All Chapters of พบเธอครั้งเดียว แพ้ไปทั้งชีวิต: Chapter 1 - Chapter 10

25 Chapters

บทที่ 1

เธอพบฟู่ซือเหนียนเป็นครั้งแรกในปีที่อายุสิบแปดเธอรับสายจากแม่ “ฮวานฮวาน พ่อของลูกประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนนี้กำลังช่วยชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาล อาการหนักมาก ลูกรีบกลับมาดูใจพ่อเถอะ”เสิ่นชิงฮวานคิดอะไรไม่ออก เธอลนลานจนไม่ทันดูทาง วิ่งพรวดออกไปชนเข้ากับรถของฟู่ซือเหนียนเต็มๆโชคดีที่ฟู่ซือเหนียนเหยียบเบรกได้ทัน เธอจึงบาดเจ็บไม่หนัก พอลุกขึ้นมาก็วิ่งกะเผลกมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลทันทีฟู่ซือเหนียนรั้งเธอไว้ พอถามจนรู้ต้นสายปลายเหตุ เขาก็โทรศัพท์ไปสายหนึ่ง ก่อนจะพาเธอไปส่งโรงพยาบาลด้วยตัวเองเมื่อพวกเขาไปถึง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็รีบพาทีมที่เชี่ยวชาญที่สุดเข้าห้องผ่าตัด และช่วยพ่อของเธอกลับมาจากความเป็นความตายเสิ่นชิงฮวานกับแม่กอดกันแน่น ทั้งคู่ดีใจจนหลั่งน้ำตาดวงตาของเธอพร่าพรายด้วยหยาดน้ำตา ขณะมองเห็นฟู่ซือเหนียนยืนอยู่ไม่ไกล กำลังเอ่ยขอบคุณผู้อำนวยการด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาตอนนั้นเองเสิ่นชิงฮวานถึงได้รู้ว่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นคนที่เขาตามมาในชั่วขณะนั้น เด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับเทพเจ้าที่ลงมาปรากฏในโลกของเธอตอนแรกเสิ่นชิงฮวานเพียงอยากตอบแทน
Read more

บทที่ 2

เสิ่นชิงฮวานยังไม่ทันได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นประตูห้องทำงานของฟู่ซือเหนียนถูกผลักเปิดออก ก่อนเซี่ยหลินหลินจะเดินออกมาหล่อนสวมชุดราตรีโอต์กูตูร์ แต่งหน้าอย่างประณีต ทุกอิริยาบถเต็มไปด้วยราศีคุณหนูตระกูลใหญ่ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม ทั้งยังวางตัวในบริษัทอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับตนเป็นนายหญิงของตึกแห่งนี้ในที่สุดเสิ่นชิงฮวานก็เข้าใจเสียทีว่า สายตาแฝงนัยของเพื่อนร่วมงานเหล่านั้นมีที่มาอย่างไรเพราะอย่างไรเสีย ทุกคนก็เคยคิดว่าเธอจะได้เป็นว่าที่นายหญิงของบริษัทแต่เพียงชั่วข้ามคืน ฟู่ซือเหนียนกลับหมั้นหมายเสียแล้ว สถานะของเธอจึงกลายเป็นเรื่องกระอักกระอ่วนกลับเป็นเซี่ยหลินหลินเสียเองที่เมื่อเห็นเสิ่นชิงฮวานแล้ว ดูราวกับไม่มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจอยู่เลยแม้แต่น้อยใบหน้าของเธอแต้มด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนยื่นบัตรเชิญในมือให้เสิ่นชิงฮวาน พร้อมเอ่ยเชื้อเชิญอย่างเป็นกันเอง“อรุณสวัสดิ์ค่ะ เลขาเสิ่น อีกหนึ่งสัปดาห์จะเป็นงานหมั้นของฉันกับซือเหนียน ฉันตั้งใจเอาบัตรเชิญมาให้ทุกคนโดยเฉพาะเลยค่ะ”“เลขาเสิ่นทำงานกับซือเหนียนมานานที่สุด ถึงวันงานต้องให้เกียรติมาร่วมให้ได้นะคะ”เสิ่นชิงฮวานคลี
Read more

บทที่ 3

หลังกลับถึงบ้าน เสิ่นชิงฮวานก็บอกเพื่อนสนิทไม่กี่คนว่าตัวเองกำลังจะลาออกจากงานและกลับบ้านเกิดพวกเธอจึงนัดกันไปกินข้าวในวันรุ่งขึ้นเธอคิดว่า ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้พบฟู่ซือเหนียนอีกแล้วแต่ไม่คิดเลยว่า ขณะเดินตามพนักงานไปยังห้องส่วนตัว เธอกลับเหลือบเห็นร่างคุ้นตาร่างหนึ่งอยู่บนชั้นสองฟู่ซือเหนียนกับเพื่อนของเขายืนพิงราวกั้นสูบบุหรี่อยู่ชายหนุ่มหันหลังให้เธอ ปลายนิ้วคีบบุหรี่ที่มีประกายแดงฉาน แผ่นหลังนั้นดูเดียวดายอยู่บ้างอย่างบอกไม่ถูกเสิ่นชิงฮวานมองเพียงแวบเดียวก็ก้มหน้าลง แสร้งทำเป็นไม่เห็นทว่าสายลมกลับพัดพาเสียงของฟู่ซือเหนียนที่กำลังพูดคุยกับคนอื่นมาถึงเธอได้ยินเพียงเสียงเพื่อนของเขาถามว่า “คิดจะแต่งงานกับเซี่ยหลินหลินจริงๆ เหรอ? เลขาเสิ่นอยู่ข้างนายมาตั้งหลายปี พวกเรายังนึกว่านายจะแต่งงานกับเธอเสียอีกนะ”ฟู่ซือเหนียนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่เคยคิดเรื่องนั้น”เพื่อนของเขาหัวเราะพลางหยอก “เลขาเสิ่นน่ะ นอกจากฐานะทางครอบครัวจะด้อยไปหน่อย หน้าตาก็โดดเด่น ทำงานก็รอบคอบ แถมยังทุ่มเทให้นายหมดใจ ตั้งหลายปีมานี้นายไม่เคยหวั่นไหวกับเธอเลยหรือไง?”ฟู่ซือเหนียนเงียบไปสองวินา
Read more

บทที่ 4

เสิ่นชิงฮวานถอนหายใจออกมาอย่างไร้สุ้มเสียง “ฉันทำแผลให้คุณก่อนแล้วกัน”ฟู่ซือเหนียนไม่แสดงท่าทีว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธท่าทีของเขาดูแปลกผิดปกติอยู่บ้าง พอเสิ่นชิงฮวานเดินเข้าไปใกล้และได้กลิ่นเหล้าแรงจัดจากตัวเขา เธอก็คาดว่าเขาคงเมาอยู่บ้างจริงๆเขาคงลืมไปแล้วว่า เธอไม่ใช่เลขาของเขาอีกต่อไปแล้วพนักงานเหมือนได้รับการปลดปล่อย รีบไปนำกล่องปฐมพยาบาลของร้านอาหารมาทันทีเสิ่นชิงฮวานอยู่ข้างฟู่ซือเหนียนมาหลายปี เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ เธอจึงตั้งใจเรียนรู้เรื่องการปฐมพยาบาลไว้ไม่น้อย และคุ้นเคยกับการจัดการเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดีมานานแล้วเธอขยับเข้าไปใกล้ มองฝ่ามือของเขาที่เลือดเนื้อเละจนแทบดูไม่ออก คิ้วพลันขมวดขึ้นโดยไม่รู้ตัว“อาจจะเจ็บนิดหน่อย ทนหน่อยนะ”“อืม”เสิ่นชิงฮวานค่อยๆ คีบเศษแก้วที่ฝังอยู่ในฝ่ามือของเขาออกอย่างระมัดระวัง ก่อนใส่ยาให้จากนั้นเธอก็เผลอเป่าแผลให้เขาเบาๆ ราวกับกำลังปลอบเด็กชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะมองเสี้ยวหน้าของเธอที่ดูอ่อนโยนและจดจ่อ ลูกกระเดือกพลันขยับวูบหนึ่งเสิ่นชิงฮวานจัดการบาดแผลอย่างละเอียดและตั้งใจจนเรียบร้อย ก่อนปิดท้ายด้วยการผูกโบอ
Read more

บทที่ 5

วันรุ่งขึ้น ทันทีที่เสิ่นชิงฮวานตื่นขึ้นมา เธอก็ได้รับข้อความจากอดีตเพื่อนร่วมงาน“ชิงฮวาน ฉันเก็บสร้อยคอเส้นหนึ่งได้แถวโต๊ะทำงานของเธอ เธอยังต้องการอยู่ไหม?”อีกฝ่ายส่งรูปมาให้หนึ่งรูปเสิ่นชิงฮวานกดเปิดรูปดู ถึงเพิ่งจำได้ว่านั่นคือของขวัญวันเกิดที่แม่มอบให้เมื่อสองปีก่อน และเธอก็ชอบมันมากมาโดยตลอดเสิ่นชิงฮวานเดาว่า ตอนออกจากงานเธอคงรีบร้อนเกินไป จึงเผลอทิ้งสร้อยเส้นนั้นไว้เธอจึงนัดกินข้าวกับอดีตเพื่อนร่วมงานทันทีเสิ่นชิงฮวานมาถึงเร็ว พอสั่งอาหารที่ร้านซึ่งเธอมักมากินสมัยยังทำงานอยู่เสร็จ จู่ๆ ก็เห็นเซี่ยหลินหลินเดินตรงมาจากบริเวณใกล้ๆใบหน้าของเซี่ยหลินหลินไม่เหลือรอยยิ้มหวานอย่างเคย กลับเจือความเย็นชาอยู่หลายส่วน ก่อนจะมุ่งตรงเข้าหาเสิ่นชิงฮวานเสิ่นชิงฮวานอดขมวดคิ้วไม่ได้ “คุณ...”ยังพูดไม่ทันจบ เซี่ยหลินหลินก็ยกมือขึ้นกะทันหัน ตบหน้าเธอดัง “เพียะ”พร้อมกันนั้น เซี่ยหลินหลินก็จงใจขึ้นเสียงว่า “นังแพศยา! ไสหัวออกจากบริษัทไปแล้วแท้ๆ ยังกล้ามายั่วคู่หมั้นของฉันอีก!”ภายในร้านอาหารพลันเงียบกริบ ทุกคนต่างหันมามองทางพวกเธอด้วยความตกตะลึงเสิ่นชิงฮวานถูกตบจนหน้าหัน ก่อนจะเข
Read more

บทที่ 6

น้ำเย็นจัดไหลจากศีรษะลงไปจนถึงในเสื้อผ้า ทำเอาเธอหนาวจนตัวสั่นเส้นผมเปียกชุ่มแนบติดใบหน้า ส่วนเสื้อผ้าก็เปียกโชกจนเห็นแนวโค้งของชุดชั้นใน ทำให้เธอดูหมดสภาพอย่างยิ่งฟู่ซือเหนียนมองดวงตาของเสิ่นชิงฮวานที่เอ่อคลอด้วยน้ำตาจากความคับข้องใจ แต่เธอกลับฝืนกลั้นมันไว้“ขอโทษหลินหลินซะ”ใช่แล้ว สำหรับฟู่ซือเหนียน มันเป็นเช่นนี้มาโดยตลอดเขาไม่สนว่าใครถูกใครผิด เพียงปกป้องคนที่เขาอยากปกป้องเท่านั้นเซี่ยหลินหลินที่ยืนอยู่ข้างๆ ตกตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นกระหยิ่มใจทันที เธอมองเสิ่นชิงฮวานอย่างท้าทาย รอให้อีกฝ่ายเอ่ยคำขอโทษเสิ่นชิงฮวานเอ่ยอย่างอึ้งงัน “ถ้า...ฉันไม่ขอโทษล่ะ?”สีหน้าของฟู่ซือเหนียนฉายความเย็นชาไร้เยื่อใย “รังแกคู่หมั้นของผม ผมจะทำให้คุณอยู่ในเมืองจิงต่อไปไม่ได้อีก ส่วนเงินในบัตรของคุณ อย่าหวังว่าจะเอาไปได้แม้แต่สักสตางค์เดียว”เสิ่นชิงฮวานหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นทุกคนต่างคิดว่า ที่เธออยู่ข้างเขามาตลอดก็เพราะเงินคิดว่าเธอตัดใจจากแสงสีและความรุ่งเรืองของเมืองใหญ่นี้ไม่ได้ ต่อให้ต้องผ่านความยากลำบากสักแค่ไหนก็ยังจะอยู่ต่อให้ได้แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ตั้งแต่แ
Read more

บทที่ 7

ภายในงานหมั้น ฟู่ซือเหนียนใจลอยอยู่เป็นระยะทั้งที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนที่เขาวางไว้ แต่เขากลับไม่รู้สึกยินดีหรือมีความสุขแม้แต่น้อยเขารู้สึกไม่สบายเอาเสียเลย ตั้งแต่ร่างกายไปจนถึงจิตใจ ล้วนมีความรู้สึกไม่สบายบางอย่างที่ยากจะบรรยายกลางอกอึดอัดจนใจไม่สงบ ภาพใบหน้าซีดเผือดของเสิ่นชิงฮวานผุดขึ้นในความคิดเป็นระยะเขาฝืนทนจนกระทั่งงานเลี้ยงจบ เซี่ยหลินหลินจึงขยับเข้ามาใกล้ ก่อนเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปแนบชิดกับอ้อมอกของเขา แล้วโอบแขนทั้งสองรอบคอเขาไว้แน่นงานเลี้ยงหมั้นดำเนินไปอย่างราบรื่น เธออารมณ์ดีมาก ซบอยู่ในอ้อมอกของเขาพลางออดอ้อน ปลายนิ้วยังไล่วนอยู่บนแผงอกของเขาอย่างยั่วเย้า“ซือเหนียน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณก็เป็นของฉันแล้วนะ ในเมื่อมีตราของฉันเซี่ยหลินหลินประทับไว้แล้ว ต่อไปก็ไม่มีใครแย่งคุณไปได้อีก”ทันทีที่ฟู่ซือเหนียนได้กลิ่นอายจากตัวเธอ ปฏิกิริยาแรกกลับเป็นความรู้สึกรังเกียจ จนอยากดึงเธอออกห่างน้ำหอมที่เซี่ยหลินหลินใช้มีกลิ่นหวานเลี่ยนเกินไปไม่เหมือนเสิ่นชิงฮวานที่แทบไม่ใช้น้ำหอมเลยเธอมีกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ใกล้ปลายจมูก ไม่แรงจนรบกวนความรู้สึก แต่ก็ไ
Read more

บทที่ 8

บอดี้การ์ดตอบอย่างนอบน้อมทันที “การผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ คุณเสิ่นให้ความร่วมมือตลอด การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่นครับ”นิ้วของฟู่ซือเหนียนที่กำโทรศัพท์อยู่กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยจนซีดขาวเขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยถามว่า “แล้วเธอร้องไห้หรือเปล่า...”ทันทีที่ถามออกไป เขาก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะวางสายทันทีฟู่ซือเหนียนรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง เขาโน้มตัวไปค้นช่องเก็บของฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า แล้วพบสมุดอยู่หลายเล่มหากเสิ่นชิงฮวานอยู่ที่นี่ เธอคงต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า นี่กลับเป็นสมุดหลายเล่มที่เธอเคยโยนทิ้งลงถังขยะผู้ชายอย่างฟู่ซือเหนียน ถึงกับมีคราวที่เก็บของขึ้นมาจากถังขยะเหมือนกันโชคดีที่ตอนนั้นเพิ่งเปลี่ยนถุงขยะ สมุดที่โยนลงไปจึงไม่เปื้อนเลยฟู่ซือเหนียนเปิดสมุดบันทึก มองข้อความที่คุ้นตาบนนั้น ก่อนจะเผลอใจลอยไปเล็กน้อยในสมุดบันทึกนั้น จดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เสิ่นชิงฮวานสังเกตเห็นมาตั้งแต่เข้าทำงานที่ฟู่ซื่อทุกสิ่งที่บันทึกอยู่ในนั้นล้วนมีเขาเป็นศูนย์กลาง“จุดสำคัญ: ประธานฟู่รักความสะอาดจัด ต้องเตรียมทิชชูเปียกฆ่าเชื้อพกติดตัวไว้เสมอ”“ประธานฟู่ไม่ชอบกินมะระ”“ฟู่ซ
Read more

บทที่ 9

ฟู่ซือเหนียนขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเย็นเยียบ “พวกคุณเป็นใคร? แล้วเสิ่นชิงฮวานล่ะ?”ทั้งสองคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่หญิงสาวจะนึกขึ้นได้เป็นคนแรก แล้วเอ่ยเตือนสามีของเธอว่า “เจ้าของบ้านคนเดิมคนนั้นไง”ชายคนนั้นถึงได้นึกออกเห็นฟู่ซือเหนียนแต่งกายหรูหรา ทั้งรูปลักษณ์ยังโดดเด่นไม่ธรรมดา ชายคนนั้นจึงเอ่ยอย่างสุภาพเกรงใจว่า “เธอขายห้องให้พวกเราแล้ว และย้ายออกไปแล้ว เห็นบอกว่าเตรียมกลับบ้านเกิดไปดูตัวและแต่งงาน”ฟู่ซือเหนียนพลันรู้สึกร้อนรนในอก เขาผลักชายคนนั้นให้พ้นทาง ก่อนรีบพุ่งเข้าไปในอพาร์ตเมนต์อพาร์ตเมนต์ที่ครั้งหนึ่งเคยคุ้นเคยอย่างยิ่ง บัดนี้เปลี่ยนไปมากแล้วของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เขากับเสิ่นชิงฮวานซื้อหามาเพิ่มตลอดหลายปีมานี้ ไม่เหลืออยู่สักชิ้น ทุกอย่างหายไปหมดส่วนของชิ้นใหญ่อย่างโซฟายังอยู่ เพียงแต่บนนั้นวางข้าวของของชายหญิงคู่นี้ไว้ค้นไปทั่วทั้งห้องก็ไม่พบร่องรอยของเขากับเสิ่นชิงฮวานที่เคยมีอยู่แม้แต่น้อยแน่นอนว่าเขาไม่เชื่อว่าเธอจะกลับบ้านเกิดไปดูตัวและแต่งงาน เขาคิดเพียงว่านั่นเป็นข้ออ้างที่เธอใช้ในการขายห้องเท่านั้นทว่าเธอกลับจากไปแล้วจริงๆน้ำเสียงของเขาแหบพร่
Read more

บทที่ 10

เสิ่นชิงฮวานมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องบังเอิญถึงขนาดนี้เมืองโจวซึ่งเป็นบ้านเกิดของเสิ่นชิงฮวาน อยู่ห่างจากเมืองจิงเป็นระยะทางที่ต้องใช้เวลาบินสองชั่วโมงตอนนั้นเสิ่นชิงฮวานกำลังเรียนอยู่ที่เมืองจิง พ่อเสิ่นเดินทางมาเมืองจิงเพื่อแลกเปลี่ยนและศึกษาดูงาน โดยพาแม่เสิ่นมาด้วย ตั้งใจจะไปเยี่ยมเสิ่นชิงฮวานที่โรงเรียน แต่กลับประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างทางหลังได้รับการช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตราย พ่อเสิ่นพักฟื้นอยู่ที่เมืองจิงระยะหนึ่ง ก่อนจะกลับเมืองโจว และตลอดหลายปีมานี้สองสามีภรรยาก็อาศัยอยู่ที่บ้านเกิดมาโดยตลอดพวกเขารู้ว่าเสิ่นชิงฮวานทำงานอยู่ที่ฟู่ซื่อ และรู้ด้วยว่าเธอเป็นเลขานุการของฟู่ซือเหนียน แต่กลับไม่รู้ว่าเธอกับฟู่ซือเหนียนยังมีความสัมพันธ์อีกอย่างหนึ่งสองสามีภรรยารู้สึกขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือที่ฟู่ซือเหนียนมีต่อพวกเขา ทุกครั้งที่ส่งของขึ้นชื่อจากบ้านเกิดมาให้เสิ่นชิงฮวาน พวกเขาก็จะให้เธอนำส่วนหนึ่งไปให้ฟู่ซือเหนียนด้วยแม้แต่ตอนขึ้นเขาไปขอเครื่องรางคุ้มครองให้เสิ่นชิงฮวาน พวกเขาก็ยังขอเผื่อฟู่ซือเหนียนอีกหนึ่งชิ้นก็เพราะตอนนี้เสิ่นชิงฮวานอายุมาก
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status