One night stand ที่ตามหากันแทบตาย สุดท้ายก็อยู่แค่ปลายจมูกนี่เอง...
"นี่! ปล่อยได้แล้ว"
“โอ๊ย... ไอ้บ้า ต้องการอะไรอีกฮะ ได้ไปทั้งตัวแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ”
ทรงโปรดเงยหน้าจากซอกคอขาวผ่อง นัยน์ตาเขาส่งประกายกรุ่นโกรธขณะที่สบดวงตาที่มีแววดื้อรั้นของคนในอ้อมกอด
“ผมบอกไปแล้วใช่ไหม ว่าผมไม่วันไนท์กับคุณ”
ฉันคิดว่าเส้นเรื่องหลักของ 'เร็วแรงทะลุนรกภาค 9' ต่อยอดมาจาก 'The Fate of the Furious' โดยตรง แต่วิธีที่หนังเล่าเรื่องทำให้มันรู้สึกเหมือนเป็นการขยายจักรวาลมากกว่าการเริ่มต้นใหม่
ฉันชอบมองว่าภาคที่แล้วทิ้งปมสำคัญเกี่ยวกับครอบครัวและอดีตของโดมินิกไว้ แล้วภาคเก้าเอาปมพวกนั้นมาเล่นต่อ: ปมความสัมพันธ์ในกลุ่ม ความเชื่อใจหลังการทรยศ และการเปิดเผยเงื่อนงำด้านสายเลือดของตัวละครหลัก เรื่องราวไม่ได้กระโดดข้ามไปไกล แต่ขยับจุดโฟกัสจากการไล่ล่าไปสู่การเผชิญหน้ากับอดีต ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากเหตุการณ์ใน 'The Fate of the Furious' นี่แหละทำให้รู้สึกว่าเป็นภาคต่อที่ต่อยอด ไม่ใช่แค่ใช้ชื่อและตัวละครเท่านั้น
สาเหตุที่ชอบร้านนี้คือการคัดสรรงานจากศิลปินเล็ก ๆ หลายคน ทำให้มีทั้งเข็มกลัด ลายผ้า โปสการ์ด และหมอนอิงลายคู่พระ-นางในเวอร์ชันที่ละมุน เช่น ถ้าใครชอบสไตล์คอมเมดี้-โรแมนซ์แบบ 'My Next Life as a Villainess: All Routes Lead to Doom!' จะได้เจอไอเดียตลก ๆ ที่ใส่อารมณ์ตัวร้ายแบบน่ารัก ร้านยังมีระบบสั่งจองล่วงหน้า ถ้าสินค้าหมดก็สามารถให้ศิลปินเปิดรับออร์เดอร์ได้โดยตรง
งานที่จังหวะเรื่องต้องรักษาไว้ให้แน่นที่สุดในสายตาฉันคือ 'The Girl Who Leapt Through Time' เพราะเรื่องนี้มีโครงสร้างที่กระชับแต่เต็มไปด้วยจังหวะอารมณ์ที่ชัดเจนและฉากที่ซ้อนเวลาได้อย่างเป็นภาพเดียวกัน