LOGINค่ำคืนสุดท้ายกับฟู่ซือเหนียน เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่เป็นพิเศษ เสิ่นชิงฮวานเผลอสัมผัสถูกแหวนที่นิ้วของเขา แล้วเธอก็นึกถึงข่าวลือที่เห็นเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า ฟู่ซือเหนียนกำลังจะแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับคุณหนูตระกูลเซี่ย ชายคนนั้นสังเกตเห็นว่าเธอกำลังใจลอย จึงก้มลงจูบเธออย่างเอาแต่ใจเนิ่นนาน ขณะที่เธอกำลังเคลิบเคลิ้มจนใจสับสน เขาก็สอดบัตรธนาคารใบหนึ่งเข้าไปในชุดชั้นในของเธอ “เด็กดี เดือนหน้าผมจะแต่งงานแล้ว เลิกกันเถอะ” เสิ่นชิงฮวานพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ได้สิ” ฟู่ซือเหนียนเห็นว่าเธอไม่ร้องไห้ไม่โวยวาย กลับขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?” เสิ่นชิงฮวานหัวเราะเบาๆ พลางส่ายหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ” เธอผ่านพ้นช่วงที่จะเป็นอะไรมานานแล้ว ทุกคนที่รู้จักพวกเขาต่างรู้ดีว่า เสิ่นชิงฮวานรักฟู่ซือเหนียนจนคลั่ง ตั้งแต่อายุสิบแปด เธอก็วิ่งตามหลังเขามาตลอด พอเรียนจบก็เข้าทำงานที่ฟู่ซื่อ และกลายเป็นเลขาของเขา กลางวันเธอคอยทำงานประสานกับเขา กลางคืนก็ปรนนิบัติเขาบนเตียงใหญ่ เธอทนอยู่ข้างกายเขาโดยไม่มีชื่อเรียก ไม่มีสถานะมาถึงเจ็ดปี กว่าจะมาถึงวันที่คนอื่นๆ จากเคยด่าว่าเธอเพ้อฝันลมๆ แล้งๆ กลับยิ้มถามว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดี ไม่มีใครยอมเชื่อว่าเธอจะมองดูเขาแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าต่อตาได้ แม้แต่ฟู่ซือเหนียนเองก็ไม่เชื่อ เพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่า เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เสิ่นชิงฮวานได้ตอบตกลงกับพ่อแม่แล้วว่าจะกลับบ้านเกิดไปดูตัว
View More“ผมได้รับข่าวว่าเซี่ยหลินหลินแอบหนีมาที่เมืองข้างเคียง แล้วบังเอิญว่าคุณก็มาทำงานที่นี่พอดี ผมเลยกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้น”“ยังดีที่มาทันเวลา”ขณะที่พูดอยู่ เปลือกตาของเขาก็ยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ก่อนภาพตรงหน้าจะดับวูบ แล้วทั้งร่างก็ทรุดล้มอย่างกะทันหันเสิ่นชิงฮวานรีบโอบรับเขาไว้โดยไม่รู้ตัว ไม่ปล่อยให้เขาล้มลงกับพื้นและเพราะจังหวะนี้เอง เธอจึงได้เห็นแผ่นหลังของเขากรดซัลฟิวริกที่เซี่ยหลินหลินสาดออกมาล้วนตกลงบนแผ่นหลังของเขา แม้จะมีเสื้อผ้าขวางกั้นอยู่ชั้นหนึ่ง แต่ตอนนี้แผ่นหลังบริเวณนั้นก็เปรอะชุ่มไปด้วยเลือดสดเสียแล้วน้ำตาของเสิ่นชิงฮวานพลันยิ่งไหลพรากหนักกว่าเดิม เธอรีบไปพร้อมกับบอดี้การ์ดของเขา ช่วยกันพาเขาส่งโรงพยาบาลกว่าจะส่งฟู่ซือเหนียนเข้าไปในห้องผ่าตัดเพื่อรับการช่วยเหลือฉุกเฉินได้สำเร็จ เฮ่อสิงโจวก็รีบเร่งตามมาถึงเช่นกันพอเห็นเสิ่นชิงฮวานอยู่หน้าห้องผ่าตัด เฮ่อสิงโจวก็พุ่งตรงเข้าไปหา และสิ่งแรกที่ทำคือรีบตรวจดูว่าเธอได้รับบาดเจ็บหรือเปล่าเสิ่นชิงฮวานเอ่ยทั้งน้ำตา “ฉันไม่เป็นไรค่ะ มันตกใส่ฟู่ซือเหนียนไปหมดแล้ว”ขณะที่พูด น้ำตาของเธอก็ยิ่งไหลพรากหนักกว่าเดิมเ
เสิ่นชิงฮวานไม่คิดเลยว่าเซี่ยหลินหลินจะถึงกับตามมาจนถึงเมืองข้างเคียง เพียงเพื่อเล่นงานเธอเสิ่นชิงฮวานกัดฟันเอ่ย “เซี่ยหลินหลิน คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ?”เมื่อลองถามตัวเองดู แม้เธอจะไม่ได้เป็นมิตรกับเซี่ยหลินหลินมากมายอะไร แต่ก็ไม่เคยเป็นฝ่ายไปล่วงเกินอีกฝ่ายก่อนเลยสักครั้งกลับเป็นเซี่ยหลินหลินเสียอีกที่ทุกครั้งเอาแต่กัดไม่ปล่อย หาเรื่องเธอไม่ยอมเลิกรานอกประตู น้ำเสียงของเซี่ยหลินหลินแฝงความวางอำนาจ “เธอแย่งผู้ชายของฉันไป คิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆ แค่นี้หรือไง? ตอนอยู่เมืองจิงมีทั้งฟู่ซือเหนียนกับเฮ่อสิงโจวคอยปกป้องเธอ แต่ตอนนี้อยู่ที่นี่ ฉันจะดูซิว่ายังมีใครปกป้องเธอได้อีก!”เพราะฟู่ซือเหนียนได้กล่าวเตือนตระกูลฟู่ ช่วงนี้เธอจึงถูกพ่อแม่กักให้อยู่แต่ในบ้านมาโดยตลอด และไม่อนุญาตให้เธอออกไปไหนเซี่ยหลินหลินจะทนกล้ำกลืนความคับแค้นเช่นนี้ได้ยังไงกันเธอหาเรื่องตระกูลฟู่ไม่ไหว หรือแม้แต่เสิ่นชิงฮวานคนเดียว เธอก็ยังหาเรื่องไม่ได้อีกงั้นเหรอ?ถ้าไม่ใช่เพราะเสิ่นชิงฮวาน แล้วเธอจะถูกตระกูลฟู่เพ่งเล็งได้ยังไงเล่า?เธอเกลียดเสิ่นชิงฮวานเข้ากระดูกมานานแล้วเพียงแต่ช่วงนี้ทั้งฟู่ซือเหนีย
ทันทีที่เสิ่นชิงฮวานมาถึงเมืองข้างเคียง จู่ๆ ความรู้สึกถึงอันตรายอย่างไร้ที่มาก็ผุดขึ้น ราวกับว่ากำลังมีใครบางคนจับจ้องเธออยู่เธอกวาดสายตาสังเกตรอบด้านโดยไม่รู้ตัว ทว่าทุกคนที่เดินผ่านไปมาล้วนดูเป็นเพียงคนสัญจรธรรมดามองใครก็ดูน่าสงสัยไปหมด แต่ไม่ว่าจะมองใคร กลับเหมือนเป็นเธอเองที่คิดมากเกินไปเสิ่นชิงฮวานเร่งฝีเท้า ไม่นานก็ออกจากสนามบินไปสมทบกับเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในเมืองข้างเคียงหลังจากพบกับเพื่อนร่วมงานแล้ว ความรู้สึกว่ากำลังถูกใครบางคนลอบจับตามองก็เบาบางลงเล็กน้อยเสิ่นชิงฮวานไม่ได้คิดเรื่องนั้นต่อ เธอไม่ได้ไปพักที่โรงแรม แต่ตรงไปยังบริษัทสาขาพร้อมเพื่อนร่วมงานทันที จากนั้นจึงพาเพื่อนร่วมงานของบริษัทสาขาไปพบฝ่ายคู่ค้าด้วยกันหลังจากวุ่นอยู่กับงานมาตลอดทั้งวัน เธอถึงได้กลับโรงแรมเพิ่งจัดข้าวของเข้าที่เรียบร้อย โทรศัพท์ของเสิ่นชิงฮวานก็ดังขึ้นทันทีพอเห็นว่าเป็นสายจากเฮ่อสิงโจว เสิ่นชิงฮวานก็เผลอยิ้มบางๆ ออกมา ก่อนจะกดรับสายทั้งสองจึงพูดคุยกันถึงความคืบหน้าของงานในวันนั้นไปตามธรรมชาติเดิมทีงานความร่วมมือครั้งนี้ เฮ่อสิงโจวควรเป็นคนมาเจรจาด้วยตัวเอง แต่พอดีมีเรื่องกะทัน
เสิ่นชิงฮวานไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ฟู่ซือเหนียนจะมีมุมตื๊อไม่เลิกแบบนี้ด้วยเช้าวันรุ่งขึ้น ตอนกำลังจะออกไปทำงาน ฟู่ซือเหนียนก็มารออยู่หน้าประตูบ้านแล้ว ในมือหิ้วอาหารเช้าหนึ่งชุด เป็นชุดที่เธอเคยสั่งเป็นประจำสมัยยังอยู่ที่ฟู่ซื่อฟู่ซือเหนียนยื่นมันไปให้เธอ “ของที่เมื่อก่อนคุณชอบกินที่สุด”เสิ่นชิงฮวานเหลือบมองแวบหนึ่งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “ที่เมื่อก่อนฉันสั่งบ่อย ไม่ใช่เพราะฉันชอบกิน แต่เพราะคุณต่างหากที่ชอบ ฉันไม่ชอบของว่างของร้านนั้นเอามากๆ”สีหน้าของฟู่ซือเหนียนแข็งค้างไปทันทีจังหวะนั้นเอง เฮ่อสิงโจวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็เปิดประตูออกมาพอดี ในมือหิ้วอาหารเช้ามาสองชุดเสิ่นชิงฮวานรับมาหนึ่งชุด แล้วเดินไปข้างหน้าพร้อมกับเฮ่อสิงโจวฟู่ซือเหนียนนิ่งอึ้งไปไม่กี่วินาที ก่อนจะรีบตามขึ้นมา“ถ้าอย่างนั้นคุณชอบกินอะไร พรุ่งนี้ผมค่อยเอามาให้คุณใหม่”เสิ่นชิงฮวานหันไปมองเขา “ประธานฟู่ ฉันยังชอบมาดหยิ่งทะนงไม่ยอมใครของคุณมากกว่านะ”ฟู่ซือเหนียน “…”เฮ่อสิงโจวหลุดหัวเราะออกมานี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่ซือเหนียนได้เห็นเสิ่นชิงฮวานในมุมฝีปากจัดเช่นนี้ ขณะขุ่นใจ ก็ยังอดรู้สึกแปลกใหม่อยู่บ้างไม่ไ





