เข้าสู่ระบบเมื่อ 'ไอศูรย์' ชายหนุ่มผู้มีดวงซวยทำเพื่อคนอื่นมาตลอดชีวิตโดนยิงตาย ได้เกิดใหม่ในนิยายแฟนตาซีเป็นตัวประกอบ "เรย์คาลัส" พี่ชายนิสัยแย่ผู้รังแกนางเอกและทำตระกูลตัวเองล่มสลายจนโดนตัวร้ายฆ่าตาย แต่เมื่อเขาได้พบกับตัวร้ายหมาบ้า เซอร์เบอรอส ผู้ที่ตามเนื้อเรื่องนิยายต้องเป็นคนที่ฆ่าเขา ทำไมตัวร้ายในตอนที่ยังเด็กเป็นเด็กเปรตกลับมาตามติดเขา แถมยังมาสกินชิพแปลกๆ ด้วยล่ะเนี่ย! “ฟรึ่บ” เสียงตวัดดาบคมๆ แหวกผ่านอากาศ ดาบสีดำขนาดใหญ่ตัดงูขาดเป็นสองท่อน ผมเงยหน้ามองเห็นชายผิวสีแทนในฮูดสีดำที่มีลวดลายปักสีทองกับดาบสีดำในมือ เลือดงูหยดจากดาบเป็นสีม่วง ชายคนนั้น …เขาช่วยชีวิตผมไว้ และส่งมือมาให้ผม เขาดูคุ้นเคยแปลกๆ
ดูเพิ่มเติมผมตื่นขึ้นเพราะรู้สึกถึงโลหะเย็นเฉียบที่ข้อมือ เมื่อลืมตาเบื้องหน้าปรากฏภาพพร่ามัวของชายหนุ่ม แสงจันทร์ยามกลางคืนสาดส่องจากหน้าต่างเล็กๆ ที่มีซี่ลูกกรงสูงเกินเอื้อมของห้องขัง ส่องสว่างให้ผมเห็นริมฝีปากของเขาเหยียดยิ้มเย็น คิ้วเข้มและเรือนผมสีดำสนิทขับใบหน้าให้ดูโด่ดเด่น จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตาสีแดงแวววาวเหมือนทับทิมสีเลือดที่ลุกโชนชวนลุ่มหลงราวแวมไพร์ในภาพยนตร์ ซีรี่ส์ นิทานปรัมปรา
ใบหน้าที่คุ้นเคยเอ่ยพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ท่านพี่อย่าพยายามหนีเลย ท่านหนีไม่รอดหรอก” นิ้วเรียวยาวเชยคางผมขึ้น ใบหน้าของเขาหล่อเหลาเหมือนไม่ใช่มนุษย์จนน่าขนลุกเข้ามาใกล้
สิ่งเดียวที่ทำให้เขาดูไม่ใช่ชายที่หลุดออกมาจากภาพเพ้อฝันของศิลปินคือรอยแผลเป็นจากคมดาบ ที่มองเห็นได้ผ่านเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ย เป็นรอยใหญ่ที่พาดยาวจากหัวไหล่ไปตามแผ่นอก และรอยแผลเล็กกว่าอีกหลายรอบ
“ไม่หนีแล้วก็ได้ แล้วทำไมข้าต้องหนีเจ้าด้วยล่ะ” น้ำเสียงของผมพูดออกไปด้วยความเรียบเฉย
“นั่นก็เพราะ…” น้ำเสียงของเขามีความไม่แน่ใจเล็กน้อย “ท่านพี่…เกลียดข้า?” เขาพูดพลางประคองผมให้นั่งลงบนตักแข็งๆ การเสียดสีเล็กน้อยจากเบื้องล่างทำให้ผมสะดุ้ง
“คิดตามใจเจ้าเถอะ ถึงยังไงเจ้าก็ไม่สนใจว่าข้าจะรู้สึกอย่างไรอยู่แล้ว”
ผมเหลือบมองข้อมือเรียวทั้งสองของตัวเองที่โดนล่ามด้วยโซ่เส้นใหญ่ พลางคิดว่า ‘เกิดแต่กับกู’ อ่า ผมหมายถึงผมคิดว่า นำพาชีวิตตัวเองให้เกิดแต่เรื่องจนมาถึงจุดนี้ได้อย่างไรนะ ก่อนความเจ็บปวดทางร่างกายจะแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ ผมหลับตาและทิ้งตัวลงในอ้อมแขนของเขา
ปีศาจของผม
…
ไอศูรย์ คือคนคนหนึ่งที่พยายามใช้ชีวิตตัวเองอย่างเต็มที่
เขานิยามตัวเองว่าเป็นแบบนั้น แม้ว่าชีวิตของเขาจะแทบไม่ได้ใช้เพื่อตัวเองเลย
แสงไฟของร้านบาร์โฮสต์ที่เขาทำงานอยู่กับฤทธิ์แอลกอฮอลล์ทำให้รู้สึกมึนหัว แต่วันนี้เขาอารมณ์ดีจนเผลอฮัมเพลง Born again ตามเสียงเพลงที่เปิดอยู่ในร้าน ในตอนนี้เขาทำอาชีพบาร์โฮสต์ และสาเหตุของอารมณ์ดีนั่นก็เพราะคืนนี้เจอลูกค้ากระเป๋าหนักเปย์ดื่มให้แบบไม่อั้น ทำให้เขารู้สึกดีมาก เสียงพูดคุยจอแจ เสียงออดอ้อน ผู้คนพูดคุยกัน ผู้คนที่มีความเศร้า ผู้คนที่มีความสุข สถานที่ที่เต็มไปด้วยคลื่นความรู้สึกถาโถมอย่างบ้าคลั่งเหมือนพายุโหมกระหน่ำ เขากำลังจะหลุดพ้นจากชีวิตแบบนี้แล้วสินะ
อีกนิดเดียวเท่านั้น…เงินเก็บก็จะเพียงพอต่อการพักผ่อนอย่างสงบในช่วงสั้นๆ
แต่ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังเดินไปตามทางเดินในบาร์โฮสต์เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
“กรี๊ดดดดด” เขาได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องด้วยความตกใจอย่างสุดเสียง เลยหันหลังกลับไปมอง
“อย่านะ ชัย มันไม่ใช่แบบที่คุณคิด”
“มึงใช่ไหม ที่เป็นชู้กับเมียกู” หญิงสาวที่เขารู้จักหรือพูดอีกอย่างว่าคุณลูกค้ากระเป๋าหนักที่เพิ่งเปย์ดื่มให้เขากำลังยื้อยุดฉุดกระชากกับชายผิวขาวรูปร่างท้วมคนหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ผู้ชายคนนั้นยกปืนขึ้นส่องมาทางเขา
“ปัง!” เสียงดังจนกลบเสียงโดยรอบทั้งหมด ดังจนไอศูรย์ไม่ได้ยินเสียงอื่นอีก ก่อนจะรู้ตัวว่าตัวเองล้มลงไป ไม่ได้พูดสั่งเสียอะไรใครเหมือนในละครด้วยซ้ำ ภาพสุดท้ายของเขาที่มองเห็นคือรองเท้าส้นเข็มสีแดงของหญิงสาวที่เปย์ดื่มให้เขาในค่ำคืนนี้ และเลือดที่ค่อยๆ แผ่กระจายออกไปจากตัว
ก่อนเขาจะตาย
ภาพชีวิตของเขาถูกรีรันเหมือนม้วนฟิล์มวิดีโอคุณภาพต่ำ ฉายหนังชีวิตเศร้าของสองพี่น้องที่ต้องปากกัดตีนถีบ พ่อแม่ของไอศูรย์จากไปตั้งแต่ยังเด็ก เขากับน้องสาวชื่อรวิ จึงต้องจากบ้านไปอาศัยอยู่กับคุณยาย คุณยายซึ่งไม่ค่อยใส่ใจดูแลพวกเขานัก เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไอศูรย์จึงไปสมัครงานร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพื่อช่วยส่งน้องสาวเรียน
“พี่เหนื่อยไหม” น้องสาวถามเมื่อกลับมาจากโรงเรียนในวันหนึ่ง ไอศูรย์ที่ตอนนั้นยังเป็นเด็กหนุ่มเอาหน้าหลบน้อง เพราะตอนนี้ใบหน้าเขาบวม แถมคิ้วก็แตก จากงานพิเศษที่เขาทำนั่นคือ งานรับทวงหนี้ งานนี้ใช้เวลาน้อย แถมค่าตอบแทนที่ได้ก็ดีงาม แต่บ่อยครั้งที่เขาจะโดนอะไรแบบนี้ นั่นก็คือโดนลูกหนี้ที่ไม่ยอมจ่ายต่อยเอา ไอศูรย์ที่โดนต่อยทำหน้าบอกบุญไม่รับ
“โอ๊ย แค่นี้เอง” เขายักไหล่จะเดินหนีไป จะทำเท่สักหน่อย แต่น้องสาวก็ดึงแขนไว้ให้นั่ง แล้วเอาน้ำแข็งมาประคบแผลให้ รวิเป็นสิ่งเดียวที่ผูกพันเขาไว้กับโลก ช่วยให้เขาไม่เป็นบ้าไปก่อนกับชีวิตที่ไม่สมหวัง
“ทนอีกหน่อยนะ เดี๋ยววิโตแล้ววิช่วยพี่เอง” รวิไม่ได้แค่พูดแบบนั้น แต่ลงมือทำด้วย เธอทำงานพาสไทม์ช่วยไอศูรย์อีกแรง เวลาว่างรวิก็มักจะแต่งนิยายแล้วเอาให้พี่ชายอ่านแล้วลงขายออนไลน์ ทำให้ไอศูรย์ติดการอ่านนิยายตามน้องสาวไป
หลังจากโดนรุมยำจนบาดเจ็บ ทำให้ไอศูรย์เลิกทำงานรับทวงหนี้นั้นไป เปลี่ยนเป็นรับตัดหญ้าตัดต้นไม้ใช้แรงงานสารพัด พออายุ 19 เก็บเงินพอซื้อรถมอเตอร์ไซค์ได้ก็หันไปเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร ค่าเทอมของรวิก็เริ่มไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา และเมื่อเขาโตขึ้นกลายเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี เพื่อนก็ชวนไปเป็นบาร์โฮสต์ ถึงไอศูรย์จะไม่ใช่ระดับตัวท็อปของวงการที่มีคนมาเปย์บ้านเปย์รถให้ แต่จากการที่เขาชอบรับฟัง ทำให้สาวๆ สบายใจที่อยู่ด้วยจึงมีลูกค้าประจำคอยแวะเวียนมาซื้อดื่ม
ในคืนเกิดเหตุเขาได้รับฟังปัญหาของ เฮเลน ภรรยาลูกครึ่งของมาเฟียที่คุมแถบนั้น เธอมาปรึกษาว่าสามีไม่ยอมให้เธอออกไปไหนเลย ไม่ยอมให้มีเพื่อน ไม่ยอมให้ทำอะไรสักอย่าง เขารับฟังอย่างใจเย็น สำหรับเฮเลนนั่นเป็นปัญหาจริงจังทำให้เธอต้องแอบหนีออกมา ซึ่งตอนนั้นเขาก็ไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นใคร แต่หลังจากตายแล้ว วิญญาณของเขาที่เฝ้ามองร่างตัวเองก็พอเดาเหตุการณ์ได้จากผู้คนที่คุยกันรอบๆ ทำให้ได้รู้ความจริง
“สัxเอ๊ย จะเอาเงินไปเที่ยว ได้เอามาทำศพเฉย” วิญญาณไอศูรย์สบถออกมาอย่างโมโห
เมื่อเช้าเขายังนั่งเลือกว่าเลือกทริปไปมัลดีฟส์ หรือบาหลีดี แต่ตอนนี้ต้องกลางเป็นวิญญาณลอยตุบป่องเหมือนผีไม่มีศาล แต่ในความเสียใจก็ยังมีความโล่งใจที่อย่างน้อยตอนนี้รวิก็ใกล้เรียนจบแล้ว เธอคงไม่ลำบากเรื่องเงินสักพัก เงินที่เขาเก็บมาที่กะว่าจะเอาไปเที่ยวตอนน้องเรียนจบ เลยต้องกลายป็นเงินที่น้องใช้จัดงานศพให้พี่ชายอย่างเขา
ไอศูรย์ที่กลายเป็นวิญญาณลอยละล่อง เข้าไปหาน้องสาวเพื่อเช็ดน้ำตาเธอ บอกลาเป็นครั้งสุดท้าย และค่อยๆ สูญสลายหายไปจากโลก
…
ชีวิตคนเรามีเกิดก็ต้องมีดับ แต่ใครจะคิดว่าดับแล้วจะได้เกิดเลย
…ในอีกโลกหนึ่ง
“อ๊ากกกกกกกก” เจ็บ… เจ็บมาก เจ็บจนทนไม่ไหวอยู่แล้ว
“เฮืออกกก” ไอศูรย์ลืมตาตื่นขึ้น ร่างกายมีแต่ความเจ็บปวดเหมือนกับร่างกายโดนหักเป็นท่อนๆ
‘ยังไม่ตายเหรอ? ไม่สิ… กูตายไปแล้วนี่ แล้วที่นี่มันอะไรกัน’ เขากำลังนึก เหล่าผู้เกิดใหม่มักจะคิดว่าตนเองตื่นขึ้นในโรงพยาบาล แต่สำหรับไอศูรย์ นี่ไม่ใช่เพดานโรงพยาบาลแน่ๆ เพราะมันเป็นเพดานที่เขามักเห็นในบ้านสไตล์ยุโรป ที่เขาไปรับจ็อบช่วยขนย้ายบ้านอยู่ช่วงหนึ่ง ห้องนี้มีแชนเดอเลียร์หรูหราในห้องแถมยังมีบัวฝ้าเพดานหลุยส์ ห้องนี้มันคือห้องใคร
ระหว่างที่เขากำลังงงงวยกับชีวิต มีชายผมขาวคนหนึ่งแต่งตัวคล้ายพ่อบ้านคฤหาสน์สไตล์ยุโรปเหมือนที่เขาเคยเห็นในหนังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
“นายน้อย พ่อบ้านคนนี้เป็นห่วงท่านเหลือเกิน ท่านนอนหลับไปหลายวัน ท่านสะดุดแมวตกบันไดน่ะขอรับ” ไอศูรย์ทำหน้าเหวอ นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย นายน้อยคือใคร แล้วไอ้บ้าไหนมันโง่ขนาดสะดุดแมวตกบันไดได้ แล้วบาดเจ็บจนหลับไปหลายวันด้วยนะ
เขารีบเด้งตัวลุกขึ้นท่ามกลางเสียงห้ามของชายแก่ผู้เป็นพ่อบ้าน
“นายน้อยเรย์คาลัส ท่านอย่าลุกเร็วเกินไป” เขาห้ามแต่ไม่ทันแล้ว
ไอศูรย์เวียนหัวมากๆ แต่ก็ลุกจากเตียงได้สำเร็จ
“เรย์คาลัส?” กระจกมุมห้องสะท้อนภาพเด็กชายคนหนึ่งที่มีผมสีเขียวเข้มเหมือนสาหร่ายปรกหน้าอยู่ ดวงตาสีน้ำตาลและผิวที่ดูซีดเซียว อายุราวๆ 15 ปี หน้าตาหมดจดแต่ก็ดูธรรมดาไม่ได้โดดเด่นอะไร
นั่นเหมือนกับคำบรรยายในนิยายเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับตัวประกอบที่ตายตั้งแต่กลางเรื่อง
หรือว่า…จะอ่านนิยายแนวเกิดใหม่เยอะเกินไป เลยได้เกิดใหม่ในนิยายจริงๆ แต่ทำไมต้องเป็นเรื่องนี้
ไอศูรย์เอานิ้วดึงแก้มตัวเองและในกระจกก็ดึงแก้มตัวเองด้วย แสดงว่าเขาไม่ได้ฝัน
นิยาย…ของรวิ น้องสาวเขา เรื่อง ‘ทาสรักมารยาปีศาจ’ เป็นนิยายเรื่องแรกๆ ที่เป็นแนวโรแมนซ์แฟนตาซีโศกนาฏกรรมเกี่ยวกับการลักพาตัวและความรักของนางเอก นิยายที่รวิบังคับให้เขาอ่านจนเขาจำเรื่องราวได้ขึ้นใจ
แล้วยังเป็นเรย์คาลัส ที่ตายตั้งแต่กลางเรื่อง…
เกิดทั้งที แทนที่จะเกิดเป็นพระเอก ดันเกิดเป็นตัวร้ายประกอบเนี่ยนะ
‘นี่อย่าบอกนะ… ว่าเกิดใหม่ได้ไม่เท่าไหร่ จะตายอีกแล้ว’
ตามนิยายที่เขาจำได้เรย์คาลัส คือพี่ชายของนางเอกที่มีนิสัยชั่วร้าย เขาชอบรังแกนางเอก ให้นางเอกนอนในห้องแคบๆ บอกให้เหล่าคนใช้ช่วยกันแกล้งนางเอก ทำให้ชีวิตนางเอกที่เป็นลูกนอกสมรสตระกูลใหญ่ไม่มีความสุขจนนิยายแทบจะเป็นสารคดีความลำบากของนางเอกในช่วงแรก
ต่อให้นางเอกแสนดีเพียงใด พอเรย์คาลัสทำตระกูลตัวเองพัง นางเอกที่กำลังจะกลายเป็นแกรนด์ดัสเชสแห่งแดนเหนือจึงเลือกที่จะช่วยเหลือเพียงหนี้บางส่วนเท่านั้น
ซึ่งก็สมควรแล้วบักหัวสาหร่ายนี่ นางเอกไม่เหยียบซ้ำก็บุญเท่าไหร่ ตอนที่อ่านไอศูรย์เองก็ยังคิดแบบนั้น
ช่วงท้ายเรื่องที่พระเอกนางเอกจีบกันแล้วมีตัวร้ายลักพาตัวนางเอกจึงไม่มีบทของเรย์คาลัสอีกเพราะเขาน่าจะติดพนันแล้วโดนผลักลงในคูน้ำหรืออะไรสักอย่าง
ถ้างั้นตอนนี้…เรย์คาลัสตัวจริงนั้นทำอะไรไปถึงไหนแล้วนะ
“น้องสาวผมอยู่ที่ไหนนะครับ” พ่อบ้านได้ยินเขาพูดก็ตกใจ
“น.. นายน้อย ทำไมจู่ๆ ท่านพูดสุภาพ” พ่อบ้านหน้าซีดเผือด “แถมท่านยังเรียกเด็กคนนั้นว่าน้องสาวอีก ห..มอ เรียกหมอเร็ว” พ่อบ้านวิ่งออกไปตามหมอ เกิดเสียงโหวกเหวกโวยวายขึ้นในคฤหาสน์ก่อนที่จะไปตามหมอจะมาตรวจร่างกายเขาอย่างละเอียด
ไอศูรย์เลยแกล้งความจำเสื่อมแบบละครไทย “โอ๊ยผมจำอะไรไม่ได้เลยครับหมอ จำได้แค่ชื่อตัวเองกับน้องสาวเท่านั้นเอ๊ง” หมอบอกว่าเกิดจากสมองกระทบกระเทือน ทำให้ทุกคนทำหน้าเป็นห่วงเขากันหมด ไม่ว่าจะเป็นพ่อบ้านหรือสาวใช้ ไอศูรย์ในร่างเรย์คาลัสเลยลองถามถึงน้องสาวอีกที ทุกคนบอกว่าน้องสาวที่เป็นลูกนอกสมรสที่ตัวเขาก่อนหน้านี้ ‘เกลียดชังที่สุดในโลก’ และสาบานว่า ‘จะแกล้งให้อยู่ไม่ได้ แล้วไล่กลับไปนอนข้างถนน’ จะมาถึงในวันพรุ่งนี้
‘เฮ้อ โล่ง อย่างน้อยนางเอกก็ยังไม่เกลียดชังเรย์คาลัส’ เพราะเขายังไม่ได้เริ่มต้นกลั่นแกล้งเธอ และก็คงไม่แกล้งด้วย เพราะงั้นน่าจะพอหลีกเลี่ยงการตายอนาถได้ไอศูรย์คิด วันแรกของการเกิดใหม่ของเขาช่างแปลกประหลาด
คฤหาสน์ก็ใหญ่โต แค่ห้องนอนห้องนั่นเล่นก็มีอย่างละหลายสิบห้อง บักหัวสาหร่ายนี่ดันเตรียมห้องเท่ารูหนูที่มีหนูวิ่งไปวิ่งมา ให้เด็กผู้หญิงน่าสงสารแบบนั้น แถมยังผ้าห่มที่ขึ้นราอีก ขนาดเขาที่อยู่อย่างลำบากมาก่อนยังรับไม่ได้ ไอศูรย์รีบสั่งเปลี่ยนมาเป็นห้องนอนใหญ่ที่อยู่ติดกับห้องตนเอง จนเหล่าผู้รับใช้แปลกใจอ้าปากค้างไปตามกัน
เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างจนดูเป็นห้องเด็กผู้หญิงแบบเรียบๆ ห้องหนึ่งที่ไม่น่าเกลียดจนเกินไป เขาก็กลับมานอนพักแล้วสำรวจร่างกายตัวเอง
ร่างกายนี้อ่อนแอนัก ไม่นับเรื่องตกบันได แต่พละกำลังกายในร่างกายนี้น้อยมากๆ แค่เดินขึ้นบันไดเวียนในคฤหาสน์ก็เหนื่อยหอบ เขาคิดถึงร่างกายที่แข็งแรงของไอศูรย์ คิดถึงรวิ คิดถึงเพื่อน และแม้แต่สิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะคิดถึงเลยอย่างการนั่งรับฟังลูกค้าในบาร์โฮสต์ การตายที่ว่างเปล่าของเขานั้น นอกจากรวิจะมีคนคิดถึงเขาบ้างหรือเปล่า หากไม่นับเพื่อนไม่กี่คน ไอศูรย์ก็ไม่มีสายสัมพันธ์ใดที่ผูกไว้กับโลกอีก วันนั้นเขาหลับไปสู่ความว่างเปล่า
.
.
.
.
.
.
เสียงนกเจื้อยแจ้วและกลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆ ปลุกผมให้ตื่นขึ้น
วันใหม่ระหว่างที่ผมกำลังปรับตัวกับยามเช้าที่สดใสในโลกแฟนตาซี ผมก็คิดขึ้นมาได้ว่า ร่างนี้มันรวยนี่หว่า
เรย์คาลัสในตอนที่ยังไม่ทำตระกูลล่มสลาย ถึงจะเป็นสามัญชน เขาก็เป็นลูกชายที่เกิดจากภรรยาหลวงเพียงหนึ่งเดียว แถมยังร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเลยทำให้เจ้าตระกูลอย่างแอตลาส ตามใจจนเสียนิสัยกลายเป็นไอ้ชั่วที่ชอบรังแกผู้หญิง (นางเอก)
ดังที่เขากล่าวกันว่า เกิดมาเป็นลูกคนรวยและไม่ทำตัวหัวค* จนเกินไป ยังไงก็ประสบความสำเร็จ
ซึ่งเรย์คาลัสตัวจริงอาจเป็นเคสหัวค* จนเกินไป แต่ผม ‘ไอศูรย์’ ที่ต้องปากกัดตีนถีบตั้งแต่เด็กทำงานจนสายตัวแทบขาด ไม่มีเวลากระทั่งหาคนรู้ใจแถมยังตายเพราะความเข้าใจผิดของคนอื่นอีกเนี่ย ชีวิตเรย์คาลัสอาจจะเป็นรางวัลของเทวดาที่เห็นใจผมก็เป็นได้
แบบว่า อ๋อ วิญญานดวงนี้เหรอ ชีวิตจืดชืดน่าสงสารเหมือนมาม่าเส้นอืดไม่ใส่เครื่องเลยนะ เอาอันนี้ไป เซ็ตพิซซ่าหน้าล้นคนธรรมดาที่ร่ำรวย
เหมือนไม่ใช่เรื่องจริง ตอนนี้คนอย่างผมกำลังอยู่ในคฤหาสน์ใหญ่โตโอ่อ่า มีสวนหน้าบ้านขนาดใหญ่ ที่มีน้ำพุใหญ่ด้านหน้า และมีรูปปั้นม้าน้ำขนาดใหญ่ด้านหน้า มีป่าด้านหลังบ้าน ผมนึกภาพตัวเองกำลังให้สัมภาษณ์รายการบ้านและสวนแล้วบอกว่า หินหน้าบ้านผมทำจากหินอ่อนทั้งแผ่นเลยนะครับ ทั้งแผ่น เนี่ยกว้างขนาดนี้เลยครับ แล้วเวลาว่างก็เต้น tiktok หน้าบ้าน ผมหมายถึง ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบันผมคงทำอย่างนั้นน่ะนะ แต่นี่มันโลกแฟนตาซี
ตอนนี้ผมในร่างเรย์คาลัสออกมานั่งจิบน้ำชากับขนมที่โต๊ะเหล็กดัดสีขาวที่ดัดลายดอกไม้สุดวิจิตรบนแผ่นหินอ่อนนั่น พลางคิดโน่นคิดนี่เพลินๆ
แล้วพลันเหลือบไปเห็นรถม้าที่หยุดลงหน้าบ้าน
พ่อบ้านเห็นก็เดินออกจูงมือเด็กคนหนึ่งเดินเข้ามา เมื่อเด็กคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ ผมก็ตะลึง
“น.. นางฟ้า” ผมเผลอพูดออกมาเมื่อเห็น ‘มารีน’ นางเอกในนิยาย
หากนางฟ้ามาจุติคงเป็นรูปลักษณ์เช่นนี้
เด็กน้อยอายุประมาณสิบขวบเรือนผมสีชมพูสายไหม แก้มกลมน่ารักน่าเอ็นดู ดวงตาสีน้ำตาลเหมือนเรย์คาลัส แต่กลมโตกว่า และผิวสว่างออร่าเจิดจ้าเหมือนบำรุงอย่างดีดื่มน้ำวันละสิบแก้ว ที่แม้ว่าจะอยู่ในชุดชาวบ้านสีน้ำตาลเทาตุ่นๆ แต่ห่างไกลจากความมอม เอ่อ ผมหมายถึง เรียกว่าเสื้อผ้าไม่สามารถกลบรัศมีความน่ารักเหมือนตุ๊กตาตัวน้อยนั้นได้เลย สมศักดิ์ศรีนางเอกสุด ต้องระดับนี้ล่ะถึงจะโตไปงามล่มเมือง
“ท่านพี่ หนูชื่อมารีนค่ะ ยินดีที่ได้พบกับท่านพี่เจ้าค่ะ” เด็กน้อยจับชายกระโปรง ย่อตัวลงดวงตาหลุบต่ำดูไม่มั่นใจ คาดว่าคงได้ข่าวมาว่าท่านพี่นั้นเกลียดชังตัวเองยิ่งนัก
“ตอนนี้เธอเป็นน้องของพี่แล้ว ยินดีต้อนรับ” ผมเดินไปจูงเด็กสาวท่ามกลางเหล่าคนรับใช้ที่งงอึ้งทึ่ง ทำหน้าตกใจกันไปหมดทั้งคฤหาสน์
จะให้ใครจูงทำไมล่ะนี่นางเอก aka บัตรผ่านรอดตายของผมนะ
แม้แต่นางเอกก็ทำตาโตด้วยความประหลาดใจ แล้วก็เปลี่ยนเป็นกลัว น่าจะสงสัยว่าผมวางแผนจะแกล้งอะไรเธอหรือเปล่า
“พรุ่งนี้เตรียมพาผม เอ๊ย พาข้าไปซื้อชุดดีๆ ให้น้องสาวด้วยล่ะ” ผมบอกพ่อบ้านที่ทำหน้างงงวย
“ส่วนวันนี้เธอก็พักผ่อนก่อนนะมารีน” ผมจับมือเล็กที่สั่นกลัวไว้ “สัมภาระมีแค่นั้นเองเหรอ” ผมเอามือไปถือถุงผ้าใบเล็กของนางเอกตัวน้อย
“ท่านพี่เรย์ ไม่เป็นไร หนูถือเองได้” เด็กน้อยยิ่งสั่นกลัวเข้าไปอีกจนผมต้องปลอบ “พี่ไม่กัดหรอกครับ” ผมจูงมารีนไปยังห้องของเธอ
“ห้องนี้ของน้อง” ผมพามารีนเอากระเป๋าไปเก็บในห้อง เด็กหญิงอ้าปากค้างกับความหรูหราของห้อง และยิ่งอึ้งไปอีกกับอาหารที่เหมือนยกภัตตาคารยุโรปมา
“ไม่เป็นไรนะ มารีน ถึงแม่ของเธอจะเสียไปแล้ว แต่จากนี้พี่จะเป็นครอบครัวให้เธอเอง” ผมจับมือเด็กหญิงที่หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน
‘ชาติที่แล้วลำบากมาทั้งชาติแล้ว ชาตินี้มาใช้ชีวิตให้ดีกันเถอะ’ เพราะแบบนั้นจะทำเสียเรื่องให้นางเอกเกลียดเราไม่ได้เด็ดขาด ผมในร่างเรย์คาลัสหัวเราะในใจ
“ท่านพี่เรย์ ดูนี่สิคะ” มารีนเรียกผมที่กำลังจะออกนอกบ้านให้มาดูเธอเสกเวทย์น้ำ น้ำในแก้วกลายเป็นน้ำพุเล็กๆ พุ่งออกและไหลมาในแก้วเดิมโดยไม่หก“มารีนเจ้ามีพรสวรรค์นะเนี่ย” ผมชมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ในนิยายนางเอกไม่ได้มีฉากใช้เวทมนตร์เสียหน่อย แล้วอันนี้มายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างมันเถอะ หากน้องสาวของผมปกป้องตัวเองได้ย่อมเป็นเรื่องดี“จ..จริงขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่ามารีนมีพลังเวทย์ที่หากฝึกแล้วสามารถกลายเป็นนักเวทย์ได้เลย ข…ข้าก็เลยลองชวนไปที่หอคอยเวทมนตร์ดู” บาอัลพูดขึ้นอย่าประหม่า เขาเป็นเพื่อนของมารีนที่มารีนบอกว่าเจอที่งานเต้นรำ ดูขี้อายและมีผมสีน้ำเงินปรกหน้าจนมองแทบไม่เห็นตา ผมจินตนาการไม่ออกว่าพวกเขาไปคุยกันได้ยังไงเพราะดูเคมีเป็นตัวแม่กับทรงติ๋มเกิน“เจ้าก็ชมข้าเกินไปแล้ว บาอัล เทียบกับเจ้าแล้วข้ายังห่างชั้นอยู่เยอะ” มารีนพยายามเพ่งสมาธิแล้วเก็บน้ำกลับไปนิ่งในแก้วดังเดิม “ที่จริงตอนที่บาอัลชวนข้าก็ไม่ได้สนใจเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนที่ท่านพี่ตกอยู่ในอันตราย ข้ารู้สึกแย่มากที่ทำอะไรไม่ได้ ข้าเลยเปลี่ยนใจและบอกบาอัลว่าข้าจะลองดู”บาอัล? ชื่อนี้คุ้นอยู่นะว่าแต่เขาอยู่ตรงไหนของเรื่องหอคอยเวทมนตร์
ผมยืนที่สะพาน ด้านหน้ามองออกไปเห็นคูน้ำลึก ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ผมมองเห็นว่าเขาคือใครผ่านเงาที่สะท้อนบนผืนน้ำ เขาคือเซอร์เบอรอส แต่ไม่ใช่เซอร์เบอรอสที่ผมจำได้ แม้หน้าตาเหมือนกันแต่บรรยากาศราวกับคนละคน คนคนนี้แม้มีใบหน้าที่หล่อเหลา แต่ดวงตาสีแดงของเขาไร้ความรู้สึกราวกับคนตาย รอยแผลทั่วตัวและมีรอยแผลเป็นที่แขนซ้ายเป็นรอยใหญ่เห็นได้ชัด แผลเหล่านั้นมากมายเกินจะนับได้เราสองคนยืนอยู่ที่คูน้ำ เมื่อผมมองลงไปในน้ำ แทนที่จะสะท้อนใบหน้าปกติ กลับสะท้อนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีเขียวที่ดูป่วยผอมโซ หน้าตอบจนเห็นกระดูก ขอบตาดำคล้ำและริมฝีปากเป็นสีม่วง บ่งบอกถึงการใช้ชีวิตเสเพลอย่างหนักหน่วงนี่คือเรย์คาลัสในนิยาย ผมรู้โดยอัตโนมัติว่าเป็นเช่นนั้นและนั่นก็คือเซอร์เบอรอสในนิยาย ที่เป็นคนฆ่าเขา“คุณชายเรย์คาลัส” เสียงเซอร์เบอรอสเรียกอย่างห่างเหินจนในอกของผมเจ็บแปลบ “ถ้าเจ้าใช้ชีวิตให้มันดีกว่านี้สักนิด ก็คงไม่จบลงเช่นนี้”“ใครจะไปใช้ชีวิตได้ดีเท่าเจ้าล่ะ ท่านดยุกหมาบ้า” เรย์คาลัสในนิยายตอบทำเอาเซอร์เบอรอสชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เหอะ ปากดีนัก เจ้าใช้ทั้งชีวิตของเจ้าเกลียดชังตัวเองและคนอื่น ข้าไม่
“ท่านเรย์คาลัส ท่านเป็นยังไงบ้าง” ผมไม่ตอบได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าก้อนเมฆลอยเอื่อยๆ และแสงแดดไม่รับรู้ถึงความเศร้าของผมดยุกอิลเครนถาม เขาเองยังดูเป็นห่วงผม ไม่ต้องพูดถึงมารีนที่ถามผมทุกวันในหัวผมมีแต่คำถามว่าทำไมทำไมล่ะทำไมคำวิงวอนของผมถึงไม่เคยส่งไปถึงฟากฟ้าเลย ไม่ว่าจะเป็นชาติก่อน หรือชาตินี้ผมแค่อยากปกป้องเขาเท่านั้นเองอีกนิดเดียวเองแท้ๆเพราะสถานการณ์ของพวกเรายังไม่แน่ไม่นอน พวกเราเลยอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของตระกูลอะควาเซียที่ใกล้ทะเลแถบนั้นที่สุด มันเป็นบ้านขนาดใหญ่ทาสีครีม ที่เต็มไปด้วยสวนดอกไม้ กุหลาบแดงบานสะพรั่งส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วผมไม่ได้ทำอะไรนอกจากออกมานั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่แบบนี้มารีนพยายามทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น ด้วยการชวนผมทำเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่าทำอย่างไร ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย“ถ้าข้ารู้ว่าพี่ชอบเขาขนาดนี้ ข้าคงไม่ขัดขวางท่านพี่เลยค่ะ” มารีนร้องไห้ปลอบผม “ข้าขอโทษนะคะท่านพี่”ผมจับมือเธอ แต่ผมไม่รู้สึกถึงสัมผัสของเธอไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนวิญญาณหลุดลอยไปเหลือเพียงเปลือกที่กลวงเปล่า“อย่าว่าแต่เจ้าไม่รู้เลย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบมารีนไป ไม่รู้ตัวเลยว่าทำสีหน้าแ
พวกเราเดินทางรอนแรมตามเข็มทิศประมาณสามวันสามคืน ผมพอรู้ว่าจุดหมายที่ต้องไปคือที่ไหนเพราะอ่านนิยายต้นฉบับ มันห่างออกจากเมืองหลวงมาไม่มากนัก และเป็นหาดรกร้างแห่งหนึ่ง และเมื่อมาถึงสถานที่ที่เข็มทิศชี้บอกก็เป็นเวลาค่ำแล้วหาดทรายสีดำกลืนไปกับทะเล โขดหินอยู่ไกลออกไป มีเพียงแสงจันทร์เสี้ยวริบหรี่ที่คอยส่องทางให้ ความนิ่งสงัดที่เหมือนถูกบีบล้อมด้วยสิ่งที่ไม่รู้จัก อากาศหนาวจนแม้ใส่เสื้อกันหนาวยังหนาวลึกเข้าไปในกระดูก ตรงตามคำบรรยายตามนิยายต้นฉบับพวกเราลงจากรถม้าและเริ่มเดินไปตามเข็มทิศอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ ผ่านสิ่งที่รูปร่างเหมือนปะการังแต่กลับอยู่บนบก เสียงแกรกกรากแปลกๆ เหมือนมีอะไรบางอย่างขยับตามพวกเรามา แต่เพราะความมืดที่เวิ้งว้างทำให้ผมคิดว่าตัวเองอาจคิดไปเอง“วืดดด” เสียงบางอย่างแหวกอากาศมาที่ที่พวกเราอยู่“เลดี้อะควาเซีย! หลบ!” ดยุกหนุ่มผู้มีประสาทไวกว่าพวกเราตะโกนบอกมารีน“กรี๊ด!!!” อะไรบางอย่างผ่านหัวมารีนไปจนเธอร้องกรี๊ดออกมาสิ่งนั้นคือก้ามของมอนสเตอร์ที่ดูคล้ายกับปูขนาดใหญ่แต่มีหาง ตัวสูงราว 5 เมตร พวกมันปกป้องอะไรบางอย่างที่มืดๆ เมื่อเพ่งมองดีๆ ท่ามกลางความมืดปรากฏถ้ำด้านหน้าพ





