ามา แววตาเจือความหวาดหวั่นอยู่เล็กน้อย

พอนางเข้ามาใกล้ กลิ่นกุหลาบแบบเดียวกับที่ติดอยู่บนชุดขุนนางของเซียวเหิงเมื่อครึ่งเดือนก่อนก็ลอยมาแตะจมูกข้าอีกครั้ง

ข้าหลุบตาลง จ้องข้อมือของเซียวเหิง

ด้ายสีแดงชาดเข้มเส้นนั้นที่พันอยู่มานานเจ็ดปี บัดนี้สีซีดจางจนเหลือเพียงชมพูอ่อน

จู่ๆ ข้าก็เข้าใจทุกอย่าง

ด้ายแดงไม่เคยโกหก ที่แท้คืนนั้นไม่ใช่แสงเทียนทำให้ข้าตาฝาด แต่เป็นเซียวเหิงที่ใจเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

ข้าไม่สนใจเซียวเหิงที่รีบตามมาจากด้านหลัง จูงอาจิ่นหันหลังเดินจากไป

เมื่อกลับถึงจวนและกล่อมอาจิ่นจนหลับแล้ว ข้าก็มองเซียวเหิง ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างสงบ

“เซียวเหิง เราหย่ากันเถอะ”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
19 Chapters
บทที่ 1
เพราะเหตุนี้ ข้าจึงพิถีพิถันอย่างยิ่งในการเลือกสามีคุณชายจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงส่งเทียบมาไม่ขาดสาย ข้าเหลือบมองด้ายสีชมพูอ่อนบนข้อมือของพวกเขา ก็ปฏิเสธไปทั้งหมดในยามที่ข้าคิดว่าใต้หล้านี้คงไม่มีผู้ใดมีใจต่อข้าอย่างบริสุทธิ์หมดจด ข้าก็ได้พบกับเซียวเหิงเขาเป็นเจ้ากรมสอบสวนแห่งกององครักษ์เสื้อแพร มีพื้นเพจากกองทัพ และได้เลื่อนตำแหน่งตั้งแต่อายุยังน้อยทุกคนต่างกล่าวว่าเขาเย็นชาเฉียบขาดและเข้มงวด ทว่าตั้งแต่พบกันครั้งแรก ข้าก็สังเกตเห็นด้ายแดงบนข้อมือของเขาที่มีต่อข้า สีแดงชาดเข้มดุจโลหิตต่อมา เขามาหาถึงจวนทุกวัน คอยเอาใจใส่และตามเกี้ยวพา ข้าจึงตอบตกลงแต่งงานกันมาเจ็ดปี ด้ายเส้นนั้นยังคงแดงชาดเข้มดังแรกเริ่มเสมอมาเขาจำได้เสมอว่าข้าชอบกินขนมกุ้ยฮวา เมื่อถึงวันเกิดของข้า เขาจะปักดอกไม้ประดับผมให้ด้วยมือตนเอง ทุกครั้งที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ เขามักฝากคนให้นำของชิ้นเล็กๆ กลับมาให้ข้ากับอาจิ่น บ้างก็เป็นขนม บ้างก็เป็นของชิ้นเล็กๆ ที่แกะสลักจากไม้ข้าคิดว่าในที่สุดตนก็สมดังปรารถนา ได้พบคู่ครองที่ดีจนกระทั่งเมื่อครึ่งเดือนก่อน วันที่เขากลับจวน พอได้ยินเสียงฝีเท้า ข้าก็ออกไปรับเขาท
Read more
บทที่ 2
เซียวเหิงชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะขมวดคิ้วเอ่ยว่า“นี่เจ้าน้อยใจ จึงกำลังประชดข้าอยู่หรือ?”เขาพูดพลางยื่นมือจะมาดึงข้า ข้าเบี่ยงตัวหลบมือของเขาค้างอยู่กลางอากาศ แววตาเจือความจนใจอยู่บ้าง“หมิงยวน วันนี้ข้าผิดเองจริงๆ ข้าขอโทษเจ้า แต่เรื่องหย่าอย่าได้เอ่ยถึงอีกเลย ต่อจากนี้ข้าจะใช้เวลาอยู่กับเจ้าและอาจิ่นให้มากกว่านี้แน่นอน”คำพูดนี้คุ้นหูเสียจนน่าขันเมื่อก่อน ทุกครั้งที่เขาพูดอ่อนโยนเอาใจเพียงไม่กี่คำ ข้าก็กลับมาดีใจได้อีกครั้งแต่ตอนนี้ เมื่อเห็นด้ายแดงบนข้อมือเขาที่สีจางลงไปแล้ว ข้าก็ไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไปทว่าข้าไม่ได้โต้เถียงกับเขา เพียงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า“รู้แล้ว”เมื่อเซียวเหิงเห็นว่าข้าไม่เอะอะต่อแล้ว สีหน้าก็ผ่อนคลายลง เขาพูดปลอบเอาใจข้าอีกไม่กี่คำ ก่อนจะจากไปเมื่อในห้องกลับมาเงียบสงบ ข้าจึงตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดเสียทีในเมื่อเขาไม่ยอมหย่า เช่นนั้นข้าก็จะไปเองเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ข้าพาชุนซิ่งออกจากจวน มุ่งตรงไปยังท่าเรือริมคลองเดินเรือ ก่อนจะหากิจการเดินเรือแห่งหนึ่ง แล้วจองเรือโดยสารลำหนึ่งซึ่งจะล่องลงใต้ไปยังหลิ่งหนานในอีกเจ็ดวันที่หลิ่งหนานมีที่ดิ
Read more
บทที่ 3
ไม่นานนัก ฉินหลานแม่ลูกก็ถูกเซียวเหิงรับเข้ามาอยู่ในจวน บ่าวรับใช้จึงค่อยๆ เริ่มพูดถึงเรื่องนี้กัน“ท่านโหวช่างเอ็นดูหญิงม่ายคนนั้นเสียจริง ถึงกับส่งสาวใช้ประจำตัวไปคอยรับใช้ตั้งสองคน ทั้งยังจัดแม่นมให้ดูแลคุณชายฉินเป็นพิเศษ แม้แต่อาหาร เสื้อผ้า และค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ยังจัดให้ตามส่วนที่ฮูหยินได้รับ”“นั่นน่ะสิ ทุกวันหลังเสร็จงาน ท่านโหวต้องไปนั่งอยู่ที่เรือนแยกฝั่งตะวันตกครึ่งชั่วยาม แล้วถึงค่อยไปที่เรือนของฮูหยิน”เรื่องเหล่านี้ข้าก็เห็นอยู่กับตา เพียงแต่เงียบๆ นับวันรอเวลาที่จะจากไปวันนั้น อาจิ่นกำลังเล่นห่วงหยกเก้าห่วงที่เซียวเหิงมอบให้เขาอยู่ในลานเรือนมันเป็นของเล่นหายากที่เซียวเหิงเคยเสาะหามาให้ก่อนหน้านี้ เขาชอบมันมากากำลังเก็บข้าวของอยู่ในห้อง จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะวุ่นวายดังมาจากข้างนอก“เอามาให้ข้า!”เมื่อข้าออกไป ก็เห็นพอดีว่าฉินอวี้อันกำลังพยายามแย่งห่วงหยกของอาจิ่น ส่วนอาจิ่นก็ยึดเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ร้อนใจเสียจนดวงตาแดงขึ้น“นี่เป็นของที่ท่านพ่อมอบให้ข้า เจ้าคืนให้ข้านะ!”แต่ฉินอวี้อันกลับไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังกระชากอย่างแรงเสียงกระแทกดังขึ้น ห่วงหยกตกกระแทกลงบนพื้
Read more
บทที่ 4
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น พอข้าผลักประตูห้องเปิดออก ก็เห็นเซียวเหิงเขายืนอยู่หน้าประตู สีหน้าดูเก้อกระดากอยู่บ้าง“หมิงยวน เรื่องเมื่อวาน ข้าคิดทบทวนอยู่นาน ข้าเป็นฝ่ายทำเกินไปเอง”ข้ามองเขา ในใจไม่ได้เกิดความหวั่นไหวอะไรนักดูเหมือนเซียวเหิงเองก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไร สุดท้ายจึงเอ่ยเพียงว่า“วันนี้ข้าตั้งใจลางานครึ่งวัน จะพาเจ้ากับอาจิ่นไปเดินงานวัด ผ่อนคลายเสียหน่อย”อาจิ่นได้ยินดังนั้นก็จับแขนเสื้อข้าไว้ ก่อนเอ่ยเสียงเบา“ท่านแม่ ข้าอยากไปขอรับ”เมื่อเห็นแววคาดหวังบนใบหน้าของอาจิ่น สุดท้ายข้าก็ใจแข็งปฏิเสธไม่ลงเซียวเหิงถอนหายใจอย่างโล่งอก รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า“ข้าจะให้คนไปเตรียมรถม้าเดี๋ยวนี้”แต่พอออกจากจวนช่วงบ่าย กลับเห็นฉินหลานแม่ลูกยืนอยู่หน้าประตูจวนด้วยเซียวเหิงรีบอธิบาย“ข้าคิดว่าให้เด็กสองคนสนิทกันไว้หน่อยก็ดี อย่างไรเสียต่อไปก็ต้องอยู่เป็นเพื่อนกันในจวน”ข้าไม่พูดอะไร เพียงจูงมืออาจิ่นขึ้นรถม้าในงานวัดผู้คนแน่นขนัด อาจิ่นจับมือข้าไว้แน่น ส่วนเซียวเหิงเดินอยู่ข้างๆ คอยหยอกให้เขาอารมณ์ดีเป็นระยะเมื่อเห็นอาจิ่นหัวเราะคิกคัก แววตาของข้าก็อ่อนลงชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว
Read more
บทที่ 5
หลังกลับจากงานวัด ใจข้ากลับยิ่งสงบลงกว่าเดิมวันที่ข้าจะออกจากเมืองหลวงก็ใกล้เข้ามาทุกที เหลืออีกเพียงสามวันข้าเริ่มจัดเก็บสินเดิม ของในหีบส่วนใหญ่ล้วนเป็นสิ่งที่มารดาทิ้งไว้ให้ข้าเมื่อครั้งยังมีชีวิตหลายปีมานี้ ของเหล่านั้นเก็บอยู่ในจวนสกุลเซียวมาโดยตลอด บัดนี้ข้าจะนำไปให้หมด ไม่ทิ้งไว้แม้แต่ชิ้นเดียวข้ากำลังนั่งยองๆ จัดของอยู่ในห้องเก็บของ พลันได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลังเมื่อหันกลับไป ก็เห็นฉินหลานยืนกอดอกอยู่ตรงประตู สีหน้าฉายแววลำพองใจอยู่บ้าง“ฮูหยินคงรู้แล้วสินะว่าในใจใต้เท้าเซียวไม่มีท่านอีกต่อไป ถึงได้เก็บสินเดิมเตรียมจะไป?”ข้าไม่สนใจนาง ยังคงจัดของในมือต่อไปนางเองก็ไม่ขุ่นเคือง สายตาหยุดลงที่หีบข้างๆ ก่อนหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยว่า“แต่ถึงท่านจะไป ของในจวนแห่งนี้ก็ล้วนเป็นของสกุลเซียวอยู่ดี ส่วนต่อไปใครจะเป็นนายหญิงของจวนนี้ ฮูหยินเองก็คงรู้ดีอยู่แล้วกระมัง?”ข้าชะงักมือ ก่อนจะเงยหน้ามองนาง“ของเหล่านี้ล้วนเป็นสินเดิมของมารดาข้า ไม่เกี่ยวอะไรกับสกุลเซียว”ฉินหลานแค่นหัวเราะ ก่อนเดินเข้ามาเอื้อมมือหมายจะหยิบกล่องในมือข้า“ก็จะไปอยู่แล้ว ยังจะเอาของไปมากมายข
Read more
บทที่ 6
แผลตรงเอวปวดอยู่ตลอดทั้งคืน ข้าแทบไม่ได้นอนเลยฟ้าเพิ่งเริ่มสว่าง ข้าก็ลุกจากที่นอนเรื่องเมื่อวานวนซ้ำอยู่ในความคิดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ข้ากลับแทบไม่เหลือความรู้สึกอะไรกับมันแล้วเป็นสามีภรรยากันมาเจ็ดปี ท้ายที่สุดก็เดินมาถึงจุดสิ้นสุดจนได้ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจะเชื่อใคร จะปกป้องใคร ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าอีกแล้วข้านั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เพิ่งหวีผมเสร็จ ประตูก็ถูกใครบางคนผลักเปิดเซียวเหิงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง คำแรกที่เอ่ยก็คือ“หมิงยวน ไปเรือนแยกฝั่งตะวันตกแล้วขอขมาฉินหลานเสีย”ข้าไม่หันกลับไป เพียงมองตัวเองในกระจกเขายืนอยู่ด้านหลังข้า เอ่ยด้วยเสียงต่ำ“เมื่อคืนนี้นางตกใจเสียขวัญ ทั้งยังจับไข้สูง หมอบอกว่าหากช้ากว่านี้อีกเพียงนิด นางคงไข้ขึ้นจนเพ้อไปแล้ว ที่เจ้าผลักนางเมื่อวานนั้น แทบเอาชีวิตนางไปแล้ว”“ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไป แล้วคนเขาพูดกันว่าเจ้าในฐานะนายหญิงกลับใจแคบถึงเพียงนี้ เจ้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?”ข้าฟังจนจบแล้วกลับรู้สึกเพียงว่าน่าขันนางเป็นฝ่ายล้มลงเอง เขาไม่ถามต้นสายปลายเหตุสักคำก็ปักใจว่าเป็นข้าผลัก บัดนี้ยังจะให้ข้าไปขอขมาอีกหากเป็นเมื่อก่อ
Read more
บทที่ 7
เซียวเหิงรออยู่ที่เรือนแยกฝั่งตะวันตกเต็มหนึ่งชั่วยาม แต่เสิ่นหมิงยวนก็ไม่ปรากฏตัวเลยฉินหลานนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียว และไอแผ่วๆ เป็นระยะ ครั้งละสองที “ใต้เท้า” นางเอ่ยเสียงเบา “ฮูหยินนาง…ยังโกรธอยู่หรือเจ้าคะ?”เซียวเหิงนั่งอยู่ข้างๆ คิ้วขมวดเล็กน้อย“นางจะมา”ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยาม ในที่สุดเซียวเหิงก็อดทนต่อไม่ไหว จึงลุกขึ้นเดินไปยังเรือนหลักประตูเรือนเปิดกว้างอยู่ แต่ภายในกลับว่างเปล่า ไม่มีผู้ใดอยู่เลยเขาขมวดคิ้ว พลางเรียกบ่าวรับใช้เข้ามา “ฮูหยินเล่า?”“เรียนใต้เท้า ฮูหยินพาคุณชายน้อยออกไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้วเจ้าค่ะ”“ไปไหน?”“พวกบ่าวก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ เห็นเพียงว่าฮูหยินให้ชุนซิ่งเก็บของบางส่วน แล้วพาคุณชายน้อยออกไปทางประตูข้าง”สีหน้าของเซียวเหิงพลันเคร่งลง เขาหันตัวกลับไปยังเรือนแยกฝั่งตะวันตกฉินหลานเห็นสีหน้าเขาไม่สู้ดี จึงเอ่ยอย่างระมัดระวัง“ใต้เท้า ฮูหยินนาง…”“นางกำลังงอนอยู่”เซียวเหิงตัดบทนาง น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดอยู่บ้าง “อีกสองวันก็คงกลับมาเอง”แววตาของฉินหลานพลันวูบไหวด้วยประกายหม่น ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำว่า“เป็นความผิดของข้าทั้งหมด หากข้าไม่ได้เข้
Read more
บทที่ 8
วันรุ่งขึ้น เซียวเหิงพาฉินหลานแม่ลูกออกไปนอกเมืองดอกบัวริมทะเลสาบกำลังบานเต็มที่ อวี้อันวิ่งไปวิ่งมาอย่างดีใจริมทะเลสาบ จนนกน้ำสองสามตัวตกใจบินขึ้นเป็นระยะ ฉินหลานยืนอยู่ข้างกายเซียวเหิง มองบุตรชายวิ่งเล่นด้วยรอยยิ้ม จู่ๆ ก็เอ่ยเสียงเบาว่า“ใต้เท้าดีกับพวกเราแม่ลูกจริงๆ”เซียวเหิงมิได้รับคำเขามองผิวน้ำในทะเลสาบ แต่ในห้วงความคิดกลับผุดภาพของเสิ่นหมิงยวนขึ้นมานางเองก็ชอบดอกบัว ทุกฤดูร้อนก็มักรบเร้าว่าอยากมาดูช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เสิ่นหมิงยวนคล้องแขนเขาไว้ ส่วนอาจิ่นก็ขี่คอเขาอยู่ ครอบครัวสามคนใช้เวลาอยู่ริมทะเลสาบด้วยกันตลอดทั้งวันแต่ปีนี้ คนที่ยืนอยู่ข้างกายเขากลับเป็นฉินหลานจู่ๆ เซียวเหิงก็รู้สึกว่างเปล่าเหมือนขาดบางสิ่งขึ้นมาในใจ“ใต้เท้า ท่านกำลังนึกถึงฮูหยินอีกแล้วหรือเจ้าคะ?”เสียงของฉินหลานขัดจังหวะห้วงความคิดของเขาเซียวเหิงมิได้ปฏิเสธ เพียงเอ่ยเรียบๆ ว่า “สายแล้ว กลับกันเถอะ”ฉินหลานกัดริมฝีปากเบาๆ แววไม่ยินยอมวาบผ่านสีหน้าเพียงชั่วครู่ แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ยังพยักหน้าอย่างว่าง่ายเมื่อกลับถึงจวน เซียวเหิงก็ตรงไปยังเรือนหลักทันทีลานเรือนยังคงว่างเปล่า
Read more
บทที่ 9
เสิ่นหมิงยวนเคยพูดอยู่หลายครั้งว่า เมื่อครั้งมารดายังมีชีวิต นางชอบหลิ่งหนานที่สุด ทั้งยังบอกว่าที่นั่นขุนเขางดงาม สายน้ำใส ผู้คนมีวิถีเรียบง่ายซื่อตรง หากสักวันได้กลับไปอยู่ที่นั่นก็คงดีตอนนั้นเขาเพียงคิดว่านางพูดขึ้นมาลอยๆ ไม่เคยเก็บมาใส่ใจเลยที่แท้นางก็ไปที่นั่นแต่เขากลับรู้สึกอยู่เสมอว่า นางดูเหมือนไม่ได้แค่งอน ไม่ได้หนีออกจากบ้าน นางดูเหมือนกำลังจะจากไปจริงๆขณะคิดเช่นนั้น เซียวเหิงก็ห้ามตัวเองไม่อยู่ เดินมุ่งไปยังเรือนหลักในลานเรือน หญิงรับใช้สูงวัยหลายคนกำลังทำความสะอาดห้องของเสิ่นหมิงยวนเมื่อพวกนางเห็นเซียวเหิง ก็รีบคำนับเซียวเหิงไม่ได้สนใจพวกนาง เดินตรงเข้าไปยังห้องด้านในตอนนี้เองเขาจึงสังเกตเห็นว่า โต๊ะเครื่องแป้งที่เสิ่นหมิงยวนใช้เป็นประจำว่างไปกว่าครึ่ง เสื้อผ้าในตู้ก็หายไปมากเช่นกันเขายืนอยู่กลางห้อง จู่ๆ ก็รู้สึกแน่นอึดอัดขึ้นมาที่อกหญิงรับใช้สูงวัยคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง“ใต้เท้า บ่าวพบสิ่งนี้ในช่องลับของโต๊ะเครื่องแป้งฮูหยิน ไม่ทราบว่าควรจัดการอย่างไรเจ้าค่ะ”นางยื่นเอกสารปึกหนึ่งให้เขาเซียวเหิงรับมา พลิกดูคร่าวๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก ล้วนเป็น
Read more
บทที่ 10
หลิ่งหนานร้อนกว่าเมืองหลวงมากตอนที่ข้าพาอาจิ่นลงจากเรือ เป็นช่วงบ่ายพอดี แสงแดดแผดจ้าจนแทบลืมตาไม่ขึ้นชุนซิ่งกางร่มให้ข้า ส่วนอาจิ่นจับมือข้าไว้แน่น พลางมองสำรวจรอบด้านด้วยความอยากรู้อยากเห็นท่าเรือคึกคักด้วยเสียงผู้คนเซ็งแซ่ ลูกหาบและพ่อค้าแม่ค้าสัญจรไปมาขวักไขว่ ในอากาศอบอวลด้วยไอชื้น เคล้ากลิ่นดอกไม้จางๆ“ท่านแม่ ที่นี่ร้อนมากเลย” ใบหน้าเล็กๆ ของอาจิ่นแดงระเรื่อข้าลูบศีรษะเขาเบาๆ “พอชินแล้วก็จะดีขึ้นเอง”ที่ดินพร้อมเรือนที่ท่านแม่ทิ้งไว้ในหลิ่งหนานอยู่นอกเมือง เป็นเรือนพักสามช่วงลานต่อเนื่องกัน แม้จะโอ่อ่าไม่เท่าจวนโหวในเมืองหลวง แต่ก็เงียบสงบและงดงามอย่างมีรสนิยมผู้ดูแลเคยเป็นคนของมารดาเมื่อครั้งท่านยังมีชีวิต พอได้ข่าวว่าข้ามา นางก็มารออยู่หน้าประตูแต่เนิ่นๆ“คุณหนู!”พอเห็นข้า ขอบตาของนางก็แดงขึ้นทันทีข้าบอกนางว่าไม่ต้องมากพิธี แล้วพาอาจิ่นเข้าไปในลานเรือนภายในลานเรือนเต็มไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด ด้านหลังเรือนยังมีแปลงผักอีกแปลง ทุกอย่างได้รับการดูแลไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย“หลายปีมานี้ ต้องขอบใจเจ้ามาก”ข้ากล่าวกับผู้ดูแล“นี่เป็นสิ่งที่บ่าวควรทำอยู
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status