Partager

บทที่ 2

Auteur: ชั่วเปี๋ยจื้อต้าหวัง
เสิ่นชิงฮวานยังไม่ทันได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นประตูห้องทำงานของฟู่ซือเหนียนถูกผลักเปิดออก ก่อนเซี่ยหลินหลินจะเดินออกมา

หล่อนสวมชุดราตรีโอต์กูตูร์ แต่งหน้าอย่างประณีต ทุกอิริยาบถเต็มไปด้วยราศีคุณหนูตระกูลใหญ่ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม ทั้งยังวางตัวในบริษัทอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับตนเป็นนายหญิงของตึกแห่งนี้

ในที่สุดเสิ่นชิงฮวานก็เข้าใจเสียทีว่า สายตาแฝงนัยของเพื่อนร่วมงานเหล่านั้นมีที่มาอย่างไร

เพราะอย่างไรเสีย ทุกคนก็เคยคิดว่าเธอจะได้เป็นว่าที่นายหญิงของบริษัท

แต่เพียงชั่วข้ามคืน ฟู่ซือเหนียนกลับหมั้นหมายเสียแล้ว สถานะของเธอจึงกลายเป็นเรื่องกระอักกระอ่วน

กลับเป็นเซี่ยหลินหลินเสียเองที่เมื่อเห็นเสิ่นชิงฮวานแล้ว ดูราวกับไม่มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจอยู่เลยแม้แต่น้อย

ใบหน้าของเธอแต้มด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนยื่นบัตรเชิญในมือให้เสิ่นชิงฮวาน พร้อมเอ่ยเชื้อเชิญอย่างเป็นกันเอง

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ เลขาเสิ่น อีกหนึ่งสัปดาห์จะเป็นงานหมั้นของฉันกับซือเหนียน ฉันตั้งใจเอาบัตรเชิญมาให้ทุกคนโดยเฉพาะเลยค่ะ”

“เลขาเสิ่นทำงานกับซือเหนียนมานานที่สุด ถึงวันงานต้องให้เกียรติมาร่วมให้ได้นะคะ”

เสิ่นชิงฮวานคลี่ยิ้มอย่างเหมาะสมกับกาลเทศะขึ้นมาทันที ก่อนรับบัตรเชิญจากมือเซี่ยหลินหลินด้วยสองมือ

“ขอแสดงความยินดีกับคุณเซี่ยและประธานฟู่ด้วยค่ะ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของเซี่ยหลินหลินยังคงไม่เปลี่ยน เธอขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย ก่อนเอ่ยทั้งรอยยิ้มด้วยเสียงที่มีเพียงพวกเธอเท่านั้นได้ยิน

“ได้ยินมาว่าเธอคิดมาตลอดว่าตัวเองจะได้แต่งเข้าตระกูลฟู่งั้นเหรอ? ช่างเพ้อฝันเสียจริงนะ”

“ซือเหนียนก็แค่เอาเธอไว้ฝึกฝีมือเท่านั้น ไม่อย่างนั้นหลังแต่งงานแล้ว เขาจะทำให้ฉันพอใจได้ยังไงล่ะ?”

“เบิกตาให้กว้าง แล้วดูให้ชัดเสียว่าเธอกับพวกเราต่างกันแค่ไหน จะได้ตัดใจเสียแต่เนิ่นๆ”

ตลอดเวลานั้นเซี่ยหลินหลินยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า ท่าทีสนิทสนมเสียจนคนที่ไม่รู้เรื่องคงนึกว่าพวกเธอกำลังกระซิบคุยเรื่องส่วนตัวกันอยู่

สีหน้าของเสิ่นชิงฮวานไม่เปลี่ยนไป ทว่านิ้วที่กำสายกระเป๋าไว้กลับซีดขาวเล็กน้อย

เธอเข้าใจการกระทำของเซี่ยหลินหลินได้ เพราะอย่างไรเสีย คงไม่มีใครอยากเห็นอดีตคนรักของสามีตัวเองมาเดินวนเวียนอยู่ต่อหน้าต่อตา

แต่ถึงอย่างนั้น ในอกก็ยังอึดอัดอยู่บ้าง

เสิ่นชิงฮวานเม้มริมฝีปาก ก่อนเป็นฝ่ายวางตัวต่ำลงอีก “คุณเซี่ยวางใจได้ค่ะ ฉันรู้ดีว่าตัวเองอยู่ในฐานะไหน”

รอยยิ้มของเซี่ยหลินหลินเจือความเย็นชา “ทางที่ดีก็ขอให้เป็นอย่างนั้น แต่ฉันน่ะ...ไม่เคยชอบเดิมพันว่าคนอื่นจะรู้ตัวดีพอหรือเปล่า”

วินาทีต่อมา เซี่ยหลินหลินก็คว้ามือเสิ่นชิงฮวานไว้ ก่อนจู่ๆ จะทิ้งตัวล้มไปด้านหลัง

เสิ่นชิงฮวานยังไม่ทันตั้งตัว เธอก็ล้มลงกับพื้นเสียแล้ว พลางกรีดร้องขึ้นหนึ่งครั้ง ก่อนมองเสิ่นชิงฮวานด้วยสีหน้าตกตะลึง

“เลขาเสิ่น ฉันอุตส่าห์หวังดีชวนคุณมาร่วมงานหมั้น ทำไมจู่ๆ ถึงผลักฉันล้มล่ะ?”

ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออก ฟู่ซือเหนียนก้าวยาวๆ เดินออกมา

พอเห็นเซี่ยหลินหลินล้มอยู่บนพื้น เขาก็รีบเดินเข้าไปหา ก่อนประคองเธอให้ลุกขึ้น

“หลินหลิน เกิดอะไรขึ้น?”

เซี่ยหลินหลินมองเขาด้วยดวงตาแดงระเรื่อ

“ฉันเอาบัตรเชิญมาให้เลขาเสิ่น ชวนเธอมาร่วมงานหมั้นของเรา แต่จู่ๆ เธอก็ทำหน้าไม่พอใจแล้วผลักฉันล้ม แถมยังไล่ให้ฉันไสหัวไปอีก”

ฟู่ซือเหนียนเหลือบมองเสิ่นชิงฮวาน แววตาฉายความเย็นชา

เสิ่นชิงฮวานขมวดคิ้ว รีบอธิบาย “ฉันไม่ได้...”

ทว่าฟู่ซือเหนียนกลับตัดบทเธอทันที ก่อนหันไปพูดกับเซี่ยหลินหลินว่า

“เธอมีฐานะอะไร? ถึงต้องให้คุณไปเชิญด้วยตัวเองด้วย?”

บรรยากาศพลันเงียบลง คำดูแคลนอย่างไร้เยื่อใยของเขาทำให้กลางอกของเสิ่นชิงฮวานเจ็บแปลบขึ้นมาชั่วขณะ

เซี่ยหลินหลินชะงักไปเล็กน้อย แต่ไม่นานแววตาก็เจือรอยยิ้ม ก่อนจะกระเง้ากระงอดออดอ้อนฟู่ซือเหนียน

“แต่ถึงยังไงเธอก็เป็นหัวหน้าเลขานุการของคุณนี่นา ฉันก็แค่อยากช่วยคุณผูกใจคนเก่งไว้เท่านั้นเอง”

ฟู่ซือเหนียนช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิงทันที ก่อนเดินเข้าไปในห้องทำงาน

ระหว่างเดิน เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงออกจะเอาแต่ใจอยู่บ้าง

“คุณคือว่าที่นายหญิงของบริษัท ไม่มีใครสำคัญไปกว่าคุณ เท้าแพลงตรงไหน? ให้ผมดูหน่อยสิ”

เสิ่นชิงฮวานยืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ มองตามแผ่นหลังของพวกเขา

เซี่ยหลินหลินช่างใจร้อนเสียจริง แม้แต่ใบลาออกของเธอก็ยังรอไม่ไหว

แต่การแสดงที่ไม่แนบเนียนถึงขนาดนี้ ฟู่ซือเหนียนจะมองไม่ออกได้ยังไงกัน

ทว่าเขากลับเต็มใจปกป้องเธอเสียอย่างนั้น

ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ความเป็นธรรมบางอย่าง ไม่ใช่แค่ร้องไห้โวยวายแล้วจะเรียกร้องมาได้

เสิ่นชิงฮวานรู้สึกขมปร่าในอก แต่ยังคงหยิบใบลาออกออกมาอย่างสงบนิ่ง

ขณะที่เธอกำลังจะเข้าไปให้ฟู่ซือเหนียนเซ็นใบลาออก ก็เห็นเขาเดินออกมาเสียก่อน

ชายหนุ่มร่างสูงสง่าก้าวเข้ามา ชายเสื้อสะบัดตามจังหวะเดิน นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะของเธอเบาๆ ก่อนเอ่ยแจ้งตรงๆ

“หลินหลินไม่อยากเห็นหน้าคุณ ลาออกซะ”

สีหน้าเคร่งขรึมของฟู่ซือเหนียนฉายความเย็นชาไร้เยื่อใย

เสิ่นชิงฮวานใจสะท้านวูบ มือกำใบลาออกที่เตรียมไว้ตั้งแต่เช้าแน่นขึ้น

เธอทำงานให้ฟู่ซื่ออย่างทุ่มเทและตั้งใจมาตลอดเจ็ดปี ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องจากไปอย่างน่าอับอายเช่นนี้

เธอยิ้มขื่น ก่อนพยักหน้าช้าๆ “ได้ค่ะ”

ท่าทีที่ไม่ร้องไห้ไม่โวยวายของเธอ กลับทำให้ฟู่ซือเหนียนรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เขาขมวดคิ้ว “วันนี้ก็ออกไปเลย ผมจะให้ฝ่ายการเงินจ่ายค่าชดเชยให้คุณสองเท่า”

เสิ่นชิงฮวานยิ้มจางๆ “เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณประธานฟู่”

ฟู่ซือเหนียนหันหลังเดินจากไปทันที

เสิ่นชิงฮวานกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน ฉีกใบลาออกฉบับที่ไม่จำเป็นแล้วเป็นชิ้นๆ ก่อนยื่นคำร้องลาออกผ่านระบบของบริษัทโดยตรง

บางทีฟู่ซือเหนียนอาจแจ้งฝ่ายบุคคลไว้ล่วงหน้า คำร้องลาออกจึงผ่านการอนุมัติแต่ละขั้นแทบจะในทันที จนส่งต่อไปถึงฟู่ซือเหนียน

ต่อจากนั้นทันที หน้าจอของเสิ่นชิงฮวานก็เด้งข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาว่า “คำร้องลาออกของคุณได้รับการอนุมัติแล้ว”

แทบจะในเวลาเดียวกัน เงินชดเชยจากการเลิกจ้างก้อนโตก็ถูกโอนเข้าบัญชีของเสิ่นชิงฮวาน

เสิ่นชิงฮวานเก็บข้าวของเสร็จอย่างรวดเร็ว ขณะหอบข้าวของเดินออกไป เธอก็ผ่านหน้าห้องทำงานของฟู่ซือเหนียน

ประตูปิดไม่สนิท เผยให้เห็นช่องแคบๆ

ภายในห้องทำงาน ฟู่ซือเหนียนกำลังก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่

เซี่ยหลินหลินนั่งอยู่ข้างเขา กำลังกินของหวานอยู่

เธอตักกินเองหนึ่งคำ ก่อนตักขึ้นมาอีกช้อนแล้วยื่นไปป้อนฟู่ซือเหนียน “ลองชิมสิ อันนี้อร่อยนะ”

ฟู่ซือเหนียนกินเค้กคำนั้นจากช้อนที่เซี่ยหลินหลินเพิ่งใช้ โดยไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว “ก็อร่อยดี”

เสิ่นชิงฮวานมองใบหน้าของเขา ก่อนเผยรอยยิ้มเยาะตัวเองออกมา

ตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน เธอก็รู้แล้วว่าฟู่ซือเหนียนมีเรื่องต้องห้ามอยู่สองอย่าง

อย่างแรก เขารักความสะอาดมาก และไม่เคยใช้ภาชนะหรืออุปกรณ์รับประทานอาหารร่วมกับใคร

ในช่วงแรก แม้กระทั่งตอนอยู่บนเตียง เขาก็ไม่เคยจูบเธอเลย

ส่วนจูบแรกของพวกเขา เกิดขึ้นเพราะเธอเป็นไข้จนมึนงง ตอนที่กำลังพูดกับเขา ริมฝีปากของเธอเผลอเฉียดโดนริมฝีปากของเขาโดยไม่ตั้งใจ

เธอตกใจจนหน้าซีด ทว่าชายหนุ่มกลับก้มลงจูบเธออย่างเนิบช้า

ตอนนั้นเสิ่นชิงฮวานคิดว่า สำหรับเขาแล้ว เธอคงแตกต่างจากคนอื่น

อย่างที่สอง เขาไม่ชอบของหวาน

ตลอดเจ็ดปีที่อยู่ข้างเขา เสิ่นชิงฮวานไม่เคยเห็นเขากินของหวานเลย

นานๆ ครั้งที่เธอนึกอยากกินขึ้นมาและซื้อเค้กชิ้นเล็กให้ตัวเอง เขาก็ไม่เคยแม้แต่จะชายตามอง

เสิ่นชิงฮวานจดจำความชอบเหล่านี้ของเขาไว้อย่างขึ้นใจ จดบันทึกเสียเต็มสามเล่มใหญ่ เพราะกลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะทำอะไรผิดพลาดจนทำให้เขาไม่พอใจ

แต่ที่แท้ “คัมภีร์ลับวิทยายุทธ์” ของเธอก็เป็นเพียงเรื่องตลกเท่านั้น

เมื่อเจอคนที่ใช่ ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาก็พร้อมจะยอมรับได้

เสิ่นชิงฮวานหยิบสมุดบันทึกหนักอึ้งเหล่านั้นออกมา พลางยิ้มเยาะตัวเอง ก่อนโยนลงถังขยะอย่างไม่ลังเล แล้วหันหลังเดินจากไป

ฟู่ซือเหนียนเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร เห็นเงาร่างคุ้นตาแวบผ่านช่องประตูไปรางๆ จนเขาเหม่อไปเล็กน้อย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พบเธอครั้งเดียว แพ้ไปทั้งชีวิต   บทที่ 25

    “ผมได้รับข่าวว่าเซี่ยหลินหลินแอบหนีมาที่เมืองข้างเคียง แล้วบังเอิญว่าคุณก็มาทำงานที่นี่พอดี ผมเลยกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้น”“ยังดีที่มาทันเวลา”ขณะที่พูดอยู่ เปลือกตาของเขาก็ยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ก่อนภาพตรงหน้าจะดับวูบ แล้วทั้งร่างก็ทรุดล้มอย่างกะทันหันเสิ่นชิงฮวานรีบโอบรับเขาไว้โดยไม่รู้ตัว ไม่ปล่อยให้เขาล้มลงกับพื้นและเพราะจังหวะนี้เอง เธอจึงได้เห็นแผ่นหลังของเขากรดซัลฟิวริกที่เซี่ยหลินหลินสาดออกมาล้วนตกลงบนแผ่นหลังของเขา แม้จะมีเสื้อผ้าขวางกั้นอยู่ชั้นหนึ่ง แต่ตอนนี้แผ่นหลังบริเวณนั้นก็เปรอะชุ่มไปด้วยเลือดสดเสียแล้วน้ำตาของเสิ่นชิงฮวานพลันยิ่งไหลพรากหนักกว่าเดิม เธอรีบไปพร้อมกับบอดี้การ์ดของเขา ช่วยกันพาเขาส่งโรงพยาบาลกว่าจะส่งฟู่ซือเหนียนเข้าไปในห้องผ่าตัดเพื่อรับการช่วยเหลือฉุกเฉินได้สำเร็จ เฮ่อสิงโจวก็รีบเร่งตามมาถึงเช่นกันพอเห็นเสิ่นชิงฮวานอยู่หน้าห้องผ่าตัด เฮ่อสิงโจวก็พุ่งตรงเข้าไปหา และสิ่งแรกที่ทำคือรีบตรวจดูว่าเธอได้รับบาดเจ็บหรือเปล่าเสิ่นชิงฮวานเอ่ยทั้งน้ำตา “ฉันไม่เป็นไรค่ะ มันตกใส่ฟู่ซือเหนียนไปหมดแล้ว”ขณะที่พูด น้ำตาของเธอก็ยิ่งไหลพรากหนักกว่าเดิมเ

  • พบเธอครั้งเดียว แพ้ไปทั้งชีวิต   บทที่ 24

    เสิ่นชิงฮวานไม่คิดเลยว่าเซี่ยหลินหลินจะถึงกับตามมาจนถึงเมืองข้างเคียง เพียงเพื่อเล่นงานเธอเสิ่นชิงฮวานกัดฟันเอ่ย “เซี่ยหลินหลิน คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ?”เมื่อลองถามตัวเองดู แม้เธอจะไม่ได้เป็นมิตรกับเซี่ยหลินหลินมากมายอะไร แต่ก็ไม่เคยเป็นฝ่ายไปล่วงเกินอีกฝ่ายก่อนเลยสักครั้งกลับเป็นเซี่ยหลินหลินเสียอีกที่ทุกครั้งเอาแต่กัดไม่ปล่อย หาเรื่องเธอไม่ยอมเลิกรานอกประตู น้ำเสียงของเซี่ยหลินหลินแฝงความวางอำนาจ “เธอแย่งผู้ชายของฉันไป คิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆ แค่นี้หรือไง? ตอนอยู่เมืองจิงมีทั้งฟู่ซือเหนียนกับเฮ่อสิงโจวคอยปกป้องเธอ แต่ตอนนี้อยู่ที่นี่ ฉันจะดูซิว่ายังมีใครปกป้องเธอได้อีก!”เพราะฟู่ซือเหนียนได้กล่าวเตือนตระกูลฟู่ ช่วงนี้เธอจึงถูกพ่อแม่กักให้อยู่แต่ในบ้านมาโดยตลอด และไม่อนุญาตให้เธอออกไปไหนเซี่ยหลินหลินจะทนกล้ำกลืนความคับแค้นเช่นนี้ได้ยังไงกันเธอหาเรื่องตระกูลฟู่ไม่ไหว หรือแม้แต่เสิ่นชิงฮวานคนเดียว เธอก็ยังหาเรื่องไม่ได้อีกงั้นเหรอ?ถ้าไม่ใช่เพราะเสิ่นชิงฮวาน แล้วเธอจะถูกตระกูลฟู่เพ่งเล็งได้ยังไงเล่า?เธอเกลียดเสิ่นชิงฮวานเข้ากระดูกมานานแล้วเพียงแต่ช่วงนี้ทั้งฟู่ซือเหนีย

  • พบเธอครั้งเดียว แพ้ไปทั้งชีวิต   บทที่ 23

    ทันทีที่เสิ่นชิงฮวานมาถึงเมืองข้างเคียง จู่ๆ ความรู้สึกถึงอันตรายอย่างไร้ที่มาก็ผุดขึ้น ราวกับว่ากำลังมีใครบางคนจับจ้องเธออยู่เธอกวาดสายตาสังเกตรอบด้านโดยไม่รู้ตัว ทว่าทุกคนที่เดินผ่านไปมาล้วนดูเป็นเพียงคนสัญจรธรรมดามองใครก็ดูน่าสงสัยไปหมด แต่ไม่ว่าจะมองใคร กลับเหมือนเป็นเธอเองที่คิดมากเกินไปเสิ่นชิงฮวานเร่งฝีเท้า ไม่นานก็ออกจากสนามบินไปสมทบกับเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในเมืองข้างเคียงหลังจากพบกับเพื่อนร่วมงานแล้ว ความรู้สึกว่ากำลังถูกใครบางคนลอบจับตามองก็เบาบางลงเล็กน้อยเสิ่นชิงฮวานไม่ได้คิดเรื่องนั้นต่อ เธอไม่ได้ไปพักที่โรงแรม แต่ตรงไปยังบริษัทสาขาพร้อมเพื่อนร่วมงานทันที จากนั้นจึงพาเพื่อนร่วมงานของบริษัทสาขาไปพบฝ่ายคู่ค้าด้วยกันหลังจากวุ่นอยู่กับงานมาตลอดทั้งวัน เธอถึงได้กลับโรงแรมเพิ่งจัดข้าวของเข้าที่เรียบร้อย โทรศัพท์ของเสิ่นชิงฮวานก็ดังขึ้นทันทีพอเห็นว่าเป็นสายจากเฮ่อสิงโจว เสิ่นชิงฮวานก็เผลอยิ้มบางๆ ออกมา ก่อนจะกดรับสายทั้งสองจึงพูดคุยกันถึงความคืบหน้าของงานในวันนั้นไปตามธรรมชาติเดิมทีงานความร่วมมือครั้งนี้ เฮ่อสิงโจวควรเป็นคนมาเจรจาด้วยตัวเอง แต่พอดีมีเรื่องกะทัน

  • พบเธอครั้งเดียว แพ้ไปทั้งชีวิต   บทที่ 22

    เสิ่นชิงฮวานไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ฟู่ซือเหนียนจะมีมุมตื๊อไม่เลิกแบบนี้ด้วยเช้าวันรุ่งขึ้น ตอนกำลังจะออกไปทำงาน ฟู่ซือเหนียนก็มารออยู่หน้าประตูบ้านแล้ว ในมือหิ้วอาหารเช้าหนึ่งชุด เป็นชุดที่เธอเคยสั่งเป็นประจำสมัยยังอยู่ที่ฟู่ซื่อฟู่ซือเหนียนยื่นมันไปให้เธอ “ของที่เมื่อก่อนคุณชอบกินที่สุด”เสิ่นชิงฮวานเหลือบมองแวบหนึ่งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ที่เมื่อก่อนฉันสั่งบ่อย ไม่ใช่เพราะฉันชอบกิน แต่เพราะคุณต่างหากที่ชอบ ฉันไม่ชอบของว่างของร้านนั้นเอามากๆ”สีหน้าของฟู่ซือเหนียนแข็งค้างไปทันทีจังหวะนั้นเอง เฮ่อสิงโจวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็เปิดประตูออกมาพอดี ในมือหิ้วอาหารเช้ามาสองชุดเสิ่นชิงฮวานรับมาหนึ่งชุด แล้วเดินไปข้างหน้าพร้อมกับเฮ่อสิงโจวฟู่ซือเหนียนนิ่งอึ้งไปไม่กี่วินาที ก่อนจะรีบตามขึ้นมา“ถ้าอย่างนั้นคุณชอบกินอะไร พรุ่งนี้ผมค่อยเอามาให้คุณใหม่”เสิ่นชิงฮวานหันไปมองเขา “ประธานฟู่ ฉันยังชอบมาดหยิ่งทะนงไม่ยอมใครของคุณมากกว่านะ”ฟู่ซือเหนียน “…”เฮ่อสิงโจวหลุดหัวเราะออกมานี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่ซือเหนียนได้เห็นเสิ่นชิงฮวานในมุมฝีปากจัดเช่นนี้ ขณะขุ่นใจ ก็ยังอดรู้สึกแปลกใหม่อยู่บ้างไม่ไ

  • พบเธอครั้งเดียว แพ้ไปทั้งชีวิต   บทที่ 21

    ฟู่ซือเหนียนเหมือนจะตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง แทบจะเอ่ยปากบอกเธอโดยสัญชาตญาณว่าไม่ต้องพูดต่อแล้วแต่ริมฝีปากของเขากลับสั่นระริก ทั้งที่อยากเอ่ยห้าม กลับพูดอะไรออกมาไม่ได้เขารู้ดีว่า คำพูดที่เธอกำลังจะเอ่ยออกมา จะต้องทำให้เขาเจ็บปวดแทบขาดใจแต่เขากลับยังอยากฟังว่า เพราะอะไรกันเสียงอันไพเราะของเสิ่นชิงฮวานดังเข้าหูเขา ทว่าทุกคำกลับกลายเป็นคมมีด กรีดแทงเขาจนราวกับทั่วทั้งร่างอาบชุ่มไปด้วยเลือดเธอเอ่ยเสียงเบาว่า “ฟู่ซือเหนียน จริงๆ แล้วการตกหลุมรักคุณเป็นเรื่องง่ายเหลือเกิน คุณทั้งเก่งและโดดเด่น คุณมีพรสวรรค์ในแวดวงธุรกิจมาก คำชี้แนะเพียงไม่กี่คำที่คุณพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ ก็ทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมาย”“แต่การรักคุณ มันเหนื่อยมากจริงๆ ตลอดเจ็ดปี ฉันทุ่มสุดกำลังวิ่งไล่ตามคุณอยู่ข้างหลัง เพื่อให้ตัวเองสามารถยืนเคียงข้างคุณได้ ก้าวเล็กๆ ที่คุณก้าวออกไปอย่างง่ายดาย ฉันกลับต้องไล่ตามทั้งวันทั้งคืนแทบไม่ได้หลับได้นอน”“ฉันทำได้เพียงใช้ชีวิตวนเวียนอยู่รอบตัวคุณ จนไม่มีแม้แต่สิ่งที่ตัวเองชอบอีกต่อไป ฉันเป็นเพียงเลขานุการของฟู่ซือเหนียน ฉันมีตัวตนอยู่ก็จริง แต่กลับไม่เคยได้ใช้ชีวิตในแบ

  • พบเธอครั้งเดียว แพ้ไปทั้งชีวิต   บทที่ 20

    ฟู่ซือเหนียนกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว มองเธออย่างประหม่าอยู่บ้างเสิ่นชิงฮวานเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจคิดไม่ถึงว่าคนอย่างฟู่ซือเหนียน ก็มีวันที่คิดจะหวนกลับไปหาคนรักเก่าเหมือนกัน?แต่แทบไม่ต้องคิด เธอก็ส่ายหน้า “ไม่ค่ะ”ฟู่ซือเหนียนมองเธออย่างนิ่งอึ้ง ก่อนย้ำว่า “ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่เป็นแฟนสาวของผมอย่างเป็นทางการ”คราวนี้เสิ่นชิงฮวานประหลาดใจจริงๆ เธอมองเขาอย่างตกตะลึงฟู่ซือเหนียนดูไม่คุ้นเคยกับการทำเช่นนี้อยู่บ้าง แต่ยังคงจ้องมองเธออย่างดื้อดึง น้ำเสียงอ่อนลงจนแทบเป็นการวิงวอน“ได้ไหม?”เสิ่นชิงฮวานนิ่งไปเพียงสามวินาที ก่อนค่อยๆ ส่ายหน้า “เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว”แววตาของฟู่ซือเหนียนค่อยๆ หม่นลงทีละน้อยเขามองเสิ่นชิงฮวาน ก่อนรีบอธิบายอย่างร้อนรนและทำอะไรไม่ถูก“ชิงฮวาน คุณอยู่ข้างผมมาตั้งหลายปี ผมสัมผัสได้ว่าคุณใส่ใจผมแค่ไหน และรักผมมากแค่ไหน”“คนที่รักผม คนที่เข้าหาผมมีมากมาย บางคนอาจเป็นเพราะสถานะและความมั่งคั่งของผม บางคนอาจเพียงเพราะหน้าตาของผม ผมยอมรับว่า ครั้งหนึ่งผมไม่เคยเห็นค่าความรู้สึกที่คุณมีให้เลย”“กว่าผมจะเริ่มรู้ตัว ผมก็ตกหลุมรักคุณไปตั้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status