ภรรยาตัวน้อยของท่านแม่ทัพผู้แกล้งตาย

ภรรยาตัวน้อยของท่านแม่ทัพผู้แกล้งตาย

last updateLast Updated : 2026-10-16
By:  พิมพ์ใจCompleted
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
35Chapters
13views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ชาติก่อนเป็นหนุ่มล่ำสูงร้อยเก้าสิบที่ใฝ่ฝันอยากเป็น ‘รับ’ จนตัวสั่น แต่ภาพลักษณ์ดันดุจนตายคาคานแบบไร้มลทิน! พอลืมตาเกิดใหม่ในร่างคุณชายตัวเล็ก ผิวขาว บอบบางสมใจนึก กลับต้องถูกส่งมาแต่งงานแก้เคล็ดกับ จ้าวเหยียนหลง แม่ทัพใหญ่แดนเหนือที่ถูกพิษนอนพะงาบๆ รอวันลงโลง ทว่าแทนที่จะร่ำไห้ วิญญาณเทรนเนอร์กลับตาลุกวาวเมื่อเห็นสรีระแผงอกและซิกแพ็กแน่นเปรี๊ยะใต้ร่มผ้า... บอดี้พรีเมียมขนาดนี้จะปล่อยให้ตายไม่ได้ ข้าต้องได้เปิดซิง! มหกรรม “กู้ชีพสามีด้วยอกไก่ปั่นและโปรตีน” จึงเริ่มต้นขึ้น คนทั้งจวนต่างปาดน้ำตาซาบซึ้ง คิดว่าฮูหยินน้อยเฝ้าดูแลเช็ดตัวสามีด้วยรักแท้บริสุทธิ์ หารู้ไม่ว่าเจ้าตัวกำลังแอบจับชีพจร คลำกล้ามเนื้อ แล้วบ่นพึมพำข้างหูคนป่วยว่า “ฟื้นเถอะพี่ อย่าเพิ่งรีบตาย พักฟื้นแล้วใช้แรงให้คุ้มก่อน!” ติดอยู่เรื่องเดียว... ท่านแม่ทัพไม่ได้สลบจริง แต่แกล้งโคม่าเพื่อซ้อนแผนจับกบฏในราชสำนัก และได้ยินความคิดสุดกาวพร้อมถูกลูบคลำเรือนร่างทุกวันจนเส้นความอดทนแทบขาดสะบั้น! เมื่อพยัคฆ์เหล็กแสร้งหลับไม่ไหวจนต้องลุกขึ้นมาตลบหลังศัตรู แผนการล้างแค้นราชสำนัก

View More

Latest chapter

More Chapters
No Comments
35 Chapters
บทที่ 1: วิวาห์แก้เคล็ดกับร่างใหม่ในฝัน
บทที่ 1: วิวาห์แก้เคล็ดกับร่างใหม่ในฝันแรงกระแทกกระทั้นจากการเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้าปลุกสติที่จมดิ่งอยู่ในความมืดมิดให้ค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาความเจ็บปวดบีบคั้นราวกับหัวใจจะฉีกขาดหายไปแล้ว ไม่มีเสียงหวีดร้องแหลมสูงของเครื่องวัดสัญญาณชีพในห้องฉุกเฉิน ไม่มีกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฉุนกึก และไม่มีเสียงหมอกับพยาบาลที่รุมตะโกนสั่งปั๊มหัวใจยื้อชีวิตเขาอยู่รอบเตียงรอบกายมีเพียงกลิ่นหอมเอียนของกำยานมงคลคลุ้งตลบ ผสมปนเปกับกลิ่นผ้าไหมเก่าเก็บและกลิ่นฝุ่นดินแห้งผาก แว่วเสียงฝีเท้าคนนับสิบย่ำเหยียบลงบนเศษหินกรวดเป็นจังหวะเนิบช้า สลับกับเสียงเป่าปี่ซัวน่าที่ดังแทรกสายลมเข้ามา ท่วงทำนองแหลมสูงชวนแสบแก้วหูนั้นฟังดูละม้ายคล้ายดนตรีมงคล ทว่าจังหวะการรัวกลองกลับแฝงความวังเวงโหยหวนจนชวนให้ขนหัวลุกพิลึก คล้ายขบวนส่งวิญญาณคนตายมากกว่าขบวนรับเจ้าสาว‘ยังไม่ตาย... หรือว่ากูรอดวะ?’ภาคินพยายามกะพริบเปลือกตาอันหนักอึ้งเพื่อปรับทัศนวิสัย ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือม่านผ้าโปร่งสีแดงชาดปักดิ้นทองหยาบๆ ผืนหนาที่ห้อยระย้ารอบทิศ แสงตะวันยามบ่ายส่องลอดผ่านรอยแยกของหน้าต่างไม้ฉลุลาย สะท้อนให้เห็นละอองฝุ่นลอยคว้างอยู่ในอากาศ ชายหน
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 2: สามีใกล้ตาย แต่บอดี้ระดับพรีเมียม
บทที่ 2: สามีใกล้ตาย แต่บอดี้ระดับพรีเมียมสิ้นเสียงเคาะไม้หน้าเกี้ยว ม่านผ้าโปร่งสีแดงชาดถูกตวัดเปิดออกอย่างไม่เบามือนักสายลมหนาวเหน็บยามบ่ายพัดกรูเข้ามากระทบผิวกายจนจิ่นเหยียนสะท้านวูบ บ่าวรับใช้หญิงสูงวัยสองคนในชุดผ้าป่านสีเทาหม่นยืนนิ่งอยู่หน้าเกี้ยว สีหน้าของพวกนางแห้งกร้าน ไร้รอยยิ้ม ไร้แววยินดีปรีดาผิดกับงานมงคลทั่วไป ไม่มีบ่าวไพร่ยืนรอรับขบวนเจ้าสาว ไม่มีดนตรีปี่กลองประโคมขาน มีเพียงลานเรือนหินกว้างขวางอันเงียบกริบดั่งป่าช้า ต้นไม้ใหญ่รอบทิศทิ้งกิ่งก้านแห้งกรอบเสียดสีกันตามแรงลมจนเกิดเสียงหวีดหวิวชวนวังเวง"เชิญฮูหยินน้อยก้าวลงจากเกี้ยว"น้ำเสียงของแม่เฒ่าร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าแข็งกระด้างราวกับก้อนหิน จิ่นเหยียนไม่ได้เอ่ยตอบ เขายกมือขึ้นจับผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงสดให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเท้าลงมาเหยียบพื้นลานหน้าเรือนปีกทิศบูรพา อาหลัวที่ยืนหลบมุมอยู่ข้างเกี้ยวพยายามจะยื่นมือมาประคอง ทว่ากลับถูกสายตาเย็นชาของแม่เฒ่าจ้องปรามจนต้องหดมือกลับไปยืนก้มหน้าตัวสั่นพวกนางเดินนำทางพาเขาข้ามผ่านระเบียงทางเดินคดเคี้ยว มุ่งตรงสู่เรือนพักหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านในสุด ประตูไม้หนาหนักลง
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 3: สัมผัสแรกสะท้านเตียง
บทที่ 3: สัมผัสแรกสะท้านเตียงจิ่นเหยียนผละออกจากข้างเตียง ก้าวขาไปทางโต๊ะแปดเซียนกลางห้องได้เพียงสองก้าว ปลายเท้าคู่เล็กในรองเท้าปักผ้าไหมสีแดงก็ชะงักกึกสายลมหนาวเหน็บที่พัดลอดผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างไม้ฉลุลายวูบหนึ่ง หอบเอาไอเย็นยะเยือกเข้ามากระทบผิวกายจนขนอ่อนลุกชัน เขาก้มลงมองสองมือขาวผ่องของตนเอง สลับกับหันกลับไปมองร่างสูงตระหง่านที่นอนสงบนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่มแพรบนเตียงไม้จันทน์ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเข้าหากันแน่น‘ไม่ได้การ... แค่ลูบคลำผ่านๆ ตาเนื้อมันจะไปรู้อะไรชัดเจน’ในฐานะอดีตเทรนเนอร์สายฟิตเนสและผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู เขารู้ซึ้งดียิ่งกว่าใครว่า คนที่นอนหมดสติติดเตียงเป็นเวลานาน สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าพิษร้ายก็คือภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบและพังผืดเกาะยึดข้อต่อ หากเส้นเอ็นหดสั้นจนแข็งทื่อ ข้อต่อล็อกติดตาย ต่อให้รอดชีวิตจากพิษกลับมาได้ ร่างกายอันไร้ที่ตินี้ก็คงไม่ต่างจากคนพิการเดินขากะเผลก แล้วจะเอาเรี่ยวแรงมหาศาลจากที่ไหนมาอุ้มตนขึ้นเตียงเข้าหอได้เล่า!คิดได้ดังนั้น จิ่นเหยียนก็สะบัดชายชุดมงคลสีแดง รุดหน้ากลับไปที่ขอบเตียงอีกรอบสองมือเรียวเล็กถลกแขนเสื้อกว้างขึ้นไปเหนือบ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 4: การปฏิวัติครัวจวนแม่ทัพ
บทที่ 4: การปฏิวัติครัวจวนแม่ทัพเทียนมงคลสีแดงเล่มหนาหลอมละลายจนเหลือเพียงแอ่งน้ำตาเทียนข้นคลั่ก ไส้เทียนมอดดับส่งควันสีเทาจางลอยม้วนตัวขึ้นสู่ขื่อเพดาน ไอหมอกเย็นเยียบยามเช้าตรู่แทรกซึมผ่านรอยต่อของบานหน้าต่างไม้ฉลุลาย ขับไล่ความมืดสลัวให้อ่อนแสงลง เผยให้เห็นรอยหมึกบนแผ่นกระดาษเซวียนจื่อที่แห้งสนิทเซียวจิ่นเหยียนวางพู่กันขนจิ้งจอกลงบนแท่นหิน ยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ เสียงกระดูกสันหลังลั่นเปรี๊ยะเบาๆ ทันทีที่ออกแรงเหยียดตัว ความเมื่อยขบแล่นริ้วขึ้นมาตามแนวบั้นเอวจนต้องยกมือนวดคลึง‘บอบบางเกินไปแล้ว... นั่งหลังคดหลังงอแค่คืนเดียว กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวก็ร้องประท้วงเสียแล้ว ร่างกายนี้ต้องถูกจับเข้าคอร์สยืดเหยียดพร้อมกับสามีเสียจริง’จิ่นเหยียนส่ายหน้าพลางถอนหายใจยาว สายตาก้มมองผลงานบนโต๊ะแปดเซียนด้วยความภาคภูมิใจ แผ่นกระดาษขาวสะอาดเต็มไปด้วยตารางขีดช่องอย่างเป็นระเบียบ แบ่งมื้ออาหารออกเป็นห้ามื้อย่อย กำหนดปริมาณโปรตีน คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน และเกลือแร่ไว้อย่างเคร่งครัดตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาแก๊ก...เสียงสลักประตูด้านนอกถูกดึงออกอย่างแผ่วเบา บานประตูไม้หนาหนักแง้มเปิดออกช้าๆ ร่างผอมกะหร่อ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 5: หมอหลวงปวดเศียรเวียนเกล้า
บทที่ 5: หมอหลวงปวดเศียรเวียนเกล้าจิ่นเหยียนค่อยๆ ประคองร่างสูงใหญ่ของสามีลงนอนราบกับฟูกนวมอย่างนุ่มนวล จัดแจงดึงผ้าห่มแพรปักดิ้นทองขึ้นมาคลุมถึงระดับอก ปลายนิ้วเรียวหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนบางขึ้นมาซับคราบน้ำแกงข้นตรงรอยหยักริมฝีปากของคนป่วยอย่างแผ่วเบา ชามกระเบื้องเคลือบที่ว่างเปล่าถูกส่งต่อให้อาหลัวถือออกไปล้างหลังเรือนแม้จะเปิดช่องหน้าต่างไม้ฉลุลายเพื่อระบายอากาศไปบ้างแล้ว ทว่ากลิ่นคาวจัดของเนื้ออกไก่บดผสมไข่ขาวดิบก็ยังคงลอยวนเวียนบางเบาอยู่ในห้อง จิ่นเหยียนลอบมองลำคอแกร่งของคนบนเตียงที่ยังคงขยับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เห็นได้ชัดว่ากระเพาะอาหารของท่านแม่ทัพใหญ่กำลังทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อย่อยโปรตีนชามยักษ์เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่สม่ำเสมอดังแว่วมาจากระเบียงทางเดินด้านนอก ตามด้วยกลิ่นหอมเย็นสดชื่นของโกฐเชียง ชะเอมเทศ และสะระแหน่แห้งที่โชยนำมาก่อนตัว กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นนั้นพัดกรูเข้ามาในห้อง ขับไล่กลิ่นคาวเนื้อสัตว์ให้จางหายไปในพริบตาผู้ที่ก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาคือบุรุษหนุ่มในชุดขุนนางสำนักหมอหลวงสีครามเข้ม รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหล่อเหลาหมดจด ผิวขาวละเอียดดั่งบัณฑิตผู้คงแก
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 6: กายภาพบำบัดยามวิกาล
บทที่ 6: กายภาพบำบัดยามวิกาลราตรีกาลคืบคลานเข้าปกคลุมจวนแม่ทัพทิศบูรพา ลมหนาวปลายวสันต์พัดกรูผ่านทิวไผ่ด้านนอกจนกิ่งก้านเสียดสีกันดังกึกกัก ไอเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านรอยต่อบานหน้าต่างไม้ฉลุลาย ขับไล่ความอบอ้าวของห้องหอให้อบอวลไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงัดหลังจากผ่านพ้นมื้อกลางวันและมื้อเย็นที่จิ่นเหยียนเคี่ยวกรำป้อนเนื้ออกไก่ต้มบดผสมไข่ขาวดิบใส่ปากท่านแม่ทัพใหญ่ไปอีกคนละสองชามพูน บ่าวไพร่ทั้งเรือนต่างพากันล่าถอยกลับไปนอนพักผ่อน ไม่มีผู้ใดกล้าเฉียดกรายเข้ามาเฉียดใกล้ห้องหออีก แม้กระทั่งอาหลัวก็ถูกไล่ให้ไปพักเอาแรงตั้งแต่หัวค่ำเซียวจิ่นเหยียนเพิ่งผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังแช่น้ำอุ่นในถังไม้เสร็จสิ้น ร่างบางสวมเพียงชุดตัวในผ้าไหมสีขาวเนื้อบางเบา ชายเสื้อหลวมโพรกตกลงมาเปิดเปลือยให้เห็นลำคอระหง แนวกระดูกไหปลาร้าขาวผ่อง และแผ่นอกบางเรียบเนียน เส้นผมดำขลับเปียกชื้นเล็กน้อยทิ้งตัวยาวระแผ่นหลัง กลิ่นสบู่อบร่ำดอกท้อหอมกรุ่นกำจายไปทั่วทุกย่างก้าวเขาสาวเท้าเดินตรงไปยังเตียงไม้จันทน์หลังใหญ่ ก้มมองบุรุษร่างยักษ์ที่นอนเหยียดยาวนิ่งสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มแพรปักดิ้นทองจ้าวเหยียนหลงยังคงนอนสงบนิ่ง ลมหายใจเข้าอ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 7: รายงานลับของท่านแม่ทัพ
บทที่ 7: รายงานลับของท่านแม่ทัพยามจื่อ ลมราตรีด้านนอกเริ่มสงบนิ่งไอเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านรอยต่อบานหน้าต่างไม้ฉลุลาย ทว่าภายในห้องหอกลับอบอ้าวราวกับเตาหลอมขนาดย่อม เปลวเทียนมงคลบนโต๊ะแปดเซียนมอดดับไปนานแล้ว เหลือเพียงแสงจันทร์กระจ่างสีเงินยวบยาบที่สาดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่าง ทาบทาลงบนพื้นห้องและม่านเตียงไม้จันทน์หลังใหญ่ ขับเน้นให้เห็นสภาพอันน่าอึดอัดใจใต้ผ้าห่มแพรผืนหนาสองชั้นเซียวจิ่นเหยียนหลับสนิทไปแล้ว ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ พวงแก้มขาวผ่องขึ้นสีชมพูระเรื่อด้วยไออุ่น ศีรษะทุยซุกแนบอยู่ตรงซอกคอแกร่ง ลำแขนเรียวเล็กข้างหนึ่งพาดกอดเอวสอบไว้แน่น ส่วนขาก็ก่ายทับลงบนหน้าขาของบุรุษร่างยักษ์อย่างถือสิทธิ์ ริมฝีปากบางสีชาดยังคงขยับพึมพำละเมอแผ่วเบาเป็นระยะ"อกไก่... ปั่นละเอียด... ต้องกินโปรตีน... หากกล้ามแฟบ... ข้าจะตีให้ก้นลาย..."ใต้ผ้าห่มที่ห่อหุ้มร่างไว้แน่นหนาประหนึ่งรังไหม เปลือกตาที่ปิดสนิทของบุรุษผู้ได้ชื่อว่าใกล้ลงโลง ค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆดวงตาของจ้าวเหยียนหลงยามนี้คมกริบดั่งเหยี่ยวล่าเหยื่อ แววตาดุดันลึกล้ำไร้ร่องรอยของคนป่วยใกล้ตาย แสงสะท้อนสีเงินของดวงจันทร์จับลงในตาดำขลับที่ทอประ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 8: แขกไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 8: แขกไม่ได้รับเชิญแสงอรุณรุ่งสีทองอ่อนทอประกายลอดผ่านทิวไผ่ ขับไล่หมอกหนาวที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบเรือนทิศบูรพาให้ค่อยๆ จางหายไปเซียวจิ่นเหยียนขยับเปลือกตาตื่นขึ้นมารับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่รอบกาย ผิวกายของเขายังคงแนบชิดอยู่กับแผงอกแกร่งดั่งหินผา ท่อนแขนและขาของตนเองพาดกอดเอวสอบของสามีไว้แน่นหนาตลอดคืน กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกับความอบอ้าวใต้ผ้าห่มแพรหนาสองชั้นทำให้เขารู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายจนแทบไม่อยากลุกเขายันกายขึ้นนั่งช้าๆ ปล่อยให้เส้นผมดำขลับทิ้งตัวยาวระแผ่นหลังบาง ดวงตาดอกท้อกวาดมองร่างสูงใหญ่ที่ยังคงนอนสงบนิ่ง ลมหายใจของจ้าวเหยียนหลงเข้าออกเนิบช้าสม่ำเสมอ ผิวสีทองแดงบริเวณลำคอและแผงอกมีเลือดฝาดเต่งตึง จิ่นเหยียนอดไม่ได้ที่จะยื่นปลายนิ้วไปเคาะเบาๆ ลงบนลอนกล้ามท้องแปดก้อนที่เรียงตัวแน่นเปรี๊ยะ"ตื่นเช้ามาก็ยังตึงแน่นไม่มีหย่อนยาน... บำเพ็ญเพียรขุนโปรตีนมาสองวัน สภาพกล้ามเนื้อดีขึ้นผิดหูผิดตาจริงๆ"จิ่นเหยียนพึมพำชื่นชมอย่างอารมณ์ดี เขาก้าวลงจากเตียง สวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีเขียวมรกตทับชุดตัวในสีขาว รัดสายคาดเอวเส้นเล็กอวดสัดส่วนเอวคอดกิ่วอย่างพอดิบพอดี จัดแจงล้างหน้าบ้วนปากด้วยน้
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 9: แม่สามีมาตรวจเรือน
บทที่ 9: แม่สามีมาตรวจเรือนทันทีที่เสียงกรีดร้องโวยวายของหลินเยว่ฉินและเสียงฝีเท้าของบ่าวไพร่หน้าห้องห่างไกลออกไป เซียวจิ่นเหยียนก็ปาดคราบน้ำตาบนแก้มทิ้งอย่างรวดเร็ว"อาหลัว เร่งเก็บกวาดเศษชามกับคราบน้ำแกงบนพื้นให้เกลี้ยง อย่าให้เหลือแม้แต่หยดเดียว เปิดหน้าต่างทุกบานระบายกลิ่นคาวออกไปให้หมด แล้วไปยกน้ำอุ่นกับน้ำมันสมุนไพรขับลมมาให้ข้าหนึ่งกา"คำสั่งอันเฉียบขาดและแววตาที่เปลี่ยนเป็นนิ่งสงบดั่งผิวน้ำไร้คลื่น ทำเอาอาหลัวที่ยังสะอึกสะอื้นอยู่ถึงกับกลืนเสียงร้องไห้ลงคอ รีบกุลีกุจอลงมือเช็ดถูพื้นเรือนจนสะอาดเอี่ยมอ่องจิ่นเหยียนรู้ดีว่า สตรีที่มีนิสัยถือดีอย่างหลินเยว่ฉิน เมื่อถูกฉีกหน้าต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ มีหรือจะยอมกลืนความอัปยศลงคอ ย่อมต้องแล่นโร่ไปฟ้องผู้มีอำนาจสูงสุดในเรือนหลังอย่างแน่นอน และคนผู้นั้นก็คือมารดาของท่านแม่ทัพใหญ่หากจะตั้งรับพายุ ก็ต้องเตรียมสนามรบให้พร้อมจิ่นเหยียนปลดมวยผมลง ปล่อยให้ปอยผมด้านหน้าตกลงมาเคลียแก้ม ขอบตาที่ยังคงคล้ำจางๆ จากการนั่งร่างเทียบอาหารเมื่อคืนบวกกับน้ำตาที่เพิ่งบีบออกมาเมื่อครู่ ทำให้ดวงหน้าหวานดูอิดโรยและเปราะบางอย่างถึงที่สุด เขาร่นแขนเสื้อข
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
บทที่ 10: ละครฉากใหญ่
บทที่ 10: ละครฉากใหญ่ช่วงสายของวันถัดมา ลมวสันต์พัดเอื่อยพารอยอบอุ่นเข้ามาแทนที่ความหนาวเหน็บภายในเรือนทิศบูรพาอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมลึกล้ำของสมุนไพรวิเศษ หลังจากได้รับมอบกุญแจคลังโอสถส่วนตัวจากฮูหยินผู้เฒ่ามาไว้ในมือ เซียวจิ่นเหยียนก็ไม่รอช้า จัดแจงสั่งให้อาหลัวไปเบิกโสมคนพันปีหัวงามและเห็ดหลินจือแดงชั้นเลิศออกมา นำมาหั่นบางเฉียบ เคี่ยวรวมกับน้ำต้มกระดูกข้อวัวและเนื้ออกไก่สดจนได้น้ำซุปสีทองอำพัน กลิ่นหอมกรุ่นของโสมตัดกับความเข้มข้นของเนื้อสัตว์ ลอยคลุ้งไปทั่วลานเรือนจนบ่าวไพร่ที่เดินผ่านไปมาต้องลอบกลืนน้ำลายบนเตียงไม้จันทน์ จ้าวเหยียนหลงนอนสงบนิ่ง แผงอกหนาขยับขึ้นลงช้าๆ ทว่ากระแสลมปราณเตาหลอมสุริยันต์ภายในกายกลับไหลเวียนคล่องมือยิ่งกว่าวันวาน พลังบริสุทธิ์จากโสมพันปีผสานกับโปรตีนเข้มข้นที่จิ่นเหยียนป้อนลงท้องไปเมื่อเช้าตรู่ ช่วยเร่งการฟื้นฟูเส้นลมปราณที่ฉีกขาดและขับไล่ไอพิษตกค้างให้ออกจากกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็วจิ่นเหยียนยืนอยู่ข้างเตียง มือเรียวขาวผ่องบรรจงดึงผ้าห่มแพรคลุมลาดไหล่หนาให้อย่างทะนุถนอม สายตามองสำรวจมัดกล้ามเนื้อต้นแขนที่เริ่มมีสีเลือดฝาดเต่งตึงด้วยความพึงพอใจความสงบสุขด
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status