جميع فصول : الفصل -الفصل 30

67 فصول

บทที่ 21 ยาจากท่านอ๋อง

ขณะกำลังกลัดกลุ้ม ก็มีผู้หนึ่งกางร่มเดินฝ่าสายฝนเข้ามา เป็นหมอทหารอู๋ผู้คอยตรวจรักษาอาการของบิดานั่นเอง“คุณหนูหลิว” หมอทหารอู๋โบกมือเรียกนางจากระยะหนึ่ง“ท่านหมอหรือเจ้าคะ เชิญเข้ามาเถิด”หลิวชิงหลียินดี รีบเชิญเขาเข้ามาด้านใน หยิบเสื้อผ้าและรองเท้าของท่านพ่อให้เขาเปลี่ยน ฝนตกหนัก ร่างของเขาเปียกชุ่มไปหมดหมอทหารอู๋ยืนอยู่ตรงประตู โบกมือปฏิเสธ “ไม่จำเป็นหรอกคุณหนูหลิว ข้ามาตามคำสั่งเพื่อส่งยา ส่งเสร็จก็ต้องไปแล้ว”เขาก้มหน้าหยิบขวดยาหลายขวดจากหีบยาวางลงบนโต๊ะ จากนั้นก็ยังคงค้นหาในหีบต่อดวงตาของหลิวชิงหลีสว่างวาบ นางเปิดขวดหนึ่งขึ้นดม เป็นเครื่องหอมชนิดเดียวกับที่หลี่เหยียนเคยให้มาก่อนหน้า ไม่ผิดเพี้ยนแน่“ขอบคุณท่านหมอเจ้าค่ะ ยาที่ให้ไว้ก่อนหน้ากำลังจะหมดพอดี ข้ากำลังกังวลอยู่ทีเดียว ท่านช่างมีน้ำใจยิ่งนัก ได้รับการดูแลเช่นนี้ วันหน้าหากมีโอกาส ข้าจะขอเลี้ยงอาหารดีๆ ตอบแทนสักมื้อ”“อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลย ข้าละอายใจนัก ช่วงนี้ในกองทัพมีทหารเจ็บป่วยมาก งานรุมเร้าจนลืมมาดูท่านแม่ทัพ หากมิใช่ท่านอ๋องกำชับ ข้าคงยังไม่ทันนึกถึง คุณหนูควรขอบคุณท่านอ๋องเถิด”หมอทหารอู๋หยิบกล่องผ้าไหมสองกล่
last updateآخر تحديث : 2026-10-13
اقرأ المزيد

บทที่ 22 คำเตือนท่ามกลางสายฝน

สายฝนยิ่งกระหน่ำหนักขึ้น ทั่วทั้งใต้หล้าประหนึ่งเหลือเพียงเสียงเม็ดฝนกระทบกระดาษน้ำมันดังแปะๆ และเสียงเรียกแผ่วเบาท่ามกลางสายฝน แผ่วเสียยิ่งกว่าลูกสัตว์ครางอย่างน่าเวทนาหลิวชิงหลีไล่ตามไม่ทัน วิ่งไปด้วยใจร้อนรุ่ม เผลอเหยียบหลุมโคลนลึกเข้าอย่างจัง ร่างล้มคว่ำลงในดินเลน มิอาจลุกขึ้นได้ ความน้อยเนื้อต่ำใจถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย นางจึงปล่อยโฮร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ไม่คิดห้ามปรามตนเองอีกต่อไปนางไม่รู้ร้องไห้ไปเนิ่นนานเพียงใด ฝนเหนือศีรษะกลับหยุดลงกะทันหัน“คุณหนูหลิว เป็นอันใดไป เหตุใดถึงได้เปรอะเปื้อนเช่นนี้ ท่านแม่ทัพเห็นเข้าคงปวดใจยิ่งนัก”ท่านหมอทหารอู๋ซึ่งย้อนกลับมา วางหีบยาที่กอดไว้ในอ้อมแขนลง กางร่มประคองหลิวชิงหลีที่เปื้อนโคลนทั้งตัวขึ้น แล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดผืนหนึ่งให้นางหลิวชิงหลีดีใจขึ้นมาทันที รับผ้ามาเช็ดใบหน้าเลอะเทอะอย่างลวกๆ พยายามกะพริบตาขับไล่น้ำฝนที่ขังอยู่ในดวงตา ก่อนจะสะอื้นเอ่ยว่า“ท่านหมออู๋ ข้า…ข้าอยากขอให้ท่านช่วยฝากถ้อยคำไปถึงท่านอ๋องได้หรือไม่”ท่านหมอทหารอู๋กล่าว “คุณหนูโปรดว่ามา”หลิวชิงหลีสูดจมูก ดวงตาแดงก่ำซ่อนความโศกเศร้าที่ไม่อาจสลาย“ในสนามรบ ดาบหอกไ
last updateآخر تحديث : 2026-10-13
اقرأ المزيد

บทที่ 23 ความลับในความฝัน

ลำแสงทองสาดลงมาเฉียงๆ ส่องประกายเจิดจ้า อากาศอึมครึมตลอดหนึ่งเดือนในที่สุดก็ปลอดโปร่ง ฟ้าเปิดรับฟ้าครามเมฆขาว กระต่ายป่าที่หลบซ่อนมานานเริ่มวิ่งวุ่นไปทั่ว ราวกับออกมาเฉลิมฉลองหลิวชิงหลีกับเฉียวเฉียวนำเสื้อผ้าและผ้าห่มที่กองหมักจนมีกลิ่นอับออกมาซัก ทั้งสองง่วนอยู่จนเที่ยงวันจึงซักเสร็จได้สองตะกร้าหลังจากช่วยกันตากเสื้อผ้าเสร็จ ก็ขึ้นไปนั่งพักบนไหล่เขาอากาศหลังฝนชุ่มเต็มไปด้วยกลิ่นหญ้าและดอกไม้ป่าพอเหมาะ ทั้งชื่นใจทั้งชวนเคลิบเคลิ้ม สายลมรักอิสระแต่แฝงความอ่อนหวาน ลูบไล้ข้างขมับหลิวชิงหลีอย่างแผ่วเบาและอาลัยอาวรณ์นางเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว หลับตา ซึมซับเสรีภาพและความสงบในชั่วขณะนี้วัยเยาว์นั้น มักไร้กังวล ครั้นเป็นภรรยา เป็นมารดา ก็สิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไปกว่าครึ่งชีวิต ต้องโชคดีเพียงใดจึงได้หวนกลับสู่จุดเริ่มต้น ทว่าเหตุใดหัวใจกลับว่างเปล่าเสมอ“อาหลี พรุ่งนี้ข้าต้องกลับแล้ว”เฉียวเฉียวมองอาหลีที่อาบแสงอาทิตย์ หลุบตากลั้นความอาวรณ์ ก่อนจะเอนกายนอนบนผืนหญ้า สายตาเผลอทอดไปยังค่ายทหารเบื้องล่างของไหล่เขา“เฉียวเฉียว เจ้าจงจำไว้ ข้ากับท่านพ่อจะเป็นที่พึ่งของเจ้าเสมอ หากคิดถึงพวกเรา ก็ให้
last updateآخر تحديث : 2026-10-13
اقرأ المزيد

บทที่ 24 ชีวิตที่ข้าเลือกเอง

ชีวิตของนางมีเพียงการรับใช้สามี เลี้ยงดูบุตร เรียนรู้สิ่งที่ตนไม่รัก และเฝ้ารอเขา รอให้เขากลับจากสนามรบอย่างปลอดภัย รอให้เขาจัดการงานบ้านเมือง รอให้เขาสะสางราชกิจ…ทั้งที่สิ่งที่นางหวาดกลัวที่สุดก็คือการรอคอยในฐานะตัวของนางเอง นางไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย นางทุ่มเทเสียมากมายถึงเพียงนั้น ท้ายที่สุดหัวใจของเขากลับไปอยู่กับสตรีอีกผู้หนึ่ง นางโกรธแค้นจนลมหายใจขาดห้วงจากไป เช่นนี้แล้วจะให้นางปล่อยวางได้อย่างไรเฉียวเฉียวมองนางด้วยความปวดร้าวใจ เอ่ยปลอบว่า“อาหลี เจ้าจงจำไว้ นั่นเป็นเพียงความฝัน อย่าเผลอจมลึกเกินไป หากเจ้าไม่ยอม ทุกสิ่งที่เจ้าพูดมาล้วนไม่อาจเกิดขึ้น”หลิวชิงหลีมองเข้าไปในดวงตาของเฉียวเฉียวอย่างเหม่อลอย ผ่านไปเนิ่นนานจึงเอ่ยเสียงแผ่วรับคำ“ใช่แล้ว ทุกสิ่งเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้น”เป็นนางเองที่อ่อนไหวเกินไป สมควรแล้วที่จะหันมามองปัจจุบัน ใช้ชีวิตให้ดี และพยายามเปลี่ยนแปลงเมื่อร้องไห้ติดต่อกันหลายครา ระบายทุกสิ่งออกไปจนหมด หลิวชิงหลีก็รู้สึกโปร่งโล่ง ความแค้นและความชิงชังในใจราวถูกลมลูกใหญ่พัดหายไปสิ้นยามค่ำ หลิวเจิ้นหยวนฝึกทหารเสร็จกลับมา เพียงปรายตามองก็สังเกตเห็นความเปลี่ยน
last updateآخر تحديث : 2026-10-13
اقرأ المزيد

บทที่ 25 ศึกซูโจวที่ต้องเปลี่ยนแปลง

หลิวเจิ้นหยวนไม่เคยระแวดระวังบุตรสาวคนโปรดของตนเลย เพียงนางเอ่ยว่าขอชมตราแม่ทัพ เขาก็รีบวิ่งแจ้นเข้าไปในกระโจม หยิบออกมาวางไว้ตรงหน้านางโดยไม่ถามสักคำว่าขอดูเพื่อสิ่งใดตราประทับขนาดเท่าฝ่ามือ งานฝีมือประณีต บนตัวตราเป็นหยกเขียวแกะสลักเป็นสิงโตตัวน้อย ท่าทางดุดันน่าเกรงขาม ใต้ฐานสลักอักษรว่า “ตราแม่ทัพซ้ายจงหลาง” เอกสารคำสั่งทุกฉบับของหลิวเจิ้นหยวนล้วนต้องประทับตรานี้หลิวชิงหลีหยิบตราแม่ทัพขึ้นมาเล่นอย่างเกียจคร้าน ขนตายาวงอนทอดต่ำ กำลังครุ่นคิดหาทางจะเบี่ยงบิดาออกไป กลับมีคนเรียกเขาเสียก่อนทหารนายหนึ่งในชุดเกราะ มือถือทวนยาวรีบร้อนเข้ามา เมื่อเห็นหลิวเจิ้นหยวนก็ประสานมือคุกเข่ารายงาน“รายงานท่านแม่ทัพ มีข่าวศึกเร่งด่วน ท่านอ๋องมีคำสั่งให้ท่านไปประชุมโดยด่วน”เพียงพริบตาเดียว บิดาก็วิ่งจากไปดุจสายลม หลิวชิงหลีได้แต่ทอดสายตามองแผ่นหลังที่ห่างไกลออกไป ช่างดีนัก ไม่ต้องให้นางเสียแรงคิดเองแล้วนางหันกลับเข้ากระโจมของตน ใช้ตราแม่ทัพประทับลงบนกระดาษขาวหลายแผ่น ครั้นประทับเสร็จก็หยิบพู่กันขึ้น เขียนตัวอักษรหวัดยุ่งเหยิงจนอ่านไม่ออก ปกคลุมเต็มแผ่นกระดาษเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น แสงอาทิตย์ยามเ
last updateآخر تحديث : 2026-10-13
اقرأ المزيد

บทที่ 26 ดวงจันทร์ที่มิอาจเอื้อมถึง

“เขาเกิดมาเพื่อเป็นราชันย์โดยแท้ เป็นเทพสงครามผู้หาใครเทียม มีแค้นใหญ่ต้องชำระ มีแผ่นดินและราษฎรต้องแบกรับ ท้ายที่สุดแล้วจึงค่อยเป็นของเจ้า”“คนเช่นนี้ถูกลิขิตให้ยืนอยู่บนยอดเขาสูง หนาวเหน็บและโดดเดี่ยว พ่อไม่อาจทนเห็นเจ้ามีชีวิตอยู่เพียงเพื่อเงยหน้ามองเขาได้ เอาเถิด…ล้มเลิกเสียเถอะ”ในชาติปางก่อน หลังล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของมู่หรงเฉิง บิดาเคยเตือนนางเช่นนี้ยามนั้นนางเต็มเปี่ยมด้วยความรัก จะฟังคำเตือนได้อย่างไร สิ่งใดจะต้องเผชิญหลังติดตามเขา นางรู้ดี เพียงแต่หลอกตนเองไม่ยอมมองบัดนี้เมื่อได้เริ่มต้นใหม่ กลับอดอิจฉาความกล้าหาญของตนในอดีตไม่ได้ นางเคยคิดจะเด็ดจันทร์จากฟากฟ้า ทั้งที่ไม่เคยหวั่นเกรงความหนาวเหน็บเลยแม้แต่น้อย“หากเจ้ายังลืมเขาไม่ได้จริงๆ พ่อจะไปขอพระกรุณาจากท่านอ๋องให้ ด้วยหน้าของพ่อ อย่างไรก็ยังพอมีโอกาสให้เจ้าได้อยู่รับใช้ใกล้พระวรกาย เพียงแต่เจ้าต้องเข้าใจ ฐานะของเขานั้นถูกลิขิตมาแล้วว่าจะไม่มีเพียงเจ้าคนเดียว…”หลิวชิงหลีหันกลับไป มองเห็นบิดายืนอยู่ไม่ไกล มือไพล่หลัง สายตาซับซ้อนยากอ่าน ความรักความห่วงใยของผู้เป็นบิดาทำให้นางดวงตาร้อนผ่าว นางถอนใจแผ่วเบา“ท่านพ่อ ท่าน
last updateآخر تحديث : 2026-10-13
اقرأ المزيد

บทที่ 27 ความลับในจดหมาย

อีกด้านหนึ่ง หลิวชิงหลีรีบขึ้นรถม้าไปหาเฉียวเฉียว หลังออกเดินทางได้ไม่นานก็พบกันพอดี เดิมทีเฉียวเฉียวทราบข่าวว่าบิดาของนางออกศึก จึงรีบมาส่ง แต่ก็ยังมาช้าไปหนึ่งก้าว“เฉียวเฉียว ของที่ข้าให้เจ้าจัดเตรียมไว้ เตรียมพร้อมแล้วหรือไม่”เฉียวเฉียวพยักหน้า แววตาเต็มไปด้วยความกังวล“อาหลี เรื่องที่เจ้าบอกไว้ในจดหมายนั้น…เป็นความจริงทั้งหมดหรือ”วันนั้นหลังจากกลับจากค่ายทหารถึงเรือน เฉียวเฉียวเปิดห่อสัมภาระหนักอึ้งด้วยความสงสัย ภายในกลับเป็นหีบทองคำแท่งจำนวนหนึ่ง ห่อด้วยเสื้อผ้าอย่างแน่นหนา ในหีบยังมีถุงแพรอีกใบ เมื่อเปิดออก ภายในมีจดหมายหนึ่งฉบับกับบัญชีรายการแผ่นหนึ่งอาหลีเขียนไว้ในจดหมายว่า ศึกซูโจวครั้งนี้ ท่านลุงหวงจะอยู่ฝ่ายตรงข้าม ท่านแม่ทัพจึงโจมตีอยู่นานไม่อาจเอาชนะ สูญเสียกำลังพลอย่างหนักส่วนในบัญชีรายการ นอกจากธนูแล้ว ยังมีเสบียงอาหาร ตั๋วแลกเงิน เสื้อผ้า และสิ่งของอื่นๆ อีกมากมาย เฉียวเฉียวอ่านแล้วกลับยิ่งไม่เข้าใจหลิวชิงหลีโน้มเข้าไปกระซิบข้างหู บอกว่ายามนางป่วย เซียนได้เข้าฝัน เล่าเรื่องราวมากมายให้ฟังหลายสิ่งในความฝันกลับกลายเป็นจริง เช่นการรุกรานของพวกเป่ยหรงที่กล่าวไว้ในจด
last updateآخر تحديث : 2026-10-13
اقرأ المزيد

บทที่ 28 แผนลับในค่ายทหาร

วันถัดมา หมูสิบตัวที่นางสั่งไว้ก็มาถึง นางต้อนหมูตรงไปยังค่ายทหารชั่วคราว ด้วยมีเอกสารประทับตรา ไม่มีใครขัดขวาง นางเข้าไปถึงครัวหลวง ใช้นามของหลิวเจิ้นหยวน สั่งให้ยามค่ำเชือดหมูสักหลายตัว เพิ่มอาหารให้ทหาร กินให้อิ่ม มีมันในท้อง ทหารจึงจะมีกำลังออกรบฆ่าศัตรูทว่าครานี้กลับมีผู้สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบไปรายงานหลิวเจิ้นหยวนเพิ่งเสียท่าให้หวงเจวี๋ยอี้ สูญเสียทหารไปกว่าร้อยคน ใบหน้าเกรี้ยวกราดดุเดือด สั่งถอนทัพกลับค่ายในทันที ระหว่างทางสบถด่าตลอดไม่หยุดบรรยากาศรอบกายตึงเครียดหนักหน่วง จนไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปใกล้แม้แต่น้อย มีคนมาถามเรื่องเพิ่มอาหารว่าจริงหรือไม่ เขาแทบไม่คิด ตวาดใส่ทันที“กิน กิน กิน รู้จักแต่จะกิน ยังอยากกินเนื้ออีกหรือ ไม่สู้ฆ่าข้าแล้วเอาไปกินเสียเลย...”“ท่านแม่ทัพโปรดระงับโทสะ”ครั้นหลิวเจิ้นหยวนโกรธขึ้นมา มักเผลอหลุดปากโดยไม่ยั้งคิด เหล่าทหารที่อยู่ใกล้ต่างหน้าซีดเผือด พากันคุกเข่าขออภัยผ่านไปครู่หนึ่งเมื่ออารมณ์เย็นลง เขาก็เริ่มฉุกคิดถึงความผิดปกติ หมูสิบตัวมาจากที่ใดกันหลิวเจิ้นหยวนพาคนไปยังโรงครัว พอเข้าไปก็เห็นหมูตัวขาวอ้วนเรียงรายอยู่ในคอกหมูที่เพิ่งต่อขึ้
last updateآخر تحديث : 2026-10-13
اقرأ المزيد

บทที่ 29 กลศึกบั่นทอนใจ

“อาหลีเอ๋ย แบบนี้มันจะได้ผลจริงหรือ?” ใต้กำแพงเมือง นายกองอวี๋ก้มหน้าคอตก ขมวดคิ้วจนแทบเป็นปม“ได้ผลแน่นอน ดูไปก่อนเถิด”หลิวชิงหลีทอดสายตามองหวงเจวี๋ยอี้บนกำแพงเมือง แล้วเหลือบไปยังบิดาที่อยู่ใต้หอประตูเมือง สวมเพียงเสื้อชั้นใน ร้องไห้ไปตะโกนไป นางพึงใจยิ่งนักตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน มนุษย์ล้วนยากจะยอมรับความพ่ายแพ้ โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ในสนามรบ ต่อให้ชนะศึกนับพันครั้ง ก็อาจได้เพียงคำชมหนึ่งประโยค แต่หากแพ้เพียงครั้งเดียว กลับถูกจารึกไว้ในพงศาวดาร เป็นความอัปยศที่คนรุ่นนี้ด่า คนรุ่นหลังด่า กลายเป็นอีกแบบหนึ่งของการถูกจดจำไปชั่วกาล ผู้ที่ประสบเหตุ แม้กาลเวลาผ่านไปกว่าครึ่งชีวิต กลางดึกกลางดื่นยังสะดุ้งตื่น ร่ำไห้ถามตนเองว่าเหตุใดจึงแพ้ครั้งนั้นบิดาเจ็บปวดใจอย่างยิ่ง จึงเขียนบันทึกหลังศึกยาวนับหมื่นอักษร ตัวอักษรของบิดานั้นดูไม่ได้เอาเสียเลย นางจึงนั่งอยู่ข้างกาย คอยจดแทนให้ทีละขีดทีละเส้น ขณะเขาเขียนไปก็ร่ำไห้ไป ความเจ็บปวดในวันนั้นยังตราตรึงไม่เคยเลือนเพราะเหตุนี้ ศึกครั้งนี้นางจึงรู้แจ้งทุกจุด ทุกจังหวะก่อนเปิดศึก สายลับของมู่หรงเฉิงในเมืองหลวงรายงานว่าจะไม่มีทัพหนุนมาถึง ทว่าหวงเ
last updateآخر تحديث : 2026-10-14
اقرأ المزيد

บทที่ 30 เล่ห์กลที่ซ่อนอยู่

ทว่าหลังจากหลิวเจิ้นหยวนกับหวงเจวี๋ยอี้ต่อสู้กันอย่างถึงใจ กลับไม่รู้ด้วยเหตุใด ทั้งสองก็มานั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน ดื่มสุรา กินเนื้อเสียแล้ว ก่อให้เกิดเสียงฮือฮาและความเคลือบแคลงไปทั่วทั้งสองฝั่ง“ท่านอาอวี๋ พวกเราไปดูอีกด้านหนึ่งเถิด ว่าแผนดำเนินไปถึงไหนแล้ว”หลิวชิงหลีดูไปก็รู้สึกจืดชืด จึงเรียกนายกองอวี๋ให้จากไปพร้อมกันทั้งสองควบม้าออกไปอย่างเงียบเชียบ อ้อมทางไกลกว่าสิบลี้ จนมาถึงเชิงเขาลูกหนึ่งหากข้ามภูเขาลูกนี้ไปก็จะเข้าสู่ซูโจวได้โดยตรง ทว่าต้องข้ามหน้าผาสูงชันและสายน้ำเชี่ยวกราก หากหวังเข้าซูโจวทางนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่หลิวชิงหลีก็ไม่คิดจะเข้าซูโจวจากเส้นทางนี้ตั้งแต่แรกนางสั่งให้ผู้คนตั้งป้อมบนไหล่เขา ใช้ธนู เครื่องยิงหิน และโคมขงหมิง เป็นช่องทางโยนเสื้อผ้า รองเท้า ของใช้ประจำวัน เงิน เสบียงอาหาร รวมถึงจดหมายชักชวนให้ยอมสยบ ส่งเข้าไปในเมืองทั้งสองลงจากม้า เตรียมขึ้นเขา แต่กลับมีทหารชุดหนึ่งเดินลงมาพอดี ครั้นเห็นพวกนางก็รายงานว่าภารกิจสำเร็จเรียบร้อยแล้ว“อาหลี พรุ่งนี้ยังต้องทำเช่นนี้อีกหรือ? มันได้ผลจริงหรือ”วันนี้หวงเจวี๋ยอี้ถูกถ่วงเวลาไว้ได้ แต่พรุ่งนี้เขาอาจรู้ทันสิ่
last updateآخر تحديث : 2026-10-14
اقرأ المزيد
السابق
1234567
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status