Semua Bab เกิดใหม่อีกครา ข้าไม่ขอแต่งกับท่าน: Bab 31 - Bab 40

67 Bab

บทที่ 31 เมื่อใจราษฎรเริ่มเปลี่ยนข้าง

ในช่วงต้นศึก กำลังทหารแตกต่างกันมาก หวงเจวี๋ยอี้จึงอาศัยชัยภูมิ ปิดเมืองตั้งรับ รอทัพหนุนและเสบียง ออกไปตีเป็นระยะแล้วก็ถอยกลับ ทำให้หลิวเจิ้นหยวนต้องกลืนความอัดอั้น หากทำให้กองทัพอีกฝ่ายขวัญเสียได้ก็ยิ่งดีแต่บัดนี้อีกฝ่ายไม่คิดจะรบ กลับกลายเป็นว่าพวกเขาเองที่ใจไม่มั่นคงทหารทั้งหลายคิดทุกวัน ว่าจะได้เห็นทัพหนุนหรือไม่ ครั้นสิบวันผ่านไป เสบียงหมดสิ้น จะให้เปิดประตูเมืองยอมแพ้ หรือให้เชือดคอตนเองหน้าประตูเมืองดี?หวงเจวี๋ยอี้อดกลั้นอารมณ์ เรียกประชุมใหญ่กลางดึก เพื่อหารือแนวทางศึก ทว่าท้ายที่สุดก็ไร้ผล ทุกคนล้วนหน้าหม่นหมองเขาเงยหน้ามองฟ้าอย่างหมดหนทาง พลันเห็นโคมขงหมิงหลายดวงลอยอยู่กลางอากาศ“เร็ว ยิงโคมพวกนั้นลงมา”ทหารรีบนำโคมขงหมิงมาให้ ครั้นเห็นจดหมายชักชวนให้ยอมแพ้ เศษเงิน และของที่บรรจุอยู่ภายใน ก็โกรธจนเวียนหัว ช่างมีฝีมือยิ่งนัก กล้าดีจริงๆมีหนึ่ง ย่อมมีสอง เมื่อตรวจสอบต่อ ก็พบว่ามีคนลอบขว้างสิ่งของจากกลางเขา หลิวเจิ้นหยวนจึงนำทหารออกไปทันทีครั้นไปถึงริมแม่น้ำ ก็พอดีกับช่วงเวลาที่มีการขว้างสิ่งของลงมา พื้นราบเบื้องหน้ามีชายหญิงผู้เฒ่าเด็กเล็กแน่นขนัด เสื้อผ้าขาดวิ่น ต่างเข
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya

บทที่ 32 ชัยชนะที่ต้องแลกมา

กลับถึงค่ายทหาร หลังจากสอบถามอย่างละเอียด จึงรู้ว่าเสบียงที่กักตุนไว้แท้จริงไม่เพียงพอ ส่วนหนึ่งของเสบียงสิบวันที่รองแม่ทัพกล่าวถึงนั้น เป็นอาหารที่ไปยืมมาจากชาวบ้าน“ไปหาคนตั้งโรงทานในเมืองแจกข้าว อย่าให้เกิดความแค้นในหมู่ชาวบ้าน” หวงเจวี๋ยอี้ขยี้ขมับที่ปวดตึง สั่งการรองแม่ทัพแม้ไม่เต็มใจ ก็จำต้องรับคำสั่ง สั่งการให้ผู้คนไปจัดการ เรื่องจะสำเร็จเพียงใด ไม่มีผู้ใดอาจล่วงรู้ต่อจากนั้นบรรดาแม่ทัพต่างเร่งรุดตลอดคืน ร่วมหารือกันไม่หยุด จนในที่สุดจึงกำหนดแนวทางศึกขึ้นมาได้หนึ่งประการเมื่อออกจากกระโจม หวงเจวี๋ยอี้เงยหน้ามองจันทร์กระจ่าง คิดในใจว่ารอไม่ได้อีกแล้ว หากยังรอเช่นนี้ต่อไป กองทัพย่อมแตกเป็นผุยผงพวกเขาต้องการชัยชนะสักครั้ง เพื่อยึดขวัญกำลังใจกลับคืน หรือไม่ก็ต้องทุบหม้อทำลายเรือ เสี่ยงตายสักคราห่างออกไปสิบลี้ ภายใต้แสงจันทร์เดียวกัน หลิวเจิ้นหยวนพาหลิวชิงหลีกับเฉียวเฉียวยืนล้อมกองไฟนอกกระโจม ย่างปลากินกันอย่างสบายใจหลิวชิงหลีกินปลาไปสองตัว ดื่มน้ำแกงปลาอีกหนึ่งถ้วย ส่วนบิดายังคงถอนหายใจไม่หยุด“อาหลี ต่อจากนี้…พวกเราควรทำอย่างไรดี”หลิวชิงหลีกระพริบตา กล่าวด้วยน้ำเสียงซุกซน “ท
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya

บทที่ 33 บาดแผลของแม่ทัพ

“ท่านแม่ทัพ เป็นอะไรไป บาดเจ็บตรงไหน เจ็บมากหรือไม่...” เฉียวเฉียวพอเข้าไปก็พุ่งไปข้างเตียง ปิดปากร้องไห้ น้ำตาไหลอาบหน้าหลิวชิงหลีช้ากว่าก้าวหนึ่ง เห็นว่าข้างเตียงไม่มีที่ว่าง จึงกลั้นน้ำตาที่เอ่อไว้ เฉียวเฉียวร้องไห้อย่างสุดใจ หากนางจะร้องตาม ดูอย่างไรก็ชวนประหลาดราวกับว่า ราวกับว่า...ชิ ชิ ชิ นางคิดอะไรของตนกันแน่“ท่านพ่อ ขาของท่านเป็นอย่างไร บาดเจ็บหนักหรือไม่”แม้จะรู้ว่าบิดาไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง หลิวชิงหลีก็ยังคงวิตกกังวล บิดาเป็นนักรบ เป็นแม่ทัพ หากขาขาดหรือพิการจนไม่อาจออกศึกได้อีก ต่อไปจะต้องเศร้าโศกเพียงใดหลิวเจิ้นหยวนเอนกายพิงหัวเตียง ขาซ้ายพันด้วยผ้าพันแผลแน่นหนาแขวนลอยอยู่กลางอากาศ ผ้าพันแผลสีขาวนั้นเปื้อนทั้งคราบเลือดและน้ำยาสมุนไพรสีเขียวคล้ำเขาเห็นเด็กหญิงทั้งสอง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกผิดในใจ“แค่กๆ อาหลี เฉียวเฉียว อย่าร้องเลย แค่กระดูกหักเท่านั้น พักฟื้นสักหน่อยก็หายแล้ว ดูสิ ข้าไม่เจ็บเลยสักนิด”เขาหัวเราะอย่างร่าเริง เขย่าขาที่บาดเจ็บเล็กน้อย สีหน้าไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย“ท่านพ่อไม่ได้บอกหรือว่าจะกลับมารับข้าอย่างครบถ้วนสมบูรณ์” หลิวชิงหลีแสร้งทำเป็นโกรธ ส่งสายตาดุให
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya

บทที่ 34 ฟื้นฟูเมืองซูโจว

ราวสองเค่อถัดมา พวกนางก็มาถึงลานกว้างแห่งหนึ่ง พื้นที่กว้างขวาง แต่แทบไม่มีที่ให้ยืน สายตามองไปเห็นแต่ศีรษะผู้คนแน่นขนัด เสียงจอแจดังระงมอยู่รอบหูที่นี่…คือสถานที่แจกข้าวต้มเช่นนั้นหรือ หลิวชิงหลีกะคร่าวๆ เห็นจะมีผู้คนกว่าหมื่นยืนต่อแถวรอรับอาหาร และจากที่ท่านอาอวี๋เล่า ยังมีโรงทานเช่นนี้อยู่อีกหลายแห่งหลังศึกใหญ่ มีทหารบาดเจ็บต้องดูแล มีชาวบ้านต้องปลอบขวัญ มีงานราชการต้องส่งต่อ เมืองทั้งเมืองยังต้องฟื้นฟูให้กลับมาดำเนินชีวิตและการเพาะปลูกตามเดิม เรื่องจุกจิกมีอีกนับไม่ถ้วน คนงานขาดแคลนอย่างยิ่งทหารครัวหนุ่มผู้หนึ่งเห็นพวกนางเข้ามา ก็เอ่ยทักอย่างเคารพว่า “นายกองอวี๋” ก่อนจะเหลือบมองหลิวชิงหลีกับเฉียวเฉียวอย่างประหลาดใจเล็กน้อย มือก็ยังตักข้าวต้มไม่หยุด ชามแล้วชามเล่า“ข้าพาคนมาช่วยแล้ว เจ้าไม่ต้องสนใจพวกเรา ตั้งใจทำงานไปเถิด”นายกองอวี๋ตบไหล่ทหารครัวเบาๆ ก่อนจะก้มลงหยิบทัพพียาวเกือบเท่าแขนสามอัน เก็บไว้เองหนึ่งอัน อีกสองอันส่งให้หลิวชิงหลีกับเฉียวเฉียวก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่มู่หรงเฉิงยึดเมืองได้ หลิวชิงหลีมักตามไปช่วยงาน ทำทั้งแจกข้าว นำทาง ปลอบโยนสตรีและเด็กเล็ก เรื่องเช่นนี้นางคุ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya

บทที่ 35 ความสามารถที่ไม่อาจมองข้าม

หลิวชิงหลีคำนวณคร่าวๆ แล้ว ช่วงเวลาที่มู่หรงเฉิงถูกยิงจนเฉียดความตายในชาติก่อนนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว คิดดูแล้วเขาน่าจะเชื่อคำเตือนและรอดพ้นเคราะห์ครั้งนั้นมาได้แต่หากเขายังยืนกรานจะรุกล้ำลึกเข้าไปในแดนเป่ยหรง เช่นนั้นก็มิเท่ากับนำชีวิตไปผูกไว้กับขอบกางเกงอีกครั้งหรือ“เขาคิดว่าตัวเองเป็นเทพแห่งชัยชนะจริงๆ รึอย่างไร ต่อให้เก่งกาจแค่ไหนก็ยังเป็นเพียงมนุษย์มีเนื้อหนัง ทำไมจู่ๆ ถึงโง่เขลาเช่นนี้”หลิวชิงหลีตบโต๊ะดังปึง คิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากันราวหนอนเขียวตัวน้อยสองตัวชาติก่อนมู่หรงเฉิงออกศึกทั่วสารทิศ ร่างกายสะสมบาดแผลไว้มากมาย ทุกครั้งที่ฝนตกฟ้าครึ้มก็จะปวดราวกับถูกหมื่นแมลงแทะกระดูก เจ็บจนทั้งคืนไม่อาจข่มตาหลับ นางจึงอุตส่าห์ไปเรียนฝังเข็มและนวดเพื่อช่วยบรรเทาได้เพียงเล็กน้อย ไม่อาจรักษาให้หายขาดคนผู้นี้สมองมีน้ำเข้าหรืออย่างไร ถึงไม่เห็นคุณค่าร่างกายและชีวิตของตนเองเลยเป่ยหรงที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศแปรปรวน ภูมิประเทศซับซ้อน ไหนเลยจะตีได้ง่ายดายนัก อีกทั้งทหารม้าของเป่ยหรงก็ไม่ใช่พวกกินหญ้าเล่นไม่ควรพักฟื้นสะสมกำลัง บำรุงไพร่พลให้พร้อม แล้วค่อยยกทัพมุ่งสู่เมืองหลวงหรือชาติก่อ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya

บทที่ 36 ออกเดินทางสู่แดนเหนือ

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา หลิวชิงหลียังคงมึนงงอยู่บ้าง นางแบกย่ามใบเล็กที่แน่นป่อง ขี่ม้าตัวน้อยสีน้ำตาลแดง เดินทางเคียงข้างนายกองอวี๋นางกำลังจะติดตามกองทัพไปยังแดนเหนือ หลิวเจิ้นหยวนนั่งอยู่บนรถเข็น เฉียวเฉียวเป็นผู้เข็นให้ ทั้งสองคนดวงตาแดงก่ำ น้ำตาคลอ ต่างโบกมืออำลาหลิวชิงหลีด้วยความอาลัยหลิวชิงหลีหันกลับไป มองเห็นแต่ความอาวรณ์ในดวงตา ทั้งต่อท่านพ่อ ต่อเฉียวเฉียว รวมถึงความเศร้าและความสับสนของการจากบ้านไปไกลเป็นครั้งแรกแต่ก่อนล้วนเป็นนางที่ยืนส่งท่านพ่อออกเดินทาง กระทั่งวันนี้เมื่อเงาของท่านพ่อค่อยๆ เลือนหายไปจากสายตา นางจึงเข้าใจว่าความเจ็บปวดของท่านพ่อในวันวานนั้นมากกว่านางเสียอีกจนกระทั่งไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้อีก หลิวชิงหลีจึงหันกลับมา เงยหน้ามองนกที่โผบินอย่างอิสระท่ามกลางท้องฟ้าสีครามและเมฆขาว ใจลอยไปไกลแสงแดดอบอุ่นสดใส เสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว ดอกไม้ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ดูเหมือนว่า...มันก็ไม่ได้เศร้าอย่างที่คิด*****“ท่านแม่ทัพ บาดแผลของท่านยังไม่หาย กลับเถิดเจ้าค่ะ อาหลีจะได้รับการดูแลอย่างดีแน่นอน”ยืนตากลมอยู่นาน ดวงตาเริ่มแสบจนแทบลืมไม่ขึ้น เฉียวเฉียวจึงอดเอ่ยเตือนไม่ได้หลิวเจิ้นห
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya

บทที่ 37 พบกันอีกครั้งที่ผิงเฉิง

วันนี้ท้องฟ้ายังหม่นมัวเช่นเดิม หลิวชิงหลีเดินไปตามถนน แทบไม่เห็นต้นไม้เขียวชอุ่ม ลมทรายพัดเข้าตา อากาศรอบกายแห้งผาก สภาพแวดล้อมช่างโหดร้ายจริงๆหลังซื้อเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของสตรีเสร็จ หลิวชิงหลีก็เดินไปตามถนนอย่างไร้จุดหมาย ทหารยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยพากันมองตาม จนดูเอิกเกริกไม่น้อย“คุณหนูหลิว จะไปที่ใดต่อดี?” ท่ามกลางสายตาที่จ้องมองตรงไปตรงมา เหล่าทหารรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก“ไปซื้อหนังสือสักหน่อย แล้วก็กลับได้แล้ว”หลิวชิงหลีพูดเช่นนั้น แต่กลับเดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าก่อน ซื้อเสื้อให้ทหารสามคนที่ตามมาด้วย ให้พวกเขาเปลี่ยนเสียก่อน จากนั้นจึงไปยังร้านหนังสือเลือกอยู่นานกว่าครึ่งชั่วยาม ในมือก็มีหนังสือเพิ่มขึ้นหลายเล่ม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องขนบธรรมเนียมของแดนเหนือ ภูมิประเทศ และสภาพแวดล้อม นางอยากได้อย่างอื่นอีก แต่หาไม่พบ“เถ้าแก่ ที่นี่มีหนังสือเกี่ยวกับชนเผ่าเป่ยหรงหรือไม่ พวกที่กล่าวถึงภูมิประเทศก็ได้”นางอยากเข้าใจชาวเป่ยหรงให้มากขึ้น ทั้งวิถีชีวิตและลักษณะพื้นที่คำพูดยังไม่ทันจาง เสียงหัวเราะเยาะก็ดังขึ้นข้างหู “ถ้ามีของพวกนั้น เป่ยหรงจะยังอยู่ได้หรือ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya

บทที่ 38 สตรีเคียงข้างท่านอ๋อง

บันไดขึ้นกำแพงเมืองทอดยาวนัก หลิวชิงหลีไร้วรยุทธ์ เรี่ยวแรงก็ไม่ดี อีกทั้งขายังสั้นกว่าหลี่เหยียน ไม่กี่อึดใจก็ถูกทิ้งห่างไปไกลผ่านไปราวหนึ่งเค่อ นางจึงปีนขึ้นมาถึงด้านบน พิงกำแพงหอบหายใจถี่ ครั้นอารมณ์เริ่มสงบ สายตานางจับจ้องแผ่นหลังสีแดงเพลิงของชายผู้อยู่ไม่ไกล คิดจะก้าวเข้าไปถามให้รู้เรื่องทว่าฉับพลันนั้น เสียงกีบม้าดังกระหึ่มเป็นระลอก อึกทึกกึกก้อง ตัดขาดความคิดของนางสิ้นเงยหน้ามองไป เห็นกองทหารม้าจำนวนมากควบทะยานมาจากระยะไกล แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดต้องเกราะเงินของพวกเขา สะท้อนประกายเย็นเยียบ กองทัพเคลื่อนผ่านที่ใด ฝุ่นผงก็ฟุ้งกระจาย แรงทะลวงดุดันยากต้านในดวงตาของหลิวชิงหลี ปรากฏเงาสองร่างที่มิอาจละสายตาผู้นำขบวนคือมู่หรงเฉิงซึ่งกำลังเดินทางกลับ เขากำบังเหียนมือเดียว ควบม้าอย่างรวดเร็ว เปิดทางให้ผู้คนนับหมื่น อานุภาพแผ่ซ่าน ราวเทพสงครามอวตารและเคียงข้างเขา ยังมีทิวทัศน์งดงามอีกหนึ่งสาย นั่นคือแม่ทัพสตรีผู้สง่างาม คิ้วตาคมเข้ม ผมมัดเกล้าสูง ควบม้าด้วยมือเดียวเช่นกัน ต่างกันตรงที่บนแขนซ้ายของนางมีเหยี่ยวฟ้าตัวหนึ่งเกาะอยู่ กำลังสยายปีกจะโผบินเพียงสบตากับเหยี่ยวฟ้าสายตาคมกริบ จิ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya

บทที่ 39 ความลับที่ถูกสงสัย

เมื่อลงจากกำแพงเมืองและแสดงตัวตนแล้ว หลิวชิงหลีก็ให้ทหารคนหนึ่งพาไปยังค่ายทหาร ที่นี่อยู่ใกล้ค่ายนัก ไม่จำเป็นต้องกลับไปพักที่โรงเตี๊ยมเมื่อนายกองอวี๋รู้ว่านางมา ก็รีบมาหาทันที จัดการดูแลให้อย่างเรียบร้อยเสื้อผ้า รองเท้า ของใช้ประจำวันไม่ต้องพูดถึง แม้แต่ขนมจุกจิกที่นางชอบกินก็เตรียมไว้ครบ กระทั่งกระโจมพักยังเป็นสีชมพูที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ“……” ถึงขนาดนี้ก็ไม่จำเป็นกระมังเหล่าทหารที่เดินผ่านไปมา เห็นกระโจมที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ต่างพากันหยุดมุงดู ทำให้นางรู้สึกกระอักกระอ่วนยิ่งนักหลังจากพูดคุยกันครู่หนึ่ง หลิวชิงหลีก็เล่าเรื่องที่หลี่เหยียนลักพาตัวนางจากกลางเมืองและรังแกนางให้นายกองอวี๋ฟังนายกองอวี๋ได้ยินเข้าก็เดือดดาลทันที ตั้งใจจะไปหาหลี่เหยียนเพื่อเอาเรื่อง เรื่องนี้มันรังแกกันเกินไปแล้ว แต่หลิวชิงหลีกลับห้ามไว้ นางเพียงขอให้นายกองอวี๋ช่วยไปฟ้องมู่หรงเฉิงแทนมู่หรงเฉิงปกครองกองทัพโดยแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับหน้าที่อย่างชัดเจน ย่อมไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปแน่นอน อีกทั้งหลี่เหยียนใส่ใจมู่หรงเฉิงมากที่สุด หากถูกเขาลงโทษด้วยตนเอง หลี่เหยียนจึงจะเจ็บจริงนางเริ่มรู้สึกว่าการกระทำของหลี่
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya

บทที่ 40 ท่านอ๋องให้ความเป็นธรรม

เวลาย้อนกลับไปครึ่งชั่วยามก่อนหน้านั้น นายกองอวี๋เพื่อช่วยแก้แค้นให้หลานสาว เรียกได้ว่าทุ่มเทเต็มที่ เขาไม่สนกฎระเบียบหรือฐานะหน้าที่ วิ่งหน้าซีดน้ำตานองหน้าไปฟ้องต่อท่านอ๋องที่เพิ่งกลับถึงกระโจม ร่ำไห้ฟูมฟาย ใส่ร้ายป้ายสี หวังให้ท่านอ๋องช่วยกำราบที่ปรึกษาให้ดีใครจะคิดว่าอีกฝ่ายฟังแล้วกลับครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจไปขอโทษหลานสาวด้วยตนเอง แถมยังเตรียมของดีมาทั้งหีบเพียงแต่เขาสู้ขายาวของท่านอ๋องไม่ได้ ทั้งความเร็วก็ห่างชั้น จึงถูกทิ้งระยะไปไกล กว่าจะตามมาทัน จากระยะห่างหนึ่ง เขาก็เห็นภาพที่ทำให้ต้องตะลึง ท่านอ๋องผู้เย็นชาจนแทบไม่เคยเข้าใกล้สตรีมาหลายปี กลับกำลังโอบเอวสตรีร่างบอบบางไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยทั้งงุนงง ทั้งรู้สึกแปลกใหม่ เขาจึงยืนดูอยู่ด้านข้างอย่างเพลิดเพลิน แต่ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลสตรีในอ้อมอกของท่านอ๋องดูช่างคุ้นตาเหลือเกิน ชายกระโปรงนั้น รูปร่างนั้น ที่แห่งนี้อีก…ในค่ายทหารนอกจากแม่ทัพหญิงคนใหม่ผู้นั้นแล้ว ยังจะมีสตรีอื่นได้อย่างไร แย่แล้ว หรือว่าสตรีผู้นี้จะเป็น…ขาของนายกองอวี๋สั่นระริก เขาเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ยิ่งมองก็ยิ่งเวียนหัว ที่แท้ก็
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-10-14
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1234567
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status