บทที่ 1: วิวาห์แก้เคล็ดกับร่างใหม่ในฝันแรงกระแทกกระทั้นจากการเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้าปลุกสติที่จมดิ่งอยู่ในความมืดมิดให้ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาความเจ็บปวดบีบคั้นราวกับหัวใจจะฉีกขาดหายไปแล้ว ไม่มีเสียงหวีดร้องแหลมสูงของเครื่องวัดสัญญาณชีพในห้องฉุกเฉิน ไม่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนกึก และไม่มีเสียงหมอกับพยาบาลที่รุมตะโกนสั่งปั๊มหัวใจยื้อชีวิตเขาอยู่รอบเตียงรอบกายมีเพียงกลิ่นหอมเอียนของกำยานมงคลคลุ้งตลบ ผสมปนเปกับกลิ่นผ้าไหมเก่าเก็บและกลิ่นฝุ่นดินแห้งผาก แว่วเสียงฝีเท้าคนนับสิบย่ำเหยียบลงบนเศษหินกรวดเป็นจังหวะเนิบช้า สลับกับเสียงเป่าปี่ซัวน่าที่ดังแทรกสายลมเข้ามา ท่วงทำนองแหลมสูงชวนแสบแก้วหูนั้นฟังดูละม้ายคล้ายดนตรีมงคล ทว่าจังหวะการรัวกลองกลับแฝงความวังเวงโหยหวนจนชวนให้ขนหัวลุกพิลึก คล้ายขบวนส่งวิญญาณคนตายมากกว่าขบวนรับเจ้าสาว‘ยังไม่ตาย... หรือว่ากูรอดวะ?’ภาคินพยายามกะพริบเปลือกตาอันหนักอึ้งเพื่อปรับทัศนวิสัย ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือม่านผ้าโปร่งสีแดงชาดปักดิ้นทองหยาบๆ ผืนหนาที่ห้อยระย้ารอบทิศ แสงตะวันยามบ่ายส่องลอดผ่านรอยแยกของหน้าต่างไม้ฉลุลาย สะท้อนให้เห็นละอองฝุ่นลอยคว้างอยู่ในอากาศ ชายหน
Last Updated : 2026-10-16 Read more