LOGINชาติก่อนเป็นหนุ่มล่ำสูงร้อยเก้าสิบที่ใฝ่ฝันอยากเป็น ‘รับ’ จนตัวสั่น แต่ภาพลักษณ์ดันดุจนตายคาคานแบบไร้มลทิน! พอลืมตาเกิดใหม่ในร่างคุณชายตัวเล็ก ผิวขาว บอบบางสมใจนึก กลับต้องถูกส่งมาแต่งงานแก้เคล็ดกับ จ้าวเหยียนหลง แม่ทัพใหญ่แดนเหนือที่ถูกพิษนอนพะงาบๆ รอวันลงโลง ทว่าแทนที่จะร่ำไห้ วิญญาณเทรนเนอร์กลับตาลุกวาวเมื่อเห็นสรีระแผงอกและซิกแพ็กแน่นเปรี๊ยะใต้ร่มผ้า... บอดี้พรีเมียมขนาดนี้จะปล่อยให้ตายไม่ได้ ข้าต้องได้เปิดซิง! มหกรรม “กู้ชีพสามีด้วยอกไก่ปั่นและโปรตีน” จึงเริ่มต้นขึ้น คนทั้งจวนต่างปาดน้ำตาซาบซึ้ง คิดว่าฮูหยินน้อยเฝ้าดูแลเช็ดตัวสามีด้วยรักแท้บริสุทธิ์ หารู้ไม่ว่าเจ้าตัวกำลังแอบจับชีพจร คลำกล้ามเนื้อ แล้วบ่นพึมพำข้างหูคนป่วยว่า “ฟื้นเถอะพี่ อย่าเพิ่งรีบตาย พักฟื้นแล้วใช้แรงให้คุ้มก่อน!” ติดอยู่เรื่องเดียว... ท่านแม่ทัพไม่ได้สลบจริง แต่แกล้งโคม่าเพื่อซ้อนแผนจับกบฏในราชสำนัก และได้ยินความคิดสุดกาวพร้อมถูกลูบคลำเรือนร่างทุกวันจนเส้นความอดทนแทบขาดสะบั้น! เมื่อพยัคฆ์เหล็กแสร้งหลับไม่ไหวจนต้องลุกขึ้นมาตลบหลังศัตรู แผนการล้างแค้นราชสำนัก
View Moreบทที่ 35 (ตอนจบ) : วาสนาของพี่กล้ามจันทราวันเพ็ญทอแสงสีเงินยวงนวลตาสาดส่องกระทบผิวน้ำในสระบัวหลวงและสวนหินภายในจวนแม่ทัพเป่ยเจียง โคมไฟผ้าไหมสีแดงชาดนับร้อยดวงถูกจุดขึ้นขับไล่ความมืดมิด ลมหายใจยามค่ำคืนพัดพาเอากลิ่นหอมระรวยของดอกเหมยและกลิ่นสุราหมักชั้นเลิศให้อบอวลไปทั่วลานกว้างเสียงดนตรีจากพิณและขลุ่ยผิวบรรเลงทำนองเฉลิมฉลองอันไพเราะ คลอเคลียไปกับเสียงสรวลเสเฮฮาของงานเลี้ยงฉลองชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่คดีกบฏตระกูลเว่ยถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก ชายแดนเหนือสงบสุขไร้ศึกสงคราม กองทัพเป่ยเจียงเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังวังชาจากการปฏิรูปโภชนาการ และที่สำคัญที่สุด... จวนแม่ทัพได้ต้อนรับการขึ้นครองตำแหน่งของฮูหยินเอกพระราชทานอย่างสมเกียรติบนโต๊ะเสวยตัวยาวกลางเรือนเอก เฉินเยวี่ยหลันยกจอกสุราขึ้นจิบด้วยใบหน้าผ่องใส ดวงตาฉายประกายแห่งความสุขที่ล้นพ้น นางมองดูบุตรชายร่างสูงใหญ่ที่นั่งเคียงคู่กับสะใภ้ตัวน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคประจำตัวออกมาด้วยน้ำเสียงกังวานและรอยยิ้มกว้าง"เหยียนหลงได้สะใภ้ดีจริงๆ ... ตระกูลจ้าวของเราได้เจ้ามาค้ำจุน ช่างเป็นวาสนาที่บรรพบุรุษประทานให้โดยแท้"คำกล่าวของแม่สามี ทำเอาเหล่ารองแม่ทัพ
บทที่ 34: โภชนาการสะท้านกองทัพสายลมต้นฤดูหนาวพัดกวาดเอาฝุ่นดินทรายสีเหลืองคลุ้งขึ้นเหนือลานฝึกค่ายทหารเป่ยเจียง เสียงขานรับคำสั่งและเสียงอาวุธกระทบกันดังก้องกังวาน บรรยากาศในเช้าวันนี้กลับมีกลิ่นคาวแปลกประหลาดลอยฟุ้งออกมาจากโรงครัวใหญ่ด้านหลังค่าย แทนที่จะเป็นกลิ่นควันไฟและแป้งหมั่นโถวนึ่งหอมกรุ่นอย่างที่เคยเป็นมาบนทางเดินปูหินมุ่งสู่ลานบัญชาการ จ้าวเหยียนหลงก้าวเดินเคียงคู่มากับเซียวจิ่นเหยียนวันนี้ฮูหยินเอกแห่งจวนแม่ทัพมิได้สวมชุดขุนนางเต็มยศหรือมงกุฎหงส์ทองคำที่หนักอึ้ง ผลัดเปลี่ยนมาสวมชุดรัดกุมผ้าไหมสีครามเข้ม ปักลายเถาไผ่เรียบหรู รวบเรือนผมดำขลับขึ้นมัดเป็นหางม้าสูงด้วยกวนหยกขาว เผยให้เห็นลำคอระหงและดวงหน้าหวานหมดจดที่ดูทะมัดทะแมงขึ้นหลายส่วน แม้ช่วงสะโพกและบั้นเอวยังคงมีความตึงหน่วงหลงเหลืออยู่บ้างจากความดุดันของสามีเมื่อสองวันก่อน การได้ยาหม่องสมุนไพรอุ่นและการประคบคลึงอย่างใส่ใจทุกเช้าค่ำ ก็ช่วยให้เขากลับมาเดินเหินได้อย่างคล่องแคล่ว"ท่านแม่ทัพ! ฮูหยินเอก! ช่วยด้วยขอรับ!"ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ก้าวขึ้นบันไดพลับพลา หัวหน้าพ่อครัวประจำค่ายทหารก็วิ่งหน้าตื่นออกมาจากทิศทางโรง
บทที่ 33: กลับบ้านเดิมอย่างผู้ชนะขบวนราชรถม้าแกะสลักไม้กฤษณาทองคำเคลื่อนผ่านถนนสายหลักกลางเมืองหลวง เสียงเกือกม้าหุ้มเกราะเหล็กของกองทหารเป่ยเจียงสองร้อยนายเหยียบย่ำลงบนแผ่นหินดังกึกก้องกังวาน ธงรบสีดำปักดิ้นทองลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาโบกสะบัดต้านลมหนาวอย่างสง่างามสองฟากฝั่งถนน ชาวบ้านร้านตลาดต่างพากันแหวกม่านหน้าต่างและหยุดยืนมุงดูด้วยความตื่นตาตื่นใจ ปากส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงเกียรติยศอันล้นพ้นของขบวนเสด็จกลับบ้านเดิมตามธรรมเนียมสามวันหลังพ้นเคราะห์ภัยภายในตัวรถม้าที่บุด้วยขนจิ้งจอกขาวหนานุ่มหลายชั้นเพื่อรองรับแรงกระแทก เซียวจิ่นเหยียนนั่งเอนหลังพิงแผงอกกว้างของสามี สวมชุดขุนนางฝ่ายในสีแดงชาดปักดิ้นทองคำลายหงส์ร่อนลงสู่พุ่มโบตั๋น บนศีรษะประดับด้วยมงกุฎหงส์ทองคำเก้าหางฝังไข่มุกราตรีเม็ดเขื่อง ชายเสื้อคลุมกว้างแผ่สยายลงบนตัก เผยให้เห็นกล่องไม้จันทน์สีทองที่บรรจุตราตั้งพระราชทานและ 'ป้ายทองละเว้นโทษตาย' วางเด่นเป็นสง่าเครื่องทรงหรูหราอลังการปานเทพเซียนบนสรวงสวรรค์ เจ้าตัวกลับกำลังนั่งเบะปาก น้ำตาคลอเบ้า มือข้างหนึ่งกุมบั้นเอวที่ยังคงร้าวระบมไม่หาย"ท่านพี่... ข้าบอกให้ท่านชะลอความเร็ว
บทที่ 32: ผลพวงจากอกไก่ปั่นแสงตะวันยามสายสาดส่องทะลุม่านหน้าต่างไม้ฉลุ ทาบเงาสีทองลงบนพื้นเรือนนอนทิศบูรพานกกระจอกส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วอยู่บนกิ่งหลิว บรรยากาศภายนอกอบอุ่นสดใส ลมพัดเอื่อยเฉื่อยพาให้ผ่อนคลาย หากแต่ภายในม่านเตียงไม้จันทน์สีนิลหลังใหญ่ กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความพังพินาศ"โอ๊ย..."เสียงครางแหบแห้งรวยรินดังลอดออกมาจากใต้ผืนผ้านวมเซียวจิ่นเหยียนขดตัวกลมดิ๊กอยู่ใต้ผ้าห่มแพรหนาเตอะประหนึ่งดักแด้ตัวยักษ์ เขาพยายามจะขยับพลิกตัวจากท่านอนคว่ำมาเป็นท่านอนหงาย เพียงแค่ขยับท่อนขานิดเดียว ความเจ็บแปลบปลาบดั่งสายฟ้าฟาดก็แล่นปราดจากแนวกระดูกก้นกบ พุ่งตรงเข้าสู่ข้อต่อสะโพกและแนวกระดูกสันหลังส่วนเอว (L4-L5) จนต้องสะดุ้งสุดตัว กัดฟันกรอดด้วยความทรมานกระดูกเชิงกรานแทบหลุดออกจากเบ้า กล้ามเนื้อบั้นท้ายระบมจนแตะต้องไม่ได้ ผิวเนื้อส่วนล่างยังแสบร้อนจากแรงเสียดสีที่โหมกระหน่ำมาตลอดทั้งคืน‘พังยับเยิน... พังหมดแล้วร่างกายกู!’วิญญาณอดีตเทรนเนอร์นอนน้ำตาคลอเบ้า ซุกหน้าลงกับหมอนนุ่ม ก่นด่าความรู้ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาของตนเองในใจนับพันรอบหากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะไม่ยอมให้อาหลัววิ่งไปซื้