การกลับมาของสไปเดอร์แมนใน 'Spider-Man: No Way Home' เป็นช่วงเวลาที่ทำให้แฟนหนังรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ตื่นเต้นไปพร้อมกัน และสำหรับฉัน นี่คืองานรวมตัวของวายร้ายจากจักรวาลสไปเดอร์แมนที่เด่นชัดที่สุดในรอบหลายปี
รายชื่อผู้แสดงที่รับบทวายร้ายในเรื่องนี้มีความหลากหลายและเป็นที่จดจำ: Willem Dafoe กลับมารับบท Norman Osborn/Green Goblin ในเวอร์ชันที่ยังคงถ่ายทอดความบ้าคลั่งและความซับซ้อนของตัวละครได้อย่างทรงพลัง, Alfred Molina กลับมาเป็น Otto Octavius/Doctor Octopus ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นปนโศกเศร้าเมื่อเปรียบเทียบกับคนร้ายแบบคลาสสิก, Jamie Foxx ปรากฏตัวในบท Max Dillon/Electro ซึ่งเวอร์ชันนี้ปรับให้มีมิติของความโดดเดี่ยวและความเศร้าที่เกิดจากพลังเกินขอบเขต, Thomas Haden Church เล่นเป็น Flint Marko/Sandman ในกลุ่มคนร้ายที่ถูกเล่าให้เห็นแง่มุมมนุษย์ และ Rhys Ifans ในบท Curt Connors/Lizard ที่ยังคงมีความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสัตว์ประหลาดในตัวเอง
ยอมรับเลยว่าฉากโค้งสุดท้ายใน 'Spider-Man: No Way Home' ทำใจให้สั่นได้ง่าย ๆ เพราะตัวร้ายคลาสสิกกลับมาแข่งกันเด่นเต็มเรื่อง
พอพูดแบบตรงไปตรงมา ตัวร้ายหลักของหนังเรื่องนี้ไม่ใช่เพียงคนเดียว แต่ถ้าต้องเลือกคนที่มีผลทางอารมณ์กับพีเตอร์มากที่สุด คงต้องยกให้ Norman Osborn หรือ 'Green Goblin' ซึ่งรับบทโดย Willem Dafoe เขาพาเรื่องไปยังมิติส่วนตัวของฮีโร่ เหมือนเป็นเงาที่สะท้อนทั้งความผิดพลาดและการสูญเสีย
ยังมี Alfred Molina ในบท Doctor Octopus, Jamie Foxx ในบท Electro และ Thomas Haden Church ในบท Sandman ที่มาเติมพล็อตและความยิ่งใหญ่ของการปะทะระหว่างหลายจักรวาล แต่พลังทางอารมณ์ของ Green Goblin ทำให้เขาดูเหมือนศัตรูหลักในเชิงเรื่องเล่า เพราะการเชื่อมโยงกับตัวเอกทำให้การปะทะมีน้ำหนักยิ่งขึ้น