Short
พบเธอครั้งเดียว แพ้ไปทั้งชีวิต

พบเธอครั้งเดียว แพ้ไปทั้งชีวิต

By:  ชั่วเปี๋ยจื้อต้าหวังCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
25Chapters
57views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ค่ำคืนสุดท้ายกับฟู่ซือเหนียน เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่เป็นพิเศษ เสิ่นชิงฮวานเผลอสัมผัสถูกแหวนที่นิ้วของเขา แล้วเธอก็นึกถึงข่าวลือที่เห็นเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า ฟู่ซือเหนียนกำลังจะแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับคุณหนูตระกูลเซี่ย ชายคนนั้นสังเกตเห็นว่าเธอกำลังใจลอย จึงก้มลงจูบเธออย่างเอาแต่ใจเนิ่นนาน ขณะที่เธอกำลังเคลิบเคลิ้มจนใจสับสน เขาก็สอดบัตรธนาคารใบหนึ่งเข้าไปในชุดชั้นในของเธอ “เด็กดี เดือนหน้าผมจะแต่งงานแล้ว เลิกกันเถอะ” เสิ่นชิงฮวานพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ได้สิ” ฟู่ซือเหนียนเห็นว่าเธอไม่ร้องไห้ไม่โวยวาย กลับขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?” เสิ่นชิงฮวานหัวเราะเบาๆ พลางส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ” เธอผ่านพ้นช่วงที่จะเป็นอะไรมานานแล้ว ทุกคนที่รู้จักพวกเขาต่างรู้ดีว่า เสิ่นชิงฮวานรักฟู่ซือเหนียนจนคลั่ง ตั้งแต่อายุสิบแปด เธอก็วิ่งตามหลังเขามาตลอด พอเรียนจบก็เข้าทำงานที่ฟู่ซื่อ และกลายเป็นเลขาของเขา กลางวันเธอคอยทำงานประสานกับเขา กลางคืนก็ปรนนิบัติเขาบนเตียงใหญ่ เธอทนอยู่ข้างกายเขาโดยไม่มีชื่อเรียก ไม่มีสถานะมาถึงเจ็ดปี กว่าจะมาถึงวันที่คนอื่นๆ จากเคยด่าว่าเธอเพ้อฝันลมๆ แล้งๆ กลับยิ้มถามว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดี ไม่มีใครยอมเชื่อว่าเธอจะมองดูเขาแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าต่อตาได้ แม้แต่ฟู่ซือเหนียนเองก็ไม่เชื่อ เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่า เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เสิ่นชิงฮวานได้ตอบตกลงกับพ่อแม่แล้วว่าจะกลับบ้านเกิดไปดูตัว

View More

Chapter 1

บทที่ 1

เธอพบฟู่ซือเหนียนเป็นครั้งแรกในปีที่อายุสิบแปด

เธอรับสายจากแม่ “ฮวานฮวาน พ่อของลูกประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนนี้กำลังช่วยชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาล อาการหนักมาก ลูกรีบกลับมาดูใจพ่อเถอะ”

เสิ่นชิงฮวานคิดอะไรไม่ออก เธอลนลานจนไม่ทันดูทาง วิ่งพรวดออกไปชนเข้ากับรถของฟู่ซือเหนียนเต็มๆ

โชคดีที่ฟู่ซือเหนียนเหยียบเบรกได้ทัน เธอจึงบาดเจ็บไม่หนัก พอลุกขึ้นมาก็วิ่งกะเผลกมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลทันที

ฟู่ซือเหนียนรั้งเธอไว้ พอถามจนรู้ต้นสายปลายเหตุ เขาก็โทรศัพท์ไปสายหนึ่ง ก่อนจะพาเธอไปส่งโรงพยาบาลด้วยตัวเอง

เมื่อพวกเขาไปถึง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็รีบพาทีมที่เชี่ยวชาญที่สุดเข้าห้องผ่าตัด และช่วยพ่อของเธอกลับมาจากความเป็นความตาย

เสิ่นชิงฮวานกับแม่กอดกันแน่น ทั้งคู่ดีใจจนหลั่งน้ำตา

ดวงตาของเธอพร่าพรายด้วยหยาดน้ำตา ขณะมองเห็นฟู่ซือเหนียนยืนอยู่ไม่ไกล กำลังเอ่ยขอบคุณผู้อำนวยการด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

ตอนนั้นเองเสิ่นชิงฮวานถึงได้รู้ว่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นคนที่เขาตามมา

ในชั่วขณะนั้น เด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับเทพเจ้าที่ลงมาปรากฏในโลกของเธอ

ตอนแรกเสิ่นชิงฮวานเพียงอยากตอบแทนเขาด้วยความขอบคุณ จึงคอยวิ่งตามหลัง และทำทุกอย่างที่พอจะทำได้ตามกำลังของเธอ

หลังเรียนจบ เธอเข้าทำงานที่ฟู่ซื่อ แล้วมีความสัมพันธ์ทางกายกับเขาโดยไม่คาดคิด ก่อนจะกลายเป็นเลขาส่วนตัวที่คอยติดตามเขาอย่างใกล้ชิด

ความรู้สึกค่อยๆ เปลี่ยนไป และท่ามกลางความอ่อนโยนที่เขามอบให้เป็นครั้งคราว ก็เกิดความปรารถนาที่ไม่ควรมีขึ้นมา

จนกระทั่งหนึ่งเดือนก่อน ฟู่ซือเหนียนก็เย็นชากับเธอขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เธอเริ่มกระวนกระวายใจ ลังเลอยู่นาน จนครั้งหนึ่งหลังเสร็จกิจ จึงถามเขาอย่างระมัดระวัง “ประธานฟู่ ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่าคะ?”

สีหน้าเคร่งขรึมของฟู่ซือเหนียนนิ่งค้างไปครู่ใหญ่ กว่าเขาจะเอ่ยว่า

“ชักจะเบื่อแล้ว”

เสิ่นชิงฮวานหน้าซีดเผือด ภายใต้สายตาเย็นชาไร้เยื่อใยของเขา เธอลนลานหนีออกไป

วันนั้นฟู่ซือเหนียนเดินทางไปทำงานต่างประเทศ

ผิดวิสัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คราวนี้เขาไม่ได้พาเธอซึ่งเป็นเลขาส่วนตัวติดตามไปด้วย

วันรุ่งขึ้น เธอก็เห็นข่าวลือเรื่องการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเขากับเซี่ยหลินหลิน

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ฟู่ซือเหนียนกลับประเทศพร้อมกับแหวนแต่งงานที่เพิ่มขึ้นมาบนนิ้วนางหนึ่งวง

ตอนนั้นเองเธอจึงเข้าใจว่า ต่อให้เป็นความฝันอันงดงาม สุดท้ายก็ย่อมมีเวลาตื่น และถึงเวลาที่เธอควรแยกจากฟู่ซือเหนียนแล้ว

ฟู่ซือเหนียนจากไปแล้ว และยกอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ที่อยู่อาศัยมานานเจ็ดปีให้เธอ

เสิ่นชิงฮวานเก็บข้าวของในอพาร์ตเมนต์ไปพลาง ติดต่อนายหน้าให้นำห้องออกประกาศขายไปพลาง

อพาร์ตเมนต์แห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านศูนย์กลาง อีกทั้งราคาที่เธอตั้งไว้ยังต่ำกว่าราคาตลาดมาก

นายหน้าช่วยแนะนำห้องนี้เป็นพิเศษ คืนนั้นเองก็มีคนมาดูห้องและวางเงินมัดจำ

หลังเซ็นสัญญาเสร็จ นายหน้าก็ยิ้มอย่างกระตือรือร้น “คุณเสิ่น ผู้ซื้อชำระเต็มจำนวน ประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็น่าจะดำเนินขั้นตอนทั้งหมดเสร็จแล้วค่ะ”

เสิ่นชิงฮวานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มพลางพยักหน้า “ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

หลังส่งอีกฝ่ายกลับแล้ว เธอก็เริ่มลงมือเก็บข้าวของภายในบ้าน

แมวกวักนำโชคตัวเล็กบนตู้รองเท้า เป็นของที่เธอนำมาวางไว้ตั้งแต่วันที่ย้ายเข้ามา

ฟู่ซือเหนียนหัวเราะว่าเธอเห็นแก่เงิน แต่พอเธอหันหลัง เขากลับกดเธอไว้กับตู้รองเท้า แล้วเรียกร้องจากเธออย่างไม่ยั้ง

เขาขบติ่งหูของเธอ น้ำเสียงแหบพร่าแฝงรอยยิ้มลึกๆ “แทนที่จะบูชามัน บูชาผมดีกว่านะ”

พรมในห้องรับแขกเป็นผืนที่เขาเห็นตอนเดินผ่านห้างสรรพสินค้า ระหว่างที่พวกเขาเดินทางไปทำงานต่างประเทศ

เขารูดบัตรซื้อพรมผืนนั้นไว้ กว่าพรมจะข้ามน้ำข้ามทะเลมาส่งถึงบ้าน เวลาก็ล่วงไปกว่าครึ่งเดือน

พอเธอแกะพรมเสร็จ เขาก็เริ่มแกะเสื้อผ้าบนตัวเธอต่อ หางตาเจือแววหยอกเย้า

“เห็นมันแวบแรก ผมก็คิดแล้วว่ามันต้องนอนสบายมากแน่ๆ”

โซฟาเดี่ยวตรงมุมห้อง ครั้งหนึ่งเขาเคยอ่อนโยนอย่างหาได้ยาก นั่งกอดเธอที่กำลังป่วยอยู่บนนั้นและคอยปลอบเธอ

มีดโกนหนวดในห้องน้ำคือของขวัญชิ้นแรกที่เธอมอบให้เขา และเขาก็ใช้มันเรื่อยมานานหลายปี

บนหน้าต้นเล่มของหนังสือ “กลยุทธ์สงครามธุรกิจ” เล่มซ้ายสุดบนชั้น มีภาพของเธอที่ครั้งหนึ่งเขานึกสนุกวาดขึ้นด้วยเส้นเพียงไม่กี่ขีด

เจ็ดปี ช่างเป็นเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน

ยาวนานเสียจนแม้แต่คนสูงส่งและเย็นชาอย่างฟู่ซือเหนียน ก็ยังมีความทรงจำที่ยากจะลืมเลือนร่วมกับเธออยู่ในทุกมุมของบ้านหลังนี้

เสิ่นชิงฮวานเก็บข้าวของไป ทิ้งไป จนสุดท้าย ท่ามกลางความรกรุงรังที่เกลื่อนเต็มพื้น เธอก็สะอื้นจนพูดไม่ออก

เธอร้องไห้มาตลอดทั้งคืน ตอนเช้าประคบเย็นอยู่ครึ่งชั่วโมง แล้วลงรองพื้นหนาๆ จนแทบมองไม่ออกว่าเปลือกตาบวมแดง

เธอหยิบหนังสือลาออกที่เขียนเตรียมไว้แต่เนิ่นๆ ออกมา แล้วตรงไปที่บริษัททันที

ทันทีที่เธอนั่งลงที่โต๊ะทำงาน ก็เห็นเพื่อนร่วมแผนกต่างมองมาด้วยสายตาแปลกๆ ปนความเห็นใจ

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
25 Chapters
บทที่ 1
เธอพบฟู่ซือเหนียนเป็นครั้งแรกในปีที่อายุสิบแปดเธอรับสายจากแม่ “ฮวานฮวาน พ่อของลูกประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนนี้กำลังช่วยชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาล อาการหนักมาก ลูกรีบกลับมาดูใจพ่อเถอะ”เสิ่นชิงฮวานคิดอะไรไม่ออก เธอลนลานจนไม่ทันดูทาง วิ่งพรวดออกไปชนเข้ากับรถของฟู่ซือเหนียนเต็มๆโชคดีที่ฟู่ซือเหนียนเหยียบเบรกได้ทัน เธอจึงบาดเจ็บไม่หนัก พอลุกขึ้นมาก็วิ่งกะเผลกมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลทันทีฟู่ซือเหนียนรั้งเธอไว้ พอถามจนรู้ต้นสายปลายเหตุ เขาก็โทรศัพท์ไปสายหนึ่ง ก่อนจะพาเธอไปส่งโรงพยาบาลด้วยตัวเองเมื่อพวกเขาไปถึง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็รีบพาทีมที่เชี่ยวชาญที่สุดเข้าห้องผ่าตัด และช่วยพ่อของเธอกลับมาจากความเป็นความตายเสิ่นชิงฮวานกับแม่กอดกันแน่น ทั้งคู่ดีใจจนหลั่งน้ำตาดวงตาของเธอพร่าพรายด้วยหยาดน้ำตา ขณะมองเห็นฟู่ซือเหนียนยืนอยู่ไม่ไกล กำลังเอ่ยขอบคุณผู้อำนวยการด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาตอนนั้นเองเสิ่นชิงฮวานถึงได้รู้ว่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นคนที่เขาตามมาในชั่วขณะนั้น เด็กหนุ่มผู้ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับเทพเจ้าที่ลงมาปรากฏในโลกของเธอตอนแรกเสิ่นชิงฮวานเพียงอยากตอบแทน
Read more
บทที่ 2
เสิ่นชิงฮวานยังไม่ทันได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นประตูห้องทำงานของฟู่ซือเหนียนถูกผลักเปิดออก ก่อนเซี่ยหลินหลินจะเดินออกมาหล่อนสวมชุดราตรีโอต์กูตูร์ แต่งหน้าอย่างประณีต ทุกอิริยาบถเต็มไปด้วยราศีคุณหนูตระกูลใหญ่ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม ทั้งยังวางตัวในบริษัทอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับตนเป็นนายหญิงของตึกแห่งนี้ในที่สุดเสิ่นชิงฮวานก็เข้าใจเสียทีว่า สายตาแฝงนัยของเพื่อนร่วมงานเหล่านั้นมีที่มาอย่างไรเพราะอย่างไรเสีย ทุกคนก็เคยคิดว่าเธอจะได้เป็นว่าที่นายหญิงของบริษัทแต่เพียงชั่วข้ามคืน ฟู่ซือเหนียนกลับหมั้นหมายเสียแล้ว สถานะของเธอจึงกลายเป็นเรื่องกระอักกระอ่วนกลับเป็นเซี่ยหลินหลินเสียเองที่เมื่อเห็นเสิ่นชิงฮวานแล้ว ดูราวกับไม่มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจอยู่เลยแม้แต่น้อยใบหน้าของเธอแต้มด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนยื่นบัตรเชิญในมือให้เสิ่นชิงฮวาน พร้อมเอ่ยเชื้อเชิญอย่างเป็นกันเอง“อรุณสวัสดิ์ค่ะ เลขาเสิ่น อีกหนึ่งสัปดาห์จะเป็นงานหมั้นของฉันกับซือเหนียน ฉันตั้งใจเอาบัตรเชิญมาให้ทุกคนโดยเฉพาะเลยค่ะ”“เลขาเสิ่นทำงานกับซือเหนียนมานานที่สุด ถึงวันงานต้องให้เกียรติมาร่วมให้ได้นะคะ”เสิ่นชิงฮวานคลี
Read more
บทที่ 3
หลังกลับถึงบ้าน เสิ่นชิงฮวานก็บอกเพื่อนสนิทไม่กี่คนว่าตัวเองกำลังจะลาออกจากงานและกลับบ้านเกิดพวกเธอจึงนัดกันไปกินข้าวในวันรุ่งขึ้นเธอคิดว่า ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้พบฟู่ซือเหนียนอีกแล้วแต่ไม่คิดเลยว่า ขณะเดินตามพนักงานไปยังห้องส่วนตัว เธอกลับเหลือบเห็นร่างคุ้นตาร่างหนึ่งอยู่บนชั้นสองฟู่ซือเหนียนกับเพื่อนของเขายืนพิงราวกั้นสูบบุหรี่อยู่ชายหนุ่มหันหลังให้เธอ ปลายนิ้วคีบบุหรี่ที่มีประกายแดงฉาน แผ่นหลังนั้นดูเดียวดายอยู่บ้างอย่างบอกไม่ถูกเสิ่นชิงฮวานมองเพียงแวบเดียวก็ก้มหน้าลง แสร้งทำเป็นไม่เห็นทว่าสายลมกลับพัดพาเสียงของฟู่ซือเหนียนที่กำลังพูดคุยกับคนอื่นมาถึงเธอได้ยินเพียงเสียงเพื่อนของเขาถามว่า “คิดจะแต่งงานกับเซี่ยหลินหลินจริงๆ เหรอ? เลขาเสิ่นอยู่ข้างนายมาตั้งหลายปี พวกเรายังนึกว่านายจะแต่งงานกับเธอเสียอีกนะ”ฟู่ซือเหนียนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่เคยคิดเรื่องนั้น”เพื่อนของเขาหัวเราะพลางหยอก “เลขาเสิ่นน่ะ นอกจากฐานะทางครอบครัวจะด้อยไปหน่อย หน้าตาก็โดดเด่น ทำงานก็รอบคอบ แถมยังทุ่มเทให้นายหมดใจ ตั้งหลายปีมานี้นายไม่เคยหวั่นไหวกับเธอเลยหรือไง?”ฟู่ซือเหนียนเงียบไปสองวินา
Read more
บทที่ 4
เสิ่นชิงฮวานถอนหายใจออกมาอย่างไร้สุ้มเสียง “ฉันทำแผลให้คุณก่อนแล้วกัน”ฟู่ซือเหนียนไม่แสดงท่าทีว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธท่าทีของเขาดูแปลกผิดปกติอยู่บ้าง พอเสิ่นชิงฮวานเดินเข้าไปใกล้และได้กลิ่นเหล้าแรงจัดจากตัวเขา เธอก็คาดว่าเขาคงเมาอยู่บ้างจริงๆเขาคงลืมไปแล้วว่า เธอไม่ใช่เลขาของเขาอีกต่อไปแล้วพนักงานเหมือนได้รับการปลดปล่อย รีบไปนำกล่องปฐมพยาบาลของร้านอาหารมาทันทีเสิ่นชิงฮวานอยู่ข้างฟู่ซือเหนียนมาหลายปี เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ เธอจึงตั้งใจเรียนรู้เรื่องการปฐมพยาบาลไว้ไม่น้อย และคุ้นเคยกับการจัดการเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดีมานานแล้วเธอขยับเข้าไปใกล้ มองฝ่ามือของเขาที่เลือดเนื้อเละจนแทบดูไม่ออก คิ้วพลันขมวดขึ้นโดยไม่รู้ตัว“อาจจะเจ็บนิดหน่อย ทนหน่อยนะ”“อืม”เสิ่นชิงฮวานค่อยๆ คีบเศษแก้วที่ฝังอยู่ในฝ่ามือของเขาออกอย่างระมัดระวัง ก่อนใส่ยาให้จากนั้นเธอก็เผลอเป่าแผลให้เขาเบาๆ ราวกับกำลังปลอบเด็กชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะมองเสี้ยวหน้าของเธอที่ดูอ่อนโยนและจดจ่อ ลูกกระเดือกพลันขยับวูบหนึ่งเสิ่นชิงฮวานจัดการบาดแผลอย่างละเอียดและตั้งใจจนเรียบร้อย ก่อนปิดท้ายด้วยการผูกโบอ
Read more
บทที่ 5
วันรุ่งขึ้น ทันทีที่เสิ่นชิงฮวานตื่นขึ้นมา เธอก็ได้รับข้อความจากอดีตเพื่อนร่วมงาน“ชิงฮวาน ฉันเก็บสร้อยคอเส้นหนึ่งได้แถวโต๊ะทำงานของเธอ เธอยังต้องการอยู่ไหม?”อีกฝ่ายส่งรูปมาให้หนึ่งรูปเสิ่นชิงฮวานกดเปิดรูปดู ถึงเพิ่งจำได้ว่านั่นคือของขวัญวันเกิดที่แม่มอบให้เมื่อสองปีก่อน และเธอก็ชอบมันมากมาโดยตลอดเสิ่นชิงฮวานเดาว่า ตอนออกจากงานเธอคงรีบร้อนเกินไป จึงเผลอทิ้งสร้อยเส้นนั้นไว้เธอจึงนัดกินข้าวกับอดีตเพื่อนร่วมงานทันทีเสิ่นชิงฮวานมาถึงเร็ว พอสั่งอาหารที่ร้านซึ่งเธอมักมากินสมัยยังทำงานอยู่เสร็จ จู่ๆ ก็เห็นเซี่ยหลินหลินเดินตรงมาจากบริเวณใกล้ๆใบหน้าของเซี่ยหลินหลินไม่เหลือรอยยิ้มหวานอย่างเคย กลับเจือความเย็นชาอยู่หลายส่วน ก่อนจะมุ่งตรงเข้าหาเสิ่นชิงฮวานเสิ่นชิงฮวานอดขมวดคิ้วไม่ได้ “คุณ...”ยังพูดไม่ทันจบ เซี่ยหลินหลินก็ยกมือขึ้นกะทันหัน ตบหน้าเธอดัง “เพียะ”พร้อมกันนั้น เซี่ยหลินหลินก็จงใจขึ้นเสียงว่า “นังแพศยา! ไสหัวออกจากบริษัทไปแล้วแท้ๆ ยังกล้ามายั่วคู่หมั้นของฉันอีก!”ภายในร้านอาหารพลันเงียบกริบ ทุกคนต่างหันมามองทางพวกเธอด้วยความตกตะลึงเสิ่นชิงฮวานถูกตบจนหน้าหัน ก่อนจะเข
Read more
บทที่ 6
น้ำเย็นจัดไหลจากศีรษะลงไปจนถึงในเสื้อผ้า ทำเอาเธอหนาวจนตัวสั่นเส้นผมเปียกชุ่มแนบติดใบหน้า ส่วนเสื้อผ้าก็เปียกโชกจนเห็นแนวโค้งของชุดชั้นใน ทำให้เธอดูหมดสภาพอย่างยิ่งฟู่ซือเหนียนมองดวงตาของเสิ่นชิงฮวานที่เอ่อคลอด้วยน้ำตาจากความคับข้องใจ แต่เธอกลับฝืนกลั้นมันไว้“ขอโทษหลินหลินซะ”ใช่แล้ว สำหรับฟู่ซือเหนียน มันเป็นเช่นนี้มาโดยตลอดเขาไม่สนว่าใครถูกใครผิด เพียงปกป้องคนที่เขาอยากปกป้องเท่านั้นเซี่ยหลินหลินที่ยืนอยู่ข้างๆ ตกตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นกระหยิ่มใจทันที เธอมองเสิ่นชิงฮวานอย่างท้าทาย รอให้อีกฝ่ายเอ่ยคำขอโทษเสิ่นชิงฮวานเอ่ยอย่างอึ้งงัน “ถ้า...ฉันไม่ขอโทษล่ะ?”สีหน้าของฟู่ซือเหนียนฉายความเย็นชาไร้เยื่อใย “รังแกคู่หมั้นของผม ผมจะทำให้คุณอยู่ในเมืองจิงต่อไปไม่ได้อีก ส่วนเงินในบัตรของคุณ อย่าหวังว่าจะเอาไปได้แม้แต่สักสตางค์เดียว”เสิ่นชิงฮวานหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นทุกคนต่างคิดว่า ที่เธออยู่ข้างเขามาตลอดก็เพราะเงินคิดว่าเธอตัดใจจากแสงสีและความรุ่งเรืองของเมืองใหญ่นี้ไม่ได้ ต่อให้ต้องผ่านความยากลำบากสักแค่ไหนก็ยังจะอยู่ต่อให้ได้แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า ตั้งแต่แ
Read more
บทที่ 7
ภายในงานหมั้น ฟู่ซือเหนียนใจลอยอยู่เป็นระยะทั้งที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนที่เขาวางไว้ แต่เขากลับไม่รู้สึกยินดีหรือมีความสุขแม้แต่น้อยเขารู้สึกไม่สบายเอาเสียเลย ตั้งแต่ร่างกายไปจนถึงจิตใจ ล้วนมีความรู้สึกไม่สบายบางอย่างที่ยากจะบรรยายกลางอกอึดอัดจนใจไม่สงบ ภาพใบหน้าซีดเผือดของเสิ่นชิงฮวานผุดขึ้นในความคิดเป็นระยะเขาฝืนทนจนกระทั่งงานเลี้ยงจบ เซี่ยหลินหลินจึงขยับเข้ามาใกล้ ก่อนเป็นฝ่ายก้าวเข้าไปแนบชิดกับอ้อมอกของเขา แล้วโอบแขนทั้งสองรอบคอเขาไว้แน่นงานเลี้ยงหมั้นดำเนินไปอย่างราบรื่น เธออารมณ์ดีมาก ซบอยู่ในอ้อมอกของเขาพลางออดอ้อน ปลายนิ้วยังไล่วนอยู่บนแผงอกของเขาอย่างยั่วเย้า“ซือเหนียน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณก็เป็นของฉันแล้วนะ ในเมื่อมีตราของฉันเซี่ยหลินหลินประทับไว้แล้ว ต่อไปก็ไม่มีใครแย่งคุณไปได้อีก”ทันทีที่ฟู่ซือเหนียนได้กลิ่นอายจากตัวเธอ ปฏิกิริยาแรกกลับเป็นความรู้สึกรังเกียจ จนอยากดึงเธอออกห่างน้ำหอมที่เซี่ยหลินหลินใช้มีกลิ่นหวานเลี่ยนเกินไปไม่เหมือนเสิ่นชิงฮวานที่แทบไม่ใช้น้ำหอมเลยเธอมีกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ใกล้ปลายจมูก ไม่แรงจนรบกวนความรู้สึก แต่ก็ไ
Read more
บทที่ 8
บอดี้การ์ดตอบอย่างนอบน้อมทันที “การผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ คุณเสิ่นให้ความร่วมมือตลอด การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่นครับ”นิ้วของฟู่ซือเหนียนที่กำโทรศัพท์อยู่กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยจนซีดขาวเขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยถามว่า “แล้วเธอร้องไห้หรือเปล่า...”ทันทีที่ถามออกไป เขาก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะวางสายทันทีฟู่ซือเหนียนรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง เขาโน้มตัวไปค้นช่องเก็บของฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า แล้วพบสมุดอยู่หลายเล่มหากเสิ่นชิงฮวานอยู่ที่นี่ เธอคงต้องประหลาดใจเมื่อพบว่า นี่กลับเป็นสมุดหลายเล่มที่เธอเคยโยนทิ้งลงถังขยะผู้ชายอย่างฟู่ซือเหนียน ถึงกับมีคราวที่เก็บของขึ้นมาจากถังขยะเหมือนกันโชคดีที่ตอนนั้นเพิ่งเปลี่ยนถุงขยะ สมุดที่โยนลงไปจึงไม่เปื้อนเลยฟู่ซือเหนียนเปิดสมุดบันทึก มองข้อความที่คุ้นตาบนนั้น ก่อนจะเผลอใจลอยไปเล็กน้อยในสมุดบันทึกนั้น จดรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เสิ่นชิงฮวานสังเกตเห็นมาตั้งแต่เข้าทำงานที่ฟู่ซื่อทุกสิ่งที่บันทึกอยู่ในนั้นล้วนมีเขาเป็นศูนย์กลาง“จุดสำคัญ: ประธานฟู่รักความสะอาดจัด ต้องเตรียมทิชชูเปียกฆ่าเชื้อพกติดตัวไว้เสมอ”“ประธานฟู่ไม่ชอบกินมะระ”“ฟู่ซ
Read more
บทที่ 9
ฟู่ซือเหนียนขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเย็นเยียบ “พวกคุณเป็นใคร? แล้วเสิ่นชิงฮวานล่ะ?”ทั้งสองคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่หญิงสาวจะนึกขึ้นได้เป็นคนแรก แล้วเอ่ยเตือนสามีของเธอว่า “เจ้าของบ้านคนเดิมคนนั้นไง”ชายคนนั้นถึงได้นึกออกเห็นฟู่ซือเหนียนแต่งกายหรูหรา ทั้งรูปลักษณ์ยังโดดเด่นไม่ธรรมดา ชายคนนั้นจึงเอ่ยอย่างสุภาพเกรงใจว่า “เธอขายห้องให้พวกเราแล้ว และย้ายออกไปแล้ว เห็นบอกว่าเตรียมกลับบ้านเกิดไปดูตัวและแต่งงาน”ฟู่ซือเหนียนพลันรู้สึกร้อนรนในอก เขาผลักชายคนนั้นให้พ้นทาง ก่อนรีบพุ่งเข้าไปในอพาร์ตเมนต์อพาร์ตเมนต์ที่ครั้งหนึ่งเคยคุ้นเคยอย่างยิ่ง บัดนี้เปลี่ยนไปมากแล้วของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เขากับเสิ่นชิงฮวานซื้อหามาเพิ่มตลอดหลายปีมานี้ ไม่เหลืออยู่สักชิ้น ทุกอย่างหายไปหมดส่วนของชิ้นใหญ่อย่างโซฟายังอยู่ เพียงแต่บนนั้นวางข้าวของของชายหญิงคู่นี้ไว้ค้นไปทั่วทั้งห้องก็ไม่พบร่องรอยของเขากับเสิ่นชิงฮวานที่เคยมีอยู่แม้แต่น้อยแน่นอนว่าเขาไม่เชื่อว่าเธอจะกลับบ้านเกิดไปดูตัวและแต่งงาน เขาคิดเพียงว่านั่นเป็นข้ออ้างที่เธอใช้ในการขายห้องเท่านั้นทว่าเธอกลับจากไปแล้วจริงๆน้ำเสียงของเขาแหบพร่
Read more
บทที่ 10
เสิ่นชิงฮวานมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องบังเอิญถึงขนาดนี้เมืองโจวซึ่งเป็นบ้านเกิดของเสิ่นชิงฮวาน อยู่ห่างจากเมืองจิงเป็นระยะทางที่ต้องใช้เวลาบินสองชั่วโมงตอนนั้นเสิ่นชิงฮวานกำลังเรียนอยู่ที่เมืองจิง พ่อเสิ่นเดินทางมาเมืองจิงเพื่อแลกเปลี่ยนและศึกษาดูงาน โดยพาแม่เสิ่นมาด้วย ตั้งใจจะไปเยี่ยมเสิ่นชิงฮวานที่โรงเรียน แต่กลับประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างทางหลังได้รับการช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตราย พ่อเสิ่นพักฟื้นอยู่ที่เมืองจิงระยะหนึ่ง ก่อนจะกลับเมืองโจว และตลอดหลายปีมานี้สองสามีภรรยาก็อาศัยอยู่ที่บ้านเกิดมาโดยตลอดพวกเขารู้ว่าเสิ่นชิงฮวานทำงานอยู่ที่ฟู่ซื่อ และรู้ด้วยว่าเธอเป็นเลขานุการของฟู่ซือเหนียน แต่กลับไม่รู้ว่าเธอกับฟู่ซือเหนียนยังมีความสัมพันธ์อีกอย่างหนึ่งสองสามีภรรยารู้สึกขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือที่ฟู่ซือเหนียนมีต่อพวกเขา ทุกครั้งที่ส่งของขึ้นชื่อจากบ้านเกิดมาให้เสิ่นชิงฮวาน พวกเขาก็จะให้เธอนำส่วนหนึ่งไปให้ฟู่ซือเหนียนด้วยแม้แต่ตอนขึ้นเขาไปขอเครื่องรางคุ้มครองให้เสิ่นชิงฮวาน พวกเขาก็ยังขอเผื่อฟู่ซือเหนียนอีกหนึ่งชิ้นก็เพราะตอนนี้เสิ่นชิงฮวานอายุมาก
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status